แสงแดดอ่อนยามเช้าสาดส่องลงบนถนนลูกรัง... ทอดตัวยาวออกจากหมู่บ้านสกุลหลิว
เย่เฉินก้าวเดินเชื่องช้า ทว่าทุกฝีก้าวมั่นคงหนักแน่น ร่างกายเคยผอมแห้งบัดนี้แฝงความหนาแน่นแห่งพลัง... ผลจากการหลอมรวมแก่นิญญาโลหิต
เขาหันหลังให้กับหมู่บ้านสกุลหลิวอย่างเด็ดขาด ลมเย็นพัดผ่านกลิ่นไม้เก่า ราวโลกทั้งใบไม่เหลือสิ่งใดผูกพันเขาอีกแล้ว ความโดดเดี่ยวกัดกินความคิดอย่างช้าๆ
‘ล้างแค้นแล้ว… เหตุใดหัวใจกลับว่างเปล่ากว่าเดิม?’
เย่เฉินพยายามสลัดความรู้สึกนั้นทิ้ง แต่ "เสียงคำรามแห่งอสูร" พลันดังก้องในห้วงสำนึก!
‘ความแค้นคือเชื้อเพลิง... จงอย่าหยุดอยู่กับความว่างเปล่า... จงใช้กำลังสังหาร... สังหาร!’
เย่เฉินใช้ "จิตอสูรเทวะ" กดความคลั่งซึ่งพยายามเข้าครอบงำอย่างรวดเร็ว สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นิ่งสงบ แต่ดวงตาเต็มไปด้วยความเด็ดขาด
เขาเดินผ่านพุ่มไม้ปกคลุมด้วยเถาวัลย์...
แคร่ก! แคร่ก!
เสียงคำรามต่ำๆ ดังจากพุ่มไม้เบื้องหน้า สัตว์ร้ายขนาดใหญ่โผล่ออกมา—มันคือ อสูรระดับกลาง ิัแข็งดุจเกราะกระดูก ขนสีดำสั่นไหว ดวงตาเรืองแสง... มันถูก "ดึงดูด" ด้วยกลิ่นพลังงานโลหิตอันเย่เฉินเพิ่งดูดซับไป
เย่เฉินตอบสนองด้วยสัญชาตญาณ ร่างกายเคลื่อนไหวผิดธรรมชาติราวอสูร หมุนตัวเบี่ยงหลบการโจมตีได้อย่างหวุดหวิด
แต่ในจังหวะกำลังจะโต้กลับ...
วูบ!
พลังงานในร่างกายเกิดความปั่นป่วนชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดลง! นี่คือผลข้างเคียงจากการดูดซับแก่นพลังอันยังไม่สมบูรณ์!
เย่เฉินสูญเสียจังหวะ เกือบพลาดท่าถูกกรงเล็บแหลมคมเฉียดสีข้างไปเพียงเส้นยาแดง!
‘ไม่ได้! อย่าให้มันเข้ามาควบคุม!’
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็ความตาย สติ ของเย่เฉินกลับมาอย่างรวดเร็ว เขากดความปั่นป่วนในใจด้วยจิตมั่นคงดุจภูผา บังคับพลังกำลังคลุ้มคลั่งให้สงบลงทันที
เขาใช้พลังอันถูกควบคุมแล้ว อัดแน่น เข้าไปในกำปั้นข้างเดียว! กำปั้นเรืองแสงด้วยออร่าสีดำแกมแดงเล็กน้อย
ปัง!
เย่เฉินพุ่งหมัดเข้าใส่กลางอกอสูรอย่างจัง! ร่างอสูรกระเด็นลอยไปชนต้นไม้ใหญ่ด้านหลังจน หักโค่น ลงมาทั้งต้น
อสูรระดับกลางทรุดลงกองกับพื้นแน่นิ่ง
เย่เฉินหายใจเข้าออกอย่างหนัก มองดูอสูรตายแล้วด้วยสายตาลึกล้ำ ก่อนจะใช้สันมีดแล่ซากอสูรอย่างคล่องแคล่วเพื่อดึงเอา "แก่นอสูรระดับกลาง" สีดำทึบออกมา
“พลังนี้… น่ากลัวกว่าที่คิด ข้าเหมือนจะควบคุมมันไม่ได้ทั้งหมด” เขาพึมพำกับตนเอง
นี่คือเงินทุนก้อนแรกในโลกภายนอก และยังเป็สัญญาณแรกว่า วิถีอสูร กำลังนำพาเขาเข้าสู่เส้นทางเต็มไปด้วยอันตราย... อันเขาไม่เคยรู้จักมาก่อน
เย่เฉินเดินทางต่อไปอีกครึ่งค่อนวัน จนกระทั่งมาถึง "เมืองอัสดง" เมืองชายขอบเล็กๆ เปรียบเสมือนด่านแรกของโลกภายนอก
เขาใช้เงินจากการขายซากอสูรเมื่อครั้งก่อน ซื้อชุดผ้าฝ้ายสีน้ำเงินเข้มเรียบง่ายเพื่อปกปิดอาภรณ์ขาดวิ่น และชำระล้างคราบดินโคลนออกจากร่างกาย
เขาเดินเข้าสู่ "โรงเตี๊ยมวายุโชย" สถานที่คึกคักที่สุดในเมือง ภายในเต็มไปด้วยเสียงสนทนาดังอื้ออึง เย่เฉินเลือกนั่งมุมหนึ่ง สั่งชามาหนึ่งกา แล้วเริ่มใช้โสตประสาทเก็บเกี่ยวข้อมูลโลกภายนอก
เขาได้ยินเื่ราวมากมาย...
"เ้าได้ยินหรือไม่? ที่ สำนักยุทธ์เมฆาคราม กำลังจะรับศิษย์ชุดใหม่!"
"อย่าไปเลย! ที่นั่นเข้มงวดนัก และตอนนี้หมู่บ้านหลายแห่งทางใต้ก็อยู่ภายใต้อิทธิพลของสำนักนั้นแล้ว"
"ข้าว่าน่ากลัวกว่านั้นคือข่าวลือเื่ 'โรคปราณเสื่อม' ต่างหาก ใครเป็โรคนี้ พลังปราณจะหายไปหมดภายในคืนเดียว!"
ขณะกำลังซึมซับข้อมูล... ณ โต๊ะใกล้ประตู ปรากฏ "บุรุษลึกลับ" ร่างกำยำ สวมชุดนักรบลายเมฆสีเทาดูภูมิฐาน
บุรุษลึกลับผู้นั้นพลันหรี่ตาลงเล็กน้อย มองมาที่เย่เฉินอย่างไม่ตั้งใจ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะจับจ้อง "กลิ่นอาย" บางอย่างแผ่ออกมาจากเด็กหนุ่ม
บุรุษลึกลับโน้มตัวลงกระซิบกับสหายข้างกาย
"พลังแบบนี้... มันเรียบง่ายแต่กลับมีความหนักแน่นที่ไม่อาจเข้าใจได้"
"ข้าััได้ถึง... กลิ่นอายโลหิตอันคุ้นเคย ราวเพิ่งเดินออกมาจากสมรภูมิความตาย... เด็กคนนี้มิใช่คนธรรมดา"
คำกระซิบนั้นเบามาก แต่เย่เฉินผู้มีโสตประสาทได้รับการขัดเกลามาแล้ว กลับรับรู้ถ้อยคำเ่าั้อย่างชัดเจน
เย่เฉินไม่แสดงอาการใด เขารู้แล้วว่าโลกภายนอกนี้ก็มีผู้สามารถ "หยั่งรู้" พลังอันถูกผนึกไว้ของเขาได้เช่นกัน
เย่เฉินออกจากโรงเตี๊ยม มุ่งหน้าไปยังร้านรับซื้อของป่าใหญ่ที่สุดในเมืองอัสดง
"มีอะไรจะขายรึเ้าหนุ่ม? ข้ามีเวลาไม่มากนะ" ชายอ้วนลงพุงเ้าของร้านกล่าวอย่างดูแคลน
เย่เฉินหยิบ "แก่นอสูรระดับกลาง" วางลงบนโต๊ะ
"แก่นอสูรเกรดต่ำมาก ไร้ความบริสุทธิ์! ข้าให้เ้าได้เพียงสี่สิบศิลาปราณระดับต่ำเท่านั้น!" เ้าของร้านพยายามกดราคา
เย่เฉินไม่โกรธ แต่ดวงตาพลันสงบและนิ่งลึกราวห้วงมหาสมุทร เขาสบสายตาเ้าของร้านอย่างแน่วแน่ จิตอสูรเทวะ ทำงานเงียบๆ ในส่วนลึกของจิตใจเพื่อสร้าง แรงกดดันทางิญญา
"ท่านพูดถูก... แก่นนี้ดูแห้งกรัง" เย่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "แต่ท่านคงประเมินความบริสุทธิ์ของมันผิดไปกระมัง... แก่นนี้มีความบริสุทธิ์ถึงระดับ เจ็ดส่วน หากท่านให้ราคาต่ำกว่าหนึ่งร้อยศิลา... ข้าขอตัวไปร้านตรงข้าม"
คำว่า "เจ็ดส่วน" เปรียบเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางหัวใจเ้าของร้าน!
เ้าของร้านสีหน้าเปลี่ยนไปทันที จากความดูแคลนกลายเป็ความตื่นตระหนก เขารีบสำรวจแก่นอสูรอีกครั้งอย่างละเอียด
"หนึ่งร้อยสิบศิลาปราณระดับต่ำ! ข้าให้หนึ่งร้อยสิบศิลา! ถือว่าข้าซื้อความรู้จากเ้าแล้วกัน!" เ้าของร้านรีบกล่าวอย่างรวดเร็ว
เย่เฉินพยักหน้าเล็กน้อย เขาใช้ ความรู้ ซึ่งได้รับจากคัมภีร์เอาชนะความโลภของเ้าของร้านได้อย่างง่ายดาย
เย่เฉินได้รับถุงศิลาปราณ... ทุนก้อนโตพอสำหรับการเดินทางไปสำนักเมฆาคราม
เย่เฉินออกจากเมืองอัสดงไปตามเส้นทางเต็มไปด้วยหุบเขาและป่าไม้
เบื้องหน้า... เขาหวนคิดถึงบทสนทนาในโรงเตี๊ยม คำเตือนที่ว่า "พลังแบบนี้... มีกลิ่นอายโลหิตที่คุ้นเคย" ยิ่งตอกย้ำความจริงว่าพลังของเขานำมาซึ่งภัยคุกคามไม่ธรรมดา
เขามองไปยังทิศทางผู้คนกล่าวถึงว่าเป็เส้นทางสู่ สำนักยุทธ์เมฆาคราม ที่นั่นมีแนวเขาสลับซับซ้อนสูงเสียดฟ้า มองเห็นเมฆหมอกสีขาวปกคลุมยอดเขาอย่างสง่างาม
‘ข้าต้องเรียนรู้วิถีการต่อสู้ที่แท้จริงจากสำนักนั้น’
เย่เฉินหยุดยืนกลางถนนลูกรังเปลี่ยวร้าง
เขาเอ่ยเบาๆ ด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
"ข้าจะไปยังสำนักนั้น… หาให้รู้ว่าคัมภีร์นี้เกี่ยวข้องกับโลกภายนอกเพียงใด"
"และ ข้าจะไม่ยอมถูกเรียกว่าขยะอีกต่อไป"
เขาก้าวเท้าเดินต่อไป... มุ่งหน้าสู่เส้นทางหุบเมฆาคราม ผืนดินกว้างใหญ่อันเต็มไปด้วยความโหดร้ายและโอกาส... กำลังรอผู้ถือคัมภีร์คนนี้อยู่เบื้องหน้า
[จบตอนที่ 21]