ข้ามีระบบในโลกอมตะ

    บทที่ 37 : แปดวานรขนทอง

    แปดวานรขนทอง

     

    เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง หลังจากที่กู้เฉินจัดการกับหมีร่างเพลิง เขาในตอนนี้กำลังเดินเข้าไปภายในป่าร้อยอสูรมากขึ้น

     

    เขาพบเห็นสัตว์อสูรหลายชนิด แต่ส่วนมากที่เขาพบเป็นสัตว์อสูรระดับหนึ่งและระดับสอง

     

    เมื่อพวกมันมองเห็นเขา ต่างก็รีบเผ่นหนี คาดว่าคงเป็นเพราะพวกมันสัมผัสรับรู้อันตรายจากตัวเขาได้ พวกมันจึงหนีไปในทันที

     

    กู้เฉินไม่แปลกใจในเรื่องนี้ เขารู้มาบ้างว่าสัตว์อสูรนั้นมีประสาทสัมผัสที่เฉียบแหลม ดังนั้น ไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาต้องแปลกใจ

     

    ส่วนสัตว์อสูรระดับสามนั้นเขาพบเห็นเป็นส่วนน้อย แต่ก็เป็นสัตว์อสูรระดับสามขั้นต้นและขั้นกลางเท่านั้น

     

    เขาแน่นอนว่าเข้าต่อสู้กับพวกมันตามความต้องการที่เขาอยากเข้ามาภายในป่าร้อยอสูร แม้ว่าพวกมันจะไม่ใช่เป้าหมายที่เขาต้องการอย่างวานรขนทองก็ตามที

     

    ส่วนสัตว์อสูรระดับสามขั้นปลายนั้น เขายังไม่พบเห็นอีกเลย ดูเหมือนว่าการที่เขาบังเอิญเจอหมีร่างเพลิงนั้น จะเป็นเรื่องบังเอิญ มันน่าจะไม่ได้อาศัยอยู่แถวนั้น คาดว่ามันคงเพียงออกมาหาอาหารเท่านั้น

     

    ในหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา มีสัตว์อสูรระดับสามขั้นต้นสามตัวและสัตว์อสูรระดับสามขั้นกลางสองตัวที่เขาจัดการไป

     

    ในตอนนี้ร่างของพวกมันล้วนอยู่ภายในแหวนช่องว่างมิติของเขา เนื้อของพวกมันบางตัวสามารถนำมากินได้ แม้บางตัวจะกินไม่ได้ แต่ก็สามารถเก็บไว้แลกกับระบบได้

     

    ด้วยเหตุนี้ เขาถึงไม่ได้ทิ้งร่างของพวกมันเอาไว้ จากจุดที่เขาสามารถจัดการสัตว์อสูรระดับสามขั้นต้นและขั้นกลางรวมกันห้าตัวได้ ชัดเจนว่าระบบได้ฟื้นฟูพลังปราณให้เขาแล้ว โดยใช้หินลมปราณสองร้อยก้อนเป็นค่าแลกเปลี่ยน

     

    จะว่าไปแล้ว การต่อสู้กับพวกมัน มีบางตัวที่จัดการได้ง่าย ส่วนบางตัวก็จัดการยาก จนเขาต้องใช้ดาราจุติออกมาก็มี

     

    แต่ไม่ว่าจะง่ายหรือยาก ล้วนเป็นประสบการณ์การต่อสู้ให้กับเขาทั้งนั้น

     

    “ระบบทางนี้ไม่ผิดแน่นะ?”

     

    ขณะที่เดินอยู่ กู้เฉินก็ถามระบบขึ้นมา เห็นได้ชัดว่าเขาได้แลกเปลี่ยนกับระบบเรื่องการค้นหาวานรขนทองห้าตัวกับดอกเพลิงแดงแล้ว ส่วนราคาแลกเปลี่ยนก็อยู่ที่สองร้อยหินลมปราณ

     

    พอเขาถามไปว่าทำไมราคาถึงเพิ่มจากครั้งก่อนมาก ระบบก็ตอบออกมาอย่างชอบธรรมว่า เป้าหมายที่เขาให้ค้นหานั้นระดับสูงกว่าครั้งก่อนมาก ราคาแลกเปลี่ยนถึงได้เพิ่มขึ้น

     

    จุดนี้ทำให้กู้เฉินเข้าใจ ดูเหมือนว่าเป้าหมายที่เขาจะแลกเปลี่ยนกับระบบเพื่อให้ระบบค้นหานั้น ยิ่งมีระดับสูงมากเท่าไหร่ ราคาแลกเปลี่ยนก็จะมากขึ้นเท่านั้น

     

    [เฮ้ เฮ้ เฮ้ โฮสต์จะบอกว่า ระบบนำทางโฮสต์ผิดทางงั้นเหรอ? อย่าตลกน่าโฮสต์ ระบบนำทางถูกแล้ว อีกห้าสิบเมตรข้างหน้า มีวานรขนทองอยู่แปดตัว หาครั้งเดียวจบ เป็นไงล่ะ อึ้งล่ะสิ!]

     

    ระบบตอบกลับด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเล็กน้อย

     

    กู้เฉินกระพริบตาปริบๆ เขาเพียงแค่ถามเอง ทำไมถึงถูกมองว่าระบบนำทางผิด?

     

    บอกตามตรงว่าเขาไม่เข้าใจวงจรสมองของระบบนัก และไม่รู้ว่าใครเป็นคนสร้าง

     

    ถ้าเขาพบคนสร้าง เขาจะตบให้สักป้าบหนึ่ง โทษฐานที่สร้างให้ระบบไม่น่าเชื่อถือขนาดนี้!

     

    “โอเคๆ อึ้งแล้ว เธอไปพักผ่อนเถอะ จะดูดีเคต ดับเบิ้ล โอสหรืออะไรก็แล้วแต่ ไว้พอจะให้ค้นหาดอกเพลิงแดงจะเรียก” กู้เฉินพูด พลางเดินมุ่งหน้าตรงไปเพื่อไปยังจุดที่วานรขนทองอยู่

     

    [ฮึ! โฮสต์นี่ก็นะ ระบบดูมาสไรเดอร์จบหมดแล้ว ต่อไปจะดูขบวนการเซ็นไต] ระบบพ่นเสียงเย็นๆ ออกมา ก่อนจะเงียบหายไป

     

    กู้เฉินย่อมคร้านที่จะสนใจระบบต่อ มือข้างหนึ่งถือกระบี่ เร่งความเร็วการเดินมากขึ้น

     

    และครั้งนี้ เขาก็คิดว่าตัวเองต้องเผชิญกับศึกหนัก เพราะต้องเผชิญหน้ากับวานรขนทองซึ่งเป็นสัตว์อสูรระดับสามขั้นกลางถึงแปดตัวด้วยกัน และแต่ละตัวก็มีท่าไม้ตายด้วย

     

    เขาคิดว่ากว่าที่เขาจะจัดการกับพวกมันได้หมดคงไม่ง่ายนัก

     

    ใช้เวลาไม่นานนัก กู้เฉินก็เดินมาจนใกล้จะถึงจุดที่วานรขนทองอยู่

     

    จิตสัมผัสของเขาพลันกวาดออกไป ก็พบว่าพวกมันมีอยู่แปดตัวเหมือนกับที่ระบบบอก

     

    พวกมันเวลานี้ กำลังนั่งอยู่บนโขดหินข้างลำธารเล็กๆ พูดอู้อ้าตบอกสื่อสารกันไม่หยุด

     

    กู้เฉินพลันออกวิ่งผ่านต้นไม้หลายต้น พร้อมกับใช้ดาราจุติออกมา

     

    จุดนี้ชัดเจนว่าเขาจะเปิดฉากโจมตีพวกวานรขนทองก่อน

     

    การเปิดก่อน ย่อมได้เปรียบ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าพวกมันยังไม่รู้ตัวว่าเขาอยู่ใกล้ๆ

     

    ร่างของกู้เฉินพุ่งออกไปด้วยความเร็ว กระบี่ถูกดึงออกมาจากฝัก ตรงเข้าหาวานรขนทองตัวหนึ่ง วิชากระบี่ดารา กระบวนท่าที่หนึ่ง กระบี่สะบั้นดาราก็ถูกใช้ออก

     

    ฉัวะ!

     

    โดยที่วานรขนทองตัวนั้น ไม่รู้ตัว มันถูกกระบี่ของกู้เฉินสะบั้นจนศีรษะปลิวกระเด็น เลือดสีดำพุ่งกระฉูดออกมาจากคอที่ไร้ศีรษะ ร่างกายสูงใหญ่กำยำกว่าสี่เมตรค่อยๆ ล้มลงพื้น

     

    กู้เฉินพลิกตัวกลางอากาศ จู่โจมตัวที่สองต่อ

     

    “กระบี่ดาราฟันเฉือน!”

     

    ประกายกระบี่พร่างพราวออก วานรขนทองตัวนั้นยังไม่รู้ว่าอะไรเกิดขึ้น ก็ถูกกู้เฉินฟันเฉือนหลายครั้ง จนเลือดสาดกระจาย ชีพจรชีวิตขาดสิ้น ตายไปทั้งอย่างนี้เอง!

     

    “อู้ววว!” วานรขนทองตัวหนึ่งเหมือนจะรู้แล้วว่าอะไรเกิดขึ้น เมื่อมันได้เห็นชัดตาว่าสหายร่วมเผ่าของมันสองตัวถูกมนุษย์ฆ่าอย่างโหดเหี้ยม ความโกรธปะทุขึ้นมาภายในใจของมันในทันที

     

    ปกติมันมักจะจับมนุษย์มากิน มีอย่างที่ไหน เคยเห็นสหายร่วมเผ่าของมันถูกมนุษย์ฆ่าแบบนี้

     

    ด้วยความโกรธ มันใช้ท่าไม้ตายออกมาในทันที พลังปราณสีแดงไหลทะลักออกมาจากร่างกายขนาดใหญ่ของมันอย่างบ้าคลั่ง จนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยวไปหมด

     

    หมัดของมันชกออกไปเบื้องหน้า เงาร่างของหมัดสีแดงขนาดใหญ่ก็ปรากฏ หวังบดขยี้กู้เฉินให้แหลกเละไม่เหลือซาก!

     

    กู้เฉินรับรู้ได้ถึงอันตราย เขาพลันพลิกตัวหลบเงาร่างของหมัดสีแดงขนาดใหญ่ ส่งผลให้มันพลาดเป้า

     

    อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่ามันจะพลาดเป้าอย่างกู้เฉิน แต่มันกลับบดขยี้ลงที่ร่างของวานรขนทองสองตัวที่อยู่ใกล้ๆ จนร่างของพวกมันปลิวกระเด็นออกไป ชนกับต้นไม้จนหักโค่นไปหลายต้น

     

    กู้เฉินคิดไม่ถึงว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น เรื่องที่วานรขนทองโจมตีถูกพวกของตัวเองเช่นนี้ แต่เขาไม่ลังเลที่จะทรงตัวที่พื้น จากนั้นกระทืบเท้าลงพื้น ร่างก็พุ่งออกไปเข้าหาวานรขนทองที่โจมตีเขาด้วยท่าไม้ตายเมื่อครู่นี้

     

    พร้อมกับใช้ออกมาด้วยกระบี่ดาราตัดมายา ฟันสองทิศทางพร้อมกัน เมื่อเห็นว่าวานรขนทองดูสับสน เขา ก็ฟันกระบี่ที่สามออกมาในทันที!

     

    จบบทที่ 37

    คล้ายกับเรื่องข้ามีระบบในโลกอมตะ ที่คุณอ่าน