จอมใจบัญชารัก (นิยายแปลจีน) By ตำหนักไร้ต์รัก

    ตอนที่ 19 คราวเคราะห์บ้านตระกูลเสิ่น (2)

    ตอนที่ 19 คราวเคราะห์บ้านตระกูลเสิ่น (2)

            ความคิดนี้ซุนฉางอวิ้นเป็นผู้เสนอจริงๆ ยามนี้นางจำต้องใช้ความคิดของเขา แต่ไม่อาจแย่งเอาเกียรติยศชื่อเสียงของต้นความคิดนี้ไปได้ ทว่า...เอ่อ ตอนนี้ซุนฉางอวิ้นน่าจะยังเป็นถงเซิง[1]อยู่เลยกระมัง

            พอนึกว่าตนเองใช้แนวคิดจากคนที่ยังเป็นถงเซิงในตอนนี้ ต่อให้เป็นคนที่มีประสบการณ์สองภพชาติเช่นนางยังอดรู้สึกผิดไม่ได้

            แต่เมื่อคิดอีกทีว่าถงเซิงผู้นี้ ต่อไปจะได้เป็นถึงรองราชเลขาธิการฝ่ายซ้ายผู้ลือเลื่อง เยี่ยสุยก็รู้สึกดีขึ้นมาก จึงกล่าวย้ำอีกครั้งว่า “พี่หญิงฮุ่ย พี่ต้องจำให้แม่นนะเจ้าคะ เรื่องนี้เป็นคำพูดของซุนฉางอวิ้นนะเจ้าคะ”

            ท่าทางทุกข์ร้อนใจของเสิ่นเหวินฮุ่ยหายเป็นปลิดทิ้ง เปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มผงกศีรษะกล่าว “อาหนิง ข้าจำได้แล้วน่า แย่แล้ว ตอนนี้ท่านอาจารย์น่าจะมาแล้ว พวกเรารีบกลับไปเร็ว!”

            พูดจบก็นางเข้ามาคว้ามือเยี่ยสุย รีบร้อนเดินกลับไปพลางพูดว่า “อาหนิง ทำไมวันนี้เจ้าแต่งตัวเช่นนี้ ไม่กลัวคนพวกนั้นจะว่าเจ้าแต่งกายยั่วยวนหรอกหรือ แต่เจ้างดงามปานนี้ พวกนางต้องอิจฉามากเป็นแน่...”

            เสียงพูดคุยของเด็กสาวค่อยๆ เงียบลง ไร้เงาผู้คน

            พวกนางไม่รู้เลยว่าสถานที่อันสงบเงียบนี้ ท่ามกลางแมกไม้แน่นขนัดจะมีบุคคลอื่นยืนอยู่ ทั้งยังได้ยินคำพูดของพวกนางอย่างชัดเจน!

            ครั้นเพ่งมองให้ถนัดจึงพบว่าเป็นสตรีสูงวัยราวห้าสิบปีผู้หนึ่ง การแต่งกายธรรมดาสามัญ มวยผมปักปิ่นทำจากไม้เพียงชิ้นเดียว ทว่าดวงตาวาววับเป็นประกายคมกริบ แฝงแววทรงอำนาจสายหนึ่ง

            ข้างกายของนางมีบุรุษผู้หนึ่งยืนอยู่ เขามีผิวขาวโพลนราวหิมะ ใบหน้าหล่อเหลาหาใดเปรียบ แต่บุคลิกท่าทางกลับเย็นชาไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ กอปรกับไอสังหารที่สะกดข่มผู้คนสายหนึ่งแผ่ออกมา

            คนคนนี้ก็คือผู้บัญชาการวังแห่งหน่วยสืบราชการลับ!

            สตรีสูงศักดิ์นางนั้นหัวเราะออกมาเบาๆ กล่าวอย่างยินดีว่า “ข้าแค่อยากอยู่อย่างสงบ คิดไม่ถึงว่าจะได้ยินเรื่องเหล่านี้ ช่างน่าสนใจนัก ผู้บัญชาการวัง ท่านว่าใช่หรือไม่”

            วังอิ้นผงกศีรษะ ตอบรับเสียงราบเรียบ “ตรัสได้ถูกต้องแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

            สีหน้าท่าทางยังคงเรียบเฉย ดวงตากลับทอประกายวับอย่างนึกสนุกขึ้นมา

            ช่างน่าสนใจจริงๆ นี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่ได้พบกับคุณหนูเยี่ยนางนี้ แม้แต่ผู้บัญชาการหน่วยสืบราชการลับที่ดูแลงานสืบข่าวอย่างเขา ยังไม่ทราบว่ามีผู้เก่งกาจถึงปานนี้อย่างซุนฉางอวิ้น เจ้าซุนฉางอวิ้นนี่เป็นใครกันแน่

            เมื่อเยี่ยสุยและเสิ่นเหวินฮุ่ยรีบร้อนกลับไปที่หอจยาสิงแห่งสถานศึกษาสตรี เด็กสาวทั้งหลายต่างประจำที่นั่งกันหมดแล้ว แม้แต่ท่านอาจารย์หลายท่านก็มาถึงแล้ว

            พวกนางสองคนจึงกลายเป็นจุดสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยรูปโฉมการแต่งกายของเยี่ยสุย ท่ามกลางกลุ่มเด็กสาวที่แต่งกายเรียบๆ นางย่อมดูสะดุดตาที่สุด ราวกับบุปผาแดงที่งามเฉิดฉาย สะกดข่มให้เด็กสาวเหล่านั้นกลายเป็นเพียงใบไม้ประดับสีเขียว

            เมื่อเป็นเช่นนี้จึงมีเด็กสาวบางคนเผยสีหน้าไม่ดีนัก แต่เพราะมีท่านอาจารย์อยู่ด้วย อีกทั้งวันนี้เป็นวันเปิดเรียน บรรดาคุณหนูจึงไม่มีใครกล้าเอ่ยปากอะไร ได้แต่ส่งสายตาคมดุจใบมีดฉวัดเฉวียนผ่านลมฟ้าเท่านั้น

            เสิ่นเหวินฮุ่ยดึงให้เยี่ยสุยนั่งลงด้านหลัง ถลึงตาใส่สายตาดูถูกของพวกนางอย่างไม่เกรงกลัวพลางกระซิบว่า “อาหนิง ข้าทำให้เจ้าพลอยลำบากไปด้วย...”

            หากไม่ใช่เพราะเป็นห่วงเรื่องบิดานาง นางกับอาหนิงคงไม่เข้ามาสายปานนี้ ทำให้อาหนิงต้องมารับสายตาเชือดเฉือนมากมายเช่นนี้

            เยี่ยสุยยิ้มน้อยๆ จนคิ้วเรียวลู่โค้งพลางส่ายศีรษะ แค่นี้จะเป็นไรไป สายตาไม่อาจฆ่าคนได้สักหน่อย ต่อให้พวกนางถลึงจนตาเจ็บก็ไม่ส่งผลอะไรกับนางสักนิด คุณหนูพวกนี้แค่โมโหกันไปเอง

            ดูท่าว่าเสื้อผ้านางชุดนี้จะดึงดูดสายตายิ่ง ไม่เช่นนั้นพวกนางจะมีปฏิกิริยาถึงปานนี้ได้อย่างไร กระนั้นเด็กสาวพวกนี้ก็ยังไร้เดียงสานัก พวกนางไม่เห็นหรือไงว่าท่านอาจารย์ที่อยู่หน้าห้องไม่มีใครสนใจเลยสักคน นี่สิถึงเรียกว่าฝึกฝนมาดี


    ตั้งแต่ตอนที่ 20 ติดตามต่อได้ที่ https://www.readawrite.com/a/2f1434df5d63a2f3418a1dca111e8f2f

            เชิงอรรถ

    ^ บัณฑิตที่ผ่านการทดสอบเบื้องต้นในระดับท้องถิ่น ได้แก่ อำเภอและเมือง ยังไม่สามารถเข้ารับราชการได้