เมื่อรู้ว่าตนเองจะต้องเข้ารับการทดสอบใหม่ ทันย่าก็ไม่ได้ว่าอะไร เขาหันหลังกลับไปนั่งยังบริเวณเก้าอี้ตัวนึง ขณะที่แววตาของเจ้าหน้าที่ทุกคนก็แฝงเอาไว้ด้วยความเคารพ
ทั้งหมดจ้องมองมายังเขาด้วยความหวาดหวั่นและยำเกรง ด้วยรูปลักษณ์ที่งดงามเหนือโลกหล้า พร้อมกับระดับพลังที่สูงส่งประหนึ่งเป็นสัตว์ประหลาด ทันย่าในสายตาของผู้อื่นตอนนี้ก็คงไม่ต่างไปจากเทพเจ้าเลยทีเดียว
“รออีกครู่นึงนะครับท่านทันย่า ผู้นำของศูนย์การทดสอบกำลังนำเครื่องทั้งสองมาด้วยตนเอง”
ชายคนนึงยืนกุมเป้าของตนด้วยความเคารพ จากนั้นไม่กี่นาทีต่อมา เสียงฮือฮาก็ได้ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลุ่มคนนับสิบที่เต็มไปด้วยผู้แข็งแกร่งได้เดินทางมาด้วยตนเอง พวกเขาสวมใส่ชุดยูนิฟอร์มสีดำที่ดูน่าเกรงขาม นำมาโดยชายวัยกลางคนที่ไว้หนวดเคราอย่างสง่างาม
“ขออภัยที่ทำให้ต้องเสียเวลา พวกเรานำอุปกรณ์ชั้นสูงมาให้กับคุณทดสอบแล้ว”
“ก่อนอื่นผมมีชื่อว่าไทฟอน เป็นผู้อำนวยการที่ควบคุมศูนย์การทดสอบพลังสาขาหลักแห่งนี้”
ชายไว้หนวดแนะนำตนเองพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาอยู่เล็กน้อย ขณะที่ฝ่ามือข้างนึงก็ได้ถูกยื่นออกไป ทันย่าเองก็ยื่นมือออกไปตอบรับ
“สวัสดีคุณไทฟอน”
“อันที่จริงมันไม่เสียเวลาเลยซักนิด!”
ชายหนุ่มตอบกลับออกไปด้วยความสุภาพ ขณะที่ดวงตาก็เริ่มหรี่ลงเมื่อสัมผัสได้ถึงขุมพลังอำนาจที่แข็งแกร่ง ถึงรูปลักษณ์ของชายวัยกลางคนไว้หนวดผู้นี้จะดูธรรมดาเป็นอย่างมาก
ทว่าเมื่อตรวจสอบโดยใช้พลังจิตแล้ว เขากลับเป็นถึงนักสู้แห่งดาวเคราะห์ระดับ 3 ดาว
“ฮ่าฮ่าฮ่า เสียเวลาก็คือเสียเวลาสิครับ!”
“งั้นพวกเรามาเริ่มการทดสอบกันเลย!”
ทันย่าพยักหน้ารับและก้าวขึ้นไปบนแท่นใหม่อีกครั้ง เครื่องมือเริ่มทำงานทันที แสงสีทองส่องสว่างขึ้นพร้อมกับเสียงหึ่งๆของเครื่องจักร
หลังจากที่ทันย่าเข้ารับการทดสอบใหม่ด้วยเครื่องวัดระดับสูง ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นน่าทึ่งเป็นอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่เครื่องจักรจะสามารถวัดค่าพละกำลังได้ แต่ค่าพลังที่แสดงออกมาก็เกินขีดจำกัดไปไกลมาก ข้อมูลที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้ผู้คนต้องชะงักไปทันที
[ค่าดัชนียีนพันธุกรรม: 11,000%]
[ค่าดัชนีพลังจิตวิญญาณ: 45,600%]
ทุกคนต่างตกตะลึงเมื่อรู้ว่าทันย่าไม่เพียงแต่เป็นนักสู้พันธุกรรมระดับสูง แต่เขายังเป็นผู้ใช้พลังจิตด้วย ความสามารถในการควบคุมทั้งพลังร่างกายและจิตใจเช่นนี้นับว่าเป็นสิ่งหายาก
มีเพียงไม่กี่คนในโลกที่สามารถทำได้
ยิ่งหมายเลขที่ออกมาก็เหนือกว่าระดับของตนไปไกลมาก
“คะ..ค่าดัชนีพลังจิตวิญญาณ.. นี่มันหมายความว่ายังไง”
“ท่านผู้นี้เป็นผู้ใช้พลังจิตหรือไงกัน?!”
“ถูกต้อง ค่าดัชนียีนพันธุกรรมหนึ่งหมื่นหมายถึงนักสู้แห่งดาวเคราะห์ระดับ 1 ดาว แต่ค่าดัชนีพลังจิตของทันย่าผู้นี้กลับสูงมากถึงหลักสี่หมื่น หมายความว่านอกจากระดับพลังของตนเองแล้ว ทันย่าผู้นี้ก็ยังมีพลังจิตอยู่ในระดับดาวเคราะห์ 4 ดาว แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก!”
“อะไรนะ งั้นเธอก็เป็นนักสู้พลังจิตที่มีระดับข้ามขั้นน่ะซิ”
“นี่มันจะเป็นไปได้ยังไง เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้จริงๆน่ะเหรอ?”
เสียงคึกโครมที่เต็มไปด้วยความโกลาหลได้ดังขึ้นอย่างวุ่นวาย คราวนี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความหวาดกลัวต่อพลังที่แท้จริงของทันย่า
ทันย่าเองก็มองผลลัพธ์บนหน้าจอพร้อมรอยยิ้มบางๆ เขารู้ดีว่าตนได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ไปแล้ว แต่ยังไงพลังในร่างมนุษย์ก็น้อยมากยิ่งกว่าร่างเบฮีมอทอยู่ดี ถึงจะมีพลังจิต มันก็คงไม่อาจเอาไปเทียบกับพละกำลังที่แท้จริงของเบฮีมอทได้
“ขะ..แข็งแกร่ง แบบนี้สงสัยท่านทันย่าคงไม่ต้องวัดพละกำลังของร่างกายแล้วละมั้ง?”
เจ้าหน้าที่ทุกคนต่างเหงื่อตก นัยน์ตาแฝงไว้ด้วยความหวาดกลัวที่มากล้น”
ขณะที่สเก้าเตอร์มากมายต่างอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง พวกมันจ้องมองไปยังทันย่าประหนึ่งพบเจอสิ่งของหายาก
“มะ...ไม่ได้การ! ข้าต้องรีบรายงานสิ่งที่เกิดขึ้น!”
จากนั้นก็มีคนผู้นึงพลันได้สติ พวกมันรีบส่งข่าวออกไปยังสำนักงานหลักด้วยความรวดเร็ว
คนอื่นๆพอเห็นแบบนั้นก็เริ่มทำตามกันอย่างเร่งรีบ ในเมื่อมีนักสู้แห่งตำนานหน้าใหม่ปรากฏขึ้นมา หมายความว่าเขาคนนี้จะเต็มไปด้วยศักยภาพและพรสวรรค์อันไร้ที่สิ้นสุด
เรียกได้ว่าถ้าองค์กรไหนได้รับทันย่าผู้นี้ไป พวกเขาจะเจิดจรัสยิ่งกว่าแสงของดวงดาวบนท้องฟ้าซะอีก
“นักสู้แห่งตำนานในอายุ 20 ปี! ท่านหญิงคนนี้ปลุกยีนกลายพันธุ์ที่แข็งแกร่งและทรงพลังแบบนี้ได้ยังไง?”
“ข่าวใหญ่! เรื่องนี้จะต้องเป็นข่าวใหญ่อย่างแน่นอน! ฉันเชื่อว่าองค์กรนับไม่ถ้วนจะต้องอยากได้ตัวของท่าน!”
ผู้เข้าร่วมการทดสอบที่เหลือต่างพูดคุยกันอย่างตกใจ ขณะที่ใบหน้าก็ไม่อาจปิดบังไว้ด้วยความตื่นตระหนก เพราะความแตกต่างของพวกมันยิ่งกว่าฟ้าและเหว ไม่ว่าจะทำยังไงพวกมันก็ไม่มีทางได้กลายมาเป็นนักสู้แห่งตำนานตั้งแต่แรกเริ่ม ราวกับว่าทันย่าผู้นี้ได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความอิจฉาให้กับผู้คนมากมาย บ้างก็อยากกลายมาเป็นอย่างทันย่าเลยด้วยซ้ำ
“ไม่ธรรมดาเลยนะครับ”
“ค่าดัชนียีนพันธุกรรมอยู่ในระดับที่พอเหมาะ แต่ค่าดัชนีพลังจิตนี่มัน..”
ไทฟอนกับพักพวกถึงกับพูดอะไรไม่ออก ร่างกายของพวกเขาสั่นเทาประหนึ่งได้มาพบเจอกับภูติผีที่แท้จริง
“ฮ่าฮ่าฮ่า นิดหน่อยน่ะคุณไทฟอน แบบนี้ฉันคงไม่ต้องวัดค่าพลังโจมตีแล้วละ”
“วัดไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรเปล่าๆ ฉันเชียวชาญในเรื่องการใช้พลังจิตมากกว่า!”
ทันย่าตอบกลับด้วยรอยยิ้ม สีหน้าท่าทางดูผ่อนคลายราวกับไม่ทุกข์ร้อนอะไรทั้งสิ้น มันยิ่งทำให้ผู้คนต่างก็พูดอะไรไม่ออกเลยก็ว่าได้
“ขะ..เข้าใจแล้วครับคุณทันย่า งั้นหลังจากนี้พวกเราจะลงทะเบียนนักสู้ให้กับคุณโดยเร็ว”
ไทฟอนพยักหน้ารับด้วยความเคารพ
จากนั้นเขาก็ได้หันหลังและรีบไปดำเนินการเรื่องนี้ด้วยตนเอง หลังจากนั้นทันย่าได้เดินออกจากห้องทดสอบโดยไม่สนใจเสียงโหวกเหวกและสายตาที่มองมา โดยที่ด้านข้างก็คือเด็กสาวอย่างดาวาลที่กำลังลอยบินตามมาติดๆ
ใบหน้าเล็กๆของเธอดูเบิกบานเมื่อหันมองไปยังรอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
[คิกคิก แบบนี้ช่วยประหยัดเวลาไปได้เยอะเลยศิษย์รัก แบบนี้เราว่าองค์กรมากมายต้องมาแย่งตัวและยื่นข้อเสนอให้กับเจ้าอย่างแน่นอน]
[แต่พวกเราจะไม่เข้าร่วมกับใครทั้งสิ้น]
[เป้าหมายของเราคือสมาพันธ์โลก!]
ทันย่าได้ยินแบบนั้นก็ยกยิ้มขึ้นอยู่เล็กน้อย และหลังจากที่ได้รับการยืนยันโดยศูนย์การทดสอบค่าพลังของสมาพันธ์โลก
เขาก็ได้เดินออกมาจากตึกที่สูงตระหง่าน เป้าหมายต่อไปของเขาตอนนี้คือสมาพันธ์โลก แต่ก่อนหน้านั้น เขาจำเป็นต้องมีอาวุธเป็นของตนเอง
[ถูกต้องแล้วศิษย์รัก]
[งั้นเราไปยังองค์กรที่เชียวชาญการซื้อขายอาวุธและอุปกรณ์ชุดเกราะกันเถอะ ถึงเวลานี้พวกเราจะยังต้องการดาบศักดิ์สิทธิ์ทะยานฟ้าก็ตาม แต่เจ้าจะต้องมีอาวุธพลังจิตเป็นของตนเองซะก่อน]
..
วันนี้แถมให้อีกตอน 555+