คิดแล้วซือหย่าก็เปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อเปลี่ยนชุดใหม่แต่ชุดที่อยู่ในตู้เสื้อผ้าหลังนั้นเต็มไปด้วยสีสันสดใส ทั้งดูเล็กเกินไปบางชุดเปิดเนื้อตัวทั้งข้างบนข้างล่าง นี่มันใช้ได้ที่ไหนกันถ้าขืนเธอใส่เช่นนี้ออกไปมีหวังโทรโข่งแห่งหมู่บ้านซือเอาเธอไปนินทาเสียหายก็เท่านั้นมีคำกล่าวที่ว่าเสียงคนดังกว่าเสียงกลอง [1]ซือหย่าเชื่อว่าไม่แคล้วเธอต้องเสื่อมเสียเพราะเสื้อผ้าพวกนี้แน่ ๆยิ่งถ้าเจอเ้าหน้าที่พรรค[2]เข้า เกิดถูกกล่าวหาว่าเป็พวกทุนนิยม ก็ซวยไปกันใหญ่
ในความทรงจำของซือหย่าร่างนี้จำได้ว่าย่าของเธอสวมใส่ชุดแบบที่เธอพอรู้จักบ้าง อย่าง เสื้อคอบ่าย กางเกงผ้าชุดจี๋ผาง ชุดเลียนแบบยุคทหาร เสื้อผ้าฝ้ายสีน้ำเงิน สีเขียว กางเกงผ้า
ยังดีที่คนยุคนี้ยังรู้จักการเรียบง่าย ไม่ฟุ่มเฟือยไม่ตกเป็พวกทุนนิยม ให้ความเคารพต่อกฎของพรรค อุดมการณ์ของพรรค
ซือหย่าไปที่อีกห้องตามความทรงจำเปิดตู้เสื้อผ้าเลือกเสื้อผ้าฝ้ายสีน้ำตาลมาสวมใส่แล้วถักเปียสองข้างให้เป็ระเบียบ ทรงผมแบบนี้ ถึงจะแสดงให้เห็นถึงความ ขยันประหยัด ยึดติดกับความงามชั้นสูง
แม้ในความทรงจำของซือหย่าคนนี้ จะเห็นว่ายุคสมัยเปลี่ยนไปมากแล้วทั้งเสื้อผ้า หน้า ผม อุดมการณ์ทุกอย่างเปลี่ยนไป
พอแต่งตัวเสร็จก็ตรงเข้าครัวในครัวของบ้านนี้มีข้าวสารอย่างดีขัดจนขาวเรียงเม็ดสวยแป้งเป็แบบถุงที่ไม่เคยเห็น บะหมี่ที่อยู่ในห้องก็อยู่ในซองที่หน้าตาแปลก ๆ ยังดีที่ไข่ไม่หน้าตาแปลกไปด้วยเครื่องครัวที่นี่หลายชิ้นเธอไม่คุ้นเคยทั้งในความทรงจำของซือหย่าเองก็ไม่เคยใช้งานเครื่องครัวพวกนี้นักใช้เพียงบางชิ้นเท่านั้น ยังดีที่บ้านนี้มีเตาดินเผาแบบเก่าอยู่ซือหย่าจัดการก่อไฟ เอาข้าวสารมากำหนึ่งซาวข้าวแล้วใส่หม้อต้มระหว่างนั้นก็หันมาเมียงมองตู้เย็นหลังใหญ่ ถ้าเ้าหน้าที่พรรคมาตรวจสอบคงถูกส่งไปใช้แรงงานอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่กระนั้นตู้เย็นแบบนี้ใช่ว่าในหมู่บ้านจะมีคนได้ใช้ของแบบนี้มีแค่เ้าหน้าที่ระดับสูง หน่วยงานแห่งรัฐ ผู้นำหรือคนที่มีอันจะกินเท่านั้น พอมีใช้แบบนี้ซือหย่าก็เอาแต่ลูบ ๆ คลำ ๆแล้วเปิดปิดตู้หลายครั้ง
“เย็นแบบนี้เชียว”
เธอเคยเห็นตู้เย็นคล้าย ๆ กันนี้ แม้รูปร่างมันจะไม่ได้ดูดีแบบนี้วางอยู่ในห้างสรรพสินค้าแห่งรัฐซึ่งราคา 300 - 400 หยวนเธอที่ต่อเดือนหาเงินได้ไม่ถึง 30 หยวนชาตินี้ไหนเลยจะคิดว่าจะได้ใช้อีกทั้งถ้าจะซื้อตู้เย็นยังต้องขอใบอนุญาติซื้อ หรือคูปอง ไม่เท่านั้น ตัวคนซื้อก็ต้องมีใบรับรองสิทธิ์จากเ้านายใหญ่เ้าหน้าที่ วุ่นวายมาก ดังนั้นมันเลยจำกัดแค่พวกระดับสูงเท่านั้นแต่ตอนนี้บ้านของซือหย่ามีเครื่องที่ต้องใช้กับไฟฟ้าหลายชิ้น ช่างร่ำรวยจริง ๆ
ชื่นชมตู้เย็นจนพอใจแล้ว ก็สำรวจด้านใน มีของกินอยู่ในนี้ ที่สดใหม่พอรื้อไปดี ๆ ตู้เย็นมีเนื้อหมูอยู่บ้าง แต่แข็งมากเกินไปซือหย่าเอาเนื้อออกมาล้าง แล้วออกแรงสับก้อนแข็ง ๆ จนละเอียด เอาไปทำข้าวต้มหมูสับแม้ไม่ได้ปรุงอะไรมากเพียงเติมเกลือเล็กน้อย แต่คนที่กินแต่น้ำต้มปลายข้าวใส ๆเหมือนน้ำ ก็ทนความน่ากิน และกลิ่นอันยั่วยวนนี้ไม่ได้
ยุค 70 เนื้อหมูไม่ใช่ว่าจะมีกินทุกบ้านจะมีเพียงบ้านไหนที่มีเงินซื้อ และมีคูปองมากพออีกทีก็คนที่ใจกล้าเสี่ยงตายไปซื้อที่ตลาดมืดแต่ถึงอย่างนั้นฝ่ายผลิตก็จะฆ่าหมูในหมู่บ้านให้แลกแต้มคะแนนงานอยู่บ้างแต่เธอแรงงานน้อยกว่าผู้ชาย เอาแต้มไปแลกก็ได้เนื้อมานิดหน่อยยังต้องเอามาหมักเกลือเก็บรักษาไว้ สุดท้ายน้าก็มาขโมยไปจนหมดทำให้เธอแทบจำรสชาติเนื้อไม่ได้แล้ว
ไม่นานอาหารง่าย ๆ ก็ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วครัว ทำให้ท้องที่ส่งเสียงครวญครางไม่หยุดยิ่งส่งเสียงดังกว่าเดิมซือหย่าจัดการยกหม้อออกจากเตา แล้วตักข้าวต้มหมูใส่ชามใหญ่ ๆยกมานั่งกินที่โต๊ะในครัว พอได้กินข้าวต้มแบบเข้มข้น ใส่หมูสับเต็มชามก็จัดการจนหมดในคราวเดียว ยังไม่หนำใจ ยังตักเพิ่มอีกชามใหญ่ เพื่อเติมท้องให้หยุดร้องเดิมทีซือหย่าไม่ใช่คนกินมาก เพราะธัญพืชไม่พอให้บริโภคทั้งต้องเก็บเอาไว้กินจนกว่าจะมีการแจกจ่ายธัญพืชจากฝ่ายผลิตดังนั้นเธอเลยไม่เคยรับรู้ถึงความอิ่มเลย
ดังนั้นเมื่อได้โอกาสมาใช้ชีวิตใหม่อีกครั้งเธอต้องแน่ใจว่าในคลังเสบียงก่อนเข้าหน้าหนาว จะมี ข้าว แป้งเนื้อสัตว์จนเพียงพอสำหรับตนเอง
พอกินอิ่มก็เริ่มสำรวจบ้าน บ้านนี้มีของกินหลายอย่างที่ไม่ค่อยคุ้นบางอย่างคุ้น แต่อาหารพื้นฐาน เครื่องปรุง อย่างอาหารหมักดอง ผักตากแห้งเนื้อตากแห้ง หรือธัญพืชพื้นฐาน พวกข้าวฟ่าง ข้าวโพด ถั่วลิสง เมล็ดงา มันเทศ ถั่วเขียวถั่วเหลือง ซอสหมัก เต้าเจี้ยว เต้าหู้ เต้าหู้ยี้
ก่อนที่จะรู้ว่าที่นี่อยู่หรือทำอะไรได้บ้างเธอควรจะมีอาหารคุ้นตากักตุนเอาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้อย่างไรเธอจะไม่ตายเพราะความหิวโหยอีกแล้ว
เธอต้องมีเงิน ดูเหมือนว่าคูปองแบบเก่าไม่ต้องใช้แล้วสะดวกขึ้นเยอะภาพในหัวบอกว่าเมื่อไม่นานซือหย่าไปถอนเงินจากธนาคารดูเหมือนว่าเงินที่เอาออกมาเธอตั้งใจจะทำร้านอะไรสักอย่าง ที่ในความทรงจำเรียกว่าการไลฟ์สดขายของ ซึ่งดูเหมือนว่าจะสำรองของไว้ในห้องใต้ดิน
ซือหย่าลงไปยังห้องใต้ดิน เห็นมีลังใส่ของจำนวนมาก ลองเปิดสำรวจบางอย่างดูเหมือนขนม บางอย่างดูเหมือนของกิน เสื้อผ้าของใช้ ขนมที่นี่ไม่เห็นมีลูกอมตรากระต่ายขาวนมมอลต์ น้ำตาลทรายแดงเลย คนเขาไม่ชอบแล้วหรือ สมัยเธอลูกอมกระต่ายขาวยังสามารถทำให้พี่น้องทะเลาะกันได้เลย
บางอย่างก็เปลี่ยนแปลงไปมากจริง ๆ เธอต้องออกไปสำรวจด้านนอกต้องเทียบอัตราค่าเงินของที่นี่ ดูอาหารการกินเธอเอารถเข็นที่ถูกวางทิ้งไว้ด้านนอกบ้าน ลากออกไปนอกประตูรั้วด้านหน้า
แม้จะรู้จากความทรงจำ ว่าที่นี่แตกต่างจากยุค 70แต่พอเห็นตึกสูงที่ขนาบด้านข้างบ้าน ทั้งผู้คนที่สวมใส่เสื้อผ้าอย่างตะวันตกทรงผมที่ไม่ใช่การถักเปีย มีแม้แต่คนที่สวมใส่กางเกงขาสั้นแทบเห็นก้นเสื้อที่บางทีก็รัดรูป หรืออวดสัดส่วนมาก... นี่คือความเจริญที่พัฒนามากกว่า 60ปีหรอกหรือ
ผ้าคงแพงขึ้นมาก ถึงตัดเสื้อผ้าประหยัดเนื้อผ้าขนาดนี้เด็กรุ่นนี้ก็ลำบากเหมือนกัน
ไม่เท่านั้น มอเตอร์ไซค์ รถยนต์ รถบรรทุกที่เคยได้ยินคนเขาพูดกันในหมู่บ้าน เวลานี้วิ่งอยู่เต็มถนนทำเอาดวงตาโตอย่างตื่นตะลึงเหมือนคนจากชนบทที่พึ่งเข้าเมืองครั้งแรก
แหมถึงเธอจะเคยเข้าไปถึงตัวอำเภอมาก่อนตัวอำเภอเวลานั้นถือเป็เมืองที่พัฒนามากแล้ว มีข้าวของจากตะวันตก หรือจากรัฐมาขายแต่ราคาก็แพงมาก ทั้งต้องใช้คูปองอีกมาก และรถยนต์ในตัวอำเภอก็แทบไม่มีให้เห็นจะเห็นก็ในค่ายทหารเท่านั้น ช่างต่างกันจากภาพตรงหน้าตอนนี้ ตึกสูง รถยนต์ความเจริญในแบบที่คิดไม่ถึง
เธอแค่เด็กชนบทที่ทำงานแลกแต้มค่าแรงกับฝ่ายผลิตยังแทบซื้ออะไรในตัวอำเภอไม่ได้เลย แล้วเงินที่มีตอนนี้กับเมืองที่พัฒนาไปมากเช่นนี้เธอจะสามารถซื้ออะไรได้บ้างล่ะ
“พี่ซือหย่า ปู่ให้ฉันเอาผลไม้มาให้” พอออกมาจากบ้านสักพักก็ได้ยินเสียงหนึ่งดังมาเด็กชายตัวเล็กที่สวมใส่เสื้อยืดกางเกงยีนแบบตะวันตก แต่ก็เห็นชัดว่าเก่ามากแล้ว ใบหน้าของอีกฝ่ายมอมแมมในมือหิ้วถุงใส่ผลไม้สองสามลูกอยู่ จำได้ว่าชื่อเฮ่อจื่อชง
“น... น้องชายจื่อชง พี่สาวกำลังจะไปตลาด”
“ห้ะ ! ” เฮ่อจื่อชงฟังแล้วขมวดคิ้วแปลกใจเขามาหาพี่สาวคนสวยจากเมืองใหญ่หลายครั้ง แต่เธอไม่เคยพูดดีด้วยทุกทีก็เรียกเขาว่าเด็กชั้นต่ำ แต่วันนี้กลับเรียกเขาว่าน้องชาย...แม้มันออกจะโบราณสักหน่อย แต่ก็ดีกว่าเด็กชั้นต่ำไม่ใช่หรือ เขาสูงออกขนาดนี้
“น้องชาย พอจะพาพี่สาวไปที่ตลาดได้ไหมจ๊ะพี่สาวไม่ได้ขอให้พาไปเฉย ๆ หรอกนะ จะให้ลูกอมตรากระต่าย อยากกินไหม” ซือหย่าหลอกล่อ ลูกไม้นี้เธอใช้ได้ผลกับเด็กแถวบ้านทั้งนั้นไม่รู้ว่าที่นี่ยังเหมือนกันหรือไม่
เฮ่อจื่อชงเอียงหน้าคิ้วเขาขมวดเข้าหากัน นี่คือขนมของคนเมืองใหญ่สินะ
“ไม่ต้อง ๆ นอกจากเอาผลไม้มาให้พี่ ผมก็ไม่มีอะไรทำแล้วเดี๋ยวผมช่วยพี่เอง พี่อยากไปไหนว่ามาสิ” เฮ่อจื่อชงรีบบอก เพราะปู่ย่าบ้านซือดีกับเขาและปู่เฮ่อมาก นับแต่ซือหย่ามาอยู่ที่นี่ปู่ย่าซือก็ฝากฝังซือหย่ากับปู่เฮ่อของเขาอยู่ตลอด ทั้งเธอก็น่าเห็นใจไม่น้อย
คนอยู่ชุมชนเดียวกันแท้ ๆ มีเื่ให้ใส่ใจทำไมเขาจะไม่ยื่นมือเข้าไปใส่ใจล่ะ
จะซื้อไปให้ใคร
ซื้อทำไม
เกิดอะไรขึ้น
จะทำอะไรต่อ
เขาล้วนต้องใส่ใจทั้งสิ้น
[1]หมายถึงความคิดเห็นและการกระทำของคนมีอิทธิพลมากกว่าความดังของเสียงสิ่งนี้แสดงถึงพลังของคำพูดและการกระทำของคนที่สามารถสร้างผลกระทบได้มากมาย
[2]พรรค ในที่นี่คือพรรคคอมมิวนิสต์ที่ปกครองใน่ยุค 70