"เลือกเอาเองเถอะ สารภาพโทษหนักจะเป็นเบา ปฏิเสธจะลงโทษหนัก"
ฉินลู่เห็นก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ในมือตำรวจก็เอ่ยเย้ยว่า "เป็นกลวิธีที่ดีนะวางก้อนน้ำแข็งไว้ใต้ฝ่าเท้าของผู้ต้องหา ความเจ็บปวดแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะทนได้ทั้งยังสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อไตอีกด้วย พวกคุณทำเกินไปจริงๆ ”
“สำหรับอันธพาลอันตรายที่มีปืนแบบแกการใช้ความรุนแรงที่เหมาะสมย่อมได้อยู่แล้ว” รองผู้บัญชาการเฉิงกล่าว
“แต่น่าเสียดาย อันไหนผมก็ไม่อยากเลือก” ฉินลู่ยิ้มตอบ
“นี่ไม่ใช่สิ่งที่แกจะเลือกได้” รองผู้บัญชาการเฉิงโบกมือแล้วพูดกับตำรวจที่ถือก้อนน้ำแข็งว่า“ลงมือ”
“หยุด!” ฉินลู่บอกให้หยุด
“ทำไมล่ะ” ใบหน้ารองผู้อำนวยการเฉิงปรากฎรอยยิ้มอย่างพอใจ“พอเห็นโลงศพก็หลั่งน้ำตาแล้วหรือ”
“เอาก้อนน้ำแข็งออกไป” ฉินลู่ยืนขึ้นแล้วพูดว่า“ผมตัดสินใจจะไปแล้ว ไม่เล่นกับพวกคุณแล้ว”
กล่าวจบ ฉินลู่ก็ยกขาขึ้นเตะโต๊ะสอบปากคำลอยละลิ่วกระแทกหน้ารองผู้บัญชาการเฉิงอย่างแรง
"ปัง..."
พอโต๊ะไถลลงมาก็เห็นว่าสันจมูกของรองผู้อำนวยการเฉิงถูกกระแทกจนหัก ฟันร่วงไปสองสามซี่
“พูดตรงๆ นะ ถ้าคุณใช้กฎหมายเพื่อความยุติธรรมเหมือนตำรวจสองคนในตอนแรกมันจะไม่โหดร้ายแบบนี้หรอก” ฉินลู่ทิ้งคำพูดไว้ประโยคหนึ่งภายใต้การจ้องมองด้วยอาการตกใจของตำรวจอีกสองคนจากนั้นก็ก้าวไปข้างหน้า กระแทกหมัดไปที่หน้าอกรองผู้บัญชาการเฉิงอย่างแรง ทำให้เขากระเด็นออกไป
"ตุ๊บ..."
ฉินลู่บิดมือและข้อมือด้วยท่าทางแปลกประหลาดและหลุดพ้นจากพันธนาการของกุญแจมือ
เสียงกุญแจมือโลหะที่ตกกระทบบนพื้นปลุกให้ตำรวจทั้งสองตื่นจากอาการตกใจ
“แก...แกจะทำอะไร!” ตำรวจคนหนึ่งโบกลูกกลิ้งยางในมือแล้วตะโกนใส่ฉินลู่“ยกมือไว้บนหัว! หมอบลง!”
“พวกคุณสองคนที่สมรู้ร่วมคิดก็ไม่ใช่คนดีอะไรเหมือนกัน”ฉินลู่หลบการโจมตีของลูกกลิ้งยาง แล้วหันกลับมาเตะตำรวจคนนั้นลอยละลิ่วไปที่ผนังห้องสอบสวน
“ยังเหลือคุณ” ฉินลู่ยิ้มให้กับตำรวจคนสุดท้าย...
เมื่อฉินลู่ออกจากห้องสอบสวน คนทั้งสามในห้องก็หมดสติอยู่ในอาการโคม่าไปแล้ว
เมื่อเดินไปยังระเบียงทางเดินของสำนักงานความมั่นคง ก็พบกับตำรวจวัยกลางคนซึ่งเป็นคนที่สอบปากคำฉินลู่ในตอนแรก
“ฮัลโหล สวัสดีครับ” ฉินลู่ทักทายเขา
ตำรวจวัยกลางคนนิ่งไม่ได้ทักทายกลับ ผ่านไปสักพักถึงรู้สึกตัว จึงทักทายกลับและถามว่า“นายออกมาได้อย่างไร”
“พวกเขาสอบปากคำผมเสร็จแล้ว ผมไม่ได้ทำอะไรผิดก็เลยปล่อยออกมา”ฉินลู่พูดโกหกอย่างหน้าไม่อาย
“เอ่อ...” ตำรวจวัยกลางคนยังคงมึนงงอยู่เล็กน้อยแต่ฉินลู่ก็ก้าวลงบันไดไปอย่างรวดเร็วแล้ว
“ปล่อยตัวแล้ว? นี่มันไม่ขัดระเบียบไปหน่อยหรือ”ตำรวจวัยกลางคนยิ่งคิดยิ่งผิดวิสัยทันใดนั้นเขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ รีบเดินไปที่ห้องสอบสวนเปิดประตูแล้วมองดูข้างในอย่างตะลึง
เมื่อฉินลู่เดินไปที่ชั้นหนึ่ง ในตอนนั้นอาคารสำนักงานความมั่นคงทั้งหมดก็ส่งเสียงไซเรนดังสนั่นขึ้น
“ดูเหมือนว่าจะถูกจับได้แล้ว” ฉินลู่ยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้และเดินต่อไป
"ปึง!"
ประตูสำนักงานความมั่นคงถูกปิดตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่หน้าประตูก็พูดกับกลุ่มคนที่ตื่นตระหนกในห้องโถงว่า “นี่ไม่ใช่การซ้อม! ทุกคนที่นี่หมอบลงกับพื้น อย่าขยับหมอบลง!”
ผู้คนต่างหมอบลงอย่างเชื่อฟังมีเพียงฉินลู่เท่านั้นที่เดินไปข้างหน้าโดยไม่สนใจอะไร
ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่มองไปที่ฉินลู่อย่างเคร่งขรึมหยิบปืนพกในมือออกมาเล็ง แล้วตะโกนว่า "นาย! นั่งลงเดี๋ยวนี้!"
“ผมรู้ คุณไม่ได้ยิงหรอก” ฉินลู่ยิ้มแล้วก้าวไปข้างหน้าอย่างฉับไว วาดมือหยิบปืนพกของตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ แล้วฟาดไปที่เขาเบาๆทำให้หมดสติไป
“ตึง!”
ฉินลู่เตะอย่างแรงจนราวเหล็กกั้นประตูกระจกหลุดออก และเดินออกไป
ผู้คนในห้องโถงต่างตกตะลึง
ไม่ถึงนาทีต่อมา ตำรวจก็มาปิดล้อมที่นี่ไว้จากทั่วสารทิศ นำทีมโดยรองผู้บัญชาการอีกคนของสำนักงานเขาหน้าทะมึน พูดอย่างกรุ่นโกรธว่า “กลางวันแสกๆคาดไม่ถึงว่าจะมีผู้ต้องหาออกมาอาละวาด ห้ามปล่อยเขาหนีไปเด็ดขาด!นำเขามาลงโทษตามกฎหมาย!”
เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายสิบนายทยอยไล่ตามออกไป แต่สิบนาทีต่อมาพวกเขาก็กลับมาทีละคน
“รายงาน! ไม่พบผู้ต้องหาฉินลู่”
“รายงาน!ผมก็ไม่พบผู้ต้องหาทางนี้”
“รายงาน!เราไปทางตะวันออกเพื่อค้นหาแล้ว แต่ไม่พบผู้ต้องหาฉินลู่”
รองผู้บัญชาการมีอาการหงุดหงิดเล็กน้อย “เป็นไปได้อย่างไร! พึ่งผ่านไปไม่กี่นาที? เป็นไปได้อย่างไรที่เขาจะวิ่งหนีไปอย่างไร้ร่องรอยเชื่อมต่อมอนิเตอร์ให้ฉันดูเดี๋ยวนี้ เขาต้องหนีไปไม่ไกลแน่นอนต้องซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักที่ พวกนายปิดล้อมประตูใหญ่ที่อยู่ด้านนอกสำนักงานเอาไว้เขาหนีไปไม่ได้แน่นอน”
หนึ่งนาทีต่อมา ตำรวจฝ่ายเทคนิคก็ใช้โทรศัพท์มือถือเชื่อมต่อวิดีโอภายในสำนักงานความมั่นคงในวิดีโอได้พบเงาร่างของฉินลู่
“ผู้บัญชาการ! พบแล้ว! อยู่ตรงนี้!” ตำรวจฝ่ายเทคนิคยื่นโทรศัพท์ให้รองผู้บัญชาการอย่างตื่นเต้น
รองผู้บัญชาการรับไปพินิจดูอย่างละเอียดแล้วอึ้งไปครู่หนึ่งพลางกล่าวว่า “นี่มันเป็นไปไม่ได้!”
“ผู้...ผู้บัญชาการ เกิดอะไรขึ้น” เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายคนที่อยู่ด้านข้างถามด้วยความสงสัย
“เป็นไปไม่ได้...นี่มันเป็นไปไม่ได้...” รองผู้บัญชาการพึมพำอย่างไม่อยากเชื่อ
เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใจร้อนคว้าโทรศัพท์มือถือจากมือรองผู้บัญชาการ เล่นวิดีโอซ้ำอีกครั้ง
ในนั้นเห็นผู้ต้องหาฉินลู่ เขาไม่ได้เลือกเดินผ่านประตูใหญ่กลับเดินไปที่กำแพงสูงตระหง่าน เขากระโดดขึ้นไปบนกำแพงแล้วพลิกตัวลงมา ไม่รู้ว่าหายไปไหนต่อ
ตาของพวกตำรวจที่ล้อมรอบดูวีดีโอต่างเบิกกว้างออกมา...
กำแพงนั่นสูงตั้งห้าเมตร กระโดดขึ้นไปได้หรือ
เขาเป็นซูเปอร์แมนหรือ!
“ตึกๆๆๆ”
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนต่างตกใจจนพูดไม่ออกอยู่นั้น สักพักก็มีเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบดังขึ้นจากบันได
เหล่าตำรวจหันไปมอง และยืนตรงทำความเคารพทันที "สวัสดีครับ ผู้บัญชาการ!"
“อืม” ชายวัยกลางคนที่เป็นหัวหน้าพยักหน้าและกล่าวว่า“ฉินลู่ที่ถูกสอบปากคำอยู่ในห้องสอบสวนหนีไปแล้วหรือ”
“ใช่ครับ ผู้บัญชาการ!” ในที่สุดรองผู้บัญชาการก็ฟื้นคืนสติและกล่าวด้วยเคารพต่อผู้บัญชาการ“ตอนนี้เรากำลังจัดแบ่งกำลังคนไล่ตามไป ต้องนำผู้ต้องหาที่ผยองแบบนี้มาลงโทษให้ได้อย่างแน่นอนครับ!”
“อืม” ผู้บัญชาการส่ายหัวแล้วพูดอย่างจริงจัง“ตอนนี้ แจ้งตำรวจทุกนายที่กำลังไล่ตามอยู่ว่าไม่ต้องไล่ตามแล้ว”
“เข้าใจแล้ว ผมจะให้พวกเขาจัดการให้เร็วที่สุด...ฮะ?”รองผู้บัญชาการพึ่งเอ่ยไปเพียงครึ่งเดียวทันใดนั้นเขาก็เข้าใจความหมายคำพูดของผู้บัญชาการ จึงพูดด้วยความประหลาดใจทันที “ผู้...ผู้บัญชาการ?คุณพูดอะไร"
“ฉันบอกว่า...” ผู้บัญชาการย้ำด้วยน้ำเสียงจริงจัง“ไม่ต้องไล่ตามแล้ว เรียกตำรวจที่กำลังไล่ตามทุกนายกลับมา”
"นี่...นี่...จะเป็นไปได้อย่างไรผู้บัญชาการ?!" รองผู้บัญชาการพูดอย่างไม่อยากเชื่อ"อันธพาลแบบนี้ถ้าหากไม่..."
ผู้บัญชาการยกมือขึ้นขัดจังหวะรองผู้บัญชาการและกระซิบที่หูเขาว่า "มีโทรศัพท์จากเบื้องบน"
“เบื้องบนนี่...” รองผู้บัญชาการตกตะลึงครู่หนึ่งจากนั้นก็สั่นเทิ้มโดยไม่รู้ตัว
ที่นี่คือที่ไหน
ปักกิ่ง!
โทรศัพท์จากเบื้องบน งั้นก็ต้องเป็น...