เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 90: พบกันอีกครั้ง (Meeting Again)

    ท่ามกลางท้องฟ้าในยามค่ำคืนที่มืดมิดที่มีแสงจันทราสีอ่อนๆ ส่องสว่างไปทั่วสารทิศ ณ แมนชั่นหรูแห่งหนึ่งในใจกลางมหานครโตเกียว“ท่านราชครูเจ้าคะ ท่านราชครูเจ้าคะ”บุรุษรูปงามที่อยู่ในชุดนอนนั้นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนที่เขาจะพบกับภาพเนรมิตร่างงามขององเมียวหญิงท่านหนึ่งที่เป็นถึงองค์หญิงรัชทายาทในราชสำนักที่อยู่ตรงหน้า ภายในห้องนอนหรูของเขาฮิเมรากิ“ท่านราชครูเจ้าคะ ดาบเจ็ดเขี้ยวแห่งกาลเทพที่ข้าเคยสะกดพลังเอาไว้เมื่อหลายร้อยกว่าปีก่อนนั้น ได้กลับมาอยู่ในมือของนางเทวีอสูรฯ อิซานามิอีกครั้งหนึ่งแล้ว พวกมันจะทำพิธีปลดปล่อยพลังของดาบเจ็ดเขี้ยวแห่งกาลเทพ เพื่อใช้ในการทำพิธีกรรมสาปแช่งเจ้าหญิงโอริฮิเมะ น้องสาวของข้าที่เกิดในยุคสมัยนี้ ท่านจะต้องหยุดยั้งพวกมันเอาไว้ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป...”“เพราะถ้าหากพิธีกรรมสาปแช่งนั้นเสร็จสมบูรณ์เมื่อไหร่ ทุกดินแดนในโลกใบนี้ก็จะเกิดมหาวิบัติครั้งใหญ่เกินกว่าที่ใครหลายๆ คนจะคาดเดาได้ ผู้คนทั่วโลกก็จะล้มตายกันเป็นนับล้าน”หลังจากที่เจ้าหญิงฮิเมรากิพูดจบ บุรุษรูปงามนั้นก็ได้เอ่ยถามออกมาว่า“แล้วข้าจะต้องทำยังไงบ้าง ฮิเมรากิ” ยังไม่ทันที่จะได้รับคำตอบ บุรุษรูปงามนั้นก็ได้เห็นภาพเรื่องราวในอดีตของเจ้าหญิงฮิเมรากิทันทีในท่ามกลางสถานการณ์บ้านเมืองในช่วงกลียุคที่เต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งศึกสงครามที่ลุกโชนไปทั่วสารทิศ เจ้าหญิงฮิเมรากิ และผู้คนในวัยเบญจเพสทั้ง 12 คน ต่างก็ได้เข้ามาร่วมประกอบพิธีสะกดพลังของดาบเจ็ดเขี้ยวแห่งกาลเทพไว้ ด้วยการผูกดวงวิญญาณของตนเข้ากับดาบเจ็ดเขี้ยวแห่งกาลเทพ โดยมีองค์จักรพรรดิสึชิมิคาโดะที่ 2 เป็นเจ้าพิธีในครั้งนี้ ซึ่งพิธีกรรมนี้ถูกจัดขึ้นที่กลางลานกว้างที่อยู่ด้านหน้าตำหนักพระโรงภายในพระราชวังหลวงเกียวโตหลังจากที่พิธีกรรมได้ดำเนินจนมาถึงช่วงท้าย เจ้าหญิงฮิเมรากิก็ค่อยๆ ดึงดาบเจ็ดเขี้ยวแห่งกาลเทพออกมา ก่อนที่เธอนั้นจะแทงดาบเจ็ดเขี้ยวเข้าที่กลางลำตัวของตัวเองจนมิดด้าม โลหิตสีแดงสดนั้นค่อยๆ ไหลออกจากบาดแผลลงสู่พื้นที่อยู่ตรงบริเวณกลางแท่นประกอบพิธีชุดองเมียวจิหญิงที่เธอสวมใส่นั้นโชคไปด้วยโลหิต ตั้งแต่ที่กลางบริเวณลำตัวที่มีบาดแผลจากการถูกแทงลงไปถึงบริเวณช่วงล่างของผ้าอาภรณ์จากชุดองเมียวจิหญิงที่เธอสวมใส่ มีหยดโลหิตสีแดงจากคราบเลือดที่อยู่บนดาบเจ็ดเขี้ยวแห่งกาลเทพค่อยๆ ไหลลงสู่พื้นแท่นประกอบพิธีที่เต็มไปด้วยคราบเลือดที่เจิงนองอยู่บนพื้นเป็นวงกว้าง มีหยดเลือดสดๆ ค่อยๆ ไหลออกมาจากมุมปากคู่งามทางด้านซ้ายเจ้าหญิงฮิเมรากิพยายามจะใช้แรงเฮือกสุดท้ายในการดึงกระชากดาบเจ็ดเขี้ยวแห่งกาลเทพออกมาจากลำตัว ก่อนที่ร่างงามของเธอนั้นจะค่อยๆ ทรุดลงกับพื้นแท่นประกอบพิธีที่เต็มไปด้วยคราบเลือด และก็สิ้นใจลงในเวลาต่อมา มีดาบเจ็ดเขี้ยวแห่งกาลเทพหล่นลงสู่พื้นแท่นประกอบพิธีที่อยู่ตรงบริเวณข้างๆ ร่างงามไร้วิญญาณของเธอ จากนั้น ภาพเหตุการณ์ก็ค่อยๆ ตัดกลับมาที่ช่วงปัจจุบัน“เมื่อหลายร้อยกว่าปีก่อน ข้าได้ออกตามหา และทำการรวบรวมผู้คนทั้ง 12 คน 12 นักษัตรที่อยู่ในวัยเบญจเพส ซึ่งประกอบไปด้วยชาย 6 คนที่เกิดในวันคู่ข้างขึ้น (ขึ้น 2-4-6-8-10-12 ค่ำ) ของเดือน 1 ถึงเดือน 6 และหญิงอีก 6 คนที่เกิดในวันคี่ข้างแรม (แรม 1-3-5-7-9-11-13 ค่ำ) ของเดือน 7 ถึงเดือน 12...”ร่างเนรมิตของเจ้าหญิงฮิเมรากิถอนหายใจสักพัก ก่อนที่เธอนั้นจะพูดต่อไปว่า“คนทั้ง 12 คนนั้นต่างก็มีฤกษ์เกิดในช่วงเวลาตกฟากที่ตรงตามเวลาเกิดของปีนักษัตรนั้นๆ เพื่อทำพิธีสะกดพลังของดาบเจ็ดเขียวแห่งกลาเทพไว้ โดยการผูกวิญญาณเข้ากับดาบเจ็ดเขี้ยวเล่มนั้น...”ส่วนทางด้านบุรุษรูปงามที่อยู่ในชุดนอนนั้นก็กำลังยืนฟังอย่างใจจดใจจ่อ ด้วยสีหน้าที่นิ่วด้วยความเคร่งเครียดนิดๆ“การที่จะปลดปล่อยพลังของดาบเจ็ดเขี้ยวแห่งกาลเทพ พวกเขาทั้ง 12 คนนั้นจะต้องถูกฆ่าบูชายัญในพิธีกรรมปลดปล่อยดาบเจ็ดเขี้ยวเล่มนั้นในภพชาติเดียวกัน ซึ่งคนทั้ง 12 คนนั้นจะต้องเกิดในช่วงเวลาเดียวกันกับตัวของพวกเขาทั้ง 12 คนที่เคยร่วมประกอบพิธีสะกดพลังของดาบเจ็ดเขี้ยวแห่งกาลเทพในอดีตชาติ...”“คือช่วงเวลาตกฟากที่ตรงตามเวลาเกิดของปีนักษัตรนั้นๆ ของวันคู่ข้างขึ้น เดือน 1 ถึงเดือน 6 สำหรับผู้ชาย และวันคี่ข้างแรม เดือน 7 ถึงเดือน 12 สำหรับผู้หญิง และพวกเขานั้นจะต้องถูกฆ่าบูชายัญในวัยเบญจเพสด้วย...”ร่างเนรมิตของเจ้าหญิงฮิเมรากิถอนหายใจสักพัก ก่อนที่เธอนั้นจะกล่าวไหว้วานออกมาว่า“สิ่งที่ท่านราชครูจะต้องทำในตอนนี้ ก็คือออกตามหา...และปกป้องผู้คนในวัยเบญจเพสทั้ง 12 คนนั้นไว้ ก่อนที่พวกเขานั้นจะถูกนำตัวไปประกอบพิธีฆ่าบูชายัญเพื่อปลดปล่อยพลังของดาบเจ็ดเขี้ยวแห่งกาลเทพออกมา”หลังจากที่กล่าวจบ ร่างเนรมิตของเจ้าหญิงฮิเมรากินั้นก็ค่อยๆ เลือนหายไปอย่างช้าๆ ทางด้านบุรุษรูปงามนั้นก็ได้ตอบตกลงที่จะช่วยหยุดยั้งพวกนั้นไว้ บุรุษรูปงามผู้นี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นศาสตราจารย์เซมิกาว่านั่นเองและเช้าวันต่อมา ทางด้านยูโตะพร้อมกับคานาเมะ น้องสาวของเขาที่เป็นเจ้าของร้านกาแฟในบ้านทาวน์โฮมนั้นกำลังยืนรอสึคาสะขับรถมารับที่หน้าร้านเพื่อจะเดินทางไปร่วมงานศพของรัฐมนตรีท่านหนึ่งตามที่ซาวายากะ ยาเอมะ ผู้อำนวยการสาวรุ่นใหญ่ได้นัดหมายไว้รัฐมนตรีท่านนี้เป็นคนรู้จักของยาเอมะ และเป็นคนรู้จักของโชกุยะกับอายาเสะ พี่ชายคนโตและพี่สาวคนรองของยูโตะกับคานาเมะ อีกทั้งยังเป็นคนรู้จักของเซ็นเคียวกับนิชิโกะที่เป็นพ่อแม่ของยูกินะกับสึบากิอีกด้วย รัฐมนตรีท่านนี้ได้เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งลำไส้ในระยะสุดท้ายและจากไปอย่างสงบในระหว่างที่กำลังรออยู่หน้าร้านอยู่นั้น จู่ๆ เวลารอบตัวก็ค่อยๆ หยุดลง ยูโตะรีบหันมองไปรอบๆ ด้วยสีหน้าที่แฝงด้วยความตื่นตระหนกนี่มันเกิดอะไรขึ้นหน่ะยูโตะพลางนึกถามพึมพำอยู่ในใจ ทุกสิ่งทุกอย่างโดยรอบล้วนพากันหยุดเคลื่อนที่กันไปหมด ทันใดนั้น ก็ได้มีหญิงสาวนางหนึ่งค่อยๆ คลืบคลานมายังยูโตะจากทางด้านหลังอย่างช้าๆ“ในที่สุด เราก็ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง”ทางด้านยูโตะนั้น เมื่อได้ยินเสียงกระซิบที่ดูเหมือนว่าจะดังขึ้นจากทางด้านหลัง เขาก็ได้รู้สึกว่าน้ำเสียงของหญิงสาวนางนั้นช่างคุ้นหูอย่างน่าประหลาดยูโตะที่อยู่ในชุดไว้อาลัยสีโทนดำนั้นจึงรีบหันตัวกลับหลังทันที จนได้มาพบกับสาวสวยไฮโซปริศนานางหนึ่ง ผู้มากด้วยเสน่ห์อันเย้ายวนที่สามารถมัดใจชายหนุ่มได้อย่างอยู่หมัด และเต็มไปด้วยความเร้นลับที่ใครๆ ก็มิอาจที่จะล่วงรู้มันได้นางอยู่ในชุดเดรสยาวเข้ารูปสีดำที่ยาวประมาณเข่า สวมทับด้วยเสื้อเชิ้ตซีทรูสีขาว สวมรองเท้าคัทชูสีแดง มือเรียวยาวทั้งสองข้างถือกระเป๋าขนาดกลางสีทองอ่อนนิดๆ ที่ด้านหน้า ซึ่งชุดเสื้อผ้าอาภรณ์ที่สวมใส่กับกระเป๋าที่ถือไว้นั้น ล้วนแต่เป็นของแบรนด์เนมหรูที่มีราคาแพงทั้งสิ้น ดังนั้น นางจึงดูหรูหราและมีราคาในทันใด“เราสองคนต่างก็เคยรู้จักกันมานานแสนนาน จนคุณจำเรื่องราวเก่าๆ ของเราสองคนไม่ได้”“นี่เราเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างนั้นเหรอครับ คือผมเองก็ไม่เคยรู้มาก่อน”แม้จะไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อนเลย แต่ยูโตะก็รู้สึกคุ้นๆ กับใบหน้าของหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าอย่างน่าประหลาด ราวกับว่าเขากับหญิงสาวนางนี้จะเคยรู้จักกันเมื่อหลายพันกว่าปีก่อนคริสตกาลยังไงยังงั้น ใบหน้าอันสะสวยของเคียวโกะนั้นมันช่างดูคล้ายกับที่เขาเคยเห็นในฝันไม่มีผิดเลย

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน