ราชาไร้บัลลังก์

    บทที่28:ไว้หน้าให้ข้าบ้าง

    หลังจากมิคาเอลได้ยินสิ่งที่นายน้อยตระกูลทมิฬพูดออกมาคิ้วของมันก็ตระตุกทันทีเดิมทีเมื่อมันถูกเรียกว่าเด็กน้อยในครั้งแรกๆมันก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ตอนนี้มันเริ่มจะบ่อยเกินไปจนตัวมิคาเอลเองเริ่มรู้สึกไม่พอใจกับคำคำนี้ซะแล้วถึงตอนนี้จะเป็นเด็กจริงๆก็เถอะ
    ''นั่งลงซะและถ้าหากข้าได้ยินคำว่าเด็กน้อยออกจากปากของเจ้าอีกครั้ง เจ้าจะได้เจอดีจากข้า''
    ''ฮ่า ฮ่า ฮ่า เอาเถอะน่าก็เจ้ามันเป็นแค่เด็ก...''คลื่น แรงกดดัน31ชั้นบรรยากาศพุ่งตรงไปหานายน้อยตระกูลทมิฬทันทีจนทำให้ตัวมันที่ยืนอยู่ทรุดลงไปนอนแผ่อยู่บนพื้น ผู้อาวุโสที่ติดตามมาเองก็รีบพุ่งไปต่อยมิคาเอลแต่สิ่งที่พวกมันได้กลับเป็นความว่างเปล่า ตูม ตูม มิคาเอลโผล่มาอีกทีก็ต่อยเข้าไปที่ท้องของผู้อาวุโสทั้ง2ของตระกูลทมิฬจนตัวของพวกมันงอเป็นกุ้งและล้มไปนอนบนพื้นตามนายน้อยของมันไป ในเวลาเดียวกันมิคาเอลก็ค่อยๆเดินไปหานายน้อยตระกูลทมิฬจากนั้นจึงก้มลงไปและพูดด้วย
    ''เมื่อซักครู่เจ้าพูดว่าไงนะพอดีข้าได้ยินไม่ชัด''
    ''...''นายน้อยตระกูลทมิฬไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีกหลังจากโดนแรงกดดันนี้เข้าไปมันรู้ดีเลยว่ามิคาเอลมีพลังที่เหนือกว่ามันมากหากต้องการให้มันตายมันคงหมดลมหายใจไปนานแล้ว
    ''เป็นอะไรไป ข้าถามเจ้าไม่ได้ยินหรือไง''มิคาเอลถามซ้ำไปอีกครั้งจนนายน้อยตระกูลทมิฬต้องรีบพูดเพราะกลัวอีกฝ่ายจะโมโหไปมากกว่านี้
    ''ข้าขอโทษข้าจะไม่พูดคำคำนั้นอีกแล้ว''
    ''หึ ครั้งนี้ข้าจะให้อภัยเพราะยังไงข้าก็มีเรื่องที่ต้องถามเจ้าหน่อย ลุกขึ้นแล้วไปหาที่นั่งซะ''มิคาเอลถอนแรงกดดันออกจากนั้นจึงเดินกลับไปนั่งที่ตัวเองทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นนายน้อยตระกูลทมิฬและผู้อาวุโสทั้ง2คนของมันก็ลุกขึ้นมาและหาที่นั่ง ยังดีที่มิคาเอลแค่ขู่เท่านั้นหากเอาจริงพวกมันคงได้เจ็บหนักจนลุกไม่ขึ้นไปแล้วเมื่อทุกอย่างกลับมาปกติความเงียบจึงเข้าปกคลุมทั้งห้องจนนายน้อยตระกูลทมิฬเริ่มทนไม่ไหว
    ''ข้าขอทราบชื่อท่านหน่อยได้มั้ย ละ..แล้วดาบนั่นใครเป็นคนลงอักขระ''
    ''มิคาเอลนั่นคือชื่อของข้า ส่วนใครที่ลงอักขระหากเจ้าอยากรู้มันก็ต้องมีข้อมูลที่เท่าเทียมกันมาแลกเปลี่ยนและบางทีนอกจากเจ้าจะได้รู้ว่าใครทำแล้วเจ้าอาจจะได้ของที่ลงอักขระแบบฟรีๆอีกซัก2-3ชิ้นก็ได้''นายน้อยตระกูลทมิฬได้ฟังก็ขมวดคิ้วมันรู้สึกว่าเด็กตรงหน้าของมันเจ้าเล่ห์มากเกินไปจนมันเดาทางไม่ออกแต่ข้อเสนอที่ยื่นมาก็เย้ายวนเกินกว่าจะปฎิเสธได้
    ''ท่านอยากรู้เรื่องอะไร''
    ''โอ้ แสดงว่าเจ้าสนใจใรข้อเสนอของข้า ข้าแค่อยากรู้ว่าทำไมพวกเจ้าถึงพัฒนาตัวเองได้รวดเร็วนักหากเดาไม่ผิดคงไปเจออะไรดีๆมาสินะ ข้าอยากรู้ว่ามันคืออะไร แต่ข้ารับรองได้ว่าหากเจ้าบอกข้าข้าจะไม่เอาไปบอกใครและไม่คิดแย่งชิง''มิคาเอลพูดออกมาด้วยท่าทีที่สงบและไม่แยแสสิ่งใดๆ
    ''นี่...ข้าขอปรึกษากับผู้อาวุโสก่อนแล้วกัน''หลังพูดเสร็จมันก็หันไปถามความคิดเห็นกับผู้อาสุโสของมันหลังจากการปรึกษาเรียบร้อยพวกมันล้วนเห็นตรงกันคือยอมรับข้อเสนอที่มิคาเอลยื่นให้เพราะหากมิคาเอลต้องการมันก็สามารถจัดการและทรมานพวกมันให้พูดก็ได้แต่ก็ไม่ได้ทำและจากการแสดงๆอาการหลายๆอย่างของมิคาเอลอีกพวกมันจึงคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา จากนั้นนายน้อยตระกูลทมิฬจึงได้เล่าเรื่องที่เจอให้ฟัง
    ''อย่างที่รู้ตระกูลข้าโดนไล่ไปจากเมืองจากนั้นพวกเราได้เดินทางไปเรื่อยๆจนเจอกับเขาลูกหนึ่งที่มีสมุนไพรขึ้นโดยรอบเต็มไปหมดพวกเราจึงเดินไปเรื่อยๆจนถึงยอดเขาจากนั้นจึงเจอเข้ากับซากโบราณด้านในเองมีของต่างๆมากมายแต่ที่ทำให้เราเพิ่มพลังได้รวดเร็วจริงๆนั้นกลับเป็นพื้นที่ภายในนั้น''มิคาเอลได้ฟังก็ยิ่งสนใจเข้าไปอีกเพราะจากที่ฟังพื้นที่นั้นจะต้องมีพลังธรรมชาติที่หนาแน่นกว่าปกติ
    ''ดี หลังจากจบงานประมูลข้าจะไปกับเจ้าและลงอักขระในชุดหรืออาวุทให้2ชิ้น แต่ถ้าหากข้าเจออะไรที่น่าสนใจข้าอาจจะทำข้อตกลงเพิ่มอีกเจ้าเห็นว่าเป็นไง''
    ''ได้ ข้าตกลงข้ามั่นใจว่าท่านจะไม่กลับคำพูด ด้วยพลังของท่านมันง่ายมากหากต้องการให้พวกข้าตาย''นายน้อยตระกูลทมิฬตอบตกลงออกมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นเวลาผ่านไปได้ไม่นานการประมูลก็ได้เริ่มขึ้น
    ''อย่างที่รู้กันงานนี้มีของที่ทุกคนต้องการนอกจากจะมีสมุนไพรที่หายากตอนนี้ยังมีดาบที่ลงอักขระ2ตัวอีกอย่างที่ทุกคนรู้มันหายากมากหวังทุกคนจะตั้งใจในการประมูล เรามาเริ่มกันที่น้ำยาเสริมร่างกาย...''หลังจากนั้นการประมูลได้ดำเนินมาเรื่อยๆจนถึง2อย่างสุดท้ายคือสมุนไพรที่หายากและดาบของมิคาเอล
    ''รายการต่อไปเป็นสมุนไพรหายากสมุนไพรนี้คือต้นนรกเยือกแข็งสรรพคุณหลายคนอาจจะรู้แล้วแต่เราจะบอกอีกครั้งคือคนที่กินมันเข้าไปจะสามารถต้านทานความหนาวเหน็บได้และทุกการโจมตีจะแฝงไปด้วยความเย็นจะมากน้อยก็ขึ้นอยู้กับความเข้าใจและการดูดซึมของคนคนนั้นเปิดราคาที่200,000เหรียญทอง''มิคาเอลได้ยินก็ตกใจเพราะสมุนไพรนี้2,000ปีจะออกมาซักครั้งและที่สำคัญหากกินต้นนรกเยือกแข็งเข้าไปแล้วยังสามารถทำให้ต้านพิษได้หลายชนิดอีกด้วย
    ''300,000เหรียญทอง''มิคาเอลเปิดราคาเป็นคนแรกเพราะต้องการสมุนไพรนี้มากถึงแม้ตอนนี้จะไม่มีเงินแต่มิคาเอลมั่นใจว่าหลังประมูลดาบมันจะมีเงินเหลือพออยู่แล้ว
    ''350,000เหรียญทอง''เจ้าเมืองพูดออกมาเพราะมันต้องการสมุนไพรนี้ไปใช้กับตัวเองเหมือนกัน
    ''400,000''มิคาเอลเองก็ไม่ยอมเช่นกัน
    ''700,000เหรียญทองข้าหวังว่าท่านจะยอมไวหน้าให้ข้าบ้างในฐานะเจ้าเมือง''เจ้าเมืองพูดเชิงข่มขู่ออกมาคนอื่นๆที่กำลังจะอ้าปากเพื่อประมูลถึงกับหุบปากลงทันทีเพราะไม่อยากจะมีเรื่อง
    ''ฮ่า ฮ่า ฮ่า ใช้ฐานะเจ้าเมืองมาข่มขู่ ดีถ้าเจ้ากล้านักข้าจะไปบอกอาจารย์ของข้า''มิคาเอลเองก็ไม่ได้สนใจและในฐานะอาจารย์ปลอมๆของมันมากดดันบ้าง
    ''นี่เจ้า...''เสียงของเจ้าเมืองเงียบหายไปเพราะมันเพิ่งมานึกได้เอาตอนนี้ว่าคนในห้องห้องนั้นมีคนหนุนหลังที่น่ากลัวแค่ไหน มิคาเห็นว่าเจ้าเมืองไม่พูดอะไรออกมาอีกมันจึงขู้เพิ่มเข้าไปอีกครั้ง
    ''ในเมื่อเจ้าอยากได้นักก็เอาไป หึ! เจ้าเตรียมตัวเอาไว้เถอะ''มิคาเอลเงียบเสียงไปนั่นทำให้เจ้าเมืองเหงื่อผุดขึ้นมาตามตัวเต็มไปหมด จนในที่สุดมันก็ตต้องกัดฟันและพูดออกไป
    ''ในเมื่อท่านอยากได้ข้าจะส่งมันให้ท่านเป็นคำขอโทษที่ล่วงเกินท่านก็แล้วกัน หวังว่าท่านจะให้อภัย''เจ้าเมืองพูดออกมาอย่างยากลำบากเพราะเสียทั้งเงินและเสียทั้งหน้า
    ''ก็ได้ในเมื่อท่านพูดแบบนั้นข้าก็ขอรับไว้ด้วยความลำบากใจก็แล้วกัน''พรวด! หลังมิคาเอลพูดจบเจ้าเมืองก็กระอั่กเลือดออกมาเป็นเพราะความโกรธที่มากเกินไปมันจึงเป็นแบบนี้
    ''ถ้าไม่มีคนเพิ่มราคาฉะนั้นต้นนรกเยือกแข็งจึงตกเป็นของท่านเจ้าเมือง ขอแสดงความยินดีด้วยและต่อไปคือของรายการสุดท้ายที่ทุกคนรอมันคือดาบที่ลงอักขระระดับกลางไว้2ตัวหากใครต้องการกรุณาใส่ราคามาได้เลย ราคาเริ่มต้นที่1,000,000เหรียญทอง''
    ''1,100,000เหรียญทอง''ตระกูลใหญ่ของเมืองอื่นเสนอราคาขึ้นมาทันทีเพราะที่มันเดินทางมาที่นี่ก็เพราะดาบเล่มนี้เท่านั้น
    ''1,200,000เหรียญทอง''เจ้าเมืองของเมืองบลัดดี้เองก็ไม่ยอมแพ้มันเองก็ต้องการดาบเล่มนี้เช่นกัน
    ''1,300,000''
    ''...''ในขณะที่มิคาเอลไม่ได้สนใจด้านนอกมันก็หันไปคุยกับนายน้อยตระกูลทมิฬแทน
    ''หลังจากจบงานเจ้าไปเอาต้นนรกเยือกแข็งมาให้ข้าและไปรับเงินค่าดาบนั่นมาด้วยข้าและลูกศิษย์ของข้าจะไปรอเจ้าที่ทางเข้าเมือง จากนั้นเราจะออกเดินทางกัน''พูดจบมิคาเอลและเฟรมมิ่งเฮลก็ลุกขึ้นและเดินออกไปจากห้องทันที มันไม่จำเป็นต้องอยู่ต่อให้เสียเวลาเพราะมิคาเอลเชิญพวกมันมาในห้องนี้ตอนไปเอาของคงไม่มีปัญหาอะไร