นารี หญิงสาววัย 23 ปี กับการเริ่มงานวันแรกในตำแหน่งเ้าหน้าที่เลขา ประจำทีมสนับสนุนงานข้อมูลประธานกรรมการบริหาร งานของเธอก็ง่ายๆ เป็งานเลขาทั่วไป เพิ่มเติม คืองานที่เพิ่มความสุขให้กับประธานกรรมการบริหาร แม้เนื้องานลึก คือการตอบสนองความ้าทางเพศให้กับประธานหรือเ้าของบริษัทก็ตาม แต่ไม่ใช่แค่จะเลือกคนเพื่อมาดูแลแค่เื่การมีเพศสัมพันธุ์
เธอผ่านการสัมภาษณ์งานถึง 3 รอบ ทั้งจาก HR ไปถึงหัวหน้าทีม ไปยังเ้าของบริษัท แน่นอนว่าทีมสนับสนุนงานข้อมูล ไม่ใช่แค่จะไปนั่งเป็เลขาทำหน้าสวยรอเ้าของบริษัทเรียกไปมีอะไรแค่นั้น แต่งานนั้น เธอต้องเตรียมข้อมูล ศึกษาเื่ต่างๆ ที่ได้รับมอบหมาย ทั้งเื่ที่เธอเรียนมาตรงและไม่ตรงสาย ไม่ว่าจะเป็เื่เกี่ยวกับงาน ที่ต้องเตรียมข้อมูลพื้นฐาน หาข้อมูลบริษัทลูกค้า ข้อมูลเทคโนโลยีที่สนับสนุนงานต่างๆ เื่ของเล่น โทรศัพท์ แท๊ปเลต แก๊ตเจตต่างๆ ตามเทรนต์ แม้แต่เื่ sextoy หรือหากท่านประธานอยากได้ของซักชิ้น ท่านก็จะเลือกเลขาที่เข้าใจในการเลือกซื้อของชิ้นๆ ไปดำเนินการ และสิ่งสุดท้ายของการสัมภาษณ์ คือการเปิดเผยเรือนร่างทั้งหมดโดยไม่ปกปิด หากยังบริษุทธิ์และยังพรหมจรรษ์ ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีการตรวจร่างกาย เงินเดือนเริ่มต้นจะมากเป็พิเศษ และยิ่งคนที่เกรดเฉลี่ยดีอย่างเธอ แม้จะไม่ใน่ระดับเกียรตินิยม แต่เรียนจบคอร์ส Inter การตอบคำถาม สัมภาษณ์ และความบริษุทธิ์ ทำให้เงินเดือนของเธอเริ่มที่เกือบ 80,000 บาท และถ้าผ่าน่โปร มีโอกาศที่อาจจะะโข้ามหลัก 100,000 บาทได้เลย
“เหมือนย้อนไปวัยมัธยมเลย” หญิงสาวยืนมองตัวเองในเครื่องแบบเลขาของบริษัทที่เลือกใช้ชุดเนตรนารี
ชุดเนตรารีสามัญรุ่นใหญ่สีเขียว และองค์ประกอบต่างๆ ที่มองผ่านๆ ไม่ต่างกับที่เด็กนักเรียนใส่ แต่หากมองลงไปในรายละเอียด จะเห็นความแตกต่าง เข็มตราเนตรนารีนั้นเป็ทองเหลือง แต่มันเป็ตราโลโก้บริษัท ในขณะที่รูปปักบนผ้าพันคอสีเหลือ เป็โลโก้บริษัทแทนรูปที่คุ้นเคย อินทนูสีแดงบนบ่า ไม่ได้เป็อักษรย่อเนตรนารี แต่เป็อักษรย่อบริษัท พูดง่ายๆ ตราสัญลักษณ์เนรตนารีถูกแทนที่ด้วยโลโก้บริษัททุกจุด ป้ายชื่อสีแดงโค้งที่แขนเสื้อ ถูกแทนที่ด้วยชื่อบริษัท แต่สีเปลี่ยนไปเล็กน้อย ยังคงเป็พื้นสีแดง แต่ตัวอักษรเป็สีดำ ส่วนป้ายชื่อบนอก ปกติที่เป็พื้นแดงตัวอักษรเหลือ ก็เป็พื้นแดง ตัวอักษรดำ เพื่อป้องกันให้อ่านชื่อยากและเื่ความเป็ส่วนตัวของผู้สวมใส่ ในบางกรณี อาจมีการจงใจปักชื่อที่มีความหมายน่าอับอายสำหรับคนที่เล่น BDSM หากมีป้ายขื่อผู้ใส่จะใช้ป้ายชื่อลักษณะนี้ทุกระดับ ยกเว็นเนตรนารีสำรอง จะใช้ด้ายสีดำเหมือนชุดนักเรียนสำหรับคนทั่วไป
บนป้ายชื่อปักเป็ชื่อ นารี มณีงามเลิศหล้า
“ไป๊ นารี ทำงานวันแรก ลุย” นารีบอกกับตัวเองขณะยืนสำรวจการแต่งกายหน้ากระจก
ที่ห้องอาหาร
“อรุณสวัสคะ คุณแม่” นารีทักทายผู้เป็แม่ทำกำลังจัดโต๊ะอาหารอยู่ เธออยู่กับแม่แค่สองคนั้แ่จำความได้ แม่ไม่เคยบอกว่าพ่อของเธอเป็ใคร และเธอก็ไม่เคยคิดจะถาม แม่ของนารีชื่อ งามเลิศ หรือที่คนอื่นๆ จะเรียกว่า งาม แม่เคยเป็นักบัญชีมาก่อนสมัยนารีเด็กๆ พอเธอเข้าชั้นมัถยม แม่ก็ออกจากงานประจำ แม่บอกว่า จริงๆ แล้วแม่เล่นหุ้นมาเรื่อยๆ ได้บ้างเสียบ้าง แต่ได้เยอะกว่า เก็บสะสมจนวันหนึ่ง เงินปันผลจากหุ้นกลายเป็รายได้ประจำให้กับพวกเธอทุกเดือน เดือนละหลายแสน แม่เธอจึงออกจากงานประจำ
“เหมือนเปิดเทอมวันแรกเลย” งามบอกกับลูกสาวหลังจากวางชามใส่โจ๊กหมูลงที่โต๊ะ
“ไม่มีโรงเรียนไหนใส่ชุดเนตรนารีั้แ่เปิดเทอมวันแรกหรอกแม่ ต่อให้เป็วันที่ต้องใส่ก็เถอะ” นารีบอก
“การทำงานก็เป็การเรียนรู้แบบหนึ่ง บริษัทนี้ก็เหมือนโรงเรียนนั้นแหละ” งามตอบ เหมือนไม่ยอมแพ้
“ค่ะ” นารียอมรับก็ได้
“แม่เห็นเลขาบริษัทนี้ใส่ผ้าพันคอกันตั้งหลายผืน ทำไมลูกมีผืนเดียวละ” งามถามลูกของเธอ ขณะที่นารีเพิ่งตักโจ๊กช้อนแรกเข้าปาก
นารีจับผ้าพันคอสีเหลืองขึ้นมาดู แล้วก็ตอบกลับไป
“ขึ้นกับตำแหน่งงาน และก็อื่นๆ น่ะค่ะ ที่ถามตอนไปสัมภาษณ์ ถ้ามีผ้าพันคอสีดำหนึ่งผืนคือโดนท่านประทานโป๊ะโจ๊ะไปแล้ว” นารีตอบ งามหัวเราะกับคำตอบนั้น กับคำว่าโป๊ะโจ๊ะ
“ถ้าจำไม่ผิด สีดำหนึ่งผืนคือไม่บริษุทธิ์และถือว่าไม่เป็กุลสตรี ถ้าสองผืนคือเป็กระxรี่ จะได้เงินค่าตำแหน่งเพิ่มด้วยนะ นารีเซ็นรับไปสองคนคะแม่ คือเ้าของบริษัทกับหลานของเขา เพราะตอนสัมภาษณ์เขาบอกว่าถ้ารับสองคนเลยก็โอเค เพราะสองคนนี้จะทำงานด้วยกัน ใช้เลขาร่วมกัน” นารีบอก
“แล้วสีอื่นๆ ละ” งามถามต่อ
“ยังไม่รู้ค่ะ เห็นว่าเขาจะมีอธิบายในอบรมพนักงานใหม่นะคะ” นารีบอก
“แล้ววันนี้ลูกจะกลับมาพร้อมผ้าพันคอสีดำสองผืนลยไหม?”
“!!!!” นารีแทบสำลักโจ๊ก
“หนูว่าตอนแม่แนะนำให้หนูไปสมัครตำแหน่งนี้หนูก็เซอไพรซ์แล้วนะ คำถามนี้เซอไพรซ์หนักกว่าอีก”
หญิงสาวขึ้นรถไฟฟ้าเพื่อไปทำงาน บนรถไฟฟ้าเธอเจอคนในเครื่องแบบมากมาย ทั้งหญิงและชาย เธอแยกคนเหล่าได้ ว่าเครื่องแบบไหนจริง หรือเพื่องานส่วนบุคคล เช่น เด็กนักเรียนที่นั่งอยู่เก้าอี้บริเวณกลางตู้สามกลุ่ม ด้ายบนอกเสื้อเป็สีน้ำเงินกับแดง ก็เด็กโรงเรียนรัฐบาลกับเอกชน อีกกลุ่มเป็ด้ายสีดำ ถ้าไม่ใช่เลขาของซักบริษัทเหมือนเธอ ก็คงเป็พวกใส่เองเพราะชอบ หรืออาจจะเป็คุณตัวที่ใส่ชุดนักเรียนไปขายตัวก็ได้ หรือพยาบาลสองคนที่ยืนจับเสาตรงหน้าประตู คนหนึ่งดูแล้วเป็พยาบาลจริงๆ แน่ เพราะแขวนป้ายเ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลที่นารีเพิ่งไปใช้บริการเมื่อสัปดาห์ก่อน ส่วนอีกคน ที่เสื้อกับหมวกพยาบาล มีตราเครื่องหมายบวกสีดำ แทนที่สีแดง เพื่อบอกว่าไม่ใช่พยาบาลจริงนะ
จะว่าไป เมื่อสัปดาห์ก่อนที่โรงพยาบาล นารีไปเพื่อตรวจร่างกายก่อนเซ็นสัญญาทำงาน ว่าเธอยังบริษุทธิ์อยู่ และติดเครื่องป้องกันการท้อง มันเป็อุปกรณ์ราคาแพงที่จะฝังลงไปที่เม็ดแตxของเธอ มันจะทำงานให้มดลูกของเธอไม่มีการฝั่งตัวของตัวอ่อนหรือไข่ แถมยังป้องกันโลกทางเพศสัมพันธุ์ได้ทั้งหมด หรืออย่างน้อย ก็เท่าที่วงการแพทย์รู้จักในวันนี้ เธอจะยังมีประจำเดือนตามปกติ และจะไม่ส่งผลกระทบอะไรกับร่างกาย เมื่อเธอเอาออก แต่ตอนเอาเข้าไปนี่เจ็บเข้าขั้นลืมทางกลับบ้านได้เลย เข็มแทงเข้าไปที่เม็ดแตx และยิงอุปกรณ์ขนาดเล็กฝั่งเข้าไปในเม็ดแตx แม้จะเป็เวลาแค่ไม่กี่วินาทีที่หมอและพยาบาลทำอย่างนุ่มนวลที่สุด ก็เล่นเอาเธอน้ำตาเล็ด เ้าเครื่องนี้เล็กขนาดต้องใช้กล้องขยายส่อง แต่ราคามันหกหลักเกือบๆ เจ็ดหลัก ถ้าไม่ใช่บริษัทขนาดใหญ่จริงละก็ เลขาอย่างพวกเธอจะได้ค่าทำแท้งไม่จำกัดจำนวนครั้งแทน
มนุษย์เงินเดือนกับการเริ่มงานวันแรกก็จะเบื่อๆ หน่อยกับการอบรมพนักงานใหม่ แต่นั้นแหละ สิ่งที่ควรรู้ในการใช้ที่ชีวิตในบริษัท มันก็จะอยู่ตรงนี้ จากการอบรมพนักงานใหม่ ทำให้รู้ว่า ชุดเนตรนารีที่ใช้เป็เครื่องแบบเลขาเ้าของบริษัทกับผู้บริหารอื่นๆ แน่นอนว่าเมื่อเครื่องแบบเนตรนารี ก็ต้องมีเครื่องแบบลูกเสือสำหรับเลขาผู้ชาย ไม่ได้เป็การบอกตำแหน่งซะทีเดียว นารีระบุไปว่าเธอเรียนเนตรนารีเหล่าเสนาถึงแค่ตอน ม.3 ซึ่งเทียบเท่ากับเนตรนารีสามัญรุ่นใหญ่ เธอเลยได้ใส่เครื่องแบบนี้
เครื่องหมายที่ติดที่แขนเสื้อ ดูผ่านๆ ก็เหมือนเครื่องหมายที่ติดบนชุดเนตรนารีจริงๆ แต่มันไม่ใช่ มันใช่บอกตำแหน่งงาน และหน้าที่ เช่นของเธอ เป็รูปสมุดปากกาคือเป็งานเลขา ต่อมาเป็เป็รูปสามเหลี่ยมที่ยอดสามเหลี่ยมมีวงกลม คือเป็การบอกว่า เป็เลขาของเ้าของบริษัทเท่านั้น สัญลักษณ์ต่อไป ไม่ได้มีทุกคน เป็รูปอวัยเพศหญิง นั้นคือ ซักวันเธอจะมีเพศสัมพันธุ์กับเ้าของบริษัท และได้ผ้าพันขอสีดำผืนแรก และเนื่องจากเธอเซ็นสัญญา ว่าจะยอมมีเพศสัมพันธุ์กับเ้าของบริษัทและหลานของเขาเท่านั้น เธอเลยได้เครื่องหมายต่อไป คือรูปxีที่มีวงกลมอยู่้า เพื่อบอกว่า เธอเป็ของเ้าของบริษัทเท่านั้น (รวมถึงหลานเขาด้วย)
สำหรับสีผ้าพันคอก็บอกงานและหน้าที่และประสบการณ์การทำงานเหมือนกัน ผ้าพันคอสีเหลืองคือเครื่องแบบปกติที่ใส่กับชุดเนตรนารีทั้งเหล่าเสนา อากาศ แหละเหล่าสมุทร ถ้าเป็ชุดยุวกาชาดก็ผ้าพันคอสีน้ำเงิน และชุดผู้บำเพ็ญประโยชน์ก็เป็ผ้าพันคอสีน้ำเงินแบบมีลายนั้นแหละ ถ้ามีสีดำผืนแรก คือได้เสียความบริษุทธิ์ไปแล้ว และถือว่าไม่ใช่กุลสตรีอีกต่อไปสำหรับตำแหน่งที่ได้รับ ถ้ามีผืนที่สองถือว่าเป็กระxรี่หมายความว่าเธอหรือเขาคนนั้นเซ็นสัญญาดูแลเื่เซ็กให้ผู้บริหารมากกว่า 1 คน ซึ่งคนที่มีผ้าพันคอสีดำสองผืนบางคน จะได้ผ้าพันคอสีเขียวด้วย เป็การบอกว่า ไฟเขียวนะ ใครในบริษัทอยากเย็xก็ทำได้เลย ซึ่งคนที่ได้ผ้าพันคอสีดำสองผืนและได้สีเขียวด้วย เงินเดือนไม่เยอะหรอก อย่างมากก็ 15,000-20,000 ตามค่าแรงขั้นต่ำ ต่อให้ไปปรับวุฒิปริญาโท ก็ได้เพิ่มไม่กี่พันบาท คนที่อยู่ในกลุ่มนี้จะเรียกว่า กระxรี่สาธารณะส่วนกลาง เพราะถือว่าเป็พวกใช้ร่างกายทำงานมากกว่าสมอง เอาประกันสุขภาพไปเข้าโรงพยาบาบบ่อยๆ แทนเถอะ และคนที่เซ็นสัญญาการทำงานอย่างนารี จะไม่ทีทางได้ผ้าพันคอสีเขียวเลย แถมเธอจะได้ผ้าพันคอสีแดงด้วย