เหตุการณ์ต่อจากนั้น เมื่อบวรขับรถมาถึง ณ หน้าคฤหาสน์ของพนิตพรหรือเพนนี
"ผมชื่อบวร มาพบคุณภาสพงษ์ มีธุระด่วน้าติดต่อเื่งานของคุณเพนนี พนิตพรครับ"
บวรกล่าวกับยามหนุ่มหน้าคฤหาสน์
"รอสักครู่นะครับ เดี๋ยวผมขอแจ้งหัวหน้าแม่บ้านก่อน"
"คุณวรรณครับ มีคนมาขอเข้าพบคุณภาสพงษ์ครับ ชื่อคุณบวรครับ"
"คุณบวรเธอมีเื่อะไรจ๊ะพ่อก้องเกียรติ" ป้าวรรณกล่าวกับก้องเกียรติ ยามหนุ่มที่เฝ้าหน้าคฤหาสน์ด้วยน้ำเสียงเอ็นดู
"เห็นคุณเขาพูดว่าเื่งานคุณเพนนีครับ"
"โอเคจ่ะ เดี๋ยวป้าไปเรียนคุณภาสเธอให้นะ ให้คุณบวรเข้ารอมาในบ้านเลยนะ เดี๋ยวป้าไปสั่งให้เด็กๆเค้าไปเอาของมาต้อนรับ"
เมื่อพูดกับยามเรียบร้อยป้าวรรณจึงรีบขึ้นไปรายงาน นั่นจึงเป็สาเหตุที่ว่าทำไมป้าวรรณถึงเข้าใจว่าบวร้ามาพูดคุยเกี่ยวกับงานของเพนนี ก็เนื่องจากเหตุผลที่บวรยกขึ้นมาในขณะที่ถูกสะกดจิตนั่นเอง
เมื่อยามรายงานเื่เรียบร้อย บวรก้าวลงมาจากรถเมื่อขับมาจอดเสร็จสิ้น เมื่อเดินเข้ามาหน้าประตูบวรก็พบกับป้าวรรณ
"เชิญค่ะคุณบวร รอคุณภาสสักครู่นะคะ ป้าไปเรียนให้ทราบแล้ว"
"ขอบคุณคุณป้ามากครับ" บวรกล่าวด้วยเสียงที่มีภูมิฐาน
หน้าประตูห้องของเพนนี
"อ่ะ อย่าเพิ่งใจร้อนสิครับคุณเพนนี"พงษ์เอามือดันประตูไว้
"นี่ไอ้พงษ์ แกถึงขั้นห้ามฉันเข้าห้องขนาดนี้ งั้นก็พูดมาเลยดีกว่า ไหนธุระสำคัญอะไรนักหนาของแก ถึงเรียกให้ฉันลงไปแบบเร่งด่วนเนี่ย เร็วๆเข้า ฉันต้องซ้อมเปียโนเพื่อแสดง" เพนนีพูดด้วยอารมณ์ที่ทั้งอยากรู้และหงุดหงิดตามประสาคนถูกขัดใจ
"โถ คุณเพนนีคุณไม่ต้องเปียโนก็ได้นี่ครับ เล่นมาเป็สิบชาติร้อยชาติละ หลับตาก็คงกดได้ แถมคุณเป็อันดับหนึ่งขนาดนี้คงไม่มีใครเก่งไปกว่าคุณหรอก"
"เอ้า ไอ้นี่ ฉันก็ต้องซ้อมมั้ยล่ะ แกเคยได้ยินรึเปล่า สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง เกิดชาตินี้เป็ชาติเดียวที่ฉันแสดงผิดพลาดขึ้นมา ชื่อเสียงที่สั่งสมเอาไว้ตั้งาของฉันก็เสียหายหมดพอดีนะจ๊ะ แล้วตกลงจะเล่ามั้ย ลีลา ยึกยักอยู่ได้ น่ารำคาญจริงๆ"
"เล่าครับ เล่าครับ แหม่!! ใจร้อนตามเคย อ่ะๆๆ หยุดเลยนะอย่าตีผม ไม่ล้อเล่นละผมรีบพูดดีกว่าก่อนจะโดนคุณฟาดมือวิเศษใส่ คืออย่างนี้ครับ คุณเพนนีตลอดระยะเวลาที่เราเวียนว่ายตายเกิดกันมานับสิบชาติเนี่ย "
"เดี๋ยวๆ หยุดก่อน มาพูดข้างในห้อง จะได้เก็บเสียง ไม่งั้นโป๊ะแน่เื่เหนือธรรมชาติแบบนี้" เพนนีว่าแล้วก็เดินเข้าไปข้างในห้องพร้อมกับพงษ์ที่เดินตามมาแล้วปิดประตู
"ต่อนะครับ ที่แปลกในชาตินี้เนี่ยคือ วันนี้ต่างหาก มีคนมาขอขายแหวนให้ ไม่ใช่แหวนธรรมดานะครับ เป็แหวนทองรูปหัวสิงห์ สวยดีเชียวล่ะ แต่ดูแล้วแหวนมันเก่าๆพิกล สงสัยคงมีอายุั้แ่รุ่นทวดของเขาจริงๆ"
"ไอ้เขาที่พูดถึงนี่อ่ะใคร"
"คุณบวรไงครับ"
"อ่อ นายคนที่ชอบมาขอยืมเงินบ่อยๆน่ะหรอ ยืมไปทำธุรกิจ จนล้มละลายจะหมดละมั้ง เนี่ยล่ะหนา ฉันเตือนไปกี่ทีแล้วว่าอย่ายืมๆ สุดท้ายก็ยืม แล้วเป็ไง ดูท่าคงไปไม่รอด ต้องเริ่มทยอยเอาของเก่าแก่ที่เก็บไว้ออกมาขายประทังชีวิต"
"โอ้โห พอเถอะครับคุณเพนนี ปากร้ายขนาดนี้ เกิดนายพงษ์มาได้ยินเข้าจะโดนแทงตายก่อนเวลาอันควรนะครับ นี่เหลือเวลาก่อนเกิดเหตุตั้ง 3 เดือนเลยน้าาาาา พอก่อนเถอะครับ"
"อ่ะๆๆๆ บอกแล้วนี่มันเป็ลูกน้องหรือมันเป็พ่อกันแน่ ชาติก่อนฉันเคยเป็ลูกแกรึเปล่าก็ไม่รู้ บ่นเก่งกว่าเ้านายอีก"
"อุ๊ปส์ ขอโทษครับ ไอ้พงษ์มันเพลินปากไปหน่อยนึง"
"หยุดบ่นฉันแล้วต่อ แหวนทองมันยังไงอะไร ฉันชักเริ่มรู้สึกได้กลิ่นตุๆละนะ"
"ผมไม่ได้ตดนะ"
"อี๋ ไอ้บ้า ฉันก็รู้ย่ะว่าแกน่ะไม่ได้ตด โอ๊ย!! จะบ้าตาย กลิ่นตุๆที่ฉันหมายถึงเนี่ยมันคือความแปลก ไม่เคยเจอแหวนทองมาตลอดสิบกว่าชาติ อยู่ๆชาตินี้มาเจอ มันก็ยังไงอยู่นะ แต่ก็ชั่งมันเถอะ ฉันรู้สึกได้เลยว่าชาตินี้ต้องมีอะไรสนุกๆกว่าเดิมแน่นอน"
เพนนีพูดไปพร้อมเริ่มให้ความรู้สึกตื่นเต้นข้างในเหมือนจะได้เจอของแปลกและความรู้สึกที่เหมือนจะได้เจอสิ่งที่เคยขาดหายไป พร้อมกับความรู้สึกที่สนุกของเธอ
"พงษ์นายพาฉันไปดูแหวนทองหน่อยสิ ไปเลยตอนนี้ ฉันอยากเห็นละ"
"โอ้โห เมื่อกี้เพิ่งเรียกไอ้พงษ์ เรียกแกอยู่แหม๊บๆ ตอนนี้เปลี่ยนสรรพนามให้เป็นายพงษ์ซะแล้ว ไวจริงจริ้งเลยยยยคุณนายเพนนี"
"ไวอะไรไม่ทราบจ๊ะคุณพงษ์ ฉันก็เรียกแบบนี้มาตลอดนะ"
"ก็ไวเื่เปลี่ยนสีหน้าไงครับคุณเพนนี เปลี่ยนคำพูดอีกนะ ต่อหน้าผมก็เรียกว่าแก เรียกไอ้พงษ์ พออยู่กับคนเยอะๆก็ให้เกรียติเป็นายพงษ์ หรือบางทีเป็คุณพงษ์เฉยเลย แหม่เป็บุญของไอ้พงษ์มันจริงจริ้งงงงง คุณเพนนี่เปลี่ยนเก่งซะยิ่งกว่าพวกนักแสดงอีก ผมว่าคุณเพนนีเลิกเป็นักเปียโนดีกว่าแล้วหันไปเอาดีทางด้านการแสดง อารมณ์เปลี่ยนไปมาไวแบบคุณอย่างงี้ รับรองเลยว่า ตุ๊กตาทองเป็ของคุณคนเดียว อั๊กกกกก!! ผมเจ็บนะครับเนี่ย"
เพนนีขว้างหมอนใบใหญ่ใส่พงษ์อย่างแรง
"สมน้ำหน้า ตอนเรียนเค้าไม่สอนรึไงเื่มารยาท สมบัติของการเป็ผู้ดี และสุภาพบุรุษควรให้เกียรติผู้หญิง สมควรโดนแล้วจ่ะ แล้วมันไม่ดีตรงไหนก็ที่นี่มันไม่มีคนอื่น ฉันจะเรียกอะไรก็ได้ นี่ฉันให้เกียรตินายหรอกน่า ต่อหน้าพวกเด็กรับใช้ ันยังเรียกคุณพงษ์เลย"
"โอ๊ย ที่โรงเรียนคุณเพนนียังไม่ผู้หญิงควรให้เกียรติผู้ชายเลย ก็โรงเรียนเดียวกันนั่นแหล่ะครับผม "
"อ๊ะๆๆๆๆ หยุดขว้างเลยนะครับ ผมไม่ช่วยเก็บนะ ผมว่าคุณเพนนีให้เกลียด แบบ เกลี้ยดเกลียดไอ้พงษ์ซะมากกว่า เอาเถอะครับผมตามใจคุณมานาน คุณเพนนีจะเรียกอะไรก็เรียกไปเถอะแล้วรีบตามผมลงมาเลยนะครับ อ้อ! มัวแต่เถียงกับผมสีปากคุณซีดหมดแล้วแย่าลืมเติมนะครับบบบบ"
จากนั้นพงษ์ก็รีบปิดประตูห้องเพนนีแล้วรีบเดินลงบันไดไปในทันที
"ไอ้บ้านี่ ถ้าไม่เห็นว่าอยู่ด้วยกันมาั้แ่เด็ก จะไม่เลี้ยงให้เสียข้าวสุกจริงๆด้วย ว่าแต่พงษ์มันอยู่กับฉันได้ยังไงนะ มัวแต่มาเกิดใหม่ตอนอายุ 27 แล้วตายตอนอายุ 30 ไอ้เื่ราวก่อนหน้าก็ดันลืมไปหมดจริงๆละ รีบไปดีกว่า อยากดูแหวนจังเลย"
เพนนีจึงเดินลงบันไดไปด้วยความอารมณ์ดี
"โถ เฟยเฟยน้องสาวของข้า เหตุใดเ้าจึงน่าสงสารยิ่งนัก เ้าไม่ต้องเสียใจหรือกังวลไปนะ ข้าจะรีบทำให้เ้าไปเกิดใหม่ได้โดยเร็วที่สุด"
เสียงของิญญาสาวตนนึงที่มาปรากฏกายภายในคฤหาสน์พร้อมกับแหวนที่บวรพกติดตัวมาให้อวี๋เฟิงเฟยตามคำสั่งของหญิงวัยกลางคนซึ่งโดนเขาขับรถชนผู้นั้น ิญญาสาวเธอได้พูดออกมา โดยที่ไม่มีใครได้ยินและเห็นเธอเลย อีกทั้งยังไม่ได้รับรู้ถึงการมีตัวตนแม้แต่น้อย
ห้องรับแขกของคฤหาสน์
"สวัสดีค่ะคุณบวร ดิฉันได้ข่าวว่าคุณนำแหวนติดตัวมาด้วยหรอคะ ขอดูหน่อยได้มั้ยคะ"
"ได้ครับคุณเพนนี นี่ครับแหวน"
"แหวนได้กลับคืนสู่เ้าของแล้ว เฟยเฟย ลูกรักของข้า"
เสียงของหญิงวัยกลางคนผู้นั้น ซึ่งเธอได้เฝ้ามองผ่านทางภาพสะท้อนที่ปรากฏออกมาของแหวนวงดังกล่าว
เพนนีรับแหวนมาดูพร้อมกับสวมใส่แหวนลงนิ้วมือ
"สวยจังค่ะแหวนวงนี้ เอ๊ะ ว่าแต่มีใครได้ยินเสียงอะไรมั้ยคะ"
"ไม่นะครับ" บวรกล่าว
"นายพงษ์ นายเองก็ไม่ได้ยินหรอ"
"ผมก็ไม่ได้ยินนะครับคุณเพนนี"
"จริงหรอ แปลกจังสงสัยฉันจะหูฝาด ยังไม่ได้แก่เลยแท้ๆ ดูสิผิวยังเต่งตึงเหมือนเด็กสิบแปดอยู่เลย จริงมั้ยคะ"
"จริงครับๆๆๆ" ทั้งบวรและพงษ์รีบกล่าวพร้อมกัน
"ฉันคงคิดมากจนเพ้อไปเองแหล่ะค่ะ ว่าแต่ แหวนวงนี้ก็สวยดีเหมือนกันนะคะ ดูเหมาะกับนิ้วฉันดีด้วย เหมือนเกิดมาคู่กัน ใส่แล้วนี่ฉันรู้สึกเลยว่า เหมือนมันเป็สิ่งของที่ขาดหายไป"
"สวยมากๆครับคุณเพนนี ผมให้คุณเพนนีราคาพิเศษเลยครับ แหวนเก่าแบบนี้ผมคิดแค่ล้านสองเท่านั้น"
"แหม่! จะได้ยังไงกันหล่ะคะคุณบวร แหวนสวยขนาดนี้แถมดูมีราคาอีก อย่าลดเลยค่ะ ฉันรวย บอกราคาเต็ม ราคาบวกอะไรบอกมาเถอะค่ะ ยังไงก็จ่ายไหว"
"จะดีหรอครับ"
"ดีค่ะ บอกมาเถอะ"
"ผมเห็นเป็คุณเพนนี งั้นผมไม่เกรงใจนะครับ ทั้งหมดนี่ผมขออย่างมากก็สองล้านห้าแล้วกันครับ"
"ห้ะ ตั้งสองล้านห้า แพงไปรึเปล่าครับคุณบวร" พงษ์ฟังแล้วรู้สึกหนวดเริ่มกระดิก
"สองล้านห้าเองหรอคะ ราคาถูกจัง" เพนนีพูดไปยิ้มไป
"คุณเพนนีครับ นี่มันสองล้านห้ากับแค่แหวนเองนะครับ"
เพนนีขยิบตา "เอาน่านายพงษ์ เดี๋ยวค่อยไว้คุยกันทีหลังฉันน่ะอยากได้แหวน ราคาดี๊ดี"
"แหวนน้ำงามขนาดนี้ สองล้านห้ายังถูกไปอีกนะคะ ถือว่าฉันทิปแล้วกันค่ะเป็ค่าน้ำมัน คุณบวรเอาไปสองล้านแปดเลยแล้วกัน"
"เกินไปรึเปล่าครับคุณเพนนี"
"ตามใจฉันหน่อยน่าพงษ์ นานๆทีจะเจอของถูกใจ"
"ครับผม" พงษ์ทำหน้าเบ้ พร้อมบ่นกับตัวเองในใจ
"อะไรวะเนี่ย เพิ่งหมดเงินไปกับคฤหาสน์หลายร้อยล้านบาท นี่คุณยังจะซื้อแหวนราคาสูงอีก ถ้าผมเป็พ่อคุณละก็ผมกลุ้มแน่ จะหาเงินจากไหนมาให้ลูกสาวใช้ทัน"
เพนนีเห็นพงษ์หน้าเบ้พร้อมกับทำปากเหมือนกำลังว่าเธอ จึงหันไปบิดแขนเขาหนึ่งที และกระซิบให้ได้ยินกันสองคน
"ว่าฉันอะไรว่าอีกหละ ไอ้ตัวดี เดี๋ยวก่อนเดี๋ยวฉันซื้อแหวนเสร็จจะมาคิดบัญชีกับแกทีหลัง คอยดู"
"ค่ะคุณบวร ดิฉันรับเลยแล้วกันค่ะ "
"แตงจ๊ะ ฉันรบกวนขึ้นไปหยิบเช็กมาให้คุณบวรเขาหน่อย ฉันจะเซ็นต์"
เพนนีหันไปพูดกับแตง แตงจึงรีบวิ่งขึ้นไปหยิบเช็กมาให้คุณเพนนีเซ็นต์ จากนั้นจึงยื่นเช็กที่เขียนจำนวนเงินสองล้านแปดแสนบาทให้กับบวร
"เป็อันว่าเราจบการค้ากันแล้วนะคะคุณบวร แหวนวงนี้ถูกใจดิฉันมาก"
"ขอบคุณคุณเพนนีครับ ไว้ครั้งหน้าผมมีของเก่าๆน่าสนใจผมจะเอามาขายให้นะครับ แหวนวงนี้เหมาะกับคุณมากๆ สงสัยแหวนจะตามหาเ้าของมันจนเจอ ดีใจจริงๆ ผมกลับก่อนนะครับ สวัสดีคุณเพนนีกับคุณภาสครับ"
บวรหันไปไหว้ทั้งคู่แล้วรีบกลับขึ้นรถไป
"ในที่สุดแหวนก็ได้คืนกลับสู่เ้าของตัวจริงสักที เฟยเฟยลูกข้า เ้าต้องทำมันได้แน่ พ่อเชื่อในตัวเ้าและความฉลาดของเ้า"
เสียงของบวรที่เปล่งออกมานั้นแตกต่างกันกับเสียงของบวรที่คุยกับเพนนีและภาสพงษ์เป็อย่างมาก เหมือนกับเป็เสียงของชายวัยกลางคน ชาวจีน เมื่อบวรขับรถออกมาจากปากทางเข้าคฤหาสน์ของเพนนี สิ่งที่สะกดเขาอยู่ก็ถอนตัวเองออกไป
"อะไรวะเนี่ย มาที่นี่ได้ยังไงวะ ไม่ทันละต้องรีบหนี"
พงษ์ที่เมื่อหายมึนงง และสงสัยแล้วก็รีบเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว
"เอ๊ะ อะไรแวบๆที่สีขาว ห้ะ เช็ก นี่เรามาขอเงินคุณเพนนีหรอวะ โอ๊ย ไอ้บวร เป็หนี้เค้าไปทั่ว จะบ้าตายอยู่แล้ว เดี๋ยวก่อนทำไมมันเขียนว่าค่าแหวน แหวนอะไรวะ โดนผีหลอกแน่ๆ ไม่อยู่แล้ว รีบหนีดีกว่า ซวยแท้ๆ วันซวยวันอะไรวะเนี่ย"
จากนั้นบวรจึงรีบขับหนีออกไปอย่างรวดเร็ว