หลังจากเหตุการณ์ระทึกขวัญในวันนั้น ท่านลุงิและหลินฮวาก็เพิ่มความระมัดระวังในการทำงานมากขึ้น พวกเขาเลือกเวลาที่ปลอดคนที่สุด และท่านลุงิก็มักจะล็อกประตูห้องทำงานลับจากด้านในเสมอ ความหวาดกลัวในวันนั้นยังคงฝังลึกอยู่ในใจของหลินฮวา แต่มันก็ถูกบดบังด้วยความสำเร็จที่ทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ ภาพวาดที่เผยให้เห็นแผ่นหลังและส่วนโค้งเว้าของบั้นท้ายของเธอได้สร้างกระแสความคลั่งไคล้ในหมู่นักสะสมอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน พวกเขาต่างชื่นชมในความงามอันลึกลับและเย้ายวน และพร้อมที่จะจ่ายเงินไม่อั้นเพื่อผลงานศิลปะที่เปรียบเสมือนตัวแทนของเทพธิดาในจินตนาการของพวกเขา
ท่านลุงิกลับมาจากตลาดมืดในวันหนึ่งด้วยใบหน้าที่เปี่ยมสุขอย่างปิดไม่มิด เขานำถุงเงินใบใหญ่มาวางไว้ตรงหน้าหลินฮวา "ดูสิหลินฮวา! นี่คือผลตอบแทนจากความกล้าหาญของเ้าในครั้งล่าสุด" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "ตอนนี้เ้าไม่ได้เป็เพียงนางแบบของข้าอีกต่อไปแล้ว แต่เ้าได้กลายเป็ 'เทพธิดาแห่งพู่กัน' ของเหล่านักสะสมผู้มั่งคั่งไปแล้ว!"
หลินฮวาเปิดถุงเงินออกดูด้วยความตกตะลึง เงินจำนวนมหาศาลที่อยู่ตรงหน้าทำให้เธอแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง มันมากกว่าที่เธอเคยได้รับมาทั้งหมดรวมกันเสียอีก
"พวกเขา... พวกเขาชอบภาพวาดเ่าั้มากถึงเพียงนี้เชียวหรือเ้าคะ" หลินฮวาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"มากกว่าที่เ้าคิดเสียอีก!" ท่านลุงิหัวเราะอย่างอารมณ์ดี "พวกเขากำลังคลั่งไคล้ในความงามของเ้า พวกเขาบอกว่าภาพวาดของเ้ามีชีวิตชีวาและน่าค้นหาอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และตอนนี้... พวกเขาก็้ามากกว่านั้น"
"มากกว่านั้น?" หลินฮวาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย "ท่านหมายความว่าอย่างไรเ้าคะ"
ท่านลุงิเดินเข้ามาใกล้หลินฮวา เขามองเธอด้วยแววตาที่จริงจังและลึกซึ้งกว่าที่เคย "หลินฮวา... เ้าเชื่อในศิลปะหรือไม่" เขาเอ่ยถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
"ข้า... ข้าไม่ค่อยเข้าใจนักเ้าค่ะ" หลินฮวาตอบตามตรง
"ศิลปะที่แท้จริงนั้น คือการถ่ายทอดความงามที่บริสุทธิ์ที่สุดของธรรมชาติและมนุษย์ออกมาโดยไม่มีสิ่งใดปิดบัง" ท่านลุงิกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยพลัง "ที่ผ่านมา เราได้เผยความงามของเ้าออกมาทีละน้อย และมันก็ได้สร้างความประทับใจให้กับผู้คนมากมาย แต่ยังมีอีกขั้นหนึ่ง... ขั้นสูงสุดของศิลปะ ที่จะทำให้ชื่อของเ้าและข้าถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ และจะทำให้ครอบครัวของเ้าหลุดพ้นจากความยากลำบากไปตลอดกาล"
หลินฮวารู้สึกใจเต้นระรัว เธอเริ่มเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของท่านลุงิแล้ว "ท่านลุง... ท่านคงไม่ได้หมายความว่า..."
"ใช่แล้วหลินฮวา" ท่านลุงิจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเธอ "ข้าหมายถึง... ภาพเปลือย"
คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางใจของหลินฮวา เธอผงะถอยหลังด้วยความใและขยะแขยง "ไม่! ไม่มีทาง! ข้าทำไม่ได้!" เธอร้องออกมาเสียงดัง "นั่นมันน่ารังเกียจเกินไป! ข้าไม่อาจขายศักดิ์ศรีของตัวเองได้มากไปกว่านี้อีกแล้ว!"
"มันไม่ใช่เื่น่ารังเกียจหลินฮวา!" ท่านลุงิพยายามอธิบาย "มันคือศิลปะ! คือการอุทิศร่างกายเพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่งดงามที่สุด! เ้าลองคิดดูสิ สรีระของเ้าที่ปราศจากอาภรณ์ใดๆ ปกปิด มันจะงดงามราวกับรูปสลักของเทพธิดาขนาดไหน พู่กันของข้าจะสามารถถ่ายทอดทุกส่วนโค้งเว้า ทุกแสงเงาที่ตกกระทบบนผิวของเ้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ มันจะเป็ผลงานชิ้นเอกที่จะทำให้ทุกคนต้องตะลึง!"
ขณะที่เขาพูด ท่านลุงิรู้สึกถึงความตื่นเต้นที่เพิ่มขึ้นในร่างกายของเขาเอง การได้เห็นหลินฮวาในท่าทางที่วาบหวิวมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เขารู้สึกเหมือนมีไฟลุกโชนในเื เขาจินตนาการถึงภาพของเธอที่เปลือยกายอย่างสมบูรณ์ ผิวพรรณขาวผ่องที่จะเปล่งประกายใต้แสงเทียน และเส้นสายของร่างกายที่จะถูกถ่ายทอดลงบนผ้าใบอย่างสมจริง ความคิดเหล่านี้ทำให้ส่วนล่างของเขาเริ่มแข็งตัวขึ้นอย่างช้าๆ
"แต่ข้าทำไม่ได้!" หลินฮวายังคงยืนกราน น้ำตาเริ่มไหลอาบแก้ม "ข้าอาย... ข้ากลัว... ข้าไม่อาจเปลือยกายต่อหน้าท่านได้..."
ท่านลุงิถอนหายใจยาว เขาเปลี่ยนจากแววตาที่ร้อนแรงมาเป็แววตาที่เศร้าสร้อยและผิดหวัง "ข้าเข้าใจ... ข้าคงคาดหวังกับเ้ามากเกินไป" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงแ่เบา "ข้าคงลืมไปว่าเ้าก็เป็เพียงเด็กสาวคนหนึ่งที่ต้องแบกรับภาระที่หนักอึ้งเกินกว่าวัย... ไม่เป็ไรหรอกหลินฮวา หากเ้าไม่้าก็ไม่เป็ไร เราก็คงต้องทำงานหนักกันต่อไปอีกหน่อย เก็บเงินไปทีละเล็กทีละน้อย หวังว่าสักวันหนึ่งมันจะเพียงพอที่จะใช้หนี้สินทั้งหมดได้... ก่อนที่เ้าหนี้จะหมดความอดทนและมายึดทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเรา"
แต่ในขณะที่เขาพูดคำเหล่านี้ ความตื่นเต้นในร่างกายของเขายังคงเพิ่มขึ้น เขาจินตนาการถึงการได้ััผิวพรรณของหลินฮวาด้วยปลายนิ้ว การได้มองเห็นทุกส่วนของร่างกายเธออย่างใกล้ชิด และการได้ถ่ายทอดความงามนั้นลงบนผ้าใบ ความคิดเหล่านี้ทำให้เขารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านร่างกาย และส่วนล่างของเขาก็เริ่มแข็งตัวมากขึ้น
คำพูดของท่านลุงิเหมือนมีดที่กรีดลงบนหัวใจของหลินฮวา เธอคิดถึงใบหน้าของบิดาที่เริ่มมีริ้วรอยแห่งความกังวลกลับมาอีกครั้ง คิดถึงมารดาที่ต้องทำงานหนักขึ้น และคิดถึงน้องชายที่อาจจะต้องออกจากโรงเรียนอีกครั้งหากพวกเขาสิ้นเนื้อประดาตัว ความฝันที่ครอบครัวจะได้กลับมาสุขสบายอีกครั้งกำลังจะพังทลายลงตรงหน้า เพียงเพราะความอับอายของเธอคนเดียว
หลินฮวายืนนิ่งอยู่นาน ความขัดแย้งในใจของเธอรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ด้านหนึ่งคือศักดิ์ศรีและความเป็กุลสตรีที่เธอถูกพร่ำสอนมาตลอดชีวิต อีกด้านหนึ่งคือความรักและความรับผิดชอบต่อครอบครัวที่เธอไม่อาจทอดทิ้งได้ น้ำตาของเธอไหลไม่หยุด แต่ในที่สุด เธอก็ตัดสินใจได้
"ข้า... ข้าจะทำเ้าค่ะ" หลินฮวาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือและแ่เบาราวกับกระซิบ แต่ท่านลุงิก็ได้ยินมันอย่างชัดเจน
รอยยิ้มแห่งชัยชนะปรากฏขึ้นบนใบหน้าของท่านลุงิอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาซ่อนมันไว้ภายใต้หน้ากากของความเห็นใจ ความตื่นเต้นในร่างกายของเขาเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง เขารู้สึกเหมือนเืในร่างกายเดือดพล่าน และส่วนล่างของเขาก็แข็งตัวจนเกือบจะเจ็บ เขาต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการควบคุมตัวเองไม่ให้แสดงความตื่นเต้นออกมา
"เ้าแน่ใจนะหลินฮวา? ข้าไม่อยากบังคับเ้า" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้ฟังดูเป็ห่วง แต่ในใจลึกๆ เขาแทบจะรอไม่ไหวแล้ว
หลินฮวาพยักหน้าช้าๆ เธอเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าและพยายามทำใจให้เข้มแข็ง "เพื่อครอบครัว... ข้ายอมทำทุกอย่างเ้าค่ะ"
บรรยากาศในห้องทำงานลับในบ่ายวันนั้นตึงเครียดและเงียบสงัดอย่างน่าประหลาด ท่านลุงิจัดเตรียมผ้าใบและอุปกรณ์วาดภาพอย่างเงียบๆ ในขณะที่หลินฮวายืนนิ่งอยู่กลางห้อง หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก
ขณะที่เขาจัดเตรียมอุปกรณ์ ท่านลุงิรู้สึกถึงความแข็งตัวที่เพิ่มขึ้นในส่วนล่างของเขา เขาพยายามปรับท่าทางให้ไม่เห็น แต่ความตื่นเต้นที่จะได้เห็นหลินฮวาเปลือยกายอย่างสมบูรณ์ทำให้เขาแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ เขาจินตนาการถึงผิวพรรณขาวผ่องที่จะปรากฏต่อหน้า ถึงทรวงอกที่อวบอิ่มและเต่งตึง และถึงส่วนโค้งเว้าของร่างกายที่จะเผยให้เห็นอย่างไม่มีสิ่งใดปกปิด
"เริ่มกันเลยเถอะ" ท่านลุงิกล่าวเบาๆ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าด้วยความตื่นเต้นที่ปกปิดไว้
หลินฮวาหลับตาลงช้าๆ เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะค่อยๆ ปลดสายรัดเอวของชุดกระโปรงออกอย่างเชื่องช้า เสื้อคลุมตัวนอกค่อยๆ เลื่อนหลุดจากไหล่ของเธอลงไปกองอยู่ที่พื้น เผยให้เห็นชุดชั้นในตัวบางที่ปกปิดเรือนร่างของเธอไว้เพียงน้อยนิด มือของเธอสั่นเทาจนไม่สามารถควบคุมได้ เธอรู้สึกเหมือนกำลังจะหมดแรงยืนอยู่ตรงนั้น
ท่านลุงิมองเธอด้วยสายตาที่ลุ่มลึกและยากจะคาดเดา เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความตื่นเต้นในร่างกายของเขาเพิ่มขึ้นทุกวินาที เขารู้สึกเหมือนหัวใจจะะเิ และส่วนล่างของเขาก็แข็งตัวจนเจ็บแสบ เขาต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการยืนให้มั่นคง
"ต่อไป..." เขากล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
หลินฮวาค่อยๆ ปลดตะขอเสื้อชั้นในออกอย่างเชื่องช้า และในที่สุด อาภรณ์ชิ้นสุดท้ายที่ปกปิดร่างกายท่อนบนของเธอก็หลุดร่วงลงไปกองอยู่ที่พื้น ความรู้สึกแรกที่เธอััได้คือความเย็นของอากาศที่กระทบผิว แต่แล้วความรู้สึกอับอายอย่างรุนแรงก็ถาโถมเข้ามาจนเธอแทบจะล้มทั้งยืน เธอรีบยกแขนขึ้นมาปิดบังหน้าอกของตัวเองไว้โดยสัญชาตญาณ
ท่านลุงิรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่าเมื่อได้เห็นทรวงอกของหลินฮวา แม้จะถูกปิดบังด้วยแขนของเธอเอง แต่เขาก็เห็นส่วนที่เผยออกมาได้พอที่จะทำให้เขารู้สึกเหมือนจะเป็ลม ความแข็งตัวในส่วนล่างของเขาเพิ่มขึ้นจนเกือบจะทนไม่ไหว เขาต้องกัดฟันเพื่อไม่ให้เสียงครางหลุดออกมา
"อย่าปิดบังความงามของเ้าเลยหลินฮวา" ท่านลุงิกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า "ปล่อยให้ข้าได้เห็นความสมบูรณ์แบบของเ้าเถอะ"
หลินฮวาค่อยๆ ลดแขนลงอย่างเชื่องช้า เผยให้เห็นทรวงอกที่อวบอิ่มและเต่งตึงอย่างเต็มตาเป็ครั้งแรก ใบหน้าของเธอแดงก่ำราวกับผลตำลึงสุก เธอไม่กล้าสบตากับท่านลุงิ ทำได้เพียงก้มหน้ามองพื้น แต่แล้วความรู้สึกแปลกใหม่ก็เริ่มแทรกซึมเข้ามาในความอับอายนั้น ความรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เปลือยกายต่อหน้าคนอื่นเป็ครั้งแรก ความรู้สึกที่ถูกคุกคามแต่ในขณะเดียวกันก็ทรงพลังอย่างน่าประหลาด เธอรู้สึกได้ถึงสายตาของท่านลุงิที่กำลังสำรวจทุกสัดส่วนบนร่างกายของเธออย่างละเอียดลออ และมันก็ทำให้เืในกายของเธอสูบฉีดอย่างรุนแรง
ท่านลุงิยืนนิ่งราวกับต้องมนต์สะกด เขาไม่เคยเห็นภาพที่งดงามและเย้ายวนเช่นนี้มาก่อนในชีวิต สรีระของหลินฮวาที่ปราศจากสิ่งใดปกปิดนั้น ช่างสมบูรณ์แบบราวกับรูปสลักของเทพธิดาในตำนาน ความตื่นเต้นในร่างกายของเขาเพิ่มขึ้นจนเขาแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ เขารู้สึกเหมือนท่อนไม้แข็งในส่วนล่างจะะเิออกมาจากกางเกง เขาต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการยืนให้มั่นคงและไม่ให้หลินฮวาสังเกตเห็นสภาพของเขา
เขาหยิบพู่กันขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มจรดปลายพู่กันลงบนผืนผ้าใบอย่างบรรจง แต่สายตาของเขาไม่อาจหลุดพ้นจากร่างกายของหลินฮวาได้เลย เขาต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการมองไปที่ผ้าใบ ขณะที่ส่วนล่างของเขายังคงแข็งตัวและเจ็บแสบ
ในวันนั้น ศักดิ์ศรีของหลินฮวาก็ได้ถูกมอบให้กับพู่กันของท่านลุงิโดยสมบูรณ์ และภาพเปลือยแรกของเธอก็ได้ถือกำเนิดขึ้น เพื่อรอวันที่จะถูกนำไปเปิดเผยต่อสายตาของโลกภายนอก และเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอไปตลอดกาล
ขณะที่ท่านลุงิวาดภาพ เขารู้สึกเหมือนกำลังอยู่ใน์ การได้มองเห็นทุกรายละเอียดของร่างกายหลินฮวาทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นจนแทบจะบ้าคลั่ง ความแข็งตัวในส่วนล่างของเขาไม่เคยลดลงเลยตลอดเวลาที่วาดภาพ และเขาก็รู้ว่านี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นของสิ่งที่เขา้าจากหลินฮวา