ระบบฝึกเทพ god training system

    ตอนที่ 69 รอบตัดสิน

    ณ ห้องประชุมใหญ่ภายในนิกายเพลิงอัคคี


    "เอาล่ะเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ทุกคนมีความเห็นอย่างไรกันบ้าง?"


    เมื่อเห็นว่าผู้อาวุโสหลักทุกคนมากันครบแล้ว และก็มีอาวุโสคุมกฎมาร่วมด้วยถึงสามคน อาวุโสกุ่ยก็กล่าวออกมาทำลายความเงียบในห้องประชุมนี้


    "มันเป็นเรื่องเล็กน้อยที่เกิดขึ้นในการประลองเท่านั้น ทำไมต้องทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่กันด้วย!"เสิ้นจื่อเป็นคนแรกที่เอ่ยออกมา


    "อาวุโสเสิ้นท่านก็กล่าวไม่ค่อยถูกสักเท่าไหร่ การประลองก็ต้องมีการยับยั้งชั่งใจกับบ้าง ไม่ใช่ว่าจะสู้กันให้ตายกันไปข้างหนึ่งเสียที่ไหน!"เป็นอาวุโสคุมกฎคนเดิมที่เอ่ยค้านออกมา


    "การประลองถ้าสู้ไม่เต็มที่แล้วเกิดพลาดพลั้งจนแพ้ขึ้นมาใครจะรับผิดชอบกัน?"

    เสิ้นจื่อเถียงกลับมาอย่างไม่ยอมแพ้


    "แล้วถ้าเกิดโค่วยั่วถูตายขึ้นมาท่านจะรับผิดชอบไหวรึ?"อาวุโสคุมกฎคนนั้นถามกลับมาอย่างไม่ยอมแพ้


    "ก็ที่ให้แผนกคุมกฎไปเป็นกรรมการเพื่อที่จะคอยยับยั้งเหตุการณ์ไม่คาดคิดอย่างนี้ไงเล่า!"เสิ้นจื่อเริ่มส่งเสียงขึ้นมาเมื่ออาวุโสคุมกฎคนนั้นยังไม่ยอมเลิกรา


    "พอได้แล้วทั้งสองคน!"อาวุโสกุ่ยตวาดหวาดออกมาเมื่อเห็นทั้งสองเริ่มเถียงกันแรงขึ้น ก่อนหันมาถามกับอาวุโสที่เหลือ


    "แล้วคนอื่นๆมีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง?"


    "ข้าเห็นด้วยกับอาวุโสเสิ้น แล้วอีกอย่างศิษย์ของข้าก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากเพียงแค่หมดสติไปเท่านั้นเอง"อาวุโสอีกคนเอ่ยบอก เขาคนนี้คืออาจารย์ของโค่วยั่วถูนั่นเอง


    "แล้วคนอื่นๆล่ะว่าอย่างไร?"อาวุโสกุ่ยพยักหน้าอย่างพึงพอใจก่อนหันมาถามคนที่เหลืออีกครั้ง


    "ข้าว่ามันเป็นอุบัติเหตุเท่านั้นเอง!"


    "ใช่!ข้าก็เห็นด้วยตามนั้น!"


    "อืม!"


    อาวุโสหลายคนต่างก็มีความเห็นคล้ายๆกับเสิ้นจื่อ ว่านี่คือการประลองจัดอันดับ อย่างไรทุกคนก็ย่อมต้องสู้สุดกำลังอยู่แล้ว เพื่อชื่อเสียงเกียรติยศและโดยเฉพาะของรางวัลที่มากมายที่จะมอบให้แก่คนที่ติดอันดับเท่านั้น


    "เอาล่ะในเมื่อส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกันก็ถือซะว่าเรื่องวันนี้ให้จบแค่นี้ก็พอ!"

    อาวุโสกุ่ยกล่าวออกมาก่อนจะลุกเดินออกอย่างช้าๆ


    "พวกเรากลับกันเถอะ!"อาวุโสคุมกฎคนนั้นเอ่ยชวนอีกสองคนแล้วลุกเดินออกไปทันที


    "เฮ้อ!"


    เสิ้นจื่อถอนหายใจออกมาก่อนจะรีบเดินกลับที่พักอย่างรวดเร็ว ที่เขารีบกลับมาไม่ใช่อะไรเลย เพียงแต่เขากังวลว่าเทียนฉินจะคิดมาก 


    เมื่อมาถึงที่พักเสิ้นจื่อก็ถามหาเทียนฉินจากตาเฒ่าหม่าทันที เทียนฉินที่กำลังนั่งทำสมาธิอยู่จึงได้ลุกออกมา


    "ศิษย์เทียนฉินคารวะท่านอาจารย์"เทียนฉินก้มศรีษะลงเล็กน้อยพร้อมกับกุมมือทำความเคารพ


    "เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องของวันนี้อีกต่อไป พรุ่งนี้ต่อสู้ให้เต็มที่ก็พอ!"เสิ้นจื่อกล่าวบอกเทียนฉินอย่างตรงๆเพื่อไม่ให้เขาเสียเวลาในการฝึกฝน


    "ศิษย์คนนี้เข้าใจแล้วท่านอาจารย์"เทียนฉินตอบกลับไปอย่างนอบน้อม


    "ดีๆ! ถ้าขาดเหลืออะไรก็บอกอาจารย์มาได้เลย"เสิ้นจื่อเอ่ยบอกออกมาอย่างเอ็นดู เพราะเขาภูมิใจกับศิษย์คนนี้มาก อย่างน้อยอันดับหนึ่งในสามก็ทำให้เขาไปคุยโวโอ้อวดกับอาวุโสคนอื่นได้แล้ว


    "ตอนนี้ศิษย์ยังไม่ได้เดือดร้อนอะไรเลย!"

    เทียนฉินตอบกลับไปตามตรง


    "ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ฝึกฝนต่อเถอะ ข้าไม่รบกวนเวลาของเจ้าแล้ว"เสิ้นจื่อเอ่ยบอกก่อนจะหันเดินไปทางที่พักของตนเองทันที


    รุ่งเช้าวันใหม่เทียนฉินเดินออกจากที่บ้านพักเขาด้วยความมุ่งมั่นเป็นอย่างมาก เมื่อคืนทั้งคืนเขาเตรียมความพร้อมให้กับตนเองอย่างเต็มที่ และนั่งทบทวนเคล็ดวิชาต่างๆที่ตนเองมีอยู่ เพื่อให้ตนเองสามารถใช้กระบวนท่าออกมาได้อย่างไม่ติดขัด


    ด้านหน้าลานประลองตอนนี้ต่างพลุกพล่านไปด้วยผู้คนจนไม่มีที่ยืน เทียนฉินมองไปรอบๆก็เห็นมีเพียงเวทีเดียวเท่านั้น ที่อาวุโสหลายท่านไปนั่งประจำตำแหน่งกันแล้ว


    เมื่อเห็นดังนั้นเทียนฉินจึงเดินไปทางลานประลองที่มีคนอยู่กันเยอะทันที เพียงไม่นานอาวุโสเหลียงก็ลุกขึ้นยืนก่อนจะเหาะลอยมาอยู่กลางเวที


    "ชิงต้าเหนียว เทียนฉิน ซางฟู่กง"


    "พวกเจ้าทั้งสามจงขึ้นมาที่เวทีเดี๋ยวนี้!"

    อาวุโสเหลียงตะโกนเรียกชื่อทั้งสามคนออกมาอย่างเสียงดัง


    เทียนฉินไม่รอช้าพริ้วตัวกระโดดขึ้นลานประลองโดยไม่ลังเลสิ่งใด เพียงชั่วพริบตาทั้งสามคนก็ได้ขึ้นมายืนอยู่บนลานประลองกันหมดแล้ว


    "ในเมื่อพวกเจ้ามากันพร้อมแล้วจงปล่อยกระแสจิตเข้ามาที่แผ่นหยกนี้เพื่อทำการสุ่มจับคู่ในรอบสุดท้าย!"อาวุโส

    เหลียงมองหน้าทั้งสามคนก่อนบอกวิธีการประลองในครั้งนี้


    เทียนฉินเดินเข้าไปหาอาวุโสเหลียงพร้อมกับทั้งสองคน เพื่อส่งกระแสจิตเข้าไปในแผ่นหยกนั้นทันที เมื่อกระแสจิตเทียนฉินส่งผ่านไปที่แผ่นหยกนั้น แผ่นหยกก็เปล่งแสงออกมาก่อนขยายเป็นจอภาพให้ทุกคนได้เห็นทันที


    จากนั้นรายชื่อและหมายเลขก็ปรากฏออกมาให้ทุกคนได้เห็นอีกครั้ง


    หมายเลขหนึ่ง ชิงต้าเหนียว


    หมายเลขสอง ซางฟู่กง


    หมายเลขสาม เทียนฉิน


    "รอบแรกจะเป็นการพบกันระหว่างหมายเลขหนึ่งกับหมายเลขสอง"


    "หลังจากเสร้จสิ้นการแข่งขันจะมีเวลาให้พักหนึ่งชั่วยาม พอครบกำหนดผู้ชนะรอบแรกจะพบเจอกับหมายเลขที่เหลือต่อไป"


    "ผู้ใดที่ได้รับชัยชนะสองครั้งก่อนจะเป็นผู้ที่ได้อันดับหนึ่ง"


    "ส่วนคนไหนที่ชนะหนึ่งครั้งแต่แพ้รอบต่อไปก็จะได้ที่สอง ทว่าถ้าคนที่เหลือไม่ชนะทั้งคู่ ก็จะให้ทั้งสองมาตัดสินอันดับที่สองกับที่สามอีกครั้ง"


    อาวุโสเหลียงประกาศกฎกติกาในการแข่งขันให้ทุกคนเข้าใจอย่างละเอียด เมื่อสิ้นเสียงประกาศเทียนฉินซึ่งยังไม่ได้แข่งรอบนี้ก็เดินลงจากเวทีไปรออยู่ด้านล่างอย่างสงบ


    จากนั้นเมื่อเห็นว่าทุกคนเข้าใจกันดีแล้วอาวุโสเหลียงก็พยักหน้าให้อาวุโสคุมกฎเริ่มทำการแข่งขันได้


    ชิงต้าเหนียวเมื่อเห็นเช่นนั้นก็หรี่ตาทั้งคู่ลง ก่อนกระทืบพื้นในฉับพลันแล้วพุ่งเข้าหาซางฟู่กงอย่างรวดเร็ว ก่อนฟาดดาบเข้าใส่โดยฉับพลัน


    ซางฟู่กงรู้สึกอึ้งเล็กน้อยแต่ก็ยกมือทั้งสองขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก่อนวาดคมกระบี่สิบกว่าสายเข้าต้านทานทันที


    เปรี้ยง!


    ร่างชิงต้าเหนียวพร่ามัวหายไปจากตรงนั้น ก่อนจะมาปรากฏตรงหน้าซางฟู่กง เปลวเพลิงสีแดงบนดาบกลายเป็นคลื่นวายุ แล้วกวาดออกไปด้านหน้าอย่างแรง


    ร่างของซางฟู่กงสั่นสะท้าน กระบี่คู่ในมือเปล่งประกายอย่างบ้าคลั่ง ก่อให้เกิดเส้นแสงกระบี่มากมายราวกับห่าฝน เข้าปะทะคลื่นดาบนั้นอย่างไม่ยอมแพ้


    เปรี้ยง!


    คลื่นดาบกับเส้นแสงกระบี่พุ่งเข้าใส่กันจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวอีกครั้ง


    ซางฟู่กงรู้ดีว่ากระบี่คู่ของเขารวดเร็วเพียงใด แต่ก็ไม่เพียงพอในการรับมือกับชิงต้าเหมียวที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ดังนั้นพอการประลองเริ่มขึ้น เขาจึงเตรียมการป้องกันไว้อย่างดี ไม่ได้ผลีผลามเข้าต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตาย


    ดูจากสถานการณ์ในตอนนี้ ก็เห็นชัดแล้วว่าเขาทำถูกต้อง มิเช่นนั้นอานุภาพดาบรวมถึงความรวดเร็วของชิงต้าเหนียวเมื่อครู่นี่ ก็เพียงพอที่จะทำให้เขาพ่ายแพ้ในรอบนี้ได้


    ตอนนี้ซางฟู่กงโบกกระบี่ทั้งสองใส่ชิงต้าเหนียวที่พริ้วไหวไปมาตรงหน้าตรง จากนั้นแสงเปลวเพลิงสิบกว่าสายก็พุ่งยิงออกไป และร่วงลงรอบตัวชิงต้าเหนียวราวกับสายฟ้าแลบ นี่คือกระบวนท่ากักขังชนิดหนึ่งของซางฟู่กง


    ชิงต้าเหนียวรู้สึกว่ารอบด้านของเขาเปลี่ยนไปทันที ทั่วร่างของเขาล้อมรอบไปด้วยเส้นกระบี่ที่ผสานกับเปลวเพลิงพุ่งมารอบทิศทางราวกับกรงขัง คิ้วของเขาขมวดขึ้นมาอย่างอดไม่ได้


    ความสามารถในการใช้กระบี่คู่ของซางฟู่กงนั้นไม่เลวเลย ลงมือรวดเร็วกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้มาก ดูท่าวิธีการทั่วไปคงไม่อาจโจมตีให้คนผู้นี้พ่ายแพ้ได้


    พอซางฟู่กงเห็นว่าสามารถทำให้ชิงต้าเหนียวไม่อาจจะหลบหลีกได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ ก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก กระบี่ทั้งสองก็ขยับเคลื่อนไหวปลดปล่อยแสงเพลิงพุ่งยิงออกไปใส่ชิงต้าเหนียวอีกครั้ง


    เสียงจากผู้ชมโดยรอบต่างฮือฮาขึ้นมาทันที นี่คือการต่อสู้ที่ไม่มีให้เห็นกันบ่อยๆ โดยเฉพาะศิษย์ที่มีฝีมืออยู่ในอันดับต้นของกระดานจัดอันดับแบบนี้


    ขณะที่ผู้ชมทั้งหลายต่างกำลังวิพากษ์วิจารณ์การต่อสู้อยู่นั้น เส้นแสงเพลิงสีแดงที่กักขังชิงต้าเหนียวอยู่ก็สั่นสะเทือนจนเกิดเสียงดังโครมครามสนั่นหวั่นไหว


    ท่ามกลางแสงกระบี่มีกระแสเพลิงวนเวียนรอบตัวชิงต้าเหนียว มันหนาแน่นราวกับลาวาที่เดือดพล่านอย่างรุนแรง หลังจากหมุนวนรอบตัวขึ้นไปด้านบนแล้ว ก็ก่อตัวเป็นพยัคฆ์สองตัวพุ่งชนทำลายแสงกระบี่ที่คล้ายกับกรงขังนั้นอย่างรุนแรง




    จบตอนที่ 69