สายฝนสาดกระหน่ำเข้าใส่ใบหน้าของธันวาจนชาหนึบเขายืนเกาะราวระเบียงกระจกชั้นสี่สิบสองั์ตาเบิกกว้างจ้องมองทะลุม่านฝนลงไปยังระเบียงของชั้นสี่สิบเอ็ดที่อยู่เบื้องล่างร่างบอบบางในชุดเดรสสีขาวกำลังยืนโงนเงนท้าทายแรงโน้มถ่วงปลายเท้าของเธอิ่เหม่จนแทบจะหลุดจากขอบปูน
"ถ้าฉันะโลงไป... ทุกอย่างก็คงจบสินะ..."
เสียงสะท้อนแห่งความสิ้นหวังในหัวของเธอดังก้องประสานกับเสียงฟ้าร้องธันวาอ้าปากเตรียมจะะโห้าม แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินกว่าที่สติจะประมวลผลทันหญิงสาวหลับตาลง แล้วปล่อยมือจากราวระเบียง
ร่างของเธอร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่างราวกับนกปีกหัก
ธันวาหยุดหายใจ ความเย็นเยียบแล่นพล่านั้แ่กระดูกสันหลังจรดปลายเท้าแม้เขาจะไม่คุ้นเคยกับเธอ ไม่รู้แม้กระทั่งชื่อ แต่การได้ยิน 'ความคิดสุดท้าย'ก่อนตายของมนุษย์คนหนึ่ง มันรุนแรงและสยดสยองเกินกว่าที่จิตใจจะรับไหวเขาทรุดตัวลงกับพื้นระเบียง มือไม้สั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
น้องสาวของเขาก็เพิ่งตายไปในไทม์ไลน์นี้และตอนนี้เขากำลังปล่อยให้คนตายต่อหน้าต่อตาอีกงั้นหรือ?
"ไม่... ฉันจะไม่ยอมให้มีใครตายอีก!"
ชายหนุ่มกัดฟันกรอด ล้วงมือลงในกระเป๋าเสื้อโค้ทที่เปียกชุ่มดึงนาฬิกาพกสีเงินออกมา นิ้วโป้งที่สั่นเทากดลงบนเม็ดมะยม เขากะเวลาในใจแค่ห้านาที... ย้อนกลับไปแค่ห้านาทีเท่านั้น!เขาออกแรงหมุนเม็ดมะยมทวนเข็มนาฬิกาอย่างรวดเร็วหนึ่งรอบ
แกร๊ก...
ความเ็ปพุ่งทะลวงเข้าสู่กะโหลกศีรษะราวกับถูกเหล็กแหลมทิ่มแทงธันวาร้องลั่นออกมาสุดเสียงร่างกายกระตุกเกร็งอยู่บนพื้นระเบียงที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำฝนสมองของเขาถูกบิดคั้นอย่างรุนแรงเพื่อจ่าย 'ค่าผ่านทาง'
ภาพใบหน้าของ 'หนิง' น้องสาวที่กำลังแย้มยิ้มในชุดนักเรียนมัธยมปลาย...ภาพที่เธอวิ่งเข้ามากอดเขาในวันเกิด...เสียงหัวเราะสดใสที่เคยเป็เหมือนแสงสว่างเดียวในชีวิตของเขา...ทุกอย่างถูกไฟที่มองไม่เห็นแผดเผาจนกลายเป็เถ้าถ่านธันวาพยายามตะเกียกตะกายไขว่คว้าความทรงจำนั้นไว้แต่มันกลับหลุดลอยและเลือนหายไปตลอดกาล
เขาจำไม่ได้แล้วว่ารอยยิ้มของน้องสาวเป็อย่างไร
ชายหนุ่มหอบหายใจฮัก ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ฝนยังคงตกหนักสภาพแวดล้อมรอบตัวกลับมาเป็เหมือนเมื่อห้านาทีก่อน เขารีบยันตัวลุกขึ้นวิ่งพรวดออกจากห้องพัก พุ่งตรงไปยังบันไดหนีไฟโดยไม่รอลิฟต์สองขาะโข้ามขั้นบันไดอย่างบ้าคลั่งจนแทบสะดุดล้ม
ชั้นสี่สิบเอ็ด ประตูหนีไฟถูกผลักออกอย่างแรง ธันวาวิ่งตรงไปยังห้อง 4102ซึ่งอยู่ตรงกับห้องของเขา เขาทุบประตูรัวๆ แต่ไม่มีการตอบรับทว่าเมื่อเขาลองบิดลูกบิดกลับพบว่ามันไม่ได้ล็อกหญิงสาวคงตั้งใจเปิดทิ้งไว้เพื่อให้คนมาพบศพได้ง่ายขึ้น
ธันวาพุ่งตัวเข้าไปในห้องที่มืดสนิททะลุไปยังประตูกระจกระเบียงที่เปิดอ้าอยู่ร่างในชุดเดรสสีขาวกำลังก้าวขาข้ามราวระเบียงออกไปพอดี!
"หยุดนะ!"
ธันวาพุ่งหลาวเข้าไปคว้ารอบเอวของเธอไว้อย่างสุดแรงน้ำหนักตัวของทั้งคู่กระแทกลงบนพื้นกระเบื้องระเบียงอย่างแรงจนจุกหญิงสาวกรีดร้องลั่น พยายามดิ้นรนและทุบตีเขาอย่างคนเสียสติ
"ปล่อยฉัน! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้! แกเป็ใครเข้ามาในห้องฉันได้ยังไง!" เธอตวาดเสียงแตกร้าว น้ำตาผสมกับน้ำฝนไหลอาบแก้ม
"ตั้งสติหน่อยสิคุณ! ความตายมันไม่ได้แก้ปัญหาอะไรเลยนะ!"ธันวาะโกลับ พยายามรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้แน่น
แต่แล้ว...เสียงความคิดที่ดุดันและบ้าคลั่งของเธอก็ดังะเิขึ้นในสมองของเขา
"ไอ้พวกหน้าไหว้หลังหลอก! ทำมาเป็พูดดี!ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้บริษัทเวรนั่นบีบให้พ่อฉันล้มละลาย ครอบครัวฉันจะพังแบบนี้ไหม!ฉันต้องติดหนี้หัวโตจนถูกขู่ฆ่าก็เพราะ 'ทีดับบลิว คอร์ปอเรชัน'ของไอ้ประธานธันวาคนเดียวนั่นแหละ!"
เรี่ยวแรงของธันวาเหือดหายไปในพริบตา ร่างกายของเขาแข็งทื่อราวกับถูกสาปมือที่จับข้อมือของหญิงสาวหลุดออกอย่างช้าๆ
"คุณ... คุณพูดว่าอะไรนะ?" ธันวาครางเสียงแ่ ั์ตาสั่นระริก
หญิงสาวสะอื้นไห้ ตัวสั่นเทาอยู่บนพื้น "ฉันไม่มีอะไรเหลือแล้ว...บ้านถูกยึด พ่อเส้นเืในสมองแตก บริษัทใหญ่พวกนั้นมันสูบเืสูบเนื้อพวกเรา...ฉันอยากตาย ได้ยินไหม ฉันอยากตาย!"
ธันวานั่งคุกเข่าอยู่ท่ามกลางสายฝนมองดูหญิงสาวแปลกหน้าที่ร่ำไห้อย่างน่าเวทนาความจริงอันโหดร้ายตบหน้าเขาจนชาไปทั้งกะโหลก
ในไทม์ไลน์เดิม เขาอาจจะเลวร้าย แต่เขายังมี 'ก้อง'ที่คอยดึงสติและบริหารงานบางส่วน แต่เมื่อเขาเปลี่ยนอดีต ปล่อยให้ก้องหนีไปธันวาในไทม์ไลน์นี้จึงต้องแบกรับบริษัทเพียงลำพัง เขาเติบโตขึ้นมาอย่างโดดเดี่ยวไร้หัวใจ และเหี้ยมโหดกว่าเดิมเป็ร้อยเท่า เขาทำลายล้างธุรกิจคู่แข่งและบริษัทเล็กๆอย่างไร้ปรานี ซึ่งหนึ่งในนั้น... คือครอบครัวของผู้หญิงคนนี้
เขาช่วยชีวิตเธอจากการะโตึกแต่เขาคือคนผลักเธอให้มายืนอยู่ตรงขอบเหวนี้ั้แ่แรก!
แรงกระเพื่อมของปีกผีเสื้อไม่ได้แค่เปลี่ยนทิศทางลมแต่มันได้สร้างพายุทอร์นาโดที่กวาดล้างชีวิตผู้คนบริสุทธิ์ไปมากมายธันวาตระหนักได้ในวินาทีนั้นเองว่า การใช้พลังเพื่อ 'แก้แค้น' อดีตของตัวเองมีราคาที่คนอื่นต้องจ่ายเสมอ และเขากำลังกลายเป็ปีศาจร้ายที่แท้จริงของโลกใบนี้
ชายหนุ่มพยุงร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของตัวเองขึ้นยืนถอยห่างจากหญิงสาวที่ยังคงนั่งร้องไห้เขาล้วงโทรศัพท์ออกมาโทรแจ้งเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของคอนโดให้ขึ้นมาดูแลเธอก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ โดยไม่ได้เอ่ยคำปลอบประโลมใดๆเพราะเขารู้ดีว่า... คำพูดจากคนที่ทำลายชีวิตเธอ มันไม่มีค่าอะไรเลย
เมื่อกลับขึ้นมาถึงห้องพักของตัวเอง ธันวาทรุดตัวลงบนโซฟาอย่างหมดสภาพเสื้อผ้าเปียกโชกแนบลู่ไปกับลำตัว แต่เขาไม่สนใจที่จะเปลี่ยนมันเขาล้วงเอานาฬิกาพกสีเงินออกมาวางบนโต๊ะกระจก
ท่ามกลางแสงสลัว ธันวาสังเกตเห็นบางอย่างที่เปลี่ยนไปรอยร้าวบนหน้าปัดกระจก... มันยาวขึ้นกว่าเดิมมันลามจากตัวเลขสิบเอ็ดลงมาจนถึงตัวเลขหก นาฬิกาเรือนนี้กำลังจะพังพลังของเขามีขีดจำกัด
เขาเหลือโอกาสอีกไม่มากนัก
หากการแก้ไขเพียงจุดเล็กๆ ทำให้เส้นเวลาบิดเบี้ยวจนพังพินาศขนาดนี้ทางเดียวที่จะหยุดยั้งลูกโซ่แห่งความตายทั้งหมดได้คือการถอนรากถอนโคนมันั้แ่จุดเริ่มต้น เขาต้องย้อนกลับไปสิบห้าปี...ไปสู่วันที่เขาตัดสินใจทิ้งครอบครัวเพื่อก้าวเข้าสู่โลกธุรกิจ
แต่สิบห้าปี... มันจะสูบกลืนความทรงจำของเขาไปมากแค่ไหน?เขาจะยังจำได้หรือไม่ว่าตัวเองเป็มนุษย์หรือกลายเป็เพียงเปลือกกลวงเปล่าที่หลงทางในกระแสเวลา?
ท่ามกลางความเงียบงันและความคิดที่สับสนปนเปเสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างๆ นาฬิกาก็ดังแผดเสียงขึ้นมาท่ามกลางความมืด
ธันวาสะดุ้ง หน้าจอแสดงผลเป็ 'เบอร์ไม่รู้จัก'
เขาขมวดคิ้ว ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกดรับสาย "ฮัลโหล..."
ปลายสายมีเพียงเสียงสัญญาณแทรกซ่าๆ คล้ายคลื่นวิทยุที่จูนไม่ตรงช่องก่อนที่เสียงเล็กๆ ที่สั่นเครือและคุ้นหูอย่างประหลาดจะดังแทรกขึ้นมา
"พี่ธัน... ช่วยหนิงด้วย... หนิงกลัว..."
โทรศัพท์แทบหลุดจากมือธันวา ดวงตาของเขาเบิกกว้างจนแทบถลนลมหายใจสะดุดกึกอยู่ในลำคอ
หนิงตายไปแล้ว...ป้าแม่บ้านเพิ่งบอกเขาเมื่อสิบนาทีก่อนว่าเธอตายไปั้แ่เจ็ดปีที่แล้วในอุบัติเหตุรถคว่ำ!
"พี่ธัน... มารับหนิงที... มันมืดไปหมดเลย..."เสียงนั้นยังคงสะท้อนผ่านลำโพงโทรศัพท์สลับกับเสียงซ่าๆ ของคลื่นสัญญาณธันวากำโทรศัพท์แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด หัวใจเต้นโครมครามจนแทบะเิหรือว่าเส้นเวลาเริ่มเกิดรอยรั่ว? โลกในอดีตที่เขาเปลี่ยนแปลงกำลังหลอมรวมและเล่นตลกกับโลกปัจจุบัน?
"หนิง... หนิงอยู่ที่ไหน! ฮัลโหล!" ธันวาะโใส่โทรศัพท์สุดเสียง
แต่ปลายสายถูกตัดทิ้งไปแล้ว เหลือเพียงเสียง ตู๊ด... ตู๊ด...ดังก้องอยู่ในห้องนั่งเล่นที่มืดมิดทิ้งให้ธันวาจมดิ่งลงสู่ความหวาดกลัวที่ลึกล้ำยิ่งกว่าเดิมแสงสว่างเดียวที่มีคือรอยร้าวบนนาฬิกาพกที่สะท้อนแสงไฟถนนราวกับกำลังแสยะยิ้มเยาะเย้ยความพยายามอันสูญเปล่าของเขา