การเกิดใหม่อีกครั้งของนักอัญเชิญอสูร

    ตอนที่ 82 เริ่มเตรียมความพร้อม

    มิติแดนอสูร
            “นายท่าน” เหล่าสัตว์อสูรกล่าวทักทายหวังเหว่ย        หวังเหว่ยได้พยักหน้าตอบรับ จากนั้นเขาได้หันมามองฉิงเหม่ย “เจ้าดีขึ้นหรือยัง ?”        “ข้าดีขึ้นแล้วเจ้าค่ะนายท่าน”        “เช่นนั้นข้าจะพาเจ้าไปพักผ่อนภายในที่พักของท่านพ่อ ท่านแม่เจ้า” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้ส่งวิหคน้อยในอ้อมแขนของเขาให้กับฉิงเหม่ย        ฉิงเหม่ยรับวิหคน้อยมาจากอ้อมแขนของหวังเหว่ยอย่างช้าๆ จากนั้นทั้งสองได้เดินไปยังที่พักของฉิงคุนและฉิงซวงที่ได้ถูกสร้างขึ้นเป็นพิเศษสำหรับเหล่าสัตว์อสูรภายในมิติแดนอสูรที่ต้องการสร้างครอบครัวโดยฝีมือการออกแบบของสัตว์อสูรมดงาน        “พวกเจ้าคิดว่านายท่านและเทพธิดาของพวกเราเหมาะสมกับหรือไม่ ?” สัตว์อสูรร่างมนุษย์หญิงสาวนางหนึ่งกล่าวถาม        “พวกเขาเหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยกเลยล่ะ” เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์ที่อยู่บริเวณโดยรอบกล่าวตอบ ขณะมองดูหวังเหว่ยและฉิงเหม่ยเดินเคียงข้างกัน        “นายท่าน” ฉิงคุนและฉิงซวงกล่าวทักทายหวังเหว่ย        หวังเหว่ยได้พยักหน้าตอบรับด้วยรอยยิ้ม จากนั้นเขาได้หันไปกล่าวกับฉิงเหม่ย “ฉิงเหม่ย หลังจากนี้ให้เจ้าพักอยู่กับท่านพ่อ ท่านแม่ของเจ้าไปก่อน และหากมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับเจ้า ให้เจ้ารีบบอกกับข้าผ่านสารสื่อสารทางจิตในทันที”        “รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” ฉิงเหม่ยกล่าวตอบ        “วิหคน้อยดูแลม่าม๊าของเจ้าให้ดีล่ะ เข้าใจหรือไม่ ?” หวังเหว่ยหันไปกล่าวกับวิหคน้อยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน        “หนูเข้าใจแล้วนายท่าน” วิหคน้อยพยักหน้าตอบ        “เอ่อ... คือ มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือขอรับนายท่าน” ฉิงคุนกล่าวถามหวังเหว่ยหลังจากที่เห็นหวังเหว่ยดูแลบุตรสาวของเขาดีเป็นพิเศษ        หวังเหว่ยได้หันไปมองฉิงคุนอย่างกล้าๆกลัวๆพร้อมกับกล่าวออกมาว่า “เอ่อ... คือ... คือว่าฉิงเหม่ยนางกำลังตั้งครรภ์ดวงจิตของสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ขอรับ”        “ตั้งครรภ์ !” ฉิงคุนและฉิงซวงหันไปมองฉิงเหม่ยอย่างรวดเร็ว        ฉิงเหม่ยพยักหน้ายืนยัน “เป็นอย่างที่นายท่านบอกเจ้าค่ะท่านพ่อ ท่านแม่”        “ข้านึกว่าวิหคน้อยล้อข้าเล่นเสียอีก! แต่ในเมื่อเจ้าโตเป็นผู้ใหญ่แล้วและเจ้าเองก็เต็มใจที่จะทำเช่นนี้แม่ก็จะไม่พูดอะไรอีก” ฉินซวงกล่าว        ฉิงคุนได้พยักหน้าเห็นด้วยกับคำกล่าวของฉิงซวง จากนั้นเขาได้หันไปมองหวังเหว่ย “นายท่านไม่ต้องเป็นห่วงขอรับ พวกเราจะดูแลนางเป็นอย่างดี”        หวังเหว่ยพยักหน้าตอบรับด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม “เช่นนั้นข้าไม่รบกวนเวลาพักผ่อนของพวกท่านแล้ว หากพวกท่านมีเรื่องอะไรให้พวกท่านบอกข้าผ่านการสื่อสารทางจิตได้ตลอดเวลา”        “รับทราบขอรับนายท่าน” ฉิงคุนกล่าว        หลังจากทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยหวังเหว่ยได้ไปหาเหม่ยหลินและเหม่ยจู ภายในอาคารที่พักของหน่วยงานบัญชี จากนั้นเขาได้เรียกเฟิงเฟยและจิวซื่อ มารวมตัวกันภายในอาคารที่พักของหน่วยงานบัญชี        “นายท่าน” เฟิงเฟยและจิวซื่อ กล่าวทักทายหวังเหว่ย        “อืม ภายในแหวนมิติวงนี้มีแก่นอสูร ของสัตว์อสูรระดับเลเวล50ถึง95 อยู่หลายแสนอัน พวกเจ้าทั้งสี่คนช่วยกันกำหนดค่าคะแนนผลงานสำหรับใช้แลกเปลี่ยนแก่นอสูรเหล่านี้ ให้น้อยกว่าปกติเพื่อที่พวกเราจะได้พัฒนาระดับเลเวลกันได้รวดเร็วขึ้น เพราะหลังจากนี้พวกเราต้องเริ่มเตรียมพร้อมต่อสู้ในสงครามกันแล้ว !” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้มอบแหวนมิติที่เขาได้ใส่แก่นอสูรหลายแสนอันเอาไว้ให้กับจิวซื่อ        หลังจากรับแหวนมิติมาจากหวังเหว่ย จิวซื่อได้กล่าวออกมาว่า “นายท่านได้แบ่งแก่นอสูรเก็บเอาไว้ใช้เองบ้างหรือยังเจ้าค่ะ ?”        หวังเหว่ยได้ยิ้มให้กับนาง “เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง ข้าได้แบ่งแก่นอสูรเก็บไว้หลายหมื่นอันแล้ว พวกเจ้าจัดการทุกอย่างตามที่ข้าสั่งได้เลย”        “รับทราบ ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน” เฟิงเฟย จิวซื่อ เหม่ยหลิน เหม่ยจูกล่าว จากนั้นทั้งสี่คนได้เริ่มปรึกษาเรื่องราวต่างๆกันในทันที        หลังจากทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย หวังเหว่ยได้ออกมาจากหน่วยงานบัญชี จากนั้นเขาได้ใช้ทักษะล่องหนเพื่อป้องกันคนภายนอกพบเห็น ในขณะที่เขาไปหาเหล่าสัตว์อสูรที่ทำสัญญากับเขา จากนั้นเขาได้ไปหาเฟิงเค่อผ่านทางประตูมิติในทันที        วูบ
    ภายในที่พักส่วนตัวของซูฮวาหลงในชั้นที่สามของร้านอาหารหลงหลงซูลี่
            “เฟิงเค่อ เจ้าจะบอกนายท่านเรื่องของข้าเมื่อใด” ซูฮวาหลงกล่าวถามเฟิงเค่อ        “อืม ในตอนนี้นายท่านกำลังออกเดินทางอยู่ ข้ายังไม่อยากรบกวนนายท่าน” เฟิงเค่อกล่าวตอบ        ซูฮวาหลงได้มีสีหน้าเศร้าหมองลงหลังจากได้ยินคำกล่าวของเฟิงเค่อ “เฟิงเค่อข้ายอมรับเรื่องที่เจ้าเป็นสัตว์อสูรได้แล้ว หรือว่าเจ้ายังโกรธข้าที่ใช้เวลาคิดเรื่องนี้หลายวัน เจ้าถึงยังไม่ยอมบอกเรื่องของข้าให้นายท่านของเจ้าทราบ !”        หวังเหว่ยได้มีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อยหลังจากได้ยินทั้งสองคนพูดคุยกัน จากนั้นเขาได้ยกเลิกการใช้ทักษะล่องหนและได้กล่าวขึ้นท่ามกลางความตกตะลึงของทั้งสองว่า “เฟิงเค่อ เจ้าสบายดีหรือไม่ ?”        “นายท่าน! ข้ามีเรื่องอยากจะบอกนายท่านขอรับ” เฟิงเค่อกล่าวกับหวังเหว่ย        “อืม ข้ารู้เรื่องทุกอย่างแล้ว ข้าจะเป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง” หวังเหว่ยกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม        หลังจากหายตกตะลึงซูฮวาหลงได้รวบรวมความกล้ากล่าวกับหวังเหว่ยว่า “ท่านเจ้าค่ะ ข้ารักเฟิงเค่อด้วยใจจริงเจ้าค่ะ ได้โปรดให้โอกาสข้าได้ติดตามรับใช้นายท่านเหมือนอย่างเฟิงเค่อด้วยนะเจ้าค่ะ”        หวังเหว่ยได้นั่งลงบนโซฟาที่ดูหรูหราภายในห้องด้วยท่าทางที่สง่างาม จากนั้นเขาได้หันไปมองซูฮวาหลงด้วยสายตาที่จริงจัง “แม่นางซูฮวาหลงเจ้าไม่รังเกลียดที่เฟิงเค่อเป็นสัตว์อสูรหรือ ?”        ซูฮวาหลงได้กล่าวตอบหวังเหว่ยอย่างรวดเร็วหลังจากได้ยินคำถามของเขา “ข้าได้ครุ่นคิดเรื่องนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วนดีแล้วเจ้าค่ะ และได้พบว่าข้ารักเขาด้วยใจจริงและไม่ได้รู้สึกรังเกลียดเขาแต่อย่างใดเจ้าค่ะ”        “อืม ข้าเข้าใจแล้ว...” “เฟิงเค่อแล้วเจ้าล่ะ เจ้าอยากครองคู่กันนางหรือไม่ ?”        เฟิงเค่อพยักหน้าอย่างจริงจังหลังจากได้ยินคำถามของหวังเหว่ย “ข้าอยากครองคู่กันนางขอรับนายท่าน”        “ดี! เช่นนั้นก็ไม่มีอะไรต้องพูดกันอีก บางที่นี่คงเป็นโชคชะตาของพวกเจ้า เอาล่ะ หลังจากนี้ข้าจะให้พวกเจ้าสร้างครอบครัวขึ้นภายในมิติส่วนตัวของข้า สำหรับเรื่องงานแต่งงานของพวกเจ้า ข้าจะจัดขึ้นพร้อมกับงานแต่งงานของเฟิงเป้า พวกเจ้าตกลงหรือไม่ ?”        “พวกเราตกลง ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน” เฟิงเค่อและซูฮวาหลงกล่าวพร้อมกันด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ        หวังเหว่ยที่เห็นดังนั้นเขาจึงหัวเราะออกมา “ฮ่าๆ ดี เช่นนั้นข้าจะเริ่มทำสัญญากึ่งอสูรกับเจ้าเลยซูฮวาหลง” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้เริ่มเขียนอักษรสัญญากึ่งอสูรขึ้นมาหนึ่งตัวอักษรพร้อมกับแตะไปที่ตัวอักษรเบาๆ        วิ้ง วิ้ง        ตัวอักษรสีฟ้าสดใสได้ล่องลอยไปหยุดอยู่ตรงหน้าของซูฮวาหลง จากนั้นหวังเหว่ยได้กล่าวขึ้นว่า “นี่คืออักษรสัญญากึ่งอสูร ซึ่งจะทำให้เจ้าได้ติดตามรับใช้ข้าเหมือนเฟิงเค่ออย่างที่เจ้าต้องการ”        “ข้าพึ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรกว่ามีการทำสัญญาเช่นนี้อยู่ด้วยเจ้าค่ะ !”        “ฮ่าๆ เจ้าไม่ต้องแปลกใจไปหรอก ในพิภพแห่งนี้มีเพียงข้าคนเดียวที่ทำเช่นนี้ได้! เอาล่ะ ถ้าเจ้าพร้อมแล้วก็ตอบรับการทำสัญญาได้เลย”        “ข้าตกลงเจ้าค่ะ”        วิ้ง วิ้ง        อักษรได้ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน จากนั้นได้ล่องลอยหายเข้าไปภายในร่างกายของซูฮวาหลงและหวังเหว่ย        “เอาล่ะ ทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว ซูฮวาหลงเจ้าอยากได้อุปกรณ์ประเภทใดเป็นของขวัญแต่งงาน ?”        ซูฮวาหลงได้แสดงสีหน้าดีอกดีใจออกมาเนื่องจากนางเคยได้เห็นศาสตราวุธระดับมหากาพย์ของเฟิงเค่อมาก่อน ทำให้นางได้รับรู้ว่าหวังเหว่ยคือสุดยอดปรมาจารย์ช่างหลอมสร้าง “คือ... ข้าอยากได้อุปกรณ์ประเภทชุดเกราะเจ้าค่ะ”        “โอ้! ชุดเกราะ ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะมอบชุดเกราะให้กับเจ้าในวันแต่งงานของเจ้า”        “ขอบคุณนายท่านเจ้าค่ะ” ซูฮวาหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ        หวังเหว่ยได้พยักหน้าตอบรับด้วยรอยยิ้ม “เอาล่ะ เฟิงเค่อเจ้าพานางไปหาสัตว์อสูรมดงานเพื่อเลือกเรือนหอของพวกเจ้า จากนั้นพวกเจ้าค่อยกลับมาทำหน้าที่ภายในเมืองแห่งนักประดิษฐ์กันต่อ”        “รับทราบขอรับนายท่าน” เฟิงเค่อกล่าว จากนั้นเขาได้สอนวิธีการเข้าออกมิติแดนอสูรให้กับซูฮวาหลงและได้เข้าไปภายในมิติแดนอสูรพร้อมกัน หลังจากทั้งสองคนเข้าไปภายในมิติแดนอสูรแล้ว หวังเหว่ยได้กลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูรและใช้ทักษะล่องหนพร้อมกับไปหาเฟิงเป้าผ่านทางประตูมิติในทันที        วูบ
    ณ ห้องรับรองแขกภายในคฤหาสน์คุณชายนักประดิษฐ์
            “เฟิงเป้าอีกสองวันก็จะถึงวันแต่งงานของพวกเราแล้ว นายท่านจะกลับมาทันงานแต่งของพวกเราหรือไม่ ?” เหวินหนิงถังกล่าวถาม        “อืม เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก หลังจากนายท่านทำธุระเสร็จแล้ว นายท่านจะกลับมาหาพวกเราอย่างแน่นอน” เฟิงเป้ากล่าวตอบ        “ฮ่าๆ ใช่แล้ว ข้าจะลืมงานแต่งงานของพวกเจ้าได้อย่างไรกัน แต่ข้าอยากจะขอให้เฟิงเค่อและซูฮวาหลงจัดงานแต่งขึ้นพร้อมกับพวกเจ้าได้หรือไม่ ?”        “เฟิงเค่อจะแต่งงานกับแม่นางซูฮวาหลงหรือเจ้าค่ะนายท่าน! ได้อยู่แล้วเจ้าค่ะ ข้าจะกลับไปบอกตระกูลของข้าในเย็นวันนี้เจ้าค่ะ”        “ฮ่าๆ ขอบใจเจ้ามากเหวินหนิงถัง ว่าแต่เจ้าอยากได้อุปกรณ์ประเภทใดเป็นของขวัญแต่งงานหรือ ?”        “ของขวัญแต่งงาน! ข้าอยากได้อุปกรณ์ประเภทชุดเกราะเจ้าค่ะ” เหวินหนิงถังกล่าวตอบหวังเหว่ยอย่างรวดเร็ว        “โอ้! พวกเจ้าทั้งสองต้องการชุดเกราะเป็นของขวัญแต่งงานเหมือนกันเลย บางทีการได้แต่งงานในวันเดียวกันอาจจะเป็นโชคชะตาของพวกเจ้า หรือบางทีจิวซื่ออาจจะทำนายเรื่องนี้เอาไว้ล่วงหน้าแล้วก็ได้ ฮ่าๆ”        เหวินหนิงถังได้หน้าแดงขึ้นเล็กน้อย หลังจากได้ยินหวังเหว่ยเอ่ยถึงจิวซื่อ “นายท่านเจ้าค่ะ แม่นางจิวซื่อ นางทำนายได้แม่นยำแค่ไหนเจ้าค่ะ ?”        หวังเหว่ยได้หันไปยิ้มให้กับนาง “จิวซื่อคือผู้สืบทอดโดยตรงของปราชญ์แห่งการทำนาย ความแม่นยำในคำทำนายของนางมีสูงมาก !”        “ผู้สืบทอดโดยตรงของท่านปราชญ์แห่งการทำนาย! เช่นนั้น... โอกาสผิดพลาดก็น้อยมากเลยน่ะสิเจ้าค่ะ”        หวังเหว่ยพยักหน้าตอบรับ “ใช่แล้ว คำทำนายของนางแทบจะไม่ผิดพลาดเลย นอกจากจะมีคนฝืนโชคชะตาได้สำเร็จ !”        เหวินหนิงถังได้หันไปมองเฟิงเป้าอย่างเขินอายจนหน้าแดงหลังจากได้ยินคำกล่าวของหวังเหว่ย        เฟิงเป้าได้แสดงสีหน้างุนงงออกมาเล็กน้อยหลังจากได้เห็นท่าทางของนาง        หวังเหว่ยที่เห็นดังนั้นเขาจึงได้ยิ้มออกมาเล็กน้อยพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “เอาล่ะ ข้าไม่รบกวนเวลาพักผ่อนของพวกเจ้าแล้ว หากพวกเจ้ามีเรื่องอะไร ให้พวกเจ้าติดต่อข้าผ่านการสื่อสารทางจิตได้ตลอดเวลา”        “รับทราบ ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน”        หวังเหว่ยได้หยักหน้าตอบรับคำกล่าวของทั้งสอง จากนั้นเขาได้กลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูรในทันที        วูบ
    มิติแดนอสูร
            “นายท่าน” เหล่าสัตว์อสูรกล่าวทักทายหวังเหว่ย        หวังเหว่ยได้พยักหน้าตอบรับ จากนั้นเขาได้ติดต่อสื่อสารทางจิตหาทุกคนที่ทำสัญญากึ่งอสูรและสัญญาสัตว์อสูรกับเขา ”พวกเจ้าทุกคนฟังข้าให้ดี สงครามใกล้จะมาถึงแล้ว หลังจากนี้ให้พวกเจ้าตั้งใจฝึกฝนพัฒนาตนเองเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการทำสงคราม”        “รับทราบ ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน” ทุกคนที่ทำสัญญากึ่งอสูรและสัญญาสัตว์อสูรกับหวังเหว่ยตอบรับคำกล่าวของเขาผ่านการสื่อสารทางจิต        “ดีมาก เอาล่ะ ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ข้าจะบอกกับพวกเจ้า ในตอนนี้อาคารสำหรับผู้ที่ต้องการมีคู่ครอง หรือผู้ที่มีคู่ครองอยู่แล้วได้ถูกออกแบบและสร้างโดยเหล่าสัตว์อสูรมดงานเสร็จเรียบร้อยแล้วหลายหมื่นหลังและยังจะมีการสร้างต่อไปเรื่อยๆ หากพวกเจ้าต้องการย้ายไปอยู่ในอาคารพร้อมกับครอบครัวของพวกเจ้า ให้พวกเจ้าไปแจ้งกับเหล่าสัตว์อสูรมดงานเพื่อให้พวกเขาจัดหาอาคารหลังที่ยังว่างอยู่ให้กับพวกเจ้า”        “ขอบคุณนายท่าน ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ ” ทุกคนที่ทำสัญญากึ่งอสูรและสัญญาสัตว์อสูรกับหวังเหว่ยตอบรับคำกล่าวของเขาผ่านการสื่อสารทางจิต        “เอาล่ะ ข้าไม่รบกวนเวลาทำงานของพวกเจ้าแล้ว” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้ยกเลิกการติดต่อสื่อสารทางจิตและได้ไปหาคาเรนผ่านทางประตูมิติในทันที        วูบ

    คล้ายกับเรื่องการเกิดใหม่อีกครั้งของนักอัญเชิญอสูร ที่คุณอ่าน