หญิงชราตระกูลซุนจับมือของฉินลู่และถามว่า“ปีนี้เธออายุเท่าไหร่”
ฉินลู่ตอบด้วยรอยยิ้ม “ปีนี้ผมอายุยี่สิบห้าครับ”
“เป็นไปได้ยังไง...” หญิงชราตระกูลซุนดูไม่ค่อยมีสมาธิ“ทักษะการเขียนตัวอักษรแบบนี้เทียบเท่าระดับปรมาจารย์แล้ว เธอฝึกได้อย่างไรกัน”
“อาจจะเป็นเพราะผมมีพรสวรรค์ในด้านการเขียนพู่กันจีนละมั้งครับ” ฉินลู่อธิบายอย่างคลุมเครือ
หญิงชรามองดูกระดาษที่อยู่บนโต๊ะอีกครั้ง มองดูอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็เงยหน้าขึ้นแล้วพูดอย่างเคร่งขรึม“ฉันรู้สึกได้ถึงพลังบางอย่างที่อธิบายไม่ถูกจากในตัวอักษรเหล่านี้มันทำให้ฉันดูเด็กลงไปหลายปี นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย”
รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฉินลู่“นี่อาจเป็นของขวัญจากธรรมชาติน่ะครับ”
“อะไรนะ” หญิงชราไม่เข้าใจเลยสักนิด
“เดี๋ยวคุณย่าก็เข้าใจครับ”
หญิงชราครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง และกล่าวว่า “บทกวีวันเกิดมู่หลานฮวาม่านนี้ถือได้ว่าเป็นสมบัติล้ำค่าอภัยให้ฉันด้วย หญิงชราผู้นี้ไม่สามารถรับไว้ได้”
ทันทีที่หญิงชราพูดประโยคนี้ ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างก็ตกตะลึง
มันเป็นสมบัติอะไรกันแน่ ถึงทำให้หญิงชราบอกว่าเป็นสมบัติล้ำค่า
ในที่สุดพ่อของซุนอิงที่อยู่ด้านล่างก็ไม่สามารถระงับความอยากรู้อยากเห็นได้จึงเดินขึ้นมาอย่างเงียบๆ หยุดยืนอยู่ข้างหลังหญิงชราและมองดูบทกวีอวยพรวันเกิดที่อยู่บนโต๊ะ
หลังจากที่ได้เห็นเพียงแวบเดียว เขาก็รู้สึกได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ที่พัดเข้าใส่ใบหน้าทำให้เขาเหมือนจะหายใจคล่องขึ้น
“นี่...นี่มันอะไรกันเนี่ย”
สีหน้าของพ่อซุนอิงเปลี่ยนไปด้วยความตกใจและแววตาของฉินลู่ก็เปลี่ยนไปในทันใด
หญิงชราม้วนกระดาษเก็บ แล้วใส่ลงไปในถุงอย่างระมัดระวังจากนั้นก็ยื่นให้ฉินลู่และกล่าวว่า “ของขวัญชิ้นนี้มูลค่าสูงเกินไป หญิงชราอย่างฉันรับไว้ไม่ได้จริงๆ”
ฉินลู่ส่ายหัว ผลักถุงกลับไปให้หญิงชรา และพูดอย่างเฉยเมย“ผมจะเอาของขวัญที่ให้คืนมาได้อย่างไรล่ะครับ คุณย่ารับไปเถอะครับ”
“ไม่ได้หรอก นี่เป็นสมบัติล้ำค่านะ...”
“สำหรับผู้ที่เข้าใจ มันก็เป็นสมบัติที่ประเมินค่าไม่ได้แต่สำหรับผู้ที่ไม่เข้าใจ มันก็ไม่มีค่าอะไรเลย” ฉินลู่พูดอย่างสบายๆ"ดังนั้นการที่คุณย่าคิดว่าบทกวีอวยพรวันเกิดมู่หลานฮวาม่านบทนี้ประเมินค่าไม่ได้ก็เพราะว่าคุณย่าเข้าใจมัน ไม่ใช่เพราะว่าตัวอักษรเหล่านี้ประเมินค่าไม่ได้จริงๆคุณย่ารับไปเถอะครับ”
“เด็กน้อย” หญิงชรายิ้ม เธอโบกมือและกล่าวว่า“ฉันยังไม่ได้แก่เลอะเลือนนะ ไม่ต้องพูดหว่านล้อมฉันแบบนี้หรอกของสิ่งนี้มีค่ามากจริงๆ ถ้าเธอยืนกรานที่จะให้ฉัน งั้นตระกูลซุนของฉัน...งั้นตระกูลซุนของฉันก็ต้องมีของขวัญตอบแทนล่ะนะ”
“ไม่จำเป็นหรอกครับ” ฉินลู่ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว “ภาพเขียนกลอนมู่หลานฮวาม่านภาพนี้หลานสาวของคุณย่าได้จ่ายค่าตอบแทนให้ผมแล้ว ดังนั้นผมไม่รับของขวัญอื่นอีกครับ”
“ค่าตอบแทน” หญิงชราตระกูลซุนตกตะลึงจากนั้นก็หันไปมองซุนอิงและกล่าวว่า “เสี่ยวอิงหลานให้ค่าตอบแทนคุณฉินท่านนี้ไปเท่าไหร่”
“เงินเหรอคะ” ซุนอิงส่ายหัว “หนูไม่ได้ให้เงินฉินลู่เลยค่ะ”
“ไม่ได้ให้เงิน” หญิงชรามองฉินลู่และพูด “แล้วค่าตอบแทนที่เธอว่าคืออะไร”
ฉินลู่ตอบพร้อมรอยยิ้ม“คุณซุนอิงให้แหวนหยกผมหนึ่งวงเป็นการตอบแทนครับ”
“แหวนหยก” หญิงชราของตระกูลซุนอึ้ง “นั่นมันเรียกค่าตอบแทนที่ไหนล่ะ”
“สำหรับผมแล้ว มันเป็นของที่มีมูลค่าสูงกว่าบทกวีอวยพรวันเกิดมู่หลานฮวาม่านนี้เสียอีก”ฉินลู่พูดอย่างจริงจัง
เขาพูดจริงหินหยกชั้นดีที่สามารถช่วยในการบำเพ็ญฌานนั้นมีค่ามากกว่าตัวอักษรที่ถูกเขียนขึ้นด้วยมือเป็นไหนๆ
แต่คำพูดของฉินลู่ทำให้หลายคนในที่นี้เข้าใจผิดอย่างเห็นได้ชัด
พ่อของซุนอิงมองมาที่ฉินลู่ด้วยสายตาแปลกๆ
หญิงชราตระกูลซุนมองไปที่ฉินลู่ด้วยสายตาที่ลึกล้ำ
แขกที่มาร่วมงานก็มองไปที่ฉินลู่ด้วยสายตาที่คลุมเครือ
ซุนอิงก็แอบมองไปทางฉินลู่อย่างเขินอาย
ฉินลู่เกาหัว และทันใดนั้นเขาก็รู้สึกเหมือนกับตัวเองพูดอะไรผิดไป
หญิงชราตระกูลซุนที่เข้าใจผิดอยู่ก็หัวเราะในลำคอและหยิบบทกวีคำอวยพรวันเกิดมู่หลานฮวาม่านกลับคืนไปจากนั้นจึงพูดกับคนรับใช้ที่อยู่ข้างๆ เธอว่า “นำสิ่งนี้ไปแขวนไว้ในห้องนอนของฉันอ้อ เอาไปใส่กรอบก่อนนะ แล้วค่อยเอาไปแขวนไว้ อย่าทำขาดล่ะ เข้าใจไหม”
“ครับ คุณย่า” คนรับใช้โค้งตัวลงมารับ และหันหลังเดินออกไป
หลังจากมองดูคนรับใช้เดินออกไป หญิงชราก็มองไปที่ฉินลู่อีกครั้งสายตาที่เธอใช้มองเขาราวกับสายตาที่กำลังมองหลานเขย
“พ่อหนุ่ม เธอชื่อฉินลู่ใช่ไหม ต่อไปฉันจะเรียกเธอว่าเสี่ยวลู่นะ” หญิงชราตระกูลซุนเลียริมฝีปากจากนั้นก็พูดอย่างอ่อนโยน “เสี่ยวลู่ เธอให้ของขวัญวันเกิดราคาแพงขนาดนี้แก่ฉันฉันก็ต้องมีอะไรตอบแทนหน่อย เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ถ้าเธอมีอะไรที่ต้องการก็บอกฉันมาได้เลยนะถ้าไม่มากเกินไปฉันก็สามารถทำให้เธอได้”
ประโยคนี้ของหญิงชราทำให้แขกทุกคนต้องถอนหายใจออกมาอย่างไม่รู้ตัว
นี่คือคำมั่นสัญญาของตระกูลซุน!เรียกได้ว่าล้ำค่ายิ่งกว่าสมบัติราคาแพงเสียอีก
ต่อไปเด็กที่ชื่อฉินลู่คนนี้ก็จะพบแต่ความรุ่งเรืองแล้วละ
ทุกคนมองฉินลู่ด้วยความอิจฉา
พ่อของซุนอิงที่ยืนอยู่ข้างหลังหญิงชราก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
และซุนอิงก็หน้าแดง ตอนนี้เธอเข้าใจเจตนาของฉินลู่แล้ว
บทกวีอวยพรวันเกิดมู่หลานฮวาม่านที่ประเมินค่าไม่ได้นั้นที่แท้ก็ไม่เท่ากับแหวนหยกที่เธอมอบให้เขาสามารถรู้ได้เลยว่าเธอมีความสำคัญมากแค่ไหนในหัวใจของเขา
หลายปีที่ผ่านมานี้ มีหนุ่มหลายคนเข้ามาสารภาพรักกับซุนอิงแต่ก็ไม่เคยมีสักคนที่ทำให้ซุนอิงรู้สึกประหม่าและกระวนกระวายใจได้ขนาดนี้
“หรือว่าฉันชอบเขาเข้าแล้ว”
หัวใจของหญิงสาวกำลังเต้นแรง
แต่คำพูดต่อมาของฉินลู่ก็ทำให้หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น
ฉินลู่ตอบนิ่งๆ “คุณย่าครับ ผมได้ค่าตอบแทนแล้วดังนั้นผมจึงไม่ต้องการอะไรอย่างอื่นแล้วครับ”
หญิงชราตระกูลซุนตกตะลึง
ซุนอิงก็ตกตะลึง
ทุกคนที่อยู่ที่นั่นต่างก็ตกตะลึงเช่นกัน
หญิงชรามองซุนอิงด้วยสายตาสงสัยแล้วก็มองไปที่ฉินลู่อีกครั้งและกล่าวว่า “เธอแน่ใจหรือว่าไม่ต้องการอะไรอีก”
“ผมแน่ใจครับ ภาพตัวอักษรกลอนอวยพรวันเกิดมู่หลานฮวาม่านนี้มอบให้คุณย่าเป็นขวัญวันเกิดผมไม่ได้อยากได้อะไรตอบแทนครับ”
หรือว่าฉันคิดผิดไป
หญิงชราและซุนอิงมีความคิดนี้ผุดขึ้นมาในใจพร้อมกัน
“อะแฮ่ม” หลังจากเคลียร์คอแล้ว หญิงชราก็พูดอย่างจริงจัง “ไม่ได้ของล้ำค่าเช่นนี้ ตระกูลซุนของฉันจะไม่ตอบแทนอะไรสักหน่อยไม่ได้ เสี่ยวลู่เธอขอความต้องการของเธอมาหนึ่งอย่าง ไม่งั้นหญิงชราอย่างฉันก็รับกลอนมู่หลานฮวาม่านนี้ไม่ได้หรอก”
ความดื้อรั้นของหญิงชราทำให้ฉินลู่ลำบากใจเล็กน้อย
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดอย่างช้าๆ “งั้นก็...”
“งั้นก็อะไร”
ฉินลู่มองไปที่ซุนอิงด้วยสายตาเป็นประกาย
หญิงชราและซุนอิงมีความคิดผุดขึ้นมาในใจพร้อมกัน"ที่แท้ฉันก็ไม่ได้คิดผิด...”
“ให้หยกผมสามก้อนก็แล้วกัน” คำพูดของฉินลู่ทำให้ผู้คนตกตะลึงไปตามๆกัน
“เคร้ง”
หญิงชราเกือบลื่นล้มไปใต้เก้าอี้รถเข็นซุนอิงที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวก็เกือบสะดุดล้ม
“แค่กๆๆ ...”
หญิงชราเริ่มไอเสียงดังหลายครั้ง จากนั้นก็มองไปที่ฉินลู่ “เธอ... เธอจริงจังเหรอ”