“อะไร!? มันเกิดอะไรขึ้น?”
“ตากล้องถ่ายอะไรอยู่เนี่ย!?”
“เหวินหลง? เหวินหลงเป็นอะไรมั้ยคะ!?”
เหล่าแฟนคลับที่กำลังติดตามการถ่ายทอดสดอยู่เต็มไปด้วยความตกใจ โดยเฉพาะฉากที่ดาราหนุ่มอย่างเหวินหลงกรีดร้องอย่างน่าสังเวชขณะที่กำลังลอยอยู่บนฟ้าแล้วตกลงมากระแทกพื้นทรายดังแอ้กเหมือนกบตัวหนึ่งนั่น
คลิปวิดีโอการถ่ายทอดสดนี้กลายเป็นกระแสโด่งดังในชั่วข้ามคืน ความจริงการที่เหวินหลงบอกว่าตนเองเป็นดาราดังแถวหน้าของวงการก็ไม่ใช่การพูดเกินจริงไปเสียเท่าไร
เขานั้นมีแฟนคลับอยู่ทั่วทั้งประเทศมากกว่าหนึ่งล้านคน เรียกได้ว่าเป็นดาราเบอร์ใหญ่ที่แม้แต่คนที่ไม่ได้ติดตามก็ยังพอจะจำหน้าเขาได้
ดังนั้นการที่ต้องมามีสภาพน่าสมเพชต่อหน้ากล้องในขณะที่ถ่ายทอดสดเช่นนี้มันย่อมส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของเขาที่มีต่อเหล่าแฟนคลับและผู้ติดตามแน่ๆ
บริษัทต้นสังกัดของเหวินหลงนั้นกลายเป็นวุ่นวายเสียยิ่งกว่าวันปกติ ฝ่ายประชาสัมพันธ์นั้นกำลังรับมือกับทั้งนักข่าวและผู้คนที่บุกเข้ามาถามหาความจริง ส่วนฝ่ายคอลเซ็นเตอร์เองก็กำลังพยายามรับโทรศัพท์ที่โทรมาจนสายแทบไหม้อยู่
ส่วนทางเหวินหลงนั้นกลับกำลังทำหน้าตาคร่ำเคร่งอยู่ในห้องส่วนตัว เขาไล่อ่านความคิดเห็นในโลกออนไลน์อยู่เงียบๆโดยมีผู้จัดการสาวของเขาอยู่ข้างๆ
“ถึงภาพที่ออกมาจะดูไม่ค่อยดี แต่ตัวนายในตอนนี้กลายเป็นกระแสของสังคมเต็มๆเลยล่ะ...”ผู้จัดการสาวพูดขณะที่สายตาเหล่มามองยังชายหนุ่ม
เหวินหลงค่อนข้างจะหัวเสียอย่างเห็นได้ชัดเขาขมวดคิ้วแล้วพูดตอบกลับมาว่า
“ทางบริษัทว่ายังไง? เรื่องที่ฉันบาดเจ็บแบบนี้ต้องมีการชดใช้ค่าเสียหายให้กันบ้างล่ะ” ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งแค้นใจ แม้ว่าเขาจะไม่ได้บาดเจ็บมีแค่รอยถลอกที่วันเดียวก็หาย แต่สภาพที่เขาหน้าทิ่มดินและลอยคว้างกลางอากาศที่ถูกเผยแพร่ออกไปมันกระทบชื่อเสียงของเขาไปเต็มๆ
“บริษัทกำลังพยายามอยู่...แต่ว่า”
ผู้จัดการสาวไม่รู้จะตอบอย่างไร เพราะว่าตามหลักฐานที่ปรากฏออกมาพวกเขานั้นอยู่ๆก็กระเด็นลอยขึ้นไปกลางอากาศแล้วตกลงมาเอง ขนาดวิดีโอหลักฐานก็ยังเป็นพวกเขาที่ถ่ายเอง ถึงในตอนนี้คนธรรมดาจะรับรู้ถึงการมีอยู่ของผู้ฝึกตนและรู้ว่าเมื่อครู่น่าจะเป็นวิชาอะไรสักอย่าง แต่ก็ยังเอาผิดตรงๆไม่ได้อยู่ดี!
กฎหมายของประเทศมันยังไม่ครอบคลุมถึงตรงนั้น แล้วหวงจื่อหานก็ไม่ได้แสดงกระบวนท่าที่ดูจะเป็นอันตรายออกมา ชายชราเพียงยืนอยู่เฉยๆพวกเขาก็กระเด็นแล้ว ดังนั้นถ้าว่ากันตามตรงมันค่อนข้างจะพิสูจน์ยากว่าพวกเขาบาดเจ็บเพราะหวงจื่อหานจริงหรือไม่
“นอกจากนี้ ดูเหมือนจะมีแรงกดดันแปลกๆมาทางเบื้องบนด้วย ฉันว่านายอย่าถลำลึกกับเรื่องนี้มากนักจะดีกว่า”
ผู้จัดการสาวถอนหายใจ เธอนั้นทำงานกับเหวินหลงมาตั้งแต่ที่เขาพึ่งเปิดตัวและผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกันมากมาย เธอสามารถพูดตรงๆกับเขาได้โดยไม่ตะขิดตะขวงใจนอกจากนี้เธอยังรู้สึกว่าในวงการผู้ฝึกตนนั้นมันยังใหม่สำหรับคนธรรมดามากๆ เบื้องหน้าเบื้องหลังของพวกเขาไม่ใช่สิ่งที่จะวัดได้ง่ายๆ
ดังนั้นเรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว เธอคิดว่าเหวินหลงควรจะคิดหาเส้นทางอื่น ยังมีผุ้ฝึกตนอีกมากมายที่น่าจะพอพูดคุยกันได้หากเสนอผลประโยชน์ให้พวกเขามากพอ
แต่ว่าชายหนุ่มไม่คิดอย่างนั้น
“ฉันไม่ยอมให้เรื่องนี้มันจบลงง่ายๆ...”
สายตาของเขาเต็มไปด้วยความอาฆาต ยิ่งคิดไปถึงใบหน้าที่งดงามและเต็มไปด้วยความเย็นชาของหญิงสาวที่เขาได้เห็นผ่านหน้าจอเพียงเท่านั้นก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกโกรธขึ้นไปอีก
ผู้หญิงคนนั้นคิดว่าตนเองวิเศษมาจากไหนขนาดตัวเขาไปหาถึงที่บ้านกลับไม่แม้แต่จะออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง?
ทั้งยังมาทำให้เขารู้สึกอับอายต่อสาธารณะชนแบบนี้อีก เรื่องนี้มันไม่มีทางที่จะจบลงอย่างเรียบง่ายแบบนั้นแน่
สายตาของเหวินหลงหรี่ลง เขากำลังจ้องมองความคิดเห็นของเหล่าแฟนคลับที่ปรากฏในโลกออนไลน์แล้วก็พลันมีรอยยิ้มแปลกๆ
“...นี่ไงล่ะ ถึงฉันจะเอาเรื่องตรงๆไม่ได้ แต่มันก็ยังมีช่องทางอื่นอีกนี่นา?”
ผู้จัดการสาวรู้สึกเหมือนกับว่าเรื่องนี้มันจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆแล้ว...
หลังจากนั้นไม่นานทางโลกอินเตอร์เน็ตก็เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “ให้ความเป็นธรรมกับเหวินหลง” ขึ้นมาโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าต้นตอมันมาจากคนของเหวินหลงเองที่กำลังช่วยกันปลุกปั่นให้เป็นกระแส
พวกเขารับทำงานแบบนี้มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาทำแบบนี้ สำหรับดาราและคนดังในประเทศนี้หลายคนเลือกที่จะใช้งานบริการเหล่านี้เพื่อให้ตนเองได้เข้าไปอยู่ในกระแสของสังคมให้ได้
โดยใจความสำคัญของเรื่องนี้ก็คือการกระทำที่รุนแรงของผู้ฝึกตน พวกเขากำลังพยายามทำให้คนธรรมดาทั่วไปมองว่าเหล่าผู้ฝึกตนเป็นพวกที่ชอบใช้ความรุนแรงที่แม้แต่ดารายังโดนปฏิบัติด้วยแบบนี้ ไม่ต้องพูดถึงคนธรรมดาที่ไม่มีใครรู้จักเลย
“นี่มันก็ค่อนข้างรุนแรงจริงๆนั่นแหละ”
“แต่ว่าจากวิดีโอพ่อบ้านคนนั้นแค่ยืนเฉยๆเองนะ”
“นายไม่ได้ดูวิดีโอพวกนั้นหรือไง พวกผู้ฝึกตนแค่อยู่ไกลๆก็ยังโจมตีกันได้เลย”
“ฉันก็ว่าแบบนั้นน่าสงสารเหวินหลงจริงๆ...”
ความคิดเห็นพวกนี้มีทั้งคนที่ไม่รู้เรื่องราวจริงๆและเหล่ากลุ่มคนที่ถูกจ้างมาทำให้เรื่องนี้มันใหญ่โต จนตอนนี้ชื่อของเหวินหลงได้กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่ผู้คนค้นหากันมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆใรอินเตอร์เน็ต
มีเหล่าแฟนคลับเข้ามาให้กำลังใจดาราหนุ่มกันอย่างล้นหลาม พวกเขาไม่สนใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นด้วยซ้ำ ทำให้เพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงจากภาพลักษณ์ที่น่าสมเพชของชายหนุ่มก็กลายเป็นความรู้สึกที่น่าสงสารเหมือนคนที่โดนรังแกไปเสียอย่างนั้น
และหลังจากนั้นไม่นานเหวินหลงก็โพสต์ข้อความรวมถึงวิดีโอตัวหนึ่งลงไปในโลกออนไลน์ มันเป็นวิดีโอที่ตัวเขากำลังนอนอยู่บนเตียงและมีผ้าพันแผลพันอยู่จนทั่วตัว เขาพยายามฝืนยิ้มให้กล้องและบอกว่าตนเองไม่เป็นไร แต่สุดท้ายก้ทำท่าเหมือนจะพุดต่อไปไม่ไหวและตัดจบวิดีโอไปเสียอย่างนั้น
เรียกได้ว่าความสามารถในการแสดงของเขามีเท่าไรก็ถูกนำมาใช้จนหมด! เขาถึงขนาดยอมจ่ายเงินแพงๆให้โรงพยาบาลโดยอ้างว่ารู้สึกไม่สบายเพื่อให้ได้มานอนในห้องส่วนตัวเลยทีเดียว!
และเพราะวิดีโอนี้เองที่ทำให้ผู้คนหันไปเข้าข้างทางฝั่งดาราหนุ่มกันจนเกือบหมด
ส่วนตัวร้ายก็กลายเป็น“ไป่ฟานเซียน” หญิงสาวที่หลายคนไม่แม้แต่เคยเห็นหน้า แต่ถูกมองว่าเป็นหญิงสาวร้ายกาจที่หลอกลวงดาราหนุ่มใสซื่อให้ไปหาแล้วทำให้อับอาย
ความน่ากลัวของข่าวลือนั้นหลายคนได้เห็นกับตาก็คราวนี้
โดยเฉพาะกับคน“กลุ่มหนึ่ง” ที่กำลังมองกระแสสังคมก่นด่าไป่ฟานเซียนด้วยอารมณ์คุกกรุ่น
พวกเขาคือกลุ่มคนที่เรียกตนเองว่า“แฟนคลับของท่านจักรพรรดินี”
หลังจากที่ผ่านเหตุการณ์ในวันสัมมนาที่สมาคม จำนวนแฟนคลับของจักรพรรดินีโอสถก็เพิ่มขึ้นมาอักมาก โดยเฉพาะเหล่านักปรุงโอสถที่เป็นพยานในการปรุงโอสถพลิกสวรรค์ฟื้นชะตาในวันนั้นล้วนกลายเป็นผู้ติดตามที่จงรักภักดีกับไป่ฟานเซียนกันจนหมด
ตามปกติพวกเขาจะพูดคุยกันอยู่แค่ในกลุ่มของตนเอง แต่ว่าในวันนี้พวกเขาทนไม่ไหวแล้ว
“ท่านจักรพรรดินีไม่ใช่คนแบบนั้นแน่นอน!”
“ฮึ่ม! ขอแรงจากเจ้าพวกงี่เง่าทั้งหลาย ถึงเวลาที่พวกเราต้องลุกขึ้นมาต่อสู้แล้ว!!”
“พวกงี่เง่ารายงานตัว!”
“พวกงี่เง่ารายงานตัว+ 1 “
.
.
.
“พวกงี่เง่ารายงานตัว + 1985“
เหล่าแฟนคลับของจักรพรรดนีโอสถนั้นถึงจะมีจำนวนที่น้อยกว่าเหล่าแฟนคลับของเหวินหลิง แต่ปริมาณหลักพันนี้ล้วนแต่เป็น “ผู้ฝึกตน” และ“นักปรุงโอสถ” กันทั้งสิ้น
ดังนั้นไม่ต้องห่วงเลยในเรื่องของคุณภาพ ยิ่งในยุคนี้เป็นยุคสมัยที่เรียกว่า“ผู้ฝึกตนฟีเวอร์” สำหรับพวกเขาแล้วนี่มันคือยุคสมัยที่เรียกได้ว่าเสียงของพวกเขาดังที่สุด
“พวกงี่เง่าทั้งหลาย! อย่าพึ่งคิดถึงชื่อเสียงเงินทอง ตอนนี้ท่านจักรพรรดินีของพวกเรากำลังโดนลบหลู่และวุ่นวาย พวกเรารู้ดีว่าด้วยนิสัยของท่านไม่มีทางที่ท่านจะออกมาตอบโต้กับอะไรไร้สาระแบบนี้แน่!”
“ดังนั้นมันถึงต้องมีพวกเรา! พวกเราพร้อมจะเป็นกระบอกเสียงและออกหน้าเพื่อท่าน! คราวนี้พวกเราต้องสู้!สู้ด้วยทุกอย่างที่เรามี!”
ไม่รู้ว่าใครคือคนที่พิมพ์ประโยคนี้ แต่เปลวไฟในใจของพวกเขานั้นลุกโชนกันพรึ่บพรั่บกันไปหมด พวกเขากำลังทำเหมือนตัวเองกำลังจะออกไปรบเพื่อประเทศและคนที่รักอะไรแบบนั้น
แต่ว่าทันทีที่พวกเขาเริ่มเคลื่อนไหว มันกลับส่งผลกระทบที่รุนแรงกว่าที่หลายๆคนคิดเสียอีก
“ฮัลโหล?ครับ...ท่านอาจารย์จู้ เสี่ยวเสี่ยวของเราพอจะมีพรสวรรค์ในการฝึกตนไหมครับ?”ที่ตึกของบริษัทต้นสังกัดเดียวกับเหวินหลงนั้นผู้จัดการคนหนึ่งกำลังรับโทรศัพท์สายสำคัญอยู่
บริษัทนี้มีดาราในสังกัดอยู่หลายสิบคน แม้ว่าเรื่องของเหวินหลงจะโด่งดังแค่ไหนแต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ต้องดูแลดาราคนอื่นในสังกัด
“อะไรนะครับ!? ขอยกเลิก? ทำไมล่ะครับ!?”
ผู้จัดการหนุ่มที่กำลังอารมณ์ดีพึงกับลุกพรวดขึ้นมาอย่างตกใจ เขาพึ่งจะไปตกลงกับผู้ฝึกตนระดับจอมยุทธคนหนึ่งจนสำเร็จ ดาราที่เขาดูแลนั้นกำลังไปร่ำเรียนกับจอมยุทธคนนั้นอยู่และมีความหวังว่าจะโด่งดังในเร็วๆนี้
แต่ไม่รู้ทำไมอยู่ๆ“อาจารย์จู้” ที่เขาไปติดต่อกลับโทรกลับมายกเลิกกะทันหันและส่งดาราของเขากลับมาโดยที่ยังไม่ทันจะเริ่มสอนเลยด้วยซ้ำ!
“ฮึ่ม! สำหรับพวกงี่เง่าแบบผมมันต้องไม่มีเหตุผลหรอก! แล้วผมบอกไว้เลยว่าตอนนี้ไม่มีผู้ฝึกตนที่ไหนกล้ารับคนจากบริษัทคุณมาดูแลแน่นอน!”
อาจารย์จู้นั้นทิ้งประโยคที่แปลกประหลาดไว้ก่อนจะวางสายไปอย่างฉุนเฉียว และไม่กี่วินาทีต่อมาเขาก็พบกับข้อความว่ามีเงินสดโอนกลับมาที่บัญชีของเขา มันคือจำนวนเงินที่เขาจ่ายเพื่อตกลงกับอาจารย์จู้ก่อนหน้านี้
ไม่ใช่แค่ผู้จัดการคนนี้ ดาราคนอื่นในบริษัทก็เริ่มได้รับผลกระทบเช่นกัน สำหรับคนที่ไปติดต่อหาอาจารย์มาสอนก็ถูกปฏิเสธสำหรับคนที่ต้องการผู้ฝึกตนมาถ่ายทำรายการก็ล้วนถูกบอกปัด พวกเขากำลังงุนงงและไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่!?
“พวกนี้มันเป็นอะไรกันหมด?”
ในห้องของประธานบริษัท มีชายคนหนึ่งกำลังได้รับรายงานที่คาดไม่ถึงจำนวนมากจากลูกน้องและเลขา เขาทำหน้าปั้นไม่ถูกเพราะก่อนหน้านี้เขายังกำลังมีความสุขกับการที่เหวินหลงกลายเป็นดาราที่มีกระแสและคนพูดถึงมากที่สุดในเวลานี้
แต่แค่ไม่ถึงชั่วโมง เขากลับได้รับข้อความปฏิเสธจากเหล่าผู้ฝึกตนที่ไปติดต่อไว้เกือบทั้งหมด และหลังจากนั้นไม่ถึงสิบนาที เขาก็ได้รับข่าวที่ร้ายแรงที่สุด
“ท่านประธานครับ บริษัทของตระกูลหยางประกาศขอยกเลิกความร่วมมือทั้งหมดกับบริษัทของเราครับ!”
เลขาของเขาหน้าตาตื่นสิ่งเข้ามา ข่าวนี้ทำให้แม้แต่ฝ่ายบริหารยังตกใจเพราะตระกูลหยางนั้นเป็นตระกูลที่มีอิทธิพลในแวดวงบันเทิงอย่างยิ่ง พวกเขาถึงขนาดมีสตูดิโอขนาดใหญ่ของตัวเองและปั้นดาราในสังกัดมาแล้วมากมาย การถูกบริษัทตระกูลหยางปฏิเสธก็เหมือนกับการที่พวกเขาถูกวงการบันเทิงกึ่งหนึ่งแบนไปแล้ว!
“...นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกัน?”
ท่านประธานเหมือนกับว่าตัวเองแก่ไปหลายสิบปีในวันเดียวเขามีความสุขเหมือนดั่งฝันอยู่ครู่หนึ่งก็ถูกคนปลุกขึ้นมาด้วยความจริงอันโหดร้าย
อีกด้านหนึ่งที่ร้านกาแฟนั้นมีชายหนุ่มคนหนึ่งวางหูโทรศัพท์ลงอย่างแรงเขายังมีความรู้สึกโกรธอยู่เต็มหัวใจ
“พี่ชายหยาง...เรียบร้อยแล้วเหรอ?”
คนที่นั่งอยู่ตรงข้ามคือวัยรุ่นหน้าตาธรรมดาที่อยู่ในเสื้อเชิ้ตสีขาว เขาคือหนึ่งในแกนนำของแฟนคลับจักรพรรดินีโอสถอย่าง “นักปรุงมือใหม่”
ส่วน“พี่ชายหยาง” ก็คือ “โอสถคือชีวิต” เขาคือชายหนุ่มท่าทางเลือดร้อนและเป็นแกนนำของกลุ่มเช่นเดียวกัน หลังจากวันนั้นพวกเขาก็ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆจนเรียกได้ว่าตัวแทบจะติดกันตลอดเวลา
“เฮอะ! เรื่องแค่นี้ขนาดเจ้าพวกงี่เง่าที่แทบจะกินแกลบแทนข้าวพวกนั้นยังยอมปฏิเสธงานที่ได้มาอย่างยากลำบาก แล้วฉันที่เป็นระดับหัวหน้าของพวกงี่เง่าจะอยู่เฉยๆได้ยังไง!”
“บริษัทจะขาดทุน...แล้วไงล่ะ?”
“พวกเราจะมาประกาศพลังแฟนคลับของท่านจักรพรรดินี ประกาศพลังของ “เจ้าพวกงี่เง่า” ให้เจ้าเหวินหลงอะไรนั่นได้รับรู้เสียบ้างว่ากำลังหาเรื่องใครอยู่!!”