ใครบางคนกลืนน้ำลายลงคอเสียงดังสมาชิกกลุ่มพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียง อีฮยอนซองพูดขึ้นมาเป็นตัวแทนพวกเขา
“พวกเราเชื่อในตัวคุณดกจาครับ ความจริงแล้วที่ยังมีชีวิตรอดมาจนถึงตอนนี้ได้ทั้งหมดก็เป็นเพราะคุณดกจาทั้งนั้น”
[เหลือเวลาอีก 5 นาที ก่อนซีนาริโอหลักที่ 3 จะเริ่มต้นขึ้น]
“ถ้าอย่างนั้นก็ตามผมมาเลยครับ”
ผมกับสมาชิกกลุ่มพากันเดินไปตามรางรถไฟสายสาม ผ่านประตูกั้นผุพังหยุดยืนอยู่ตรงหน้าทางเข้าอุโมงค์ที่ใช้มุ่งหน้าสู่สถานีอึลจีโร3 กา
ข้างในอุโมงค์มืด มองตรงไปเห็น ‘เรดโซน’ ส่องแสงสว่างสีแดง
“พวกสัตว์ประหลาดน่าจะบุกมาจากทางด้านนั้นครับและหลังจากจัดการชานชาลารถไฟสายสามเสร็จ พวกมันก็คงจะขึ้นไปยังชั้นบนทีละชั้น”
อีฮยอนซองเอ่ยถามเสียงตึงเครียด
“...งั้นพวกเราจะต่อสู้กับสัตว์ประหลาดที่นี่หรือครับ”
“ไม่ครับ สู้ไม่ไหวหรอกถ้าสู้กับพวกมันที่นี่พวกเราจะตายกันหมดครับ”
คนที่จะอดทนต่อสู้กับสัตว์ประหลาดพวกนั้นจนถึงยามรุ่งสางได้โดยไม่พึ่งพากรีนโซนมีเพียงยูจุงฮยอกคนเดียวที่สามารถทำได้
คราวนี้จองฮีวอนเป็นคนถามบ้าง
“...หรือว่าจะหนีไปทางสถานีมหาวิทยาลัยทงกุกคะ”
“นั่นก็ไม่ได้ครับถ้าหนีออกไปจากชุงมูโรในตอนที่ซีนาริโอเริ่มขึ้น พวกเราจะตายทันทีครับ”
“ถ้าอย่างนั้น...”
“ปฏิบัติการนี้พวกเราจะต้องแบ่งกลุ่มกันครับคุณอีฮยอนซอง คุณยูซังอาและคุณจองฮีวอนเมื่อสัตว์ประหลาดโผล่มาทุกคนจะต้องวิ่งไปยังทิศทางที่พวกนั้นพุ่งมาทันทีครับ”
“หา...?”
“เข้าใจหรือเปล่าครับต้องวิ่งเข้าใส่พวกมันเท่านั้นนะครับและก่อนจะพุ่งชนให้คอยมองกำแพงด้านซ้ายเอาไว้แล้วจะเข้าใจเองครับว่าผมหมายถึงอะไร”
สมาชิกกลุ่มมีสีหน้าไม่เข้าใจว่าผมพูดเรื่องอะไรแต่ไม่มีเวลาให้อธิบายอย่างละเอียดกันแล้ว
“แค่ไว้ใจผมไม่อย่างนั้นได้ตายกันหมดแน่ครับ อย่าลืมว่าต้องคอยมองกำแพงด้านซ้ายเอาไว้”
“เข้าใจแล้วค่ะ คุณดกจา”
ยูซังอาเป็นฝ่ายตอบคนแรกคล้ายกับเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง
“และผมขอบอกเพื่อตัวพวกคุณเองต้องวิ่งหลังจากที่สัตว์ประหลาดปรากฏตัวขึ้นแล้วเท่านั้นนะ”
ผมหยิบก้อนหินขึ้นมาหนึ่งก้อนก่อนจะปามันไปทางอุโมงค์ทันใดนั้นหินก็เกิดประกายไฟขึ้นกลางอากาศแล้วร่วงหล่นไปอีฮยอนซองกับจองฮีวอนเองพยักหน้าเข้าใจ
“แล้วคุณดกจาล่ะคะ จะทำยังไง”
“ผมกับกิลยองจะไปหาทางอื่นด้วยกันครับ”
วิธีนี้จะใช้ไม่ได้ผลถ้าสมาชิกกลุ่มไม่เชื่อใจในตัวผม
เล่นสั่งให้พวกเขาพุ่งเข้าใส่สัตว์ประหลาดที่กำลังจะโผล่ออกมามันก็เหมือนสั่งให้ไปฆ่าตัวตายชัด ๆ แล้วจะมีใครยอมฟังกันล่ะ
ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นของพวกเขาแล้ว
[ซีนาริโอหลักที่ 3 ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!]
เสียงครืนดังขึ้นบาเรียเขตแดนที่ขวางกั้นอุโมงค์ฝั่งอึลจีโร 3 กาหายไปแล้ว
“วิ่งครับ!”
ผมร้องตะโกนทั้งสามคนที่ตั้งท่าพร้อมวิ่งพุ่งตัวออกไปอย่างพร้อมเพรียง
โฮกกกกก!
พวกสัตว์ประหลาดปรากฏตัวขึ้นจากบริเวณเรดโซน
สัตว์ประหลาดส่วนใหญ่ที่ดาหน้าเข้ามาเป็นพวกหนูกระชอนสัตว์ประหลาดประเภทเผ่าพันธุ์ใต้ดินระดับ 9 และมีพวก ‘โกลล์’ สัตว์ประหลาดระดับ 8 แทรกอยู่บ้างประปราย
แผงคอสีดำ ร่างกายสูงใหญ่คล้ายหมีเขาแหลมงอกยาวอยู่บนหน้าผากพวกมันเป็นตัวอันตราย
ถ้าสู้กันตัวต่อตัวก็ยังจะพอรับมือได้บ้างแต่ปัญหาคือจำนวนของพวกมันฝูงสัตว์ประหลาดที่หลั่งไหลเข้ามาเกินกว่าจะใช้คำว่า ‘ฝูง’ ไปแล้วถ้าปะทะเข้ากับคลื่นสัตว์ประหลาดนั่นก็มีแต่ตายกับตายเท่านั้น
วินาทีที่อีฮยอนซองกำลังจะปะทะกับโกลล์ในแนวหน้าผมตะโกนออกไปเสียงดัง
“ตอนนี้แหละครับ!”
ยูซังอาเป็นคนแรกที่พบมันกระเบื้องสีเขียวส่องแสงสลัวอยู่บนกำแพง
“อ๊ะ!”
ยูซังอาตระหนักขึ้นมาได้โดยพลัน
[ใครบางคนเปิดใช้งานฟังก์ชันที่ซ่อนไว้ของ ‘สถานีชุงมูโร’]
[ชิ้นส่วนลับ ‘ที่หลบภัยของเหล่าผู้กล้า’ ถูกเปิดใช้งาน!]
มือของเธอสัมผัสเข้ากับกำแพงทันใดนั้นกำแพงก็สาดแสงส่องสว่างไปทั่วและเริ่มเปิดใช้งาน
[กรีนโซน 1/3]
จองฮีวอนผู้ว่องไวพุ่งเข้าเกาะกำแพงตามหลังหญิงสาวทันที
[กรีนโซน 2/3]
แต่อีฮยอนซองดันพลาดจังหวะเสียได้เพราะพวกหนูกระชอนพุ่งเข้าใส่โล่ของเขา
“คุณฮยอนซอง! จับไว้ค่ะ!”
ยูซังอาใช้เงื่อนพันธะด้ายซึ่งเป็นความสามารถของเธอช่วยจับอีฮยอนซองเอาไว้ด้วยแรงของผู้หญิงสองคน อีฮยอนซองจึงลอยข้ามอากาศเข้ามาชิดกำแพงได้สำเร็จ
[กรีนโซน 3/3]
เท่านี้ก็เรียบร้อย
โฮกกกกก!
พวกสัตว์ประหลาดเดือดพล่านจ้องสมาชิกกลุ่มด้วยความโมโห แต่ในเมื่อพวกเขาครอบครองกรีนโซนได้สำเร็จพวกมันจึงไม่สามารถโจมตีได้
“คุณดกจา!”
ยูซังอาตะโกนเรียกผมแต่ผมไม่มีเวลาให้หันหลังกลับไปมอง เพราะกำลังแบกอีกิลยองวิ่งสุดฝีเท้า
「 ...มี ‘กรีนโซน’ ซ่อนไว้ในซีนาริโอหลักที่ 3 หลายแห่งมันจะถูกเปิดใช้งานอยู่บน ‘กำแพง’ และจะเผยออกมาให้เห็นหลังซีนาริโอเริ่มขึ้นแล้วในแต่ละรอบเท่านั้น‘กรีนโซน’ พวกนั้นอยู่บนกำแพง...จะว่าไปตั้งแต่แรกแล้วก็เป็นพวกมนุษย์ที่คิดเอาเองว่าคอนเซ็ปต์ของมันคือ ‘ห้อง’ 」
ยูจุงฮยอกใน ‘สามวิธีรอด’ ได้ย้อนกลับจำนวนนับครั้งไม่ถ้วน และชายคนนั้นก็หา ‘กรีนโซน’ ลับของชุงมูโรพบหลายตำแหน่ง
‘ที่หลบภัยของเหล่าผู้กล้า’ เองก็เป็นหนึ่งในนั้น และในชานชาลารถไฟสายสามแห่งนี้มี ‘ชิ้นส่วนลับ’ แบบที่ว่าอยู่แค่สองโซนเท่านั้น
หนูกระชอนหลายตัวที่วิ่งไล่ตามหลังมากัดเข้าที่ต้นขาของผม
เลเวลความแข็งแกร่งของผมค่อนข้างสูงการโจมตีของพวกมันเลยไม่ได้สร้างความเสียหายอะไรมากแต่เรื่องเล็กน้อยพวกนี้ถ้าเกิดขึ้นบ่อย ๆ ก็น่าโมโหอยู่
อีกิลยองที่ผมแบกไว้บนหลังใช้หอกปลายทื่อจัดการหนูกระชอนไปได้หลายตัวแต่จำนวนของพวกมันมีมากเกินไป อีกอย่าง ยังมีพวกโกลล์ที่รวดเร็วอยู่อีก
ห่างออกไปสิบกว่าเมตร เด็กหนุ่มมารยาทดีคนนั้นกำลังมองผมด้วยความหวาดกลัว
[กรีนโซน 1/1]
ถึงแม้จะดูขี้ขลาดแต่ผมก็เผลอถูกยั่วยวนใจให้เลือกทางที่ง่ายดายกว่าขึ้นมาเหมือนกัน
[ฮ่า ๆ ๆ ๆ!นี่มันชักจะน่าสนุกแล้วสิถ้าอย่างนั้นวันนี้ก็ควรจะมีบทลงโทษเหมือนอย่างเมื่อวานใช่มั้ย]
เสียงของโทแกบีดังก้องไปทั่วบริเวณข้อความจากระบบเด้งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
[มีการเพิ่มบทลงโทษซีนาริโอ!]
[‘กรีนโซน’ จำนวนหนึ่งที่เคยมีตัวตนจะถูกปิดใช้งาน]
“มะ...ไม่นะ! อ๊ากกกกก!”
เสียงกรีดร้องดังก้องไปทั่วสถานีชุงมูโรเสียงร้องที่ใกล้ที่สุดเป็นเสียงของเด็กหนุ่มคนนั้น
“อ๊ากกกกก!”
ทันทีที่ ‘กรีนโซน’ หายไป ร่างเล็กของเด็กหนุ่มก็ถูกฉีกเป็นชิ้น ๆก่อนจะถูกกลืนลงท้องพวกหนูกระชอน
ระหว่างที่ศพของเด็กหนุ่มช่วยซื้อเวลาให้พวกเราผมแบกอีกิลยองวิ่งไปยังทางเดินผู้โดยสารแต่อีกฝั่งของประตูชานชาลากลับเต็มไปด้วยพวกสัตว์ประหลาดที่ขวางทางพวกเราเอาไว้
ผมชัก [ศรัทธาไม่แตกสลาย] ขึ้นมาถือไว้ขณะเดียวกันก็จับอีกิลยองมาหลบอยู่ด้านหลัง
ฟึบ!
คมดาบแห่งพลังดวงดาราบริสุทธิ์ฟาดฟันพวกสัตว์ประหลาดที่พุ่งเข้ามาหาเราอย่างรวดเร็วแต่จำนวนของพวกมันก็ไม่ได้ลดลงเลยสักนิด
ถึงแม้จะแค่วันเดียวแต่เขาคนนั้นกลับอดทนต่อสู้กับสัตว์ประหลาดพวกนี้ได้จนกระทั่งพระอาทิตย์ขึ้นยูจุงฮยอกเป็นสัตว์ประหลาดชัด ๆ
ต่อให้เปลี่ยนเหรียญที่มีอยู่ทั้งหมดในตอนนี้เพื่อเพิ่มค่าสถานะโดยรวมผมก็ยังไม่มั่นใจเลยว่าจะทำแบบเดียวกันกับเขาได้
ในตอนนั้นเอง อีกิลยองก็พูดขึ้น
“พี่ครับ”
“อย่าเพิ่งชวนคุย ฉันกำลังยุ่ง”
“พี่ทิ้งผมไว้ก็ได้นะครับ”
“ว่าไงนะ”
“ความจริงแล้วผมไม่เห็นจะเข้าใจเลยครับว่าทำไมพี่ถึงได้ช่วยผมทำไมถึงช่วยพวกพี่ชายพี่สาวคนอื่น ๆ ล่ะครับถ้าพี่ไปคนเดียว...พี่น่าจะเอาชีวิตรอดไปได้ง่ายกว่านี่นา”
ทั้ง ๆ ที่อยู่ต่อหน้าความตายของตัวเองเด็กคนนี้ยังพูดเรื่องแบบนี้ได้อย่างใจเย็นอยู่อีกบางทีหัวใจของเด็กคนนี้อาจจะตายไปแล้วก็ได้
“ใช่ นายพูดถูก”
ผมฆ่าหนูกระชอนอีกตัว มันล้มลงบนพื้นศีรษะถูกฟันขาด
“มีชีวิตรอดคนเดียวใช้ชีวิตตามลำพัง เอาตัวรอดคนเดียว มันฟังดูสบายใช่มั้ยล่ะ แต่ว่า...”
ทำไมผมถึงได้เลือกทำแบบนี้น่ะเหรอ
ถ้ามีใครถามผมแบบนั้นผมเองก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าจะอธิบายออกไปได้แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ผมสามารถพูดได้อย่างมั่นใจ
“ฉันรู้จักนิยายอยู่เรื่องหนึ่งที่เรื่องราวดำเนินไปแบบนั้นแล้วสุดท้ายทุกอย่างก็พังทลาย”
“ครับ?”
ผมคิดแบบนี้อยู่ทุกครั้งแต่อย่างไรผมก็ไม่ใช่ตัวเอกไม่อาจเป็นวีรบุรุษไม่ใช่ผู้ไถ่บาปที่จะมาช่วยกอบกู้ชีวิตใคร แต่ว่า...
นัยน์ตาของอีกิลยองสั่นไหวผมแบกเด็กชายขึ้นหลังอีกครั้งพลางเอ่ย
“จับฉันเอาไว้ให้แน่น ๆ ล่ะ”
อีกิลยองจะไม่ตาย อย่างน้อยก็ไม่ใช่วันนี้