ท่ามกลางฝุ่นผงที่ฟุ้งกระจาย เงาร่างชายหนุ่มยืนอยู่กลางลาน แสงสีครามกะพริบไหววนอยู่รอบกาย คล้ายจะซึมเข้าสู่ร่างของเขา
ฝุ่นค่อย ๆ จางลง เผยให้เห็นร่างที่นั่งคุกเข่าอยู่ เหงื่อโทรมจนเสื้อผ้ารัดกาย ทำให้เห็นมัดกล้ามเนื้อทั่วร่างได้อย่างชัดเจน
ผิวขาวเนียนคล้ายเด็กทารกปรากฏให้เห็นใต้แผ่นหนังเก่าที่ลอกออก
เส้นผมกลับมาดกดำเงางาม ยกเว้นจอนผมและเหนือใบหูที่ยังคงขาวดุจหิมะ ที่ไม่ได้ทำให้ความงามลดลงแม้แต่น้อย กลับยิ่งทำให้ดูลึกลับมากยิ่งขึ้น
“เ้าเป็อย่างไรบ้าง”
เสียงแหบพร่าแฝงไปด้วยความห่วงใยของชายชรา ดังขึ้นด้านข้าง
“ข้ารู้สึกดีขึ้นกว่าก่อนหน้านี้มาก เหมือนอาการาเ็จะหายหมดแล้ว”
นิโคลัสเอ่ยตอบพ่อบ้าน พลางสำรวจร่างกายตัวเองทั้งภายนอกและภายใน
“ดีแล้ว เดี๋ยวข้าบอกสองคนนั้นก่อน เ้าตรวจร่างกายตัวเองดี ๆ ว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่”
หลังจากนั้น ชายชราหันไปทางที่ โอลิเวอร์และอเล็กซ์ ยืนอยู่ไกล ๆ แล้วส่งเสียงผ่านเวทกระซิบ
“สิ่งที่พวกเ้าเห็นเมื่อสักครู่ ข้าหวังว่าพวกเ้าจะไม่ไปกล่าวกับผู้ใด ด้านพวกคนรับใช้ที่ยืนดูอยู่รอบนั้น พวกเ้าก็ไปบอกว่า เ้าหนูนี่กำลังฝึกเวทธาตุลมแล้วควบคุมพลังได้ไม่ดี เข้าใจไหม”
“เ้าหนู ถ้าเ้าจะบอกเื่นี้กับปู่หรือพ่อของเ้า ข้าคงไม่ว่าอะไร”
แม้อยู่ห่างหลายสิบเมตรแต่ทั้งสองยังคงได้ยินเสียงของจอมเวทอย่างชัดเจน
“เข้าใจแล้วขอรับ”
ทั้งสองรับคำพร้อม ๆ กัน
“โอลิเวอร์ ข้าขอโทษเื่ที่ทำสถานที่เสียหาย ไว้วันหน้าข้าจะชดใช้ให้”
“มิเป็ไรเลยขอรับ เื่เล็กน้อยแค่นี้ ท่านอย่าได้คิดใส่ใจ เดี๋ยวเช้านี้ ข้าให้เด็ก ๆ ไปจัดการให้เรียบร้อยขอรับ”
หัวหน้าพ่อค้ารีบกล่าวปฏิเสธโดยทันที
ชายชราพยักหน้ารับ ก่อนจะหันกลับมาหานายน้อยอีกครั้ง
“นายน้อย ทำไมผิวท่านถึงขาวและนุ่มนวลกว่าพี่อารินเสียอีก”
เสียงแจ็คดังขึ้นข้างเขา พลางบีบนวดแขนนายน้อยอย่างเบามือ
‘เพี้ยะ!’
ฝ่ามือของอารินฟาดหัวแจ็คเต็มแรง ท่ามกลางเสียงหัวเราะ
“นายน้อย แผลท่านหายเร็วมาก”
อังเดรนักเวทรักษากล่าวพลางลอกผิวเก่าออกจากร่างของชายหนุ่ม
“และกล้ามเนื้อท่านดูแข็งแรงจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นักเวท ดูเหมือนกับนักล่าไพร เช่น แจ็คและเจคอบ มากกว่า”
คนพูดไม่ได้คิดอะไรมากมาย แต่คนฟังโดยรอบกลับจับจ้องไปที่ร่างนายน้อยอย่างไม่วางตา
“พวกท่านอย่าจ้องข้าตาเป็มันแบบนั้นสิ ข้ารู้สึกแปลก ๆ”
ชายหนุ่มรีบสวมเสื้อ ก่อนได้ยินอีรินที่พึมพำเบา ๆ ว่า อยากมีผิวเช่นนั้นบ้าง
“นายน้อย ท่านได้สำรวจแกนมานาฝึกหัดของท่านหรือยัง คลังมานา ข้างใน มีขนาดไหนขอรับ”
นักเวทอีริค เอ่ยถามเข้าประเด็นสำคัญของการเลื่อนขั้นเป็นักเวทฝึกหัด
ผู้ฝึกหัดที่ ปะทุพลัง แกนมานา สำเร็จแล้ว จะได้เลื่อนระดับเป็ นักเวทฝึกหัด ทันที
และจะปรากฏ แกนมานาฝึกหัด แทนที่แกนเดิม
มิติเล็กภายใน แกนมานาฝึกหัด จะมีไว้สำหรับ สะสมมานา ไว้ใช้ยามร่ายเวท ยิ่งมีขนาดใหญ่ การร่ายเวทก็ได้จำนวนมากขึ้น
หรือหากนักเวทฝึกหัดคนใดสามารถร่ายเวทขั้นสูงกว่าขั้นตนเองได้ ก็จะมีพลังงานเพียงพอที่จำเป็ในการร่ายเวทนั้น
“ขอข้าตรวจดูก่อนนะ”
นิโคลัสเข้าสู่สมาธิทันทีที่กล่าวจบ จิตของเขาเข้าสู่มิติภายใน แกนมานาฝึกหัดขนาดส้มลูกเล็กทันที
สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้ามีเพียง ฟองอากาศใสลอยอยู่เหนือพื้นระดับหัวเข่า ขนาดไม่ได้ใหญ่โตอะไร เส้นผ่านศูนย์กลางเพียงสิบเมตรเท่านั้น
เนื่องจากเ้าของร่างเดิม ยังไม่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับ มิติในแกนมานาฝึกหัด เลยทำให้เขาไม่มีความรู้เื่นี้ไปด้วย
ระหว่างที่นิโคลัสกำลังสำรวจร่างกายตนเองอยู่นั้น พ่อบ้านรอยได้ร่ายเวทกั้นเสียงและเวทลวงตาปิดกั้นพวกเขาจากภายนอกเอาไว้แล้ว
ไม่ถึงนาที นายน้อยก็ได้ลืมตาขึ้นมา แล้วกล่าวง่าย ๆ เหมือนไม่มีอะไรพิเศษ
“ข้าเห็นเพียง ฟองอากาศว่างเปล่า ขนาดไม่ใหญ่มาก เพียงสิบเมตรเท่านั้น”
ความเงียบเข้าครอบงำบริเวณนั้นในทันทีที่เขากล่าวจบ
เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจที่สั่นรัวของใครหลายคนในที่นั้น
“เ้าห้ามบอกกล่าวถึงขนาด คลังมานา นี้ให้ใครฟังอีกเป็อันขาด หากจำเป็ ให้บอกเพียงสองเมตรเท่านั้น จำไว้ให้ดี”
เสียงเคร่งขรึมและจริงจังของจอมเวทชรา ดังขึ้นทำลายความเงียบที่แสนอึดอัดในทันที
“ขอรับ แต่ทำไมล่ะ ข้าไม่เข้าใจ”
ตัวเขาที่เป็คนจากโลกอื่นย่อมไม่เข้าใจเื่ราวมากมายในโลกใบนี้
หากไม่มีจอมเวทชราและคนเหล่านี้คอยดูแล เขาก็คงไม่ต่างจากคนธรรมดาที่รู้น้อยคนหนึ่ง
“นักเวทฝึกหัดทั่วไป จะมีขนาด คลังมานา ไม่เกินหนึ่งเมตรหรือหนึ่งเมตรครึ่งเท่านั้น”
“อัจฉริยะหน่อยจะมีขนาด หนึ่งเมตรครึ่งถึงสองเมตรกว่า แม้แต่สุดยอดอัจฉริยะจะไม่เกินสามเมตร”
“มีเพียงเหล่าตำนานทั้งหลายที่ปรากฏตัวขึ้นในอดีตเท่านั้นที่ใหญ่มาก แต่ก็ไม่เกินเจ็ดเมตร”
“เ้าคิดว่า ขนาดสิบเมตรตามที่เ้าว่ามา หากให้คนอื่นล่วงรู้เข้า จะเกิดอะไรขึ้น”
จอมเวทชรากล่าวอธิบายให้นายน้อยผู้มาจากโลกอื่นได้เข้าใจมากขึ้น
โชคดีอย่างมากที่จอมเวทผู้นี้ได้ร่ายเวทกั้นเสียงเอาก่อนแล้ว มิเช่นนั้นหากผู้อื่นรู้เข้าคงเกิดเื่ใหญ่ขึ้นแน่นอน
“ขอบคุณขอรับ”
นักเวทฝึกหัดคนใหม่กล่าวขอบคุณจอมเวทชราอย่างจริงใจ
“และข้าอยากเรียนรู้พื้นฐานหลายอย่างเพื่อปรับใช้ให้เข้ากับตัวข้าเอง ต้องขอรบกวนทุกคนแล้ว”
กล่าวจบ นายน้อยหนุ่มโค้งตัวลงเล็กน้อยเพื่อแสดงความขอบคุณทุกคน
มือของผู้ชรารีบยื่นมาประคองเขาไว้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ยอมให้ชายหนุ่มค้อมตัวลงมากไปกว่านี้
“นายน้อย ท่านไม่ต้องทำเช่นนี้ พวกเรายินดีช่วยเหลือท่านเสมออยู่แล้ว เพียงท่านเอ่ยปากเท่านั้น”
“ท่านต้องไม่ลืมว่า จะอย่างไร ท่านคือผู้นำของตระกูลเบลลาทอร์ อ่อนน้อมได้แต่อย่าลดศักดิ์ศรีตระกูลลง พวกเราเป็เพียงข้ารับใช้ของตระกูล ท่านไม่ควรก้มศีรษะให้พวกเรา”
พ่อบ้านชราผู้รับใช้ตระกูลมายาวนานั้แ่รุ่นปู่ เกียรติยศของตระกูลเบลลาทอร์ฝังรากลึกอยู่ในิญญาจอมเวทผู้นี้เนิ่นนานแล้ว
“ขอรับท่านตา ข้าจะจดจำไว้เสมอ แต่ตัวข้าไม่เคยยึดถือพวกท่านเป็ข้ารับใช้ นับั้แ่หลบหนีออกจากตระกูล และผ่านความเป็ความตายหลายครั้งด้วยกัน ข้ายึดถือพวกท่านดั่งญาติิสนิท”
“นับั้แ่นี้ ข้า นิโคลัส เบลลาทอร์ ผู้นำตระกูลเบลลาทอร์คนปัจจุบัน ขอประกาศว่า ข้าจะยึดถือพวกท่านทั้งสิบสี่คนดังญาติิสนิท หากข้าทรยศหักหลังต่อพวกท่านก่อน ขอให้แก่นมานาของข้าแตกสลายในทันที”
นายน้อยกล่าวคำสาบาน ขณะเดียวกันได้ยกมือขวาทาบตรงตำแหน่งแกนมานาฝึกหัดของเขา
บังเกิดแสงสีฟ้าอ่อนกระจายหมุนวนรอบฝ่ามือ แสดงให้เห็นว่า คำสาบานมานา สัมฤทธิ์ผลแล้ว
องครักษ์ทั้งสิบสี่คนต่างยืนอึ้ง แม้กระทั่งจอมเวทชราที่ผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ มามากมาย ยังตะลึงกับเหตุการณ์ตรงหน้านี้
ในชีวิตร้อยกว่าปีของชายชรา ไม่เคยพบกับเหตุการณ์ที่ เ้านาย ให้สัตย์สาบาน กับข้ารับใช้ เช่นนี้มาก่อน
“นาย..น้อย..ท่าน!”
“ท่านทำอะไรลงไป”
พ่อบ้านชราไม่อาจเอ่ยคำได้โดยง่าย มันร้ายแรงมากเกินกว่าที่เขาจะรับได้
คำสาบาน ของวิถีต่าง ๆ บนโลกใบนี้ หากใช้ แกนพลัง ของตนเองมาเป็เงื่อนไขแล้ว
ถือได้ว่าเป็คำสาบานที่ร้ายแรงที่สุด ที่คนผู้หนึ่งจะกระทำได้
เพราะไม่ว่าเป็อวัยวะส่วนใดเสียหาย หากยังไม่ถึงแก่ชีวิต ยังสามารถใช้ยาฟื้นฟูช่วยกลับมาได้
แต่หาก แกนพลัง สิ้นสลายไปแล้ว นั่นคือ จุดจบ ของผู้นั้นในทันที
ยิ่งหากคนผู้นั้นมีอายุขัยเกินคนธรรมดาไปแล้ว เมื่อใดที่ไร้ แกนพลัง คอยค้ำจุน ร่างนั้นจะกลายเป็ธุลีในทันที
“ท่านตา อย่าได้กังวลสิ่งใด เพียงข้าไม่ทำร้ายพวกท่าน ข้าก็ไม่เป็อะไรมิใช่หรือ”
คำตอบสบายพร้อมรอยยิ้มน้อยของนิโคลัส ทำให้ผู้ฟังเริ่มคลายความกังวล
“ยังไง คำสาบานก็บังเกิดผลแล้ว เราแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ทุกคนทำใจให้สบาย ทำทุกอย่างเหมือนเช่นเดิม”
ชายหนุ่มพลางหันไปมองทุกคนบริเวณนั้น สายตาที่เต็มไปด้วยความเคารพเทิดทูนปรากฏในสายตาของเหล่าองครักษ์ทุกคน
พึ่บ!
องครักษ์สิบสามคน คุกเข่าหนึ่งข้างลงพื้นพร้อมกัน มือขวายกขึ้นทาบในตำแหน่ง แกนพลัง ของตนเอง
“ข้า..ขอสาบานด้วย แกน..”
ทุกคนต่างกล่าวคำสัตย์สาบานต่อนายน้อยตรงหน้าอย่างพร้อมเพรียง
เมื่อนายน้อยกล่าวคำสาบานแล้ว หากข้ารับใช้เช่นพวกเขาไม่กระทำด้วย ยังจะไปมองหน้าใครได้อีก
เหตุที่ จอมเวทรอย ไม่ได้กล่าวสัตย์สาบาน เนื่องจากเขาได้ทำสัตย์สาบานั้แ่รุ่นปู่ของนิโคลัสแล้ว
“พี่ ๆ ทุกคน รีบลุกขึ้นเร็ว ข้า..”
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงตื้นตันจนยากที่จะเอ่ยวาจา
“ข้ายินดีอย่างยิ่งที่มีพวกเราร่วมทางไปด้วยกัน นับจากนี้ข้าสัญญาจะทำให้พวกท่านได้กลับไปเป็ดังที่พวกเราเคยเป็กันมาก่อน ไม่เกินสิบปี ข้าสัญญา”
สายตาที่มุ่งมั่นของชายหนุ่ม เป็เช่นเดียวกับในโลกเดิม ในวันที่เขาได้พบอาจารย์ครั้งแรกหลังจากพ่อแม่ถูกฆ่า
นิโคลัสคนเดิมกลับมาแล้ว ความมุ่งมั่น พลังและความรู้ของเขา พร้อมแล้วที่จะเผชิญสิ่งต่าง ๆ ที่เข้ามา
ในโลกเดิม เขามีอาจารย์
ในโลกนี้ เขามีองครักษ์ที่ภักดี
เขาไม่ได้เดียวดายเช่นที่แล้วมาแล้ว
“นิค! ข้าด้วย ข้าอยากสาบานด้วย!”
นกน้อยสีขาวบริสุทธิ์หางยาวพลิ้วไสว บินวนส่งเสียงสดใสดังก้องอยู่เหนือศีรษะ
“เ้าไม่กลัวเหรอ การทำพันธสัญญาจะผูกมัดเ้าตลอดชีวิตเลยนะ”
แจ็คผู้ทำสัญญากับฮอร์คย่อมรู้เื่เช่นนี้เป็อย่างดี
“เ้าไม่ใช่สัตว์เลี้ยงและถูกฝึกมาอย่าง ฮอร์ค ทำให้สามารถยอมรับพันธสัญญาได้โดยง่าย”
“เ้าเป็สัตว์ป่า ที่เกิดมามีอิสระั้แ่ต้น การทำพันธสัญญา มันจะฝืนสัญชาตญาณของเ้าเอง หากระหว่างทำสัญญา สัญชาตญาณของเ้าขัดขืน ิญญาเ้าและนายน้อยจะเ็ปอย่างมาก เ้าต้องคิดให้ดี ๆ นะ”
เขากล่าวด้วยความหวังดีอย่างยิ่ง เพราะการทำพันธสัญญากับสัตว์ เป็เื่อันตราย หากสัตว์ที่ทำสัญญาแข็งขืนหรือต่อต้าน จะมีผลทำให้ิญญาของคนและสัตว์ที่ทำสัญญา ได้รับความเ็ปเป็อย่างมาก
“ข้าพร้อม ข้ายินดี ข้าอยู่กับพวกเ้าแล้วข้าสนุก มีของกิน ข้าหลงฝูง ข้าไม่มีครอบครัว ข้าปลอดภัยยามอยู่กับพวกเ้า”
นกน้อยเอ่ยเจื้อยแจ้วอย่างกระตือรือร้น มันมีความสุขจริงๆ ยามอยู่กับพวกเขา
ยิ่งยามนายน้อยฝึกฝนด้วยแล้ว มันยิ่งมีความสุขขึ้นเป็อย่างมาก
นับั้แ่หายาเ็ ตัวมันเองรู้สึกมีพลังเพิ่มมากขึ้นด้วยซ้ำ ยิ่งได้อยู่กับนายน้อยเวลาฝึกฝน ร่างกายมันเหมือนมีพลังเพิ่มขึ้นอยู่เสมอ
เช่นนี้แล้ว จะให้มันไปไหนได้อีก
“ต่อให้เ้ายินดี แต่การทำพันธสัญญาสัตว์เลี้ยง ต้องใช้พลังิญญาส่วนหนึ่งของผู้ทำสัญญา ดังนั้นสัตว์สัญญาตัวนั้นต้องมีความพิเศษหรือประโยชน์ด้านใดด้านหนึ่ง ดังนั้น..”
แจ็คไม่สามารถเอ่ยต่อได้จริงๆ แม้เ้านกน้อยตัวนี้จะน่ารักและช่างคุย แต่หากต้องแลกด้วยพลังิญญาส่วนหนึ่ง ออกจะไม่คุ้มค่านัก
เขาพลางหันไปมองนายน้อย เพื่อดูว่า เขาจะตัดสินใจอย่างไร
“เ้าอยากอยู่กับข้าจริงๆ ใช่ไหม?”
นิโคลัสชูแขนขึ้นให้นกน้อยเกาะ พลางเอ่ยถามเบาๆ
“ใช่ ๆ ข้ายินดี ข้าเต็มใจ”
“เช่นนั้นก็ทำเถอะ แค่เราเป็ เพื่อนกัน นั่นก็พิเศษพอแล้ว”
ทันทีที่กล่าวจบ ชายหนุ่มกระตุ้นพลังเข้าสู่ ตำราสรรพสัตว์ เพื่อสร้าง พันธสัญญา ในทันที
ในระหว่างนั้น เขายื่นนิ้วให้นกน้อยกัด สร้างาแเล็กขึ้น
หยดโลหิตแดงเข้มเจือประกายสีทองเงางาม ปรากฏขึ้นที่ปลายนิ้วของเขา
“เ้าแน่ใจใช่ไหม”
เขาถามนกน้อยอีกครั้ง เพื่อยืนยันเจตนาของมัน
“ข้ามั่นใจ”
เสียงใสตอบรับด้วยความมั่นใจ พร้อมทำ พันธสัญญา ทันที
นิโคลัส ยื่นนิ้วที่มีหยดโลหิตไปที่หน้าผากของนกน้อย พลันเริ่มกล่าว พันธสัญญา
“ข้านิโคลัส เบลลาทอร์ ขอทำ ‘พันธสัญญาเสมอภาค’ กับเ้านกน้อยตัวนี้ ด้วยแก่นโลหิตของข้านี้ ิญญาส่วนหนึ่งของข้าจะผสานเข้ากับกายเ้า หากเมื่อใดข้าทรยศต่อเ้า ขอให้ิญญาส่วนนั้นของข้าแตกสลาย และหากเ้าทรยศข้า ิญญาของข้าจะกัดกินิญญาเ้าจนวันตาย”
โลหิตประกายทองคำ ซึมเข้าสู่หน้าร่างของนกน้อย มันกางปีกขาวแล้วกระพือเบา ๆ เพียงเพื่อขจัดความรู้สึกอึดอัดไม่สบายตัวเหมือนมีบางสิ่งกำลังเข้าสู่ร่างกายมัน
เมื่อหยาดโลหิตเข้าสู่ร่างของมันจนหมด ร่างที่เกาะอยู่บนแขนของชายหนุ่มเริ่มสั่นเทาและแรงขึ้นทีละน้อย จนมันต้องกระพือปีกแรง จนร่างลอยขึ้นไปในอากาศ
ขนสีขาวทั่วร่างเริ่มเปล่งประกายเงางามมากขึ้น จนยากที่จะจ้องมองตรง
จะงอยปากและกรงเล็บ กลับแหลมคมและเงางามยิ่งขึ้น ดุจดังเหล็กกล้าชั้นดี
แววตาที่เคยดำขลับ เปลี่ยนเป็ ดำเงางามเจือประกายสีทอง ทั้งงดงามและลึกลับในเวลาเดียวกัน
ผ่านไปเพียงชั่วครู่ ประกายแสงจางหาย เหลือเพียงขนนุ่มเงางาม
ท่อนขา กรงเล็บและจะงอยปาก ที่ยังคงมีความมันวาวราวอาวุธชั้นยอด
นั่นทำให้ เ้านกน้อยตัวนี้ไม่ได้ดูสวยงามเพียงอย่างเดียวอีกแล้ว
แล้วมันก็บินลงมาเกาะที่แขนของชายหนุ่มเช่นเดิม
“เป็อย่างไรบ้าง มีอะไรผิดปกติไหม”
ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง แม้จะทราบดีอยู่แล้ว จาก จิต ที่เชื่อมถึงกันอยู่
“ข้าสบายตัวมาก ไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาก่อนเลย และข้าััสิ่งต่าง ๆ โดยรอบได้ไกลกว่าเดิมมากด้วย”
“ดีแล้ว”
‘เ้านี่มี ญาณ ตรวจจับอะไรหรือเปล่า ครั้งก่อนที่ช่วยพ่อค้าเอาไว้ก็ได้เ้านี่ช่วยเตือน’
ชายหนุ่มคิดถึงเหตุการณ์ตอนที่ถูกล้อม และได้นกน้อยช่วยเตือนภัยเอาไว้
“นายน้อย ท่าน..ท่านทำสัญญาเสมอภาค หรือขอรับ”
แจ็คเอ่ยถามด้วยความไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เขาเห็น
โดยปกติการทำสัญญากับสัตว์เลี้ยงนั้น จะทำเพียง สัญญานายบ่าว เท่านั้ โดยเ้าของจะไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ ต่อการกระทำที่ไม่ดีต่อสัตว์เลี้ยง หรือดีหน่อยคือปล่อยมันไป หากมันหมดประโยชน์
หากกล่าวตรงๆ คงไม่ต่างกับ สัญญาทาส หากสัตว์สัญญาพบเ้านายที่ไม่ดูแล สัตว์ตัวนั้นถือว่าพบชะตากรรมเลวร้าย มันเป็เื่ปกติที่พบเห็นโดยทั่วไป
“อืม เ้านี่เป็ส่วนหนึ่งของพวกเรา เป็เหมือนดังพี่น้องของเรา ข้าเลยไม่อยากทำสัญญาเช่นนั้น”
นิโคลัสกล่าวเสียงเรียบ ๆ ราวกับเป็เื่ทั่วไป พลางลูบหัวนกน้อยที่เกาะอยู่บนแขนเบาๆ
“นายน้อย แล้วท่านจะไม่ตั้งชื่อให้มันหน่อยหรือ พวกเราเรียกมันว่า นกน้อย เ้านี่ หรือ เ้าขาว มานานแล้ว อีกทั้งท่านก็ทำสัญญากับมันแล้วด้วย ควรตั้งชื่อให้มันได้แล้วนะ”
อีรินเอ่ยทักขึ้นมาอย่างตั้งใจ เพราะในความจริงแล้ว เ้านกนี่อยู่กับเธอมากกว่าผู้ใด มันชอบเกาะไม้เท้าเวทของเธอระหว่างเดินทางเสมอ
“ความคิดที่ดี ขอบคุณพี่อีริน”
เขาตอบรับด้วยความยินดี พลางคิดถึงชื่อที่เหมาะสม ทั้งจากความทรงจำเ้าของร่าง และความทรงจำของตัวเขาเอง
ชื่อหนึ่งปรากฏขึ้นมาในห้วงความคิด
“ภูติแห่งสายลม ซิลฟ์ เหมาะกับเ้าดี เช่นนั้น ข้าขอตั้งชื่อเ้าว่า”
“ซิลฟี่..”