ไม่มียังไม่ได้คิด

    บทที่ 35 นิทาน 2

    "...?"


    "ทำไมถึงเรียกผู้กล้าในเรื่องว่าผู้กล้าที่โง่เขลาหละ?"


    แจ็คถามขึ้นมาเพราะเขาจับสังเกตุได้บางอย่าง


    "หืมอ้อนั้นก็เพราะว่ามีเรื่องตลกอยู่อย่างนึงหนะสิ เหตุผลที่ผู้กล้าแค้นและพยายามที่จะฆ่าจอมมารเพราะว่าถูกมอนสเตอร์โจมตีและฆ่าล้างครอบครัวถูกใช่ไหมแต่ที่น่าตลกคือ มันเป็นฝีมือของมนุษย์ หนะ"หลังจากจอมมารพูดจบก็หัวเราะออกมาด้วยเสียงที่แฝงด้วยความเศร้าหมองเล็กๆ ที่แทบจะไม่มีใครสังเกตุเห็นแต่ไม่มีทางรอดสายตาของแจ็คไปได้แน่นอน


    "เอ่องั้-"


    "เรื่องนี้ตัวผู้กล้าไม่รู้หรอกนะ เพราะงั้นอย่าได้พูดให้ผู้กล้าได้ยินเด็ดขาดถ้าไม่อยากให้ผู้กล้า....ไม่บอกก็คงรู้นะ"


    ในขณะที่แจ็คกำลังจะพูดขึ้นจอมมารพูดขัดขึ้นมาก่อน


    "เอาหละมีอะไรจะถามอีกไหม"


    "มีครับ ผมขอเข้าประเด็ดเลยนะครับแบบไม่อ้อมค้อม คุณเป็นใครมาจากไหน ทำไมถึงได้มีความแข็งแกร่งที่มากกว่าผู้กล้าได้ครับ?"


    แจ็คถามตรงประเด็นมากทำให้จอมมารชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นด้วยท่าทางที่ดูพึงพอใจอย่างไม่ปิดบัง


    "หืม? อยากฟังเรื่องของข้าหรอ งั้นข้าจะเล่านิทานอีกสักเรื่องสนใจจะฟังไหมละ"


    จอมมารถามทั้งที่ รู้คำตอบอยู่แล้ว


    "ฟังแน่นอนครับ"


    "ฟังคะ/ฟังแน่นอนค่ะ/น่าสนใจ"


    ทุกคนตอบมาในแนวเดียวกันแน่นอนไม่มีใครอยากฟังนิทานแบบนี้หรอกแต่มันอาจเป็นคำใบ้ของเขาก็ได้นี้ แล้วก็ถ้าขอให้เขาพูดตรงๆ เขาอาจไม่ยอมพูดก็ได้


    "งั้นข้า...จะเล่านิทานให้ฟัง"จอมมารเงียบไปอีกครั้งเหมือนกำลังตกอยู่ในห่วงความทรงจำบางอย่าง หน้าตาของเขาดูเศร้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาของเขาแทบจะไร้แววราวกับกำลังเก็บงำบ้างอย่างที่มันหนักหน่าและเจ็บปวดเอาไว้ แต่เพียงไม่นานจอมมารก็มองไปบนท้องฟ้าและพูดออกมาว่า"นิทานเรื่องนี้จะเชื่อหรือไม่ก็ใช้วิจารณญาณ ของพวกเจ้าเองแล้วกันนะ"


    "กาลครั้งหนึ่งเมื่อนานแสนนานมาแล้ว นานมากๆ จนไม่สามารถบอกได้ มีสองเผ่าพันธุ์ที่เข้าห้ำหั่นกันเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันนั้นคือเผ่าพันธุ์ เทพ และ ปีศาจ สองเผ่าพันธ์ุนี้ทำสงครามและส่งต่อส่งครามนี้ รุ่นสู่รุ่นโดยไม่เว้นช่วง จนถึงรุ่นหนึ่งที่ทั้งสองเผ่าพันธุ์ได้ให้กำเนิดอัจฉริยะขึ้นมาทั้งสองเผ่า โดย อัจฉริยะของฝ่ายปีศาจนั้นเป็นชายที่มีความแข็งแกร่งในระดับสูงมาก เก่งเกือบทุกด้าน ส่วนทาง อัจฉริยะของเผ่าพันธุ์เทพคือหญิงสายผู้หนึ่งผู้ที่มีทั้งความงานเป็นอันดับหนึ่ง ความแข็งแกร่งอยู่ในระดับสูงมาก และเก่งเกือบทุกด้าน เป็นธรรมดาของสงครามที่ทั้งสองฝ่ายเข้าห้ำหั่นกันนั้น จะมีการส่งอัจฉริยะออกไปเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการในการสู้รบ ครั้งแรกที่อัจฉริยะทั้งสองได้พบเจอกันนั้น ไม่มีใครที่สามารถชิงความได้เปรียบ ได้ทั้งสองนั้นกลับไปที่ฝ่ายตัวเองโดยที่บาดเจ็บทั้งคู่ หลังจากนั้น ครั้งแล้วครั้งเล่า ทุกครั้งที่ทั้งสองอัจฉริยะสู้กันนั้นเคยมีใครที่จะสามารถหาโอกาศที่จะปลิดชีพของอีกฝ่ายได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว จนในที่สุดระหว่างสงครามครั้งสุดท้ายนั้น ได้มีตัวตนบ้างอย่างได้ปรากฎขึ้น มันไม่ใช่ตัวตนที่เทพ หรือปีศาจจะต่อกร ได้ ด้วยเหตุนี้ ทั้งสองอัจริยะต่างเผ่าพันธุ์คู่อาฆาตจึงได้ตัดสินใจที่จะเลิกตีกัน และช่วยกันในการขับไล่ตัวตนปริศนานี้ออกไปได้สำเร็จ การต่อสู้ครั้งนั้นทำให้ทั้งเทพและปีศาจ สูญเสียกันไปมากมายจึงตัดสินใจสงบศึกกันในที่สุดเพื่อเตรียมตัวรับศึกในครั้งหน้าถ้า ตัวตนปริศนา กลับมาอีกครั้งหนึ่ง นั้นทำให้สงครามที่ยืดเยื้อยาวนานได้จบลง แต่มันจบลงแค่เปลือกนอกเท่านั้น เพราะทั้งสองเผ่าพันธุ์ยังคงรังเกียจอีกฝ่ายอย่างที่สุดอยู่เหมือนเดิม แต่ในความขัดแย้งนั้นกลับมีความสดใสอยู่เล็กน้อย นั้นคืออัจฉริยะทั้งสองนั้น ตกหลุดรักกันและกันและได้ให้กำเนิดบุตรขึ้นโดยไม่มีใครรู้ บุตรคนนั้นที่ได้เกิดขึ้นมานั้นด้วยพลังสองขั้วที่ต่างกันขั้นสุดทำให้เหมือนกับว่าเขากลายเป็นเด็กธรรมดาเท่านั้นไม่มีพลังอะไรเลย จนกระทั่งวันนึงเมื่อพ่อของอัจฉริยะสาวนั้นได้มาเยี่ยมที่บ้านโดยไม่ได้บอกเธอ และได้พบกับบุตรของเธอเข้าทำให้เขาโกรธมากและต้องการที่จะฆ่า บุตรของเธอแต่เธอไม่ยอม จนกระทั่งทั้งสามถูกแยกจากกันโดยแต่ละเผ่าอัจฉริยะสาวนั้น ถูกฆ่าด้วยข้อหากบฎ ส่วนอัจฉริยะหนุ่มนั้นถูกไล่ล่าและตามฆ่าเพื่อที่จะปกป้องบุตรชายเพียงคนเดียวของเขา เพราะอัจฉริยะหนุ่มได้ทำข้อตกลงกับผู้นำของเขาว่าถ้าคิดจะฆ่าบุตรของตนนั้นจะต้องตามฆ่าตนให้ได้ก่อนเท่านั้น นั่นในบ้านหลังโตจึงเหลือเพียงเด็กน้อยและพ่อบ้านครึ่งเทพที่ซื่อสัตย์เท่านั้น พ่อบ้านครึ่งเทพผู้ซื่อสัตย์นั้นได้รับคำสั่งมาจากนายหญิงของเขาว่าจะต้องดูแล บุตรของเธอให้ดีก่อนที่เธอจะถูกประหาร นั้นทำให้พ่อบ้านครึ่งเทพครึ่งมนุษย์นั้นได้กลายมาเป็นเหมือนพ่อของเด็กน้อยในที่สุด เนื่องจากไม่มีใครที่จะคอยดูแลเด็กน้อยอีกต่อไป เมื่อเด็กน้อยได้โตขึ้นมาเล็กน้อย พ่อบ้านครึ่งเทพได้พยายามที่จะสอนวิธีในการต่อสู้ และวิธีใช้พลังให้กับเด็กน้อย แต่เด็กน้อยกลับไม่สามารถใช้พลังของตัวเองได้เลยแม้แต่น้อย มีเพียงร่างกายของเด็กน้อยที่แกร่งเกินใครจะคิดได้ พ่อบ้านจึงฝึกศิลปะการต่อสู้ให้เด็กน้อยทุกอย่างดำเนินไป ดูมีความสุขดีในบ้านหลังโตที่มีเพียงพ่อบ้านและเด็กน้อย อยู่มาวันนึงเด็กน้อยด้วยความสงสัยใคร่รู้จึงอยากที่จะออกจากบ้านไปเข้าเมืองบ้าง เด็กน้อยจึงแหกกฎของพ่อบ้านและเดินตรงไปที่เมือง เมื่อเด็กน้อยไปถึงเมืองก็ได้เห็นอะไรหลายอย่างที่แปลกตา บ้านที่มีความสวยงามทางเดินที่ตกแต่งอย่างหรูหราทำให้หัวใจเด็กน้อยพองโต แต่ทีที่เด็กน้อยเดินเข้าไปในเมืองนั้นกลับถูกสายตาของเทพองค์อื่นๆ มองมาที่เขาอย่างเยียดหยามและดูถูก สายตาที่มองมาทีเขามีแต่สายตาที่ไม่เป็นมิตร แต่เด็กน้อยยังไม่ยอมแพ้เพราะอยากจะเดินดูความสวยงามของเมืองต่อไป ทำให้เด็กน้อยยังคงอยู่ในเมืองและเดินไปตามทางเรื่อยๆ จนได้เจอกับเทพเพศชายกลุ่มนึงเดินเข้ามาหา เด็กน้อยและเริ่มด่าทอด้วยคำหยาบคายมากมาย แต่เทพที่อยู่รอบๆกลับไม่ทำอะไรเลยพวกมันเอาแต่ยืนขำและเยียดยิ้มอยากสุขใจ นั้นทำให้เด็กน้อยนั้นทั้งเสียใจและไม่เข้าใจอย่างมากด้วยความไม่เข้าใจเด็กน้อยจึงได้ตะโกนถามออกไป"ข้าไปทำอะไรให้หรอครับทำไมถึงต้องพูดแบบนี้ข้าด้วย" หลังจากได้ฟังกลุ่มเทพเพศชายตรงหน้าของเด็กน้อย ได้ตอบกลับมาว่า"ก็แกมันเป็นลูกของนางตัวอัปมงคลยังไงละ" เด็กน้อยไม่เข้าใจสิ่งที่เทพหนุ่มพูด แต่ก่อนที่จะได้พูดอะไรก็มีเพียงของพ่อบ้านครึ่งเทพพูดขึ้นมาซะก่อน" นายน้อยครับพวกเรากลับบ้านกันเถอะนะครับ" ทามกลางสายตาดูหมิ่งและเหยียดหยามนั้นพ่อบ้านครึ่งเทพพูดและยิ้มด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนมาก รอยยิ้มและคำพูดนั้นได้มอบความอบอุ่นให้กับเด็กน้อยนั่นทำให้หัวใจที่ปวดร้าวของเด็กน้อยได้รับการเยียวยาเล็กน้อย เด็กน้อยพยักหน้าโดยไม่สนใจเทพรอบข้างอีกต่อไปและจับมือของพ่อบ้านครึ่งเทพ และกลับไปที่บ้านหลังโตของพวกเขา ในคืนนั้นเอง มีมือสังหารจากเผ่าเทพ ลอบเข้ามาเพื่อสังหารเด็กน้อย แต่มือสังหารนั้นไม่สามารถรอบพ้นการตรวจจับของ พ่อบ้านครึ่งเทพได้ พวกเขาทั้งสองได้เข้าต่อสู้กันแต่มือสังหารกลับจับเด็กน้อยเป็นตัวประกันทำให้พ่อบ้านครึ่งเทพต้องยอมแพ้ และถูกทำร้ายอยู่ฝ่ายเดียว เด็กน้อยไม่สามารถทำอะไรได้เลยได้แต่มองผู้ที่เป็นเหมือนพ่อของเขาถูกทำร้ายอย่างไม่มีทางสู้และทั้งหมดนี้เป็นเพราะ ตัวเด็กน้อยเองที่ไร้พลังเด็กน้อยได้แต่โทษตัวเอง ซ้ำไปซ้ำมาจนในที่สุดเมื่อเด็กน้อยทนไม่ไหวจึงได้พูดกับตัวเองในใจว่า'พลังของข้าเอยพวกเจ้าจะตีกับเองอีกนานแค่ไหนตอนนี้ข้าต้องการพลังพลังที่จะปกป้องเขา!!'เด็กน้อยตะโกนในใจของตัวเองด้วยจิตใจที่แรงกล้า ในที่สุดพลังในตัวของเด็กน้อยก็เลิกตีกันเองเด็กน้อยได้ระเบิดพลังเทพของเด็กน้อยออกมา อย่างมากมายมหาศาลจนนักฆ่าไม่อาจต้านทานได้ ทำให้นักฆ่านั้นถูกคลื่นพลังผลักจนกระเด็น ชนเข้ากับกำแพงบ้านจนกระอักเลือด ทำให้พ่อบ้านครึ่งเทพใช้โอกาศนี้ในการปลิดชีพมือสังหารอย่างไร้ปราณี เหตุการในครั้งนั้นทำให้เด็กน้อยเริ่มการ ไขว่คว้าหาพลังที่ยิ่งใหญ่เพื่อที่จะได้ปกป้อง ตนเองและบ้านหลังนี้เอาไว้เวลาไหลผ่านทำให้เด็กน้อยได้กลายเป็นหนุ่มแล้ว และตอนนี้ตำแหน่งของเขานั้นเป็นถึงมหาเทพที่เทพองอื่นๆ ทำได้เพียงมองเท่านั้นไม่มีใครกล้าที่จะมาโจมตี มหาเทพหนุ่มอีกแล้ว แต่หลังจากที่เขาได้พลังที่มหาศาลและแข็งแกร่งมากพอแล้วเขาก็เริ่มที่จะศึกษาด้านอื่นๆ โดยไม่มีการสนับสนุนจากทางเมืองเลย เขาแข็งแกร่งได้ด้วยตัวเองและฝึกทุกอย่างด้วยตัวเอง เขาเริ่มฝึกด้านอื่นๆ เช่น การรักษา จนเรียกได้ว่าเป็นแพทเทวะ ที่ใครเป็นอะไรมาก็สามารถรักษาได้ และด้านอื่นๆอีก จนอยู่จุดสูงสุดแทบทุกด้าน จนวันนึงเขาได้ยินเสียงของอะไรบ้างอย่างดังขึ้นในห้องของเขา เขาได้ยินเสียงเป็นเสียงของการร้องขอ เขาขอพลังเพื่อที่จะจัดการความชั่วร้ายทั้งปวง เมื่อมหาเทพหนุ่มได้ยินดังนั้นมหาเทพหนุ่มจึงตอบรับไป อย่างง่ายดายเพราะถ้าไม่ยื่นมือเข้าช่วยมนุษบ์อาจหายไปหมดก็ได้ หลังจากนั้นไม่นานเกินรอหลังจากที่มหาเทพหนุ่มได้ตอบรับคำขอแล้วนั้น เพียงไม่กี่ปีต่อมาคำขอต่อมาทำให้มหาเทพหนุ่มต้องแปลกใจ เมื่อคนที่เขาได้ให้พลังไปนั้น อยู่ในสภาพปางตายและขอให้ส่งพลังในตัวเขาให้กับทุกๆ คน และแน่นอนมหาเทพหนุ่มก็ได้ตอบรับอีกครั้งเนื่องด้วยความดีความชอบที่ช่วยมนุษย์ไว้ หลังจากนั้นทุกอย่างก็สงบลงไม่มีการร้องขออะไรอีก เมื่อเวลาผ่านไป ทำให้มหาเทพหนุ่มเริ่มจะเบื่อนั้น มหาเทพหนุ่มจึงได้มองหาอะไรที่น่าสนใจในโลกมนุษย์ และได้เจอกับเด็กสาวคนนึงที่แปลกมาก เธอมีร่างเดียวแต่กับมีถึงสองวิญญาณ พวกเธอมีพลังที่แปลกประหลาดที่สามารถคืนชีพกลับมาได้ทุกครั้งที่ถูกฆ่า มันเป็นอะไรที่น่าสนใจมากสำหรับมหาเทพหนุ่ม เขาจึงตัดสินใจที่จะลงไปหาเธอ และได้เข้าต่อสู้กับ เด็กสาวที่ดูบ้าคลั่งไปบ้าง บ้างก็สงบจนน่าแปลกใจ ทั้งสองสู้กันครั้งแล้วครั้งเล่าเป็นพัน เป็นหมื่นครั้ง แต่ไม่ว่ามหาเทพหนุ่มจะฆ่าเธอยังไงด้วยวิธีไหนพวกเธอกลับมาอีกครั้งเสมอ แต่ไม่รู้ด้วยอะไรดลใจมหาเทพหนุ่มกลับคิดที่อยากจะมีครอบครัวที่อบอุ่นมีคนอื่นนอกจาก ตัวเขาและพ่อบ้าน ที่จะได้คุยกันสนุกสนานสักครั้งนึง


    มหาเทพหนุ่มจึงตัดสินใจที่จะเสนอ ออกไป "สนใจมาเป็นน้องสาวข้าไหม?"


    คำถามนี้ทำให้เด็กสาวตรงหน้าชะงักและตกตะลึงมาก


    "อย่ามาตลก พวกเราติดอยู่ในช่วงเวลานี้และไม่มีทางออกไปได้"


    เด็กสาวตอบกลับมาแต่มหาเทพหนุ่มไม่สนใจสักนิดเดียว


    "หืมงั้นหรอ งั้นข้าจะช่วยเจ้าออกไปแลกกับการที่พวกเจ้าจะต้องมาเป็นน้องสาวข้า"


    ข้อเสนอนี้ทำให้เธอชะงักอีกครั้งมันช่างเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจเหลือเกินทำให้เธอเงียบไปนานมาก จนในที่สุดเธอก็พูดออกมาว่า


    "ได้แต่.....ช่วยแยกพวกเราออกจากกันทีสิ"


    มหาเทพหนุ่มได้ตอบตกลงไปและได้สร้างร่างของมนุษย์เพศหญิงขึ้นมาโดยใช้เลือดเนื้อของเด็กสาวคนนั้นทำให้หน้าตาของร่างนั้นคล้ายกับร่างต้นมาก แต่สีผมและสีตาไม่เหมือนกัน มหาเทพหนุ่มได้ทำการแยกวิญญาณของเด็กสาวออกมาและใส่เข้าไปในร่างที่เขาสร้างขึ้นมาและมันได้ผล พวกเธอทั้งสองจึงได้แยกกันในที่สุด พวกเธอมีนิสัยต่างกันสุดขั้ว หนึ่งนั้นมีนิสัยสุภาพอีกหนึ่งนั้นมีนิสัย ขี้เล่นและบ้าพลังพอสมควร หลังจากที่ตกลงกันเรียบร้อยมหาเทพหนุ่มก็ได้ ทำให้ทั้งสองเป็นครึ่งเทพด้วยการถ่ายโอนพลังเทพให้ผ่านทางเลือด คนละหยด ทั้งสองก็ได้กลายมาเป็นครึ่งเทพในที่สุด หลังจากที่พวกเธอขึ้นมาอยู่ในแดนเทพและเริ่มปรับสภาพแล้วนั้นทำให้พวกเธอเริ่มสนิทกับมหาเทพหนุ่มมากขึ้นเรื่อยๆ พวกเธอไม่สนใจใครก็ตามที่ดูถูกพวกเธอ เวลาแห่งความสุขนั้นเป็นเพียงช่วงสั้นๆเท่านั้น เมื่ออยู่ๆ มหาเทพหนุ่มต้องออกไปทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายมา เขาจึงจำใจต้องไปคนเดียวเพราะนี้เป็นภารกิจลับ หลังจากที่มหาเทพหนุ่มกลับมาจากภารกิจกลับมาถึงบ้านของเขานั้นเขาได้พบกับบ้านที่พังแทบจะไม่เหลือโครงเดิม และพ่อบ้านผู้ซื่อสัตย์ทีกำลังจะสิ้นใจนอนอยู่เท่านั้น นั้นทำให้หัวใจของมหาเทพหนุ่มดิ่งวูบเขาวิ่งเข้าไปหาพ่อบ้านที่เปรียบได้กับพ่อของเขา "เป็นอะไรหรือป่าวเกิดแะไรขึ้นใครทำแบบนี้" มหาเทพหนุ่มพูดออกมาด้วยเสียงสั่น มหาเทพหนุ่มที่เยือกเย็นหายากที่เขาจะเป็นแบบนี้ พ่อบ้านผู้ซื่อสัตย์นั้นไม่พูดอะไรแต่เล่าเรื่องความเป็นมาแทน จึงจะบอกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนที่เขาจะสิ้นใจไปในอ้อมกอกของมหาเทพหนุ่ม นั้นทำให้มหาเทพหนุ่มโมโหมาก ด้วยความโมโหเตรียมจะพุ่งไปที่เมืองทันทีแต่ตาเขากลับเหลือบไปเห็นจดหมายบางอย่าง เขาจึงหยิบมันขึ้นมาอ่านในจดหมายนั้น บอกให้เขาไปเจอกันที่ ผาแห่งการร่วงหล่น เป็นจุดที่เทพที่กระทำผิดจะถูกทำให้ล่วงหลุ่นจากดินแดนเทพและแทบจะไม่มีทางกลับขึ้นมาได้อีก เมื่อเห็นดังนั้นมหาเทพหนุ่มจึงพุ่งตรงไปที่ ผาแห่งการร่วงหล่นทันทีที่นั้นมีเทพจำนวนมาก กำลังมุงกันอยู่โดยที่มีน้องสาวทั้งสองของเขาที่อยู่ในสภาพปางตายและหมดสติอยู่นั้น ทำให้มหาเทพหนุ่มโมโหมากพลังเทพของเขาปะทุราวกับภูเขาไฟที่ไม่มีวันดับ และพุ่งเข้าหาคนที่แบกน้องสาวของเขาอยู่ทันที แต่ในจังหวะนั้นเองเทพที่กำลังแบกน้องสาวของเขารู้ตัวทันจึงใช้น้องสาวของมหาเทพหนุ่มเป็นโล่กำบัง ทำให้เขาต้องเบี่ยงทางโจมตีทำให้โจมตีพลาดเป้า แต่ด้วยพลังอันรุนแรงจากการโจมตีทำให้เกิดหลุมและคลื่นพลังขนาดใหญ่ผลักเทพส่วนใหญ่ จนกระจายออกเป็นวงกว้าง มหาเทพหนุ่มยืนประจันหน้ากับเทพองค์อื่นๆด้วย ความกล้าหาญไม่คิดถอยแม้เพียงก้าวเดียว เขามองน้องสาวของตัวเองโดยไม่ละสายตาเลย เทพที่แบกน้องสาวของมหาเทพหนุ่มพูดขึ้น"มาแล้วหรือ ลูกของนางอัปมงคล" มันพูดพลางวางน้องสาวคนนึงลง และเหยียบไปที่หน้าของเธอจนจมดินพลางยิ้มอย่างสนุกสนาน นั้นทำให้มหาเทพหนุ่มที่เห็นนั้นโกรธแค้นมากขึ้นไปอีก"พวกแกใช่ไหมที่ฆ่าพ่อบ้านของฉัน" มหาเทพพยายามข่มความโกรธและถามออกไปและขอในใจหวังว่าจะไม่ใช่ทำไมต้องฆ่าคนเผ่าพันธุ์เดียวกันด้วยละแต่คำตอบของมันนั้นคือ"ใช่พวกเราเองละแล้วทำไมละคุณมหาเทพ" คำพูดของเทพตนนั้นทำให้ มหาเทพหนุ่มหมดความอดทนลงในที่สุด คลื่นพลังเวทมหาศาลที่ดำมืดก่อตัวขึ้นรอบตัวของมหาเทพหนุ่ม ทุกๆอย่างเริ่มมืดลงราวกับพลังของมหาเทพได้ขโมยแสงสว่างของแดนเทพไปทั้งหมดอย่างไรอย่างงั้น ทำให้เทพทั้งหมดที่สัมผัสได้ถึงพลังที่น่ากลัวนี้ไม่อาจทนไหวจนมีบางส่วน ถูกแรงกดดันของพลังนี้บีดจนตาย แบบไม่ทีทางขัดขืนราวกับเป็นมดตัวนึงเท่านั้น เทพที่แบกน้องสาวของ มหาเทพหนุ่มนั้นเห็นท่าไม่ดีจึงโยนน้องสาวทั้งสองของมหาเทพลงไปที่ผาแห่งการร่วงหล่นทันที "ไม่นะ" มหาเทพหนุ่มรีบกระโดดตามลงไปทันทีเพราะถึงปกติการร่วงหล่นจะไม่ทำให้ถึงตายแต่ ถ้าบาดเจ็บมาอยู่แล้วก็ตายแน่นอนนั้นคือเทพปกติไม่ต้องพูดถึงครึ่งเทพอย่างทั้งสองเลย พวกเขาทั้งสามร่วงหล่นลงมาด้วยความรุนแรงนั้นทำให้เกิดหลุมขนาดใหญ่ แต่คนที่รับแรงกระแทกและพลังทั้งหมดคือ มหาเทพหนุ่มเพียงคนเดียวเท่านั้นทำให้น้องสาวของเขายังไม่ตาย แต่เขาได้รับบาดเจ็บหนักพอสมควรเพราะรับแรงกระแทกทั้งหมดคนเดียว แม้ว่าเขาจะแค้นมากเพียงใดแต่ตอนนี้เขาจะต้องหาทางรักษาน้องสาวของเขาก่อน มหาเทพหนุ่มค่อยๆคิดหาทางในขณะที่ตัวเขากำลังถูกพลังปีศาจของเขาเองค่อยๆกลืนกินตัวเขาไปทีละนิดแต่ มหาเทพหนุ่มยังคงไม่ยอมแพ้ต่อด้านมืดของเขาเอง เขายังคงสู้ต่อไปเขายื้อเวลาชีวิตของน้องสาวเขาเอาไว้ ด้วยพลังความรู้ทั้งหมดที่เขามี แต่นั้นทำให้เขาได้เข้าใจถึงอะไรบางอย่างแม้เขาจะสามารถรักษาได้ทุกอย่างก็จริงแต่นั้นมันสำหรับเทพเท่านั้น ไม่ใช่ ครึ่งเทพ นั้นทำให้เขาสิ้นหวังแต่เขายังไม่ยอมแพ้จนกระทั่งเขาคิดถึงสิ่งนึงออก เป็นวิชาต้องห้ามของการหลอมอาวุธด้วยวิชานี้จะทำให้ได้อาวุธที่มีชีวิตและจิตใจ เหมือนกับการชุบชีวิตอีกครั้งแต่ มหาเทพหนุ่มไม่กล้าที่จะทำแต่ด้วยเวลาที่เหลือน้อยลงทุกวินาที เพราะพลังอีกด้านของเขากำลังกลืนกินเขาอยู่ เขาจึงใช้วิชาอ่านจิตคุยกับพวกเธอทั้งสอง


    'ข้าเจอทางที่จะช่วยพวกเจ้าได้แล้วแต่.....ข้าไม่มั่นใจ'


    มหาเทพหนุ่มสื่อสารผ่านจิตด้วยเสียงที่อ่อนล้าเต็มที เขายื้อสภาพของตัวเองและน้องสาวมามากกว่า15ปีแล้วถ้าเป็นเทพตนอื่นๆ ที่โดนแบบเขาคงยื้อได้ไม่ถึง 20นาทีด้วยซ้ำไป


    'พี่ชายพวกเราหนะอยากที่จะกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วๆ อยากจะกอดพี่ชายให้หายเหนื่อยเร็วๆแล้ว อีกอย่างไม่ว่าพี่ชายจะทำอะไรพวกเราเชื่อในตัวพี่ชายเสมอนะ พวกเราขอสัญญาเลย ว่า ไม่ว่าพี่ชาย จะไปที่ไหน ไม่ว่าจะเป็น สุดขอบของขุมนรก หรือ บนสวรรค์ ก็ตาม พวกเรา ทั้ง สองคนจะตามไปด้วย ไม่ว่าที่ไหนเมื่อไหร่ ถ้าพี่ชายตาย พวกเรา ก็จะตาย ตามไป เพราะงั้น ไม่ว่ายังไงพวกเราก็เชื่อในตัวพี่ชายเสมอนะ ถ้าพี่บอกว่ามันจะช่วยได้มันก็ต้องช่วยได้'


    มหาเทพหนุ่มพยักหน้าเล็กน้อยก่อนน้ำตาจะไหลออกมาเป็นสายและเริ่มการหลอมอาวุธด้วยวิชาต้องห้ามและให้โอกาศพวกเธอเลือกอาวุธที่ต้องการเอง พวกเธอก็ตกลงกันโดยไม่บอกผู้กล้า เมื่อการหลอมเสร็จนั้นผู้กล้าได้มองลงไปในจุดที่เขาหลอมอาวุธ ปรากฎปืนปกสองกระบอกขึ้นแกสายตา ปืนกระบอกนึงมีสีขาวและลวดลายที่สวยงามเป็นอย่างมาก ส่วนปืนอีกกระบอกนั้นมีสีน้ำตาล ดำลวดลายสวยงามเกินจะบรรยาย ปืนเป็นสิ่งที่ดินแดนเทพมีมานานแล้วแต่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไหร่นักนอกจากจะเก็บสะสมไว้ดูเล่นแล้วไม่ค่อยมีคนใช้กันนัก ส่วนทางตัวของมหาเทพหนุ่มนั้นอยากได้ปืนเป็นอาวุธคู่ใจมานานแล้วแต่มิอาจหาได้ แต่ตอนนี้พอได้มาครองแล้วทำไมเขาถึงไม่รู้สึกดีเลยสักนิดนะทำไมกันทำไม เขาได้แต่ถามตัวเองและปล่อยให้น้ำตาหลั่งลินออกมาเป็นสายท่ามกลางความมืด แต่อยู่ๆเขาก็สัมผัสได้ถึงอะไรบ้างอย่าง มหาเทพหนุ่มจึงสั่งการด้วยจิตใจทำให้ปืนทั้งสองกระบอกกลับกลายเป็นรูปร่างของ น้องสาวทั้งสองของเขาทันทีนั้นทำให้เขามีความหวังขึ้นมาอีกครั้งนึง แต่ตอนนี้พวกเธอยังคงหลับอยู่มหาเทพหนุ่มจึงตั้งตารอเวลาที่พวกเธอจะฟื้นตื่นอย่างใจเย็นหลังจากผ่านไปหนึ่งวัน นั้นทำให้หัวใจของมหาเทพรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาครั้งแรกในรอบ15ปี ในที่สุดเวลาที่รอคอยก็มาถึง แต่เมื่อเขาถามออกไปพวกเธอกลับไม่มีความทรงจำอะไรเหลืออีกแล้ว ไม่รู้ว่าตัวเธอนั้นเป็นใครไม่รู้ว่าตัวเขานั้นเป็นใครนั้นทำให้ความหวังของมหาเทพหนุ่มแตกสลายไป พลังอีกด้านของเขาเริ่มกัดกินเขาอีกครั้งนึง เขายังคงยื้อเวลาไว้และพยายามดูแลพวกเธอให้ดีที่สุด ในเวลาที่เหลืออยู่ทำทุกอย่างดูแลพวกเธอเทียบเท่ากับชีวิตของเขาแต่ไม่ว่าเขาจะทำอะไรพวกเธอเหมือนกับไม่มีความรู้สึกอะไร มองทุกอย่างด้วยความเย็นชา นั้นทำให้จิตใจที่ไม่ย่อท้อของ มหาเทพหนุ่มแตกสลายในที่สุดและทิ้งพวกเธอพร้อมกับอาวุธคู่ใจของเขาเอาไว้ที่ถ้ำใต้ดิน ตอนนี้ครบ 18 ปี นับวันที่ร่วงหล่น เมื่อจิตใจแตกสลายแล้วพลังอีกด้านก็เข้าควบคุมตัวตนของเขาทันทีเปลี่ยนจากมหาเทพที่แกร่งที่สุดกลายเป็นจอมมารที่แกร่งที่สุดไม่มีใครโค่นเขาลงได้ เขาได้ทำทั้งเรื่องดีและแย่ปนกันไปมากมายจนกระทั่งเจอกับผู้กล้าเมื่อเขาได้ตัวตน ของตัวเองคืนมาเขาก็ได้ขอให้ผู้กล้าผนึกเขาเอาไว้ เพื่อใช้เลือดศักดิ์สิทธิ์ ในตัวผู้กล้าในการชำละล้างพลังมารที่มากเกินไปและปรับสมดุลพลังในร่างของเขา หลังจากถูกผนึกมาเป็นเวลา 20,000ปี เขาก็ได้เจอกับน้องสาวของเขาอีกครั้งนึง ในตอนที่พวกเธอได้ความทรงจำและความรู้สึกคืนมาแล้ว"


    ___________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________

    คล้ายกับเรื่องไม่มียังไม่ได้คิด ที่คุณอ่าน