[ถุงเท้าแห่งความห่วงใย]
[สถานะ : ความว่องไว]
[ความทนทาน : 50/50]
[ผู้สร้าง : คอร์ทนี่ย์คุณแม่ลูกสาม]
“ยอดเยี่ยมไปเลยแม่” สมิธที่เห็นค่าสถานะก็ยิ่งรู้สึกว่าแม่ของเขายอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก แม้จะใช้เวลานานไปหน่อยแต่กับประสบการณ์ครั้งแรกในการใช้การ์ดสร้างของระดับนี้ขึ้นมาได้ ต้องยอมรับเลยว่าแม่มีพรสวรรค์ในด้านนี้จริงๆ
“ตอนแรกแม่ก็กังวลว่าลูกจะชอบมันไหม” คอร์ทนี่ย์รู้สึกโล่งอกที่เห็นลูกชายชื่นชอบถุงเท้าที่เธอถักขึ้นเอง ตอนแรกเธอก็กังวลว่าลูกชายจะชอบไหมเพราะถุงเท้าคู่นี้เธอถักเพื่อสมิธโดยเฉพาะ
“แม่เอาไปให้แจ็กสันดีกว่าครับ ไม่ใช่ผมไม่ชอบนะแต่ว่าผมเอามาก็ไม่มีประโยชน์อะไรเอาไปให้น้องดีกว่า” สมิธเลือกที่จะปฏิเสธไม่รับถุงเท้าคู่นี้ ไม่ใช่เพราะเขาไม่ชอบแต่เพราะเอามาก็ไร้ประโยชน์เนื่องจากถุงเท้าคู่นี้บวกค่าสถานะความว่องไว แล้วเขาจะเอามาทำอะไรสำหรับชาวไร่อย่างเขา ดังนั้นแล้วให้แจ๊กสันถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดเพราะแจ็กสันเป็นคนเดียวที่เป็นสายต่อสู้
“ก็ได้จ๊ะ”
หลังจากสิ้นสุดเรื่องถุงเท้าแล้วสมิธเรียกสมาชิกทุกคนในบ้านให้มารวมตัวกันที่ห้องควรจากนั้นเขานำผลไม้ทั้งสองชนิดอย่างผลแตงโมทะเลเลือดและผลสตรอว์เบอร์รีเมล่อนออกมาเซอร์ไพรส์ทุกคนในบ้าน สาเหตุที่ต้องเซอร์ไพรส์เพราะสมิธอยากได้ความตื่นเต้นจากครอบครัวและพูดคุยอะไรบางอย่างที่ค่อนข้างจะมีความจริงจังสูง ดังนั้นแล้วการเซอร์ไพรส์ก่อนเริ่มของหนักสมิธจึงคิดว่าอาจเป็นเรื่องที่ดีทำให้อารมณ์ไม่ตึงเครียดมาก
เมื่อทุกคนได้เพลิดเพลินกับผลไม้ใหม่ทั้งสองชนิดโดยเฉพาะมิโนว่าที่ดูจะมีความสุขที่สุดในบ้านหลังนี้ สมิธเห็นโอกาสจึง...
“ที่ผมเรียกทุกคนมารวมกันไม่ได้แค่ให้มากินผลไม้เพียงเท่านั้น ทุกคนจำได้ไหมถึงเรื่องที่ผมเคยเล่าให้ฟังไม่ว่าจะเป็นเรื่องปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ เรื่องภัยพิบัติ เรื่องการทำลายล้าง!?” สมิธเริ่มพูดเรื่องสำคัญเลยเมื่อเห็นว่าบรรยากาศได้แล้วและหลังสิ้นสุดเสียงของสมิธทุกคนที่กำลังเพลิดเพลินกับผลไม้อยู่ก็ถึงกับหยุดกินแล้วหันมามองสมิธด้วยสีหน้าสับสน
“ได้สิพ่อจำได้อยู่แล้ว”
“แม่จำได้อยู่แล้วเพราะแม้บันทึกลงในสมุดจดของแม่เลย”
“ผมเองก็จำได้น่า! นั้นโอกาสในการเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ในชีวิตจริงเลยนะใครจะไปลืมได้”
“อะไรหยอ?”
ทุกคนจำได้หมดยกเว้นเจนนี่เจ้าหญิงน้อยของเราซึ่งไม่มีปัญหาอะไร
“เรื่องที่ผมจะพูดต่อไปนี้อาจทำให้ทุกคนลำบากใจถึงขั้นเป็นกังวลเครียดจนส่งพบกระทบทั้งเรื่องสุขภาพทั้งทางกายและทางจิต...” สมิธกล่าวเตือนสมาชิกทุกคนและเขาไม่มีตัวเลือกให้หลบหนี้ด้วยเพราะสิ่งนี้ยังไงก็ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน รู้ตัวเร็วสิดีจะได้ปรับตัวทันเมื่อหายนะมาถึง ช้าคือหนทางสู่ความตายที่แน่นอน!!!
เมื่อทุกคนเตรียมพร้อมสำหรับเรื่องระดับทำลายความสงบสุขแล้ว แต่มีข้อยกเว้นสำหรับคนหนึ่งคนคือเจ้าหญิงเจนนี่ของเรานั้นเอง สมิธให้เจนนี่ไปนั่งดูการ์ตูนที่ห้องนั่งเล่นพร้อมกับแตงโมทะเลือดหนึ่งลูก หลังจากเจนนี่ไปแล้วสมิธก็เริ่มเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นจากความทรงจำของเขาอย่างครบถ้วนทุกรายละเอียดไม่มีการข้ามหรือยกเว้นเหตุการณ์ใดๆทั้งสิ้น สมิธบอกหมดตั้งแต่ความรุนแรงระดับแผลถลอกจนไปถึงระดับการสังหารหมู่สมิธเล่าหมดทุกอย่างละเอียดไม่ตกหล่น แต่ข้อมูลหนึ่งที่สมิธข้ามไปคือเรื่องเมืองแห่งนี้ที่เขาอยู่
ช้วงเวลาอนาคตที่สมิธมาเมืองนี้ล่มสลายอย่างแน่นอนและล่มสลายในอีกไม่กี่เดือนต่อจากนี้ด้วย แต่สาเหตุที่สมิธเลือกข้ามที่จะไม่บอกกับครอบครัวไม่ใช่เพราะเขากลัวว่าครอบครัวจะกังวลหรือหวาดกลัวกับสิ่งที่กำลังจะเกิดแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะช่วงเวลานี้ในตอนนี้มันมีตัวแปรมหาศาลอยู่นั้นคือ กรีนชิลดสุดยอดเผ่าพันธุ์บาร์คแม้จะรักสงบแต่เมื่อต้องสู้ก็พร้อมที่จะทำลายล้างอย่างไร้ความปรานีและตัวแปรใหญ่ที่สุดเฟอร์รีน่าคุณแม่ฟีนิกซ์สิ่งมีชิวิตระดับตำนาน ยิ่งในตอนนี้ที่เธอให้การยอมรับสมิธด้วยหากเกิดเหตุอะไรขึ้นยังไงเธอก็ต้องออกหน้าไม่นิ่งเฉย แต่...แต่ เหตุผลที่แรงกล้าที่สุดคือหากมันเป็นภัยต่อลูกๆของเธอรับรองได้เลยว่าผู้ก่อปัญหานั้นกลายเป็นเถาถ่านอย่างแน่นอน
ส่วนพวกชูนั้น....?
“เฮ้อะ! เรื่องนี้ให้ลูกเป็นคนตัดสินใจแล้วกัน บอกตามตรงนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยที่พ่อรู้สึกว่าลูกพร้อมแล้วสำหรับการเป็นหัวหน้าครอบครัว!...” นี้เป็นครั้งแรกเลยที่ตัวมันรู้สึกทำอะไรไม่ได้เลยหลังจากได้ฟังเรื่องที่ลูกพึ่งเล่าออกมา ตลอดชีวิตมานี้มันเชื่อว่าทุกอย่างมีโอกาสเอื้อมหมดแต่กับเรื่องนี้มันรู้สึกสิ้นหวังและมืดบอดมาก ดังนั้นแล้วนับต่อจากนี้ก็ขอให้คนที่คู่ควรเป็นคนนำและตัดสินใจต้องเชื่อมั่นในตัวลูก สายเลือดที่มันภาคภูมิใจ
“ผมจะไม่ยอมให้ทุกคนเป็นอะไรเด็ดขาดผมสัญญา”