เฟิ่งเซียนตื่นขึ้นมาหลังจากที่หลับไปถึงสามวัน แต่เมื่อนางลืมตาตื่นขึ้นมา สิ่งที่ปรากฏต่อหน้านั้น ก็ทำให้นางนิ่งค้างไปในทันที
'ที่นี่ที่ไหนกัน เหตุใดถึงงดงามเพียงนี้'
เฟิ่งเซียนที่มั่นใจแล้วแน่ๆ ว่าตนยังไม่ได้ตาย แต่สถานที่ที่งดงามราวกับ์สร้างคือสิ่งใดกันแน่ ขณะที่สับสนมึนงงอยู่นั้นร่างของสัตว์เทพทั้งสี่ก็ปรากฏขึ้นต่อหน้านาง
"นายหญิงสถานที่นี้คือภายในมิติของท่านขอรับ"
เต่าดำที่รับรู้ถึงความสงสัยของผู้เป็นายจึงเอ่ยขึ้น
"มิติ? มันคือสิ่งใดกัน?"
เฟิ่งเซียนที่ในภพชาติก่อนไม่เคยพบเจอสิ่งที่เรียกว่ามิติมาก่อน แม้แต่เฟิ่งเซียนเ้าของร่างนี้เองก็ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับสิ่งๆ นี้เลย
"มิตินั้นเปลี่ยนเสมือนโลกขนาดเล็กใบหนึ่ง และมิติแห่งนี้ เป็สิ่งที่นายหญิงเป็ผู้สร้างขึ้นมา และติดตามนายหญิงไปทุกภพทุกชาติ เป็สิ่งที่ไม่มีผู้ใดแย่งชิงมันไปได้
ภายในมิติแห่งนี้มีสิ่งล้ำค่ามากมาย ทั้งเงินทอง อาวุธศักดิ์สิทธิ์ แก่นิญญาอสูรชั้นสูง หยกธาตุต่างๆ รวมถึงสมุนไพร ที่มีอายุหลายพันหลายหมื่นปี น้ำอำมฤตที่เป็สิ่งจำเป็ในการปรุงโอสถเองก็มีอยู่มาก
ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นล้วนแต่เป็ของนายหญิงทั้งสิ้น เพียงแต่ตอนนี้หลายสิ่งอย่างในมิติยังไม่อาจปรากฏขึ้น เนื่องด้วยพลังของนายหญิงในตอนนี้ที่ยังไม่ตื่นเต็มที่ พื้นที่ของมันเลยปรากฏขึ้นมาเพียงสี่ในสิบส่วนเท่านั้นขอรับ"
เฟิ่งเซียนพยักหน้าอย่างเข้าใจ สิ่งที่เต่าดำอธิบายนางเข้าใจทุกสิ่ง รวมถึงสาเหตุที่ในชาติก่อนมันไม่ปรากฏขึ้น นั่นอาจจะเป็เพราะ ณ โลกแห่งนั้นนางไม่มีพลังลมปราณที่เป็สิ่งสำคัญในการเปิดใช้มิติก็เป็ได้
แต่มีอีกสิ่งที่นางยังคงข้องใจอยู่นั่นคือ เหตุใดนางที่เดิมทีไม่มีพลังลมปราณเลยนั้น ถึงสามารถััได้ถึง พลังปราณบริสุทธิ์
เต่าดำที่คล้ายเข้าใจความคิดของนายจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
"นายหญิง สิ่งที่ท่านสงสัยคงเป็พลังในตัวท่านกระมัง เดิมทีร่างของคุณหนูไป๋ผู้นี้ต้องพิษอยู่ขอรับ แต่โอสถที่พวกเราในท่านดื่มนั้นมีส่วนผสมเืของพวกเราทั้งสี่ที่เป็สัตว์เทพอยู่
กอปรกับพลังของนายหญิงที่ตื่นขึ้นมา จึงสามารถขับพิษและกลับมาฝึกลมปราณได้อีกครั้งขอรับ เช่นนั้นข้าน้อยขออธิบายเื่พลังธาตุเลยแล้วกัน
พลังธาตุในโลกนี้ประกอบด้วย ธาตุสามัญและธาตุหายากขอรับ
ธาตุสามัญประกอบด้วย ดิน น้ำ ลม ไฟ
ธาตุหายากได้แก่ น้ำแข็ง สายฟ้า ไม้ ไฟโลกันตร์
ทั้งนี้ยังมีธาตุพิเศษที่ไม่ปรากฏมานับหมื่นๆ ปี คือ แสง ความมืด และมิติ
ผู้ฝึกลมปราณแบ่งออกเป็สองสาย
ได้แก่ ผู้ฝึกวรยุทธ์ และผู้ปรุงโอสถ แต่เดิมยังมีผู้ใช้มิติด้วยอีกสาย
แต่สาบสูญไปนานหลายหมื่นปีจนชนรุ่นหลังลืมเลือนการมีอยู่ไปแล้ว"
"แล้วข้าเล่า มีธาตุใดบ้าง"
"เรียนนายหญิงท่านมีธาตุ ดิน ลม น้ำแข็ง ไม้ ไฟโลกันตร์ รวมถึงธาตุพิเศษอย่าง แสง และ มิติ ขอรับ "
เฟิ่งเซียนนึกตกตะลึงในใจ นางถึงกับมีเจ็ดธาตุเลยหรือ เหตุใดจึงมากมายเพียงนี้
"เหตุใดกัน เหตุใดถึงมีมากเพียงนี้"
หงส์แดงที่เงียบมานานจึงเอ่ยขึ้น
"เพราะนายหญิงไม่ใช่เพียงคนธรรมดาอย่างไรเล่าเ้าคะ ยังมีเื่ที่เราไม่สามารถบอกนายหญิงได้ เมื่อถึงเวลานายหญิงจะเข้าใจทุกอย่างเองเ้าค่ะ"
เฟิ่งเซียนพยักหน้า ถึงนางจะมีข้อข้องใจอยู่บ้างแต่นางยังมีเวลาศึกษาอีกนาน ค่อยๆ เรียนรู้ไปก็ไม่สาย
" ที่นี่ตำราให้ศึกษาหรือไม่ ข้า้าแข็งแกร่งให้เร็วที่สุด"
เฟิ่งเซียนนั้นเมื่อมาอยู่ในร่างนี้สิ่งที่ควรทำก็มีมากมาย รวมถึงการแก้แค้นผู้ที่สังหารอดีตเ้าของร่าง
ในโลกที่ความแข็งแกร่งคือความถูกต้องพลังเป็สิ่งที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดนี้ หากอ่อนแอย่อมถูกรังแก หากแข็งแกร่งย่อมปกป้องผู้ที่รักได้
"นายหญิงอย่าห่วงเลยเ้าค่ะ ที่นี่มีทุกอย่างที่ท่าน้า หากไม่เข้าใจสิ่งใดพวกข้าย่อมสามารถอธิบายแก่ท่านได้ ส่วนสถานที่ฝึกนั้นเราย่อมฝึกกันในมิตินี้ ที่มีปราณหนาแน่น เพื่อที่จะให้ท่านก้าวหน้าเร็วยิ่งขึ้น เราจะฝึกกันในมิติจนนายหญิงอายุครบสิบสี่หนาวเ้าค่ะ"
เฟิ่งเซียนพยักหน้า นางเข้าใจทุกอย่าง และมีความมุ่งมั่นอย่างมากในการฝึก นางจะแก้แค้นทุกคนที่เคยทำร้ายเฟิ่งเซียนคนก่อนไว้ นางจะมิยอมให้ผู้ใดมาใช้อำนาจข่มเหงนางเช่นกัน ไม่ว่าผู้ใด!!
*********