ศรัณย์รู้ว่าตัวเองกำลังเข้าไปพัวพันกับบางอย่างที่ซับซ้อนเกินกว่าที่เขาคาดคิด
หลังจากที่ถูกบอดี้การ์ดขวางไม่ให้ขึ้นไปสำรวจชั้นสาม เขาก็เริ่มสงสัยมากขึ้นว่าที่นั่นมีอะไรที่ ‘ไม่ควรถูกเปิดเผย’
แต่ยิ่งพยายามไม่สนใจ… เขาก็ยิ่งรู้สึกว่ามันผิดปกติ
และเขารู้ดีว่าในบ้านหลังนี้ ‘ความอยากรู้อยากเห็น’ อาจกลายเป็ดาบที่ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองได้
คืนนั้น ศรัณย์นอนไม่หลับ
เสียงฝนโปรยปรายด้านนอกทำให้บรรยากาศดูเงียบงันและเย็นะเืยิ่งขึ้น
เขาพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียง ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นและเปิดประตูออกไป
ทางเดินเงียบสนิท แสงไฟจากโคมติดผนังส่องสว่างพอให้มองเห็นทางข้างหน้า
ศรัณย์ก้าวเท้าไปตามทางเดินโดยไร้เสียง เขารู้ว่าถ้ามีใครมาเห็นเข้า เขาคงต้องหาข้อแก้ตัวดี ๆ สักข้อ
และไม่นาน เขาก็มาหยุดอยู่ตรงปลายบันไดที่ทอดขึ้นไปยังชั้นสามของบ้าน
‘ถ้าฉันอยากรู้ความจริง… ฉันต้องขึ้นไป’
เขาสูดลมหายใจลึกก่อนจะก้าวขึ้นไปทีละขั้น
ชั้นสามเงียบกว่าที่เขาคิดไว้
ศรัณย์กวาดตามองไปรอบ ๆ มีห้องอยู่หลายห้อง แต่ทุกบานประตูถูกปิดสนิท บรรยากาศให้ความรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
ขณะที่กำลังจะเดินไปต่อ เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากอีกฟากของทางเดิน
ศรัณย์ชะงัก ใจเต้นแรงขึ้นโดยอัตโนมัติ
เขาตัดสินใจก้าวถอยหลังและหลบเข้าไปหลังเสาต้นใหญ่ที่อยู่ใกล้ที่สุด
เงาของใครบางคนเดินผ่านไปช้า ๆ
ศรัณย์มองลอดออกไป ก่อนจะพบว่าคน ๆ นั้นคือ ภพ มือขวาของภาคิน
แต่สิ่งที่ทำให้เขาสงสัยคือ ภพไม่ได้เดินเปล่า ๆ..
แต่เขากำลังถือแฟ้มเอกสารปึกหนึ่งในมือ
ศรัณย์จ้องมองเงาของภพที่เดินหายเข้าไปในห้องด้านในสุด ก่อนที่ประตูจะปิดลงตามหลัง
เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่สัญชาตญาณกำลังบอกเขาว่า…
‘สิ่งที่ฉันตามหา อาจจะอยู่ที่นั่น’
ศรัณย์กลับลงมาที่ห้องของตัวเองโดยที่ยังไม่ถูกจับได้
แต่หัวใจของเขายังเต้นแรงไม่หาย
ภาพของภพที่ถือแฟ้มเอกสารไว้ในมือยังติดอยู่ในหัว
‘หรือว่ามันจะเกี่ยวกับคนก่อนหน้าฉัน… คนที่เคยอยู่ที่นี่?’
ศรัณย์กัดริมฝีปากเบา ๆ
เขารู้ว่าเื่นี้อันตรายเกินกว่าที่ควรจะยุ่งเกี่ยว
แต่ถ้าเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับ ‘พวกก่อนหน้า’
…เขาอาจจะเป็ ‘รายต่อไป’ ก็ได้