ฝักที่5
แล้วก็ถึงวันเดินทางไปสำรวจูเาลูกใหญ่ที่พวกเราทุกคนกำลังจะย้ายไปอาศัยอยู่ที่นั่นตอนแรกท่านพ่อก็กังวงเื่ค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพราะการเดินทางไกลขนาดนั้นจำเป็จะต้องจ้างรถม้าจึงจะสะดวกแต่เขาบอกกับท่านว่าจะเป็ผู้จัดการเื่การเดินทางในครั้งนี้เอง
หลังจากกินมื้อเช้ากันเสร็จดินก็ขอให้ทุกคนเข้ามารวมกันภายในห้องนอนตนเอง“ทุกคนพร้อมกันแล้วใช่มั้ยขอรับ..”จริงๆแล้วดินก็เพียงแค่ถามไปอย่างนั้นแหละไม่ได้้าคำตอบที่จริงจังหรอกมันก็เป็เหมือนพิธีกรรมอย่างหนึ่งที่ต้องทำอ่ะนะอิอิอิ ในเมื่อเห็นๆกันอยู่ว่าทุกคนนั้นพร้อมเสียยิ่งกว่าพร้อมเสียอีกยิ่งพอหันไปเห็นเ้าน้องชายตัวดีที่ยามนี้กำลังสะพายกระเป๋าใบใหญ่จนหลังแอ่นนั่นอีกก็ได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนอกอ่อนใจกับความตื่นเต้นจนมากเกินไปของเ้าตัวแสบ
“ข้าพร้อมแล้วขอรับท่านพี่..”นัทซึรีบตอบเป็คนแรกด้วยความกระตือรือร้นเพราะนี่คือการเดินทางไกลครั้งแรกของเ้าน้องชาย
“ข้ากับแม่เ้าก็พร้อมแล้วว่าแต่ยังไม่เห็นรถม้าสักคันแล้วเราจะเดินทางกันยังไง..”ดินยิ้มตอบกลับบิดาก่อนที่จะเดินไปยังกำแพงห้องฝั่งหนึ่งแล้วตั้งสมาธินึกภาพของูเาลูกนั้นพร้อมทั้งบริกรรมในใจว่า'มิติและกาลเวลาจงสถิตที่ข้า..'แล้วจึงวาดมือขึ้นในอากาศเป็วงกลมวงใหญ่เมื่อวงกลมนั้นมากันก็พลันเปล่งแสงสว่างจ้าออกมาครั้งหนึ่งก่อนที่อากาศที่อยู่ภายในวงกลมนั้นจะสะท้อนเป็ระลอกคลื่นเหมือนน้ำในสระ
“เราจะเดินทางผ่าน‘ประตูเวทย์มิติ’นี้กันขอรับท่านพ่อ..”ทุกคนอ้าปากค้างกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า
“ห๊า!!นี่เ้าทำได้ถึงขนาดนี้เชียวหรือเ้าลูกคนนี้!..”นายมั่นถึงแม้ว่าจะรู้อยู่แล้วว่าบุตรชายสามารถใช้พลังเวทย์ได้แต่ก็ไม่คิดว่าจะทำได้ถึงขนาดนี้
“ขอรับท่านพ่อเรารีบเดินทางกันเถอะขอรับจะได้มีเวลาสำรวจพื้นที่กันได้นานขึ้นอีกหน่อย.."แล้วจึงหันมาจัดการกับเด็กขี้เห่อ"นัทซึ!วางกระเป๋าของเ้าลงเลยนะจะขนอะไรไปเยอะแยะขนาดนั้นเฮ้อ~นี่เ้าไม่รู้หรือไงว่าเย็นนี้พวกเราก็กลับกันแล้ว..”ดินรีบเบรกเ้าน้องชายที่กำลังจะก้าวขาเข้าไปคนแรกเ้าตัวหันมาทำหน้ายู่ใส่แต่ก็ยังยอมวางกระเป๋าลงแต่โดยดี
เมื่อเดินข้ามผ่านประตูเวทย์มิติมาแล้วพวกเขาจึงได้พบว่าจุดที่ยืนกันอยู่ในตอนนี้นั้นเป็พื้นที่บริเวณชายเขาที่อยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำที่ไหลผ่านหลังบ้านพวกตนนั่นเองพอมองไปรอบๆบริเวณนี้นั้นเต็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิดเมื่อทุกคนเห็นเช่นนั้นแล้วก็รู้สึกว่าการตัดสินใจย้ายบ้านในครั้งนี้เป็เื่ที่ถูกต้องอย่างยิ่งอากาศที่นี่เย็นสบายไม่ถึงกับหนาวพวกเขาเริ่มเดินสำรวจไปทางที่จะขึ้นไปบนูเาซึ่งก็ไกลพอสมควรแต่ไม่ได้เป็ปัญหาสักเท่าไหร่คนที่มีปัญหากับระยะทางมากที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นเ้าเด็กตัวเล็กที่สุดที่ตอนนี้กำลังขี่หลังท่านพ่ออยู่
ในเวลาเที่ยงวันครอบครัวของพวกเขาก็เดินทางมาถึงที่บริเวณตีนูเาพอดีท่านแม่จึงนำอาหารออกมาแจกจ่ายให้กับทุกคนซึ่งมื้อเที่ยงนี้ก็เป็อาหารง่ายๆอย่างซาลาเปาไส้ผักเท่านั้น
“ท่านพ่อหลังจากนี้เราจะออกสำรวจไปทางไหนกันดีขอรับ..”ดินหันไปมองรอบๆ ตัว แล้วจึงถามความคิดเห็นของบิดา
“ข้าว่าเราคงต้องหาที่หลบฝนกันก่อนจะดีกว่าอีกไม่นานนักฝนน่าจะตกแล้วล่ะหากไม่รีบสงสัยคงจะได้เปียกกันหมดเป็แน่..”นายมั่นรู้ดีถ้าเจอก้อนเมฆที่ลอยต่ำลงมาเช่นนี้อีกไม่นานนักฝนก็จะตกหนักอย่างแน่นอน
“แต่ข้าอยากจะเล่นน้ำฝนนะท่านพ่อข้าว่าเรามาเล่นน้ำฝนด้วยกันดีกว่านะ นะ~ท่านพ่อ..”นัทซึพูดจบก็ช้อนสายตาขึ้นไปสบตาบิดาอย่างออดอ้อนด้วยหวังว่าท่านจะใจอ่อนเมื่อบิดาเจอสายตาหมาน้อยเข้าไปก็เกือบจะหลงเคลิ้มตามที่เ้าตัวแสบร้องขอแต่ดีที่เขารีบกระทุ้งศอกใส่ท่านเบาๆจึงเรียกคืนสติได้ทันท่วงที
“จะได้อย่างไรเล่านัทซึพวกเราไม่ได้มาเที่ยวเล่นกันเสียหน่อยไว้คราวหน้าพ่อจะอนุญาติให้เ้าได้เล่นก็แล้วกันแต่คราวนี้ห้ามดื้อเข้าใจมั้ย..”นัทซึทำหน้าขัดใจเล็กน้อยที่ใช้ลูกไม้นี้กับบิดาไม่สำเร็จไม่เหมือนกับพี่ชายตนที่สำเร็จทุกครั้งไป
“ท่านพี่ข้าเห็นทีู่เาด้านนั้นเหมือนว่าจะมีถ้ำเล็กๆอยู่ด้วยนะพวกเราไปหลบฝนที่นั่นกันก่อนดีหรือไม่เ้าคะ..”ท่านแม่เสนอที่หลบฝนให้ท่านพ่อเพราะตอนนี้เริ่มมีลมพัดแรงแล้วหากชักช้ามีหวังได้เล่นน้ำฝนสมใจเ้านัทซึเป็แน่
“ก็ดีเหมือนกันงั้นเรารีบไปกันเถอะนัทซึเ้ามาหาพ่อเร็วเข้าอย่ามาทำพิรี้พิไรอย่าคิดว่าพ่อจะตามแผนการของเ้าไม่ทันว่ากำลังแกล้งถ่วงเวลาพวกเราอยู่ลูกไม้ตื้นๆของเ้าน่ะหลอกพี่ชายเ้าได้คนเดียวเท่านั้นแหละ..”
อ่า~นี่ไม่ใช่ท่านพ่อกำลังหลอกด่าเขาอยู่หรอกนะเขาไม่ได้โง่นะ จริงๆ นะทุกคนเชื่อสิ!!
เสียงฝนที่กำลังตกไล่หลังมาติดๆดีที่พวกเรานั้นมาถึงถ้ำที่ท่านแม่บอกได้ทันการณ์เลยไม่มีใครต้องเปียกฝนเ้านัทซึนั้นมองสายฝนด้านนอกตาละห้อยเหมือนหมาหงอยคนเป็พี่ได้เห็นภาพนั้นก็รู้สึกหมั่นเขี้ยวอยากจะจับเ้าน้องชายนั้นมาฟัดแก้มนักแต่ติดที่ตอนนี้เขานั้นปวดฉิ่งฉ่องต้องหาที่ไปปลดปล่อยน้ำเสียในร่างกายเสียก่อน
“ท่านพ่อท่านแม่ข้าจะไปทำธุระส่วนตัวด้านในสักครู่นะขอรับ..”ดินบอกบิดามารดาให้รับรู้ก่อนจะรีบเดินเข้ามาด้านในถ้ำ
“ระวังด้วยล่ะ!ไม่รู้ว่าด้านในมีสัตว์ร้ายซ่อนตัวอยู่หรือเปล่านะเ้าดิน..”เสียงท่านพ่อะโตามหลังมาด้วยเป็ห่วงเพราะพวกเขาเพิ่งจะเข้ามาจึงยังไม่ได้สำรวจอะไรกันเลย
เมื่อเดินมาไกลจนห่างจากสายตาคนอื่นพอสมควรแล้วดินจึงเริ่มทำธุระของตนทันทีหลังจากปลดปล่อยของเสียออกไปแล้วเขาก็คิดว่าไหนๆก็เดินเข้ามาแล้วก็ถือโอกาสนี้สำรวจด้านในถ้ำไปเสียเลยจะได้ไม่เสียเที่ยวจึงได้ออกเดินลึกเข้าไปด้านในอย่างระมัดระวังด้านในถ้ำนั้นเริ่มจะมืดลงเรื่อยๆจนกลายเป็มืดสนิทไม่สามารถมองเห็นสิ่งรอบตัวได้แล้วจึงเรียกใช้เวทย์อัคคี‘อัคคีจงสถิตที่ข้า..’ลูกไฟเวทย์ดวงเล็กๆห้าดวงเปล่งแสงสว่าง ค่อยๆลอยขึ้นจากฝ่ามือของดินจนทำให้ทัศนะวิสัยในการมองเห็นกระจ่างชัดอีกครั้ง
ในที่สุดเขาก็เดินมาเจอกับโถงที่ใหญ่และกว้างมากซึ่งเป็ส่วนที่ลึกสุดของถ้ำแห่งนี้โถงถ้ำแห่งนี้นั้นมันสว่างไสวราวกับว่าอยู่ท่ามกลางแสงแดดจ้าในตอนกลางวันเลยทีเดียวและเหตุที่เป็เช่นนั้นก็เพราะที่ผนังและกำแพงหรือแม้กระทั้งพื้นห้องโถงนี้นั้นมีอัญมณีที่สามารถเปล่งแสงออกมาได้นั่นเองซึ่งจำนวนพวกมันก็มีเยอะมากเสียจนแทบจะมองไม่เห็นในส่วนที่เป็หินปกติดินลองเอามือไปััดูก็ไม่มีความรู้สึกร้อนแต่อย่างใดช่างดียิ่งนัก!เขาจึงรีบกลับออกไปตามทุกคนที่ด้านนอกให้มาดูสิ่งมหัศจรรย์ที่ตนเจอ
“โอ้ว~มันช่างงดงามยิ่งนักนับว่าเป็บุญตาของข้าผู้นี้จริงๆที่ได้เห็นมันหากว่าได้ชื่นชมอัญมณีพวกนี้ทุกวันก็คงจะดีไม่น้อยเลยนะ..”นางพิมผู้ที่ชื่นชอบของสวยๆงามๆ อย่างเช่นที่สตรีทั่วไปเป็กันพูดออกมาอย่างเคลิบเคลิ้มกับความสวยงามที่ปรากฎอยู่ตรงหน้า
หลังจากได้ยินคำกล่าวของมารดาแล้วดินกับบิดาจึงมองหน้าปรึกษากันก่อนที่ท่านจะพยักหน้าให้ตนครั้งนึงเพื่อแสดงการเห็นด้วยกับสิ่งที่เขากำลังคิดอยู่
“หากท่านแม่ชอบที่แห่งนี้เช่นนั้นเราก็ทำที่นี่ให้กลายเป็บ้านของพวกเราเลยดีหรือไม่ขอรับ”นางพิมยิ้มออกมาอย่างยินดีที่ได้ยินอย่างนั้นหากแต่ก็ยังมองเห็นปัญหาอยู่
“แต่มันมีเพียงห้องโถงโล่งๆ เท่านั้น ไม่ได้มีห้องเป็สัดเป็ส่วนแล้วอย่างนี้มันจะดีหรือลูก..” เขาเองก็เห็นด้วยอย่างที่ท่านแม่ว่ามา
“ข้าจะสร้างห้องขึ้นมาเองขอรับ”หากใช้พลังเวทย์ที่ได้จากเหล่าภูตเพื่อสร้างห้องต่างๆก็น่าจะสามารถทำได้ไม่ยากเขาจึงคิดจะลองทำดูดินมองไปรอบโถ่งแห่งนี้แล้วก็คิดว่าหากเจาะผนังถ้ำนี้เป็สี่ช่องเพื่อทำเป็ห้องนอนสี่ห้องแล้วล่ะก็ความสวยงามของผนังคงเสียหายไปไม่น้อยเลยเขานั้นอยากจะรักษาให้มันคงเดิมให้มากที่สุดฉะนั้นตนจะเจาะผนังเป็ช่องเล็กๆ เพียงช่องเดียวเพื่อเป็ทางเดินเข้าไปด้านในแล้วจึงค่อยไปแบ่งทำห้องนอนด้านซ้ายและขวาของทางเดินจะดีกว่า
‘ปฐีจงสถิตที่ข้า..’ดินส่งพลังเวทย์ออกไปจากฝ่ามือด้านขวาที่ยื่นไปด้านหน้าละอองเวทย์สีน้ำตาลประกายทองพวยพุ่งออกจากฝ่ามือแล้วสาดออกไปกระทบกับผนังห้องผนังในส่วนนั้นก็ค่อย ๆเริ่มยุบตัวลึกเข้าไปด้านในตามที่ตนนั้น้าจนเมื่อเห็นว่าได้ความลึกตามที่้าแล้วจึงได้เอามือลง
ดินเดินเข้าไปในช่องทางเดินที่เพิ่งสร้างขึ้นมาแล้วจึงเริ่มต้นร่ายเวทย์เช่นเดิมเหมือนเมื่อครู่นี้อีกครั้งนึงหากแต่ครั้งนี้จะแตกต่างไปเพราะจะทำมันให้กลายเป็ห้องนอนพร้อมกับห้องเล็กๆภายในอีกหนึ่งห้องที่เขาคิดไว้ว่าจะทำเป็ห้องน้ำ
ในวันนี้ดินนั้นตั้งใจทำแค่ห้องโล่งๆเพียงสองห้องไปก่อนเนื่องจากเขาไม่อยากจะไปเบียดเบียนพลังเวทย์ของพวกภูตมากนักอีกทั้งยังต้องกลับไปคิดวางแผนเื่ของระบบท่อน้ำดีท่อน้ำทิ้ง ระบบแสงสว่างการระบายอากาศ และอะไรๆอีกเยอะแยะแต่คงต้องรอให้พวกเขานั้นสำรวจพื้นที่รอบๆนี้ได้ทั่วเสียก่อน ว่ารอบๆ ของที่นี่นั้นมีทรัพยากรอะไรให้นำมาใช้ได้บ้างแล้วจึงค่อยเริ่มวางแผนระบบภายในบ้านอีกครั้งนึงเพราะยังไงพวกตนก็ยังไม่ได้ย้ายบ้านใน่เร็วๆนี้ ยังมีเวลาจัดการอีกพอสมควร
หลังจากการไปสำรวจในวันแรกแล้วพวกเราก็ยังต้องไปสำรวจอีกหลายต่อหลายครั้งกว่าจะทั่วบริเวณรอบๆถ้ำที่พักแห่งนั้นหากจะสำรวจให้ทั่วทุกที่ของูเาจริงๆคงต้องใช้เวลาหลายเดือนทีเดียวเพราะมันเป็ูเาที่ใหญ่มากๆเพราะฉะนั้นพวกเขาจึงตกลงกันว่าจะสำรวจเพียงแค่พื้นที่รอบถ้ำก็พอ
แล้วการออกเดินสำรวจในวันสุดท้ายคือการสำรวจ้าูเาแต่ก็ไม่ได้ขึ้นไปสูงมากนักซึ่งทำให้พวกเขาได้เจอกับบ่อน้ำพุร้อนที่อยู่ไม่ไกลกับแอ่งน้ำขนาดใหญ่ซึ่งเกิดจากการละลายสะสมของหิมะ้าแล้วจึงไหลลงมารวมกันเป็แอ่งน้ำแห่งนี้ก่อนที่มันจะล้นออกมาแล้วไหลลงไปด้านล่างจนกลายเป็แม่น้ำที่ไหลผ่านบ้านพวกตนนั่นเอง
ภายในถ้ำที่เป็บ้านใหม่ของพวกเรานั้นห้องทุกห้องในตอนนี้ก็ได้เสร็จอย่างสมบูรณ์แล้วหากเดินเข้ามาจากปากถ้ำก็จะเจอกับห้องครัวที่อยู่ทางด้านขวามือซึ่งมีหน้าต่างที่สามารถเปิดออกไปด้านนอกได้ด้วยเพื่อสะดวกต่อการระบายอากาศนั่นเองแล้วห้องครัวนี้ก็ยังใช้เป็ห้องรับประทานอาหารอีกด้วยส่วนฝั่งซ้ายมือก็เป็ห้องน้ำที่มีอยู่ด้านนอกเพียงห้องเดียวนอกนั้นจะอยู่ภายในห้องนอนทุกห้องถัดเข้ามาก็จะเป็ห้องโถงใหญ่ที่มีอัญมณีที่เปล่งแสงระยิบระยับอยู่ในพื้นที่นี้เขาได้ทำเป็ห้องนั่งเล่นโดยนำโต๊ะและเก้าอี้มาวางเพื่อให้ทุกคนได้ใช้นั่งเล่นกันยามว่าง
ส่วนห้องนอนทั้งสี่ห้องนั้นก็จะมีห้องน้ำภายในตัวทุกห้องซึ่งในห้องน้ำนั้นก็จะมีอ่างอาบที่ทำจากหินและมีระบบน้ำร้อนน้ำเย็นอีกด้วยซึ่งโชคดีมากที่ถ้ำแห่งนี้นั้นมีบ่อน้ำร้อนและแอ่งน้ำขนาดใหญ่อยู่้าด้วยแต่สิ่งที่ยากลำบากคือการทำท่อลำเลียงน้ำลงมาและที่สำคัญตอนนี้พวกเขานั้นมีส้วมแบบชักโครกใช้กันแล้วนะไม่ต้องวิ่งเข้าป่าในตอนเช้าเพื่อไปปล่อยของเสียอีกแล้วซึ่งการไปปลดทุกข์ในแต่ละครั้งนั้นก็เสี่ยงกับการเหยียบะเิของคนอื่นที่มาปล่อยทิ้งไว้ก่อนหน้าด้วย
เื่แสงสว่างภายในบ้านเขาได้เอาอัญมณีที่ห้องโถงบ้างส่วนนำไปฝั่งไว้ที่เพดานแทนหลอดไฟเหมือนในโลกก่อนนี้แต่ยกเว้นที่ห้องนอนที่ไม่ได้ทำเช่นนั้นแต่นำมันมาวางบนเสาไม้ที่มีส่วนปลายยอดคล้ายจานซึ่งเป็ที่วางก้อนอัญมณีแทนซึ่งเสาที่วางก้อนอัญมณีนั้นมีความสูงเลยศีรษะเขาไปเล็กน้อยที่จะตั้งอยู่ที่ริมประตูห้องหนึ่งจุดและจะมีอีกเสาที่จะอยู่บริเวณหัวเตียงที่มีความสูงประมาณหน้าอกเท่านั้นวิธีการใช้งานก็ไม่ยุ่งยากเมื่อ้าแสงสว่างก็เพียงนำก้อนอัญมณีที่เก็บอยู่ในกล่องไม้ที่วางอยู่บนโต๊ะเล็กๆข้างเสานั้นมาวางไว้บนยอดเสาก็เป็อันใช้ได้แล้วเมื่อ้าดับไฟก็เพียงแค่เก็บมันคืนลงกล่องไม้เท่านั้นเอง
ส่วนระบบต่างๆ ภายในบ้านทั้งหมดนั้นตนเป็ผู้ออกแบบแต่ผู้ที่ลงมือทำทั้งหมดนั้นคือพวกภูตตัวน้อยเขาจำได้ว่าตอนประชุมอธิบายแจกจ่ายงานให้พวกเหล่าภูตนั้นเ้าพวกนั้นดูตื่นเต้นดีใจกันยกใหญ่ที่ได้ทำอะไรแปลกใหม่งานทุกอย่างที่ดูว่ายากก็เสร็จสิ้นภายในเวลาอันรวดเร็วแถมงานทุกอย่างถูกทำออกมาประณีตเสียจนพวกเขาต้องทึ่งอย่างงานไม้เช่น ประตู โต๊ะและเก้าอี้นั้นก็แกะสลักลวดลายงดงามวิจิตรตระการตาเป็อย่างมากภูตน้อยพวกนี้เมื่อถูกเรียกออกมาแล้วก็ไม่ยอมจะกลับกันขออยู่ช่วยงานพวกเรากันต่อช่างขยันกันจริงๆ
และแล้วในที่สุดก็มาถึงวันฤกษ์งามยามดีซึ่งเป็วันที่พวกเขาจะย้ายบ้านกันแล้วดินได้สร้างประตูเวทย์มิติบานใหญ่กว่าปกติไว้ที่กลางบ้านเพื่อสะดวกในการขนย้ายข้าวของต่างๆดินยืนมองเ้านัทซึที่พยายามลากกระเป๋าใบโตของตัวเองออกจากห้องนอนซึ่งกระเป๋าใบนี้นั้นน่าจะเป็ใบที่ห้าเข้าไปแล้วเห็นแล้วคันปากอยากจะถามออกไปจริงๆว่าเ้ามันมีสมบัติมากมายอะไรกันนักกันหนาขนาดเขายังมีกระเป๋าเสื้อผ้าแค่ใบเดียวเอง
“ท่านแม่มีสิ่งใดจะเอาไปเพิ่มอีกหรือไม่ขอรับ..”เขาถามท่านแม่พลางดึงเอากระเป๋าของเ้านัทซึโยนเข้าประตูเวทย์มิติไปด้วย
“ท่านพี่!!!ท่านโยนของๆข้าอย่างนั้นได้ยังไงหากขวดโหลที่ใส่ขนมของข้าแตกท่านต้องใช้คืนข้ามาร้อยเท่านะขอรับไม่งั้นข้าไม่ยอมจริงๆด้วย..”อ่อ~แสดงว่าที่แล้วๆมาเ้าก็แอบตุนขนมไว้ในห้องตลอดเลยสินะแล้วที่ทำมาออดอ้อนขอขนมในส่วนของเขาที่ผ่านๆมา นี่มันหมายความว่ายังไงหึ!เ้านี่มันมารยาร้อยเล่มเกวียนชัดๆ!!!
“ไม่มีอะไรเหลือแล้วล่ะลูกแล้วเ้าก็อย่าไปรังแกน้องนักเดี๋ยวโดนงอนมาแม่ไม่ช่วยนะจะบอกไว้ก่อน..”
‘โธ่~ท่านแม่..ท่านเข้าใจผิดแล้วล่ะข้าว่าคนที่โดนรังแกน่ะมันน่าจะเป็ข้าเสียมากกว่านะขอรับ’ดินได้แต่ร้องค้านเรียกร้องความยุติธรรมอยู่ในใจเท่านั้นยิ่งเ้าน้องชายตัวดีเมื่อเห็นว่าท่านแม่นั้นให้ท้ายก็รีบเข้าไปเกาะแข้งเกาะขาทันทีแล้วยังแสร้งทำน้ำตาปริ่มเพิ่มความน่าสงสารเข้าไปอีกในที่สุดท่านแม่ท่านก็หลงกลเ้าเด็กร้ายกาจนี้ไปอีกคนแล้วสินะ
เมื่อก้าวผ่านประตูเวทย์มิติมาถึงบ้านหลังใหม่ดินก็พบกับข้าวของที่วางกองอยู่เต็มลานในห้องโถงที่แค่เห็นก็รู้สึกเหนื่อยเสียแล้วนี่ขนาดว่าข้าวของที่บ้านของพวกเรานั้นไม่ได้มีอะไรมากมายนะเนี่ยแต่พอเก็บเอามารวมกันแล้วถึงรู้ว่าแท้จริงแล้วมันนั้นมีเยอะมากกว่าที่คิดไว้มากทีเดียว
“นายท่านขอรับกระเป๋าใบนี้จะเอาไปไว้ที่ใดขอรับ..”เ้าภูตหนุ่มน้อยเอ่ยถามดินที่ยังยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ไปไหนสักที
“รบกวนเ้าเอาไปไว้ที่ห้องนอนข้าด้วยนะห้องที่สองฝั่งขวาน่ะขอบใจพวกเ้ามากหากเหนื่อยก็พักเสียบ้างเถอะเดี๋ยวพวกข้าจะทยอยทำกันเองก็ได้”ดินเอ่ยออกไปอย่างเกรงใจพวกภูตน้อยทั้งหลายที่มาช่วยงานไม่ยอมหยุดพักกันเลย
“ไม่ได้เป็การรบกวนพวกข้าเลยขอรับนายท่านพวกข้านั้นนั่งๆ นอนๆมาเป็ร้อยๆ ปีแล้วมันช่างน่าเบื่อนักฉะนั้นหากมีงานอันใดให้พวกข้าทำนั้นนายท่านและทุกคนก็อย่าได้เกรงใจเลยขอให้บอกกล่าวพวกข้าได้ตลอดเลยนะขอรับ..”เ้าภูตน้อยตนนั้นพูดเสร็จก็ใช้เวทย์ยกกระเป๋าใบนั้นขึ้นมาแล้วบินนำไปที่ห้องนอนของตนทันทีหากไม่ได้ภูตทั้งหลายมาช่วยพวกเราทุกคนคงจะเหนื่อยกันมากกว่านี้นักเขารู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของพวกภูตจริงๆในเวลานี้ภูตน้อยทุกตนนั้นก็นับได้ว่าเป็ส่วนหนึ่งของครอบครัวพวกเขาไปแล้วยิ่งในยามที่หันไปมองทุกคนที่อยู่รอบๆตัว ซึ่งกำลังช่วยกันขนย้ายของกันอย่างขะมักเขม้นดินก็รู้สึกอบอุ่นใจกับภาพที่เห็นยิ่งนักหากจะไม่มีเสียงๆหนึ่งดังขึ้นมาขัดอารมณ์ที่กำลังทำซึ้งอยู่เสียก่อนล่ะนะ
"ท่านพี่!ท่านจะยืนยิ้มเหมือนคนจิตไม่ปกติอีกนานหรือไม่ข้าเห็นั้แ่ท่านเข้ามายังไม่ได้หยิบฉวยอะไรสักอย่างเลยเฮ้อ~ช่างเป็คนเกียจคร้านนัก..”
“หน๊อยแหน่~เ้าตัวดี!กล้าว่าข้างั้นเหรอเ้าโดนดีแน่ อย่าหนีนะเ้าตัวแสบ..”สองพี่น้องวิ่งไล่จับกันไปทั่วห้องโถงบิดามองไปก็ได้แต่ส่ายหัวให้ลูกทั้งสองที่แหย่กันไปมาได้ทั้งวันแต่ดูเหมือนเ้าลูกชายคนโตจะเสียรู้เ้าน้องชายตัวเล็กได้ตลอด
บิดานั้นสงสารเ้ายิ่งนัก!น้ำตาบิดาไหลพรากเลยเ้าเห็นมั้ยล่ะ^_^