Chronicles Of Radish : Record Of Pride (จักรวาลราดิช ภาค บันทึกจอมอหังการ)

    ตอนที่ 44 คนขุดมัน

    ตอนที่ 44 คนขุดมัน



                “หาวิธีได้แล้วแต่ก่อนอื่นคงต้อง...”

                ราดิชยืมมองทะเลแม็กม่าเบื้องหน้าก่อนจะก้มมองตัวเองพลางกลืนน้ำลายลงอย่างฝืดคอเพราะมันถึงเวลาที่เขาต้องทรมานตัวเองเพื่อพัฒนาสกิลอีกแล้ว

                “เฮ้อ...ชีวิตมันอยู่ยากจริง”

                เขาได้แต่ทอดถอนใจก่อนจะหยิบมีดออกมาเขามองมันอย่างใคร่ครวญและอัดพลังเวทเข้าไปเต็มเหนี่ยว ก่อนจะแทงใส่ตัวเองอย่างแรง

                “อ๊าก!!!!”

                แม้จะมีความเจ็บปวดไร้ผลและลดทอนความเจ็บปวดขั้นสูงทว่าความเจ็บปวดที่เขาได้รับก็ยังมากอยู่ดีสัญชาติญาณร้องเตือนว่านี่คือสิ่งอันตราย ทว่าเขาต้องเพิกเฉยต่อมันและลงมือต่อ

                “อ๊าก!!!”

                เสียงร้องของเขาดังก้องไปทั่วบริเวณทำเอาพวกม้าน้ำ ปลาดุกและกบน้อยหนีกระเจิดกระเจิง

                -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล ต้านการทะลุทะลวง LV 4เพิ่มเป็น LV 5

     

                    “อ๊าก!!!!”

                เสียงร้องของเขายังคงดังต่อเนื่องไปเป็นวันแม้จะมีหยุดพักบ้างก็ตามแต่นั่นก็หยุดเพราะเขาทรมานจนค่าพลังชีวิตหมดจนสกิลขันติต้องทำงานราดิชกัดฟันอดทนต่อความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส

                หลังจากใช้มีดก็เปลี่ยนมาเป็นเอากำปั้นทุบตีตัวเอง กระแทกตัวเอง ซึ่งมันไม่มีบาดแผลภายนอกก็จริงทว่าเขาก็ได้รับบาดเจ็บภายในจนพลังชีวิตลดลงอย่างต่อเนื่องต่อให้หยุดมือพลังชีวิตก็ยังรั่วไหลอยู่ดี

                -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล ต้านการทุบตี LV 3 เพิ่มเป็น LV 4

     

                    “อั่ก!!”

                คงไม่คนสติดีที่ไหนทุบตีตัวเองแบบที่เขาทำเขาทรมานตัวเองอีกหลายวัน ทั้งทุบตี แทง เฉือน สลับกันไปและมันก็ทำให้เขาได้รับผลตอบแทนที่มากเกินคาดทีเดียว

                สกิลลดทอนความเจ็บปวดขั้นสูงเลื่อนเป็นเลเวลหกก่อนเป็นสกิลแรกเพราะเขาต้องทนรับความเจ็บปวดตลอดเวลาแถมสกิลต้านการหมดสติก็อัพพุ่งพรวดไปถึงเลเวลเก้าเลยด้วย

                อาจเป็นเพราะความเจ็บปวดที่เขาได้รับทำให้หมดสติได้แต่เขาก็ฝืนแบกรับความทรมานนั้นไว้แต่ไม่ว่าจะทรมานเพิ่มอย่างไรสกิลต้านทานการหมดสติก็ไม่เพิ่มขึ้นอีกค้างอยู่ที่เลเวลเก้าแบบนั้น คงต้องรอโบนัสตอนเลเวลอัพมาช่วยเสริมให้มันพัฒนาต่อไป

                สกิลอื่นก็พากันเพิ่มขึ้นทั้งนั้นทั้งต้านการตัดเฉือนเพิ่มเป็นเลเวล ต้านการทะลุทะลวงเพิ่มเป็นเลเวลแปดต้านการทุบตีและต้านการกระแทกเพิ่มมาอยู่ที่เลเวลหกเช่นเดียวกับสกิลต้านพลังทำลายที่ค้างเติ่งที่เลเวลเก้าเป็นสกิลแรก

                ถึงเขาจะมีสกิลเพิ่มพลังทำลายขั้นสูงและอัดใส่ตัวเองตลอดทว่ามันก็เพิ่มค่าความเชี่ยวชาญได้แค่ระดับที่มันเก็บได้จากนี้คงต้องเพิ่มเลเวลช่วยเอา

     

     

                “สกิลพัฒนาขึ้นเยอะมากตอนนี้เหลืออะไรอีกน๊า..”

                ราดิชประเมินตัวเองเพื่อหาสกิลที่ยังสามารถพัฒนาได้อีกตอนนี้และก็พบว่าเขาสามารถพัฒนาสกิลต้านทานน้ำ แสง มืดได้อีกดูเหมือนจะได้เวลาที่เขาจะอัดพลังเวทใส่ตัวเองอีกแล้ว

                “อย่างน้อยถ้าอัดตัวเองยังควบคุมพลังได้ต่างจากสัตว์อสูรที่เอาถึงตายแน่นอน นี่ข้าต้องเหนื่อยอีกแล้วหรอ.....”

                    “ส่วนสกิลต้านทานลม ดิน สายฟ้าใช้สกิลพ๊อยท์เรียนไปเลยดกีว่า ยังไงเราก็ไม่ได้ใช้ทำอะไรอยู่แล้ว”

                เขาใช้พ๊อยท์เพื่อเพิ่มค่าความเชี่ยวชาญทั้งสามสกิลไปกว่าสองพันแต้มทำให้พวกมันไปตันอยู่ที่เลเวลเก้ากันหมดแต่ถ้าจะเพิ่มจนเลื่อนขั้นจะใช้พ๊อยท์เยอะเกินไปเขาเลยตัดสินใจรอโบนัสค่าความเชี่ยวชาญดีกว่า       และแล้วเขาก็เริ่มยิงเวทใส่ตัวเองต่อลูกบอลน้ำพุ่งปะทะตัวเขาเต็มแรงจนตัวจุกตัวงอ

                “อั่ก!!!”

                “อะ..อดทนไว้”

                เขากัดฟันอดทนต่อความเจ็บปวดและเริ่มสับเปลี่ยนหมุนเวียนใช้เวทบทอื่นกับตัวเอง นี่เป็นความลับที่เขาคนพบถ้าใช้เวทบทเดิมซ้ำๆค่าความเชี่ยวชาญมักจะได้น้อยลงแต่พอลองสลับดูก็พบว่ามันทำให้เขาเพิ่มค่าความเชี่ยวชาญได้ดีขึ้น

                ส่วนเรื่องที่เขาเก็บสกิลอัคคีไร้ผลนั้นมันเป็นข้อยกเว้นเพราะนั่นเป็นการต่อสู้กับเวทมนตร์ของธรรมชาติโดยตรงซึ่งถ้าเขาอยากได้อัสนีบาตรไร้ผล ก็ต้องไปโดนฟ้าผ่าหรืออาบสายฟ้าทั้งวัน ซึ่งนั่นเขาคิดว่าจะเป็นทางเลือกสุดท้าย

                เขาใช้เวลาไปอีกหลายวันเพื่อพัฒนาเวทมนตร์และพลังต้านทานแม้จะทรมานเจียนตายแต่ก็ได้รับผลตอบแทนที่คาดไม่ถึง

                    -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิล ฟื้นฟูMP ความเร็วสูง LV 4 เพิ่มเป็น LV 5

                    -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลลดระดับการใช้ MP ขั้นสูง LV 4 เพิ่มเป็น LV 5

                    -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิล ผู้ใช้เวท LV 7 เพิ่มเป็นLV 8

                    -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลเครื่องราง LV 8 เพิ่มเป็น LV 9

     

                    “ฮ่าๆสกิลที่ขึ้นยากจริงคือเจ้าพวกนี้ แต่ข้าก็ทำได้”

                สกิลจำพวกฟื้นฟูนั้นต้องฝืนร่างกายอย่างมากถึงจะเพิ่มได้ส่วนสกิลต้านแสงและความมืดพัฒนาเป็นสกิลขั้นสูงกว่าไปแล้วเพราะเขาฝืนใช้เวทแสงศักดิ์สิทธิ์และเวทอันธการยิงใส่ตัวเอง

                เวทสองบทนี้ค่อนข้างรุนแรงมากเพราะเป็นเวทขั้นสูงแล้ว เช่นเดียวกับเวทวารีพิสุทธิ์แต่ต้านทานน้ำเขาก็ยังไม่เพิ่มนะตันที่เลเวลเก้าแบบนั้นสำหรับต้านความมืดก็พัฒนาเป็นต้านอันธการส่วนต้านแสงก็พัฒนาเป็นต้านแสงศักดิ์สิทธิ์แล้วในตอนนี้

                เวทห้วงมิติเองก็มีการพัฒนาไปจนถึงเลเวลเก้าแล้วเวทนี้ค่อนข้างขึ้นยากพอสมควรแต่เขาก็สามารถฝึกฝนมันได้จนเอามาใช้งานได้จริงแล้วตอนนี้

                หลังเติมพลังจนเต็มเขาก็เตรียมตัวเดินทางข้ามทะเลแม็กม่าเบื้องหน้าสายตาของเขาทอดมองไปยังทะเลแม็กม่าเบื้องหน้าด้วยความมุ่งมั่น

     

             

            “ไม่ชอบจริงๆต้องเป็นชีเปลือยแบบนี้”

                ตอนนี้ราดิชกำลังเคลื่อนไหวในอากาศเหนือทะเลแม็กม่าเขาพุ่งไปด้านหน้าด้วยความเร็วพอสมควรที่หยั่งเท้าถูกสร้างและสลายไปตลอดที่เขาหยั่งเท้าลง ค่า SP สีแดงลดลงอยู่ตลอดแต่ด้วยความเร็วที่ช้าพอสมควร

                แน่นอนว่าตอนนี้เขาอยู่ในสภาพเปลือยเปล่าเพราะกลัวว่าถ้าเกิดพลังกายหมดแล้วตกลงในแม็กม่า ชุดจะได้ไม่โดนเผาอีกความจริงตอนหนีเจ้ามังกรและเจ้ากบ เขาก็เสียดายชุดที่โดนเผาไปเหมือนกันแต่ตอนนั้นมันแข่งกับเวลาเลยต้องจำยอม

                แต่ตอนนี้เขามีการเตรียมการล่วงหน้าดังนั้นจึงเกิดภาพชีเปลือยวิ่งข้ามทะเลแม็กม่าอย่างที่เห็นในตอนนี้

                “แล้วฝั่งมันอยู่ไหนล่ะเนี่ยทะเลนี้มันใหญ่แค่ไหนกัน”

                ราดิชพยายามใช้สกิลส่องทางไกลส่องหาผืนดินแต่ก็ยังมองเห็นแต่ทะเลแม็กม่า สกิลส่องทางไกลตอนนี้ก็เลื่อนมาเป็นเลเวลหกแล้วเพราะเขาใช้งานมันตลอด ตอนนี้เขาออกเดินทางมาเกือบชั่วโมงแล้ว และ SP สีแดงในส่วนสำรองก็กำลังจะหมดลง

                แน่นอนว่าสกิลเคลื่อนไหวในอากาศก็เลื่อนมาเป็นเลเวลเจ็ดแล้วทำให้ใช้ SP สีแดงในการใช้งานน้อยลงและยังมีความคงทนแข็งแรงขึ้นด้วย

                “ถ้าเกจสีแดงใกล้หมดคงต้องเปลี่ยนเป็นว่ายน้ำไม่ก็ลอยคอไปแทนแล้ว”

                ราดิชบ่นอุบแต่ก็ยังก้าวย่างมุ่งหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งเวลาผ่านไปไม่นานก็มองเห็นอะไรบางอย่างที่สุดปลายสายตา

                “หืม??”

                เขาเร่งความเร็วเพิ่มขึ้นและเมื่ออยู่ในระยะที่สกิลมองเห็นเขาก็ได้เห็นผืนแผ่นดินที่ตามหาอยู่

                “ในที่สุดก็เห็นแผ่นดินแล้ว”

                เขารู้สึกโล่งอกที่ไม่ต้องลงไปว่ายแม็กม่าเล่นตอนนี้เกจสีแดงของเขายังเหลือประมาณสามในสี่ และถ้าดูจากระยะทางแล้วเขาสามารถไปถึงที่นั่นได้อย่างแน่นอน

                ราดิชเร่งความเร็วขึ้นเพื่อไปให้ถึงฝั่งเดินทางอีกพักเขาก็ถึงฝั่งได้ในที่สุด เขานอนแผ่ที่ริมฝั่งนั่นแหละ ค่าเกจ SP สีแดงของเขาลดลงไปมาก

                “ชั้นสองนี่มันใหญ่แค่ไหนกันเหมือนจะใหญ่กว่าชั้นหนึ่งด้วย แต่ชั้นสามน่าจะใหญ่กว่าชั้นสองอีกกว่าจะสำรวจครบหมดต้องใช้เวลาขนาดไหน แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว”

                เขาลุกขึ้นนั่งและมองสำรวจพื้นที่โดยรอบขณะสวมชุดกลับไปด้วย เขาใช้สกิลส่องทางไกล ก็พบว่าผืนดินแถบนี้ ไม่ค่อยมีสายธารแม็กม่าไหลผ่านเท่าไรเหมือนมันจะเป็นโพรงถ้ำใหญ่ที่มีผืนดินร้อนระอุผืนมากกว่า

                ตอนแรกเห็นมีเจ้ากิ้งก่าว่ายมาก็คิดว่าจะเจอตัวอื่นบ้าง แต่ตลอดทางเขาไม่เจอสัตว์อสูรแม้แต่ตัวเดียวเป็นไปได้ว่าเจ้ากิ้งก่าสามตัวนั้นก็คงอยากรู้และว่ายออกจากฝั่งแต่พอไปได้สักระยะไม่เจออะไรพวกมันก็เลยว่ายกลับ

                “สงสัยเจ้าสามตัวนั่นคงแค่อยากรู้ว่าทะเลนี่มันไปถึงไหนแต่พอออกจากฝั่งได้หน่อยก็เปลี่ยนใจกลับยังไงสัตว์อสูรมันก็ไม่อยากจากถิ่นที่อยู่ของตัวเองหรอก”

                “แถวนี้เหมือนจะไม่มีสัตว์อสูรอยู่เลยอืม...คงต้องออกสำรวจสักหน่อย”

                แต่ตอนนี้คงเติมพลังให้เต็มเสียก่อนเขาไม่ประมาทอย่างเด็ดขาดผืนดินที่ไม่เคยมีการสำรวจนั้นไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะพบเจอกับตัวอะไรบ้าง

                “ปลาดุกสุดแสนอร่อยง่ำ...”

                เขาเติมพลังด้วยเนื้อปลาดุกสุดอร่อยและร้อนกรุ่นแน่นอนว่าราดิชมีพวกมันเก็บไว้จำนวนมากความจริงปลาดุกไม่ได้ให้พลังงานเยอะแล้วสำหรับเขาการจะเติมพลังงานให้เต็มและมีสำรองนั้น จำเป็นต้องกินปลาดุกหลายตัวซึ่งเขารับได้และชอบมากด้วย

                -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล อิ่มแปล้ LV 3 เพิ่มเป็น LV 4

     

                    “ข้าคงเป็นจอมตะกละจริงๆสินะ เฮ้อ..”

                สกิลเลเวลเพิ่มมันก็ดีหรอกเพราะจะทำให้เขามีพลังงานสำรองเพิ่มขึ้น แต่ก็ต้องกินเยอะขึ้นด้วยนี่สิหลังเติมพลังงานจนเต็ม เขาก็เริ่มออกเดินสำรวจผืนแผ่นดินนี้

                มันยังคงเป็นโพรงถ้ำเหมือนเดิมแต่ขนาดใหญ่และกว้างมากกว่าที่ผ่านมามากทีเดียวจนเขาแทบจะเข้าใจผิดว่ามันเป็นพื้นราบไปแล้ว

                ประสาทสัมผัสทุกส่วนเปิดใช้งานเต็มกำลังเขาไม่มีข้อมูลของแผ่นดินนี้แม้แต่น้อย มันอาจมีตัวอะไรสุดแกร่งอาศัยอยู่ก็ได้ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงประหลาดดังมาจากซอกโพรงแห่งหนึ่งราดิชเคลื่อนตัวไปที่นั่นอย่างเงียบเชียบที่สุด

                กรอกแกรบ!!!

                    เขาโผล่หน้าเข้าไปดูและได้เห็นตัวการทำให้เกิดเสียงพวกมันคือตะขาบ รูปร่างคือตะขาบแน่นอน ตัวยาวมีปล้องหลายป้อง มีขามากมาย รูปร่างหน้าตาและขนาดแทบไม่ต่างจากตะขาบที่ชั้นหนึ่งเพียงแต่ลำตัวของพวกมันเป็นสีส้มแดงไม่ใช่สีม่วงแบบชั้นแรก

                “ตะขาบ??ในที่แบบนี้เนี่ยนะ ว่าแต่พวกมันกำลังทำไร ลองประเมินดูไว้ก่อนดีกว่า”

                ตะขาบพวกนี้กำลังใช้เขี้ยวขุดพื้นดินกันอย่างแข็งขันเมื่อลองนับจำนวนดูมีมากกว่าสามสิบตัวที่อยู่ตรงนี้พวกมันรุมขุดดินเพื่อค้นหาอะไรบางอย่าง

     

    เผ่า ไดดาลอสเกียฟิเล็คซ์ LV 1          ชื่อ ไม่มี

    ค่าสเตตัส

    HP 120/120 (สีเขียว) (รายละเอียด)               

    MP 120/120 (สีฟ้า) (รายละเอียด)

    SP 120/120 (สีเหลือง) (รายละเอียด)                         

    SP 30/120 (สีแดง) (รายละเอียด)

    ค่าพลังโจมตีโดยเฉลี่ย 50 (รายละเอียด)

    ค่าพลังป้องกันโดยเฉลี่ย 50 (รายละเอียด)

    ค่าพลังเวทมนตร์โดยเฉลี่ย 50 (รายละเอียด)

    ค่าพลังทนทานโดยเฉลี่ย 50 (รายละเอียด)

    ค่าความเร็วโดยเฉลี่ย 360 (รายละเอียด)

    สกิล

    โจมตีด้วยพิษ LV 1                                               โจมตีเน่าเปื่อย LV 1                                            

    โจมตีอัมพาต LV 1                                               ต้านพิษ LV 1

    ต้านการเน่าเปื่อย LV 1                                        ต้านอาการอัมพาต LV 1

    อัคคีไร้ผล

    สกิลพ๊อยท์ 0

    ฉายา

    ไม่มี

                    “สเตตัสเจ้าพวกนี้เหมือนเจ้าพวกที่อยู่ชั้นหนึ่งไม่มีผิดแค่เพิ่มสกิลอัคคีไร้ผลกับโจมตีด้วยพิษเพิ่มเข้ามาเหมือนจะพัฒนามาจากตัวที่อยู่ชั้นแรก”

                ราดิชตัดสินใจเฝ้าดูการกระทำของพวกมันต่อไปอีกสักพักแล้วเขาก็ได้เห็นของที่มันขุดหาเมื่อมีบางตัวลากสิ่งที่คล้ายกับหัวมันขึ้นมาจากพื้นตัวที่เหลือรีบพุ่งเข้ามายื้อแย่งกัดกินหัวมันนั้น

                “หืม..หรือว่า”

                เร็วเท่าความคิดเขาประเมินหัวมันนั้นก่อนที่มันจะถูกตะขาบกัดกินจนหมด

     

    มันโคมิส

                    -มันเทศสายพันธ์หนึ่งพบเจอได้ในพื้นที่ร้อนจัด หัวของมันฟื้นฟูพลังกายได้เป็นอย่างดีแถมยังมีรสชาติหวานอร่อย มันเป็นที่นิยมของพวกแมลงเป็นอย่างมาก

     

                “มันโคมิส!!! ฮ่าๆๆ”

                มันเทศสายพันธ์นี้หายากมากจัดเป็นสมุนไพรระดับมิสทิคเลยทีเดียว แต่มันพบเจอได้ยากมาก เพราะนอกจากต้องอาศัยสภาพอากาศที่ร้อนจัดยังต้องมีแร่ธาตุในดินที่อุดมสมบูรณ์ด้วย

                พื้นที่ในโพรงนี้น่าจะมีมันโคมิสอยู่ใต้ดินอย่างแน่นอนดูได้จากพวกตะขาบที่ขยันขุดดินกันมาก ระหว่างที่เขาประเมิน ก็มีพวกมันบางตัวขุดหัวมันขึ้นมาได้อีกและเกิดการแย่งชิงกัน โพรงแห่งนี้มีขนาดใหญ่มากทีเดียว

                “หึหึมันโคมิสจะต้องเป็นของข้าทั้งหมด”

                -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล ช่วงชิง LV 1 เพิ่มเป็น LV 2

     

                    “หา.. สกิลเลเวลอัพเฉย ช่างมันก่อนตอนนี้ต้องจัดการพวกตะขาบให้หมด เราจะได้ขุดมัน!!!”

                ราดิชพุ่งเข้าไปในโพรงพร้อมเปิดใช้สกิลเสริมพลังเขายิงเวทแสงพุ่งเสียบแทบร่างของพวกมันพริบตาเพียงอึดใจเดียวก็มีตะขาบโดนสังหารไปสิบตัว นี่เป็นขีดจำกัดของเขาในตอนนี้ตอนนี้พวกที่เหลือรู้ตัวแล้วว่ามีศัตรูมา

                กีซ!!!

                    ตะขาบที่เหลือพุ่งเข้าหาเขาราดิชตวัดมือสาดเวทแสงออกไป ลำแสงที่ถูกบีบอัดพลังงานไว้จนมีขนาดเล็กพุ่งออกไปด้วยความเร็วที่มองไม่ทัน

                ซี่ซ่า!!

            ลำแสงทะลวงร่างตะขาบตัวแล้วตัวเล่าดับชีพของมันลงอย่างง่ายดาย ยังเหลือพวกมันอีกส่วนที่รอดมาได้ ทว่าราดิชก็ยิงลำแสงใส่มันไม่ยั้งตะขาบเหล่านั้นโดนลำแสงทะลวงร่างตายอย่างไม่อาจขัดขืน

                ตอนนี้ตะขาบทั้งหมดถูกจัดการหมดแล้วราดิชเก็บร่างของพวกมันไว้ทั้งหมด เห็นเขาว่าเนื้อตะขาบเหมือนเนื้อกุ้งเขาเองก็อยากจะลิ้มลองดูบ้าง เขากวาดตามองพื้นที่บริเวณนี้ที่ถูกพวกตะขาบขุดทิ้งไว้และเขาก็มองเห็นหัวมันโผล่อยู่หลายหัว

                “ได้เวลาเป็นคนขุดมันแล้วฮ่าๆๆ”

                ราดิชหยิบเอาจอบที่เก็บไว้ออกมาจากนั้นเขาก็ลงมือขุดดินอย่างขะมักเขม้น แถมยังหัวเราะไปเหมือนคนบ้าด้วย

                “มันโคมิสถ้าผ่านการกลั่นให้บริสุทธิ์จะฟื้นฟูพลังกายได้เยอะมาก ไม่ต่างจากน้ำผึ้งที่เราเก็บมาจากพวกผึ้งเลยข้านี่มันดวงดีจริงๆ ลงมาที่นี่ไม่เท่าไรก็เจอของมีค่าตั้งมากมายขนาดนี้”

                “ฮ่าๆๆๆ”

                ฉึบ!! ฉึบ!!

                    เสียงหัวเราะอันชั่วร้ายดังไปทั่วสลับกับเสียงขุดดินที่ดังต่อเนื่องไม่หยุดพื้นดินทุกตารางนิ้วถูกเขาพลิกขึ้นมาจนหมด เรียกได้ว่ามันถูกเปลี่ยนสภาพไปจนจำไม่ได้เลยว่าตรงนี้เคยเป็นผืนดินที่ร้อนระอุมาก่อนแต่ดูเหมือนคนที่ทำเรื่องนี้จะร้อนระอุกว่าเสียอีก

    คล้ายกับเรื่องChronicles Of Radish : Record Of Pride (จักรวาลราดิช ภาค บันทึกจอมอหังการ) ที่คุณอ่าน