ตอนที่ 06. โลกสองใบของนายปีหนึ่ง
แสงแดดจ้าของเช้าวันจันทร์สาดส่องเข้ามาในห้องบรรยายรวมขนาดใหญ่ ปลุกให้วินต้องหรี่ตาลงด้วยความระคายเคือง เสียงอาจารย์วิชา "มนุษย์กับสังคม" กำลังบรรยายผ่านไมโครโฟนด้วยน้ำเสียงราบเรียบชวนง่วงนอน ราวกับกำลังสวดมนต์บทที่ยาวที่สุดในโลก
วินนั่งเท้าคางหมุนปากกาเล่นอยู่ที่แถวหลังสุด ข้างๆ เขาคือ 'ไอ้จอม' ที่กำลังฟุบหลับน้ำลายยืดใส่ชีทเรียน และ 'ไอ้แว่น' ที่กำลังตั้งใจจดเลคเชอร์ยิกๆ แต่จริงๆ คือกำลังวาดรูปการ์ตูนล้อเลียนอาจารย์
"น่าเบื่อชะมัด..." วินบ่นพึมพำเบาๆ
ในสายตาของเพื่อนร่วมรุ่น วินคือนักศึกษาปี 1 ธรรมดาๆ ที่ดูจะตั้งใจเรียนขึ้นผิดหูผิดตา แต่ความจริงแล้ว ภายในร่างของเด็กหนุ่มวัย 19 ปี คือิญญาของชายวัย 40 ที่ผ่านโลกมาแล้วอย่างโชกโชน
เนื้อหาในวิชาพื้นฐานพวกนี้เขาเรียนผ่านมาหมดแล้ว และประสบการณ์ในชีวิตจริงก็สอนเขาได้ดียิ่งกว่าทฤษฎีในตำราพวกนี้เสียอีก
"เฮ้ยวิน... เย็นนี้ไปกินหมูกระทะกันป่าว สาวบัญชีโต๊ะข้างๆ ก็ไปด้วยนะเว้ย"
จอมงัวเงียตื่นขึ้นมาสะกิดไหล่ กระซิบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
วินส่ายหน้าปฏิเสธทันที "โทษทีว่ะ กูไม่ว่าง ต้องไปทำงาน"
"ทำงาน? งานไรวะ?" แว่นเงยหน้าขึ้นมาถามบ้าง
"เล่นดนตรี... ร้านพี่เอกหน้ามอ" คำตอบของวินทำเอาเพื่อนทั้งสองอ้าปากค้าง
"ร้าน Blue Moon เนี่ยนะ? ร้านนั้นรับแต่พวกมือโปรไม่ใช่เหรอวะ มึงไปเส้นใครมาเนี่ย?"
วินเพียงแค่ยิ้มมุมปาก ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่ม เขาไม่อยากจะโอ้อวด และไม่อยากให้เพื่อนแตกตื่นจนตามไปเชียร์ที่ร้าน เพราะคืนนี้คือคืนแรกของการทำงานจริง เขา้าสมาธิขั้นสูงสุด
……
เวลา 20:30 น. ที่ร้าน Blue Moon
บรรยากาศในร้านเริ่มคึกคักกว่าปกติ อาจเป็เพราะข่าวลือเื่ "เด็กปี 1 ที่โซโล่ไฟแลบ" เมื่อคืนก่อนเริ่มแพร่สะพัดออกไปในหมู่นักเที่ยวกลางคืน
เฮียเอกยืนกอดอกอยู่ตรงที่มุมเดิม สายตาจับจ้องไปที่ประตูหน้าร้าน
วินเดินเข้ามาพร้อมกีตาร์คู่ใจ ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนและกางเกงยีนส์เข้ารูป ดูเรียบง่ายแต่มีสไตล์ที่ดูโตกว่าวัย เขาไหว้เฮียเอกก่อนจะขึ้นไปบนเวทีเพื่อเตรียมความพร้อม (Sound Check)
โจทย์ของคืนนี้ยากกว่าวันลองของ เพราะเขาต้องเล่นถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง การจะเล่นแต่เพลงร็อกหนักๆ ตลอดเวลานั้นเป็ไปไม่ได้สำหรับร้านนั่งชิว วินจึงต้องงัดกลยุทธ์ "Rearrange" หรือการเรียบเรียงดนตรีใหม่มาใช้
"สวัสดีครับทุกคน..." วินกล่าวทักทายผ่านไมโครโฟนด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ดัดให้ดูมีเสน่ห์ "คืนนี้อยู่กับผม... วิน ครับ"
เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง นิ้วมือเริ่มเกาอินโทรเพลงที่ทุกคนคุ้นเคย... เพลง "รักเธอเสมอฟ้า" ของศิลปิน Cloudy Boy เพลงป๊อปอันดับ 1 ของยุค ที่ปกติแล้วต้องเล่นด้วยจังหวะสนุกสนานและเสียงซินธิไซเซอร์สังเคราะห์
แต่เวอร์ชันของวิน... นั้นแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
เขาลดจังหวะของเพลงลง (Tempo Down) เปลี่ยนคอร์ดทางเดินจาก Major Scale ธรรมดา ให้กลายเป็คอร์ด Jazz และ Soul ที่มีความซับซ้อน (7th, 9th chords) เสียงกีตาร์โปร่งไฟฟ้าถูกตบสายสร้างจังหวะ Percussion ไปพร้อมกับการเล่นเมโลดี้
"ฟ้า... อาจจะกว้างไกล... แต่ใจฉันกว้างกว่านั้น..."
วินร้องออกมาในสไตล์ R&B ที่มีการเอื้อนและลูกเล่นในการใช้เสียงหลบ (Falsetto) ที่นุ่มนวลชวนฝัน บรรยากาศในร้านเปลี่ยนจากความสนุกสนานแบบตลาดนัด กลายเป็ความโรแมนติกหรูหราแบบบาร์แจ๊สใจกลางเมืองนิวยอร์ก
ลูกค้าสาวๆ โต๊ะหน้าเวทีนั่งเท้าคางมองวินตาเยิ้ม บางคนหยิบโทรศัพท์มือถือรุ่นฝาพับขึ้นมาพยายามถ่ายรูป แม้กล้องจะเบลอจนดูไม่รู้เื่ก็ตาม
วินเหลือบมองไปที่เฮียเอก เห็นเ้าของร้านยิ้มกริ่มพลางสั่งพนักงานให้รีบเสิร์ฟเครื่องดื่ม นั่นคือสัญญาณที่ดี
ตลอดหนึ่งชั่วโมงครึ่ง วินนำเพลงฮิตในโลกนี้มา "ชำแหละ" และ "ประกอบใหม่" ไม่ว่าจะเป็เพลงลูกทุ่งที่เขาเอามาทำเป็จังหวะ บอสซาโนวา หรือเพลงเพื่อชีวิตที่เขาเปลี่ยนให้เป็แนวเร็กเก้ฟังสบาย
เขาไม่ได้แค่เล่นดนตรี แต่เขากำลังสอนคนในยุคนี้ทางอ้อมว่า "ดนตรีมันดิ้นได้ และมันไม่มีขอบเขต"
เมื่อโชว์จบลงพร้อมเสียงปรบมือที่ดังยาวนานกว่าวันแรก วินลงจากเวทีด้วยความรู้สึกเหนื่อยแต่เต็มอิ่ม เขาได้รับซองค่าจ้างจากเฮียเอก 600 บาทถ้วน บวกทิปจากลูกค้าอีก 300 บาท
"เก้าร้อยบาท..." วินกำเงินในมือแน่น สำหรับเด็กมหาวิทยาลัยปี 1 ในปี 2548 นี่คือรายได้ระดับาา
แต่ขณะที่เดินกลับหอพัก ท่ามกลางความเงียบสงัดของซอยเปลี่ยว สมองของวินกลับไม่ได้หยุดคิดแค่นั้น
"เล่นที่ร้าน ได้เงินวันละเก้าร้อย... เดือนนึงก็สองหมื่นเจ็ด..."
วินหยุดเดิน เงยหน้าขึ้นมองเสาไฟฟ้าที่มีสายไฟพันกันยุ่งเหยิง
"มันก็ดี... สำหรับนักศึกษาปี 1 ถือว่าหรูหราเลยแหละ แต่..."
วินก้มมองกีตาร์ราคาถูกในมือ "ถ้าจะอัดเพลงให้ได้คุณภาพระดับ 'สตูดิโอมาสเตอร์' ที่ฉัน้า... เงินแค่นี้มันยังซื้อไมค์ดีๆ ไม่ได้สักตัวเลยด้วยซ้ำ"
ความจริงข้อนี้ทำให้วินต้องดึงสติกลับมา เขาอยากจะรีบปล่อยของใจจะขาด แต่ในฐานะโปรดิวเซอร์มืออาชีพเขารู้ดีว่า "First Impression" คือทุกสิ่ง ถ้าปล่อยเดโมเสียงกากๆ ที่อัดจากไมค์คอมพิวเตอร์ตัวละร้อยออกไป ต่อให้เพลงเทพแค่ไหน คนฟังก็อาจจะปิดหนีั้แ่ 10 วินาทีแรก
"ต้องใจเย็น... วิน" เขาบอกตัวเอง "เก็บเงินอีกสัก 2 เดือน ซื้อ Audio Interface ดีๆ สักตัว ไมค์ Condenser ระดับกลาง แล้วก็คอมพิวเตอร์ที่สเปคแรงกว่าไอ้ตู้ปลาที่ห้อง... ถึงตอนนั้นค่อยปล่อยของก็ยังไม่สาย"
วินกลับถึงห้องพัก เขาไม่ได้หยิบกีตาร์มาอัดเสียงอย่างที่ใจอยาก แต่เขากลับเดินตรงไปเปิดคอมพิวเตอร์จอตู้ปลาขึ้นมาด้วยจุดประสงค์อื่นที่สำคัญกว่า
แสงสว่างจากหน้าจอ FindIT สาดส่องใบหน้าที่เคร่งขรึมของเขา วินคลิกเข้าไปที่เว็บไซต์ของ "กรมทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ (DIP-Online)"
ในโลกคู่ขนานปี 2548 นี้ มีสิ่งหนึ่งที่พัฒนาล้ำหน้ากว่าโลกเดิมของเขามาก นั่นคือ "กฎหมายลิขสิทธิ์"
ที่นี่ไม่มีแผ่นผีคลองถม ไม่มี MP3 เถื่อนขายเกลื่อนตลาดนัด เพราะกฎหมายเอาผิดผู้ละเมิดลิขสิทธิ์รุนแรงถึงขั้นจำคุกทันทีโดยไม่ต้องรอลงอาญา และระบบตรวจสอบลายนิ้วมือดิจิทัล (Digital Fingerprint) ของที่นี่เข้มงวดมาก ใครที่กล้าขโมยผลงานคนอื่นไปโพสต์ลงเน็ต จะถูกระบบ AI ตรวจจับและส่งหมายเรียกถึงบ้านภายใน 24 ชั่วโมง
"โชคดีที่ระบบจดแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ออนไลน์มันทำได้ทันที..."
วินล็อกอินเข้าสู่ระบบด้วยบัตรประชาชน Smart Card ซึ่งที่โลกนี้เริ่มใช้ก่อนโลกเดิมเป็สิบปี เขาเลือกเมนู "จดแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ดนตรีกรรม"
ช่อง ผู้สร้างสรรค์ เขาใส่ชื่อจริงของตัวเอง...
แต่ในช่อง นามปากกา วินพิมพ์ลงไปอย่างหนักแน่นว่า: "Future"
จากนั้นเขาก็เริ่มกรอกข้อมูลเพลงแรกที่เขาตั้งใจจะใช้เป็ใบเบิกทาง ไม่ใช่เพลงป๊อปตลาดจ๋า แต่เป็เพลงร็อกที่จะประกาศศักดาความเก๋าของเขา
ชื่อผลงาน: วัดใจ
ประเภท: ดนตรีกรรม / สิ่งบันทึกเสียง
เนื้อร้อง/ทำนอง: Future
วินพิมพ์เนื้อร้องและโน้ตดนตรีคร่าวๆ ลงในระบบอย่างรวดเร็ว ทุกตัวอักษร ทุกเมโลดี้ ถูกบันทึกลงในฐานข้อมูลของรัฐบาลทันทีที่เขากด Enter
ติ๊ง!
ข้อความแจ้งเตือนสีเขียวปรากฏขึ้น: "การจดแจ้งเสร็จสมบูรณ์ รหัสทรัพย์สินทางปัญญาเลขที่ X-48-05-1999"
วินถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เขารู้ดีว่าในอนาคตอันใกล้ เมื่อเขาเริ่มปล่อยเพลงพวกนี้ออกไป อาจจะมีคนพยายามเคลมว่าเป็คนแต่ง หรือพยายามขโมยไปทำกำไร การมีหลักฐานทางกฎหมายที่แ่าั้แ่ต้นคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
"เรียบร้อย... เพลง 'วัดใจ' เป็ของฉันอย่างถูกต้องตามกฎหมายบนโลกนี้แล้ว"
เขากด Logout ออกจากระบบ แล้วเอนหลังพิงเก้าอี้ มองดูปฏิทินตั้งโต๊ะที่เขาเริ่มกากบาทวันที่ต้องไปเล่นดนตรี
"เอาล่ะ... ขั้นตอนต่อไป คือการหาเงินทุน"
วินมองไปที่มุมห้อง จินตนาการภาพโฮมสตูดิโอในฝันที่จะมาแทนที่กองหนังสือการ์ตูน มันจะต้องมีลำโพง Monitor คู่สวย จอคอมพิวเตอร์แบบ Flat Screen และไมโครโฟนที่เก็บรายละเอียดเสียงลมหายใจได้ทุกเม็ด
"รอหน่อยนะชาวเน็ต..." วินยิ้มมุมปาก ั์ตาเป็ประกายมุ่งมั่น "ขอเวลาพี่เก็บตังค์ซื้ออาวุธแป๊บเดียว... แล้วเดี๋ยว Future จะไปเขย่าวงการให้ดู"
วินเอื้อมมือไปปิดไฟ เมื่อหัวถึงหมอนพร้อมกับแผนการในหัวที่วางไว้อย่างเป็ระบบ... ชีวิตนักศึกษาปี 1 ตอนกลางวัน และนักดนตรีล่าฝันตอนกลางคืน ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็ทางการแล้ว