จากสุดยอดเทพเซียนมาเป็นคุณพ่อสุดแกร่ง

    บทที่ 37 การประชุม

    บทที่ 37 การประชุม 


    “ถามมากทำไม รีบช่วยคนก่อนสิ!”


    เมิ่งเยว่ฉานและคนอื่นๆ ต่างก็ใจร้อน ไม่มีอารมณ์ตอบคำถามของเย่เฟิงเลยด้วยซ้ำ


    เพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งถึงกับชักปืนออกมาจ่อที่เย่เฟิง แล้วพูดว่า “ในเมื่อนายช่วยคนได้ ก็รีบช่วยสิ พูดมากทำไม?”


    เย่เฟิงจ้องมองผู้ชายคนนั้นอย่างเย็นชาแล้วพูดว่า “ผมขอแนะนำให้คุณเก็บปืนลงจะดีกว่านะ เพราะผมไม่ชอบให้ใครเอาปืนจ่อ”


    “ไอ้บ้านี่ อยากตายรึไง?”


    ชายที่ถือปืนพูดด้วยความโกรธ


    ชื่อของเขาคือหวังกังเมิ่ง ตามชื่อเลย เขาดูแข็งกร้าว ร่างกายกำยำ แต่เป็นคนใจร้อน


    อีกอย่าง ในสถานการณ์คับขันแบบนี้ ใครจะมาทำตัวไม่เดือดเนื้อร้อนใจเหมือนเย่เฟิงกัน


    “หวังกังเมิ่ง เก็บปืนลงก่อน!”


    “พี่เมิ่ง...”


    “บอกให้เก็บปืนลง นี่คือคำสั่ง!”


    หวังกังเมิ่งจึงจำใจเก็บปืนลง


    เมิ่งเยว่ฉานมองเย่เฟิง “ช่วยคนก่อน เดี๋ยวช่วยเสร็จแล้วค่อยว่ากัน”


    “ตกลง”


    เย่เฟิงหยิบขวดยาออกจากอก เทยาเม็ดสีขาวออกมาเม็ดหนึ่ง วางไว้ที่ปากของเซี่ยเหอแล้วพูดว่า “ถ้าไม่อยากถูกตัดขา ก็กินนี่เข้าไปซะ”


    เซี่ยเหอไม่คิดอะไรมาก รีบกลืนยาเม็ดที่เย่เฟิงให้ไปทันที


    จากนั้นเย่เฟิงก็เทยาออกมาอีกเม็ดหนึ่ง บดให้ละเอียด แล้วทาลงบนแผลของเซี่ยเหอ


    ไม่ถึงสองนาที อาการของเซี่ยเหอก็ดีขึ้นจริงๆ พิษสีดำที่แผลค่อยๆ จางลงไป และใบหน้าของเธอก็มีเลือดฝาดมากขึ้น


    “มหัศจรรย์ขนาดนั้นเชียวเหรอ?”


    ทุกคนต่างตะลึงงัน มองเย่เฟิงด้วยความไม่อยากเชื่อ


    พวกเขาคิดว่าการที่เย่เฟิงจะช่วยเซี่ยเหอนั้น อาจต้องมีวิธีที่ซับซ้อน แต่ใครจะไปคิดว่าแค่หยิบขวดยาออกมา กินยาเม็ด ทายา แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้ว

    “ที่ให้เซี่ยเหอกินเมื่อกี้มันคืออะไรน่ะ?” ชายที่สะพายกล่องปฐมพยาบาลถามด้วยความประหลาดใจ


    “ยาหลงหู่” เย่เฟิงตอบ


    มันก็แค่ยาเม็ดธรรมดาที่เขาทำขึ้นมาจากสมุนไพรที่เก็บได้ในป่า 


    ในสายตาของคนทั่วไป นับว่าเป็นยาอายุวัฒนะ แต่ในสายตาของเย่เฟิง มันไม่มีค่าอะไรเลย


    “ยาหลงหู่ สุดยอดเลย!” ชายที่สะพายกล่องปฐมพยาบาลสูดหายใจเข้าลึกๆ “ขอสักเม็ดได้ไหม?”


    “ได้สิ แล้วคุณจะจ่ายผมเท่าไหร่ล่ะ ถ้าไม่มีสักล้านสองล้าน ผมไม่ขายให้หรอก”


    คำพูดของเย่เฟิง ทำให้ชายที่สะพายกล่องปฐมพยาบาลถึงกับพูดไม่ออก

    “เสี่ยวเหอ รู้สึกยังไงบ้าง?”


    “พี่เมิ่ง ฉันรู้สึกดีขึ้นมากแล้ว ขอบคุณที่ช่วยฉันไว้นะคะ!” เซี่ยเหอมองเย่เฟิงแล้วกล่าวขอบคุณ


    “เธอต้องพักผ่อนเยอะๆ ตอนนี้ยังไม่หายดี” เย่เฟิงเตือน


    “อืม รู้แล้ว ขอบคุณมากค่ะ” เซี่ยเหอกล่าวขอบคุณอีกครั้ง


    "ที่นี่ก็ดีนะ ทุกคนพักตรงนี้แหละ หวังกังเมิ่ง พวกนายไปหาอะไรกินกันได้แล้ว" เมิ่งเยว่ฉานกล่าว


    “ครับ พี่เมิ่ง!”


    หวังกังเมิ่งและคนอื่นๆ เมื่อแน่ใจว่าเซี่ยเหอไม่เป็นไรจริงๆ แล้ว ก็โล่งใจ


    “ดื่มน้ำหน่อยสิ!”


    เมิ่งเยว่ฉานหยิบกระติกน้ำทหารออกมา ส่งให้เย่เฟิง


    เย่เฟิงปฏิเสธ “ผมไม่หิว คุณดื่มเองเถอะ”


    เมิ่งเยว่ฉานพยักหน้าเธอยื่นกระติกน้ำให้เซี่ยเหอดื่มก่อน แล้วตัวเองก็ดื่มบ้าง เธอเช็ดปากแล้วถามว่า “ก่อนหน้านี้คุณบอกว่าคุณเป็นคนหมู่บ้านชิงซาน ฉันจำได้ว่าแถวนี้มีหมู่บ้านชิงซานจริงๆ”


    “ใช่ ผมเป็นชาวบ้านหมู่บ้านชิงซาน” เย่เฟิงพยักหน้า 


    “พวกคุณคงไม่ใช่คนแถวนี้สินะ มาทำอะไรที่นี่กัน?”


    “รายละเอียดฉันบอกคุณไม่ได้ เพราะเรื่องนี้เป็นความลับ เราเป็นหน่วยรบพิเศษของประเทศ ไม่ใช่คนเลว” เมิ่งเยว่ฉานหยิบเอกสารออกมาให้เย่เฟิงดู


    เอกสารนี้เป็นของเมิ่งเยว่ฉานเอง ไม่มีเลขหน่วยและยศที่ชัดเจน แต่มีตัวเลข 749 พิมพ์อยู่

    คนของหน่วยงาน 749 เมืองหลวง


    เย่เฟิงรู้สึกแปลกใจในใจ


    ตอนที่เขาเป็นราชาหมาป่าแห่งแดนเหนือ แน่นอนว่าย่อมรู้จักหน่วย 749 นี้ พวกเขามักจะลึกลับ 


    แม้กระทั่งหลังจากที่ได้เป็นราชาหมาป่าแล้ว เขาก็ยังไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับหน่วยงานนี้มากนัก เพราะไม่เคยมีเรื่องให้ต้องข้องเกี่ยวกันเลย 


    แต่มีอยู่เรื่องหนึ่งที่เขารู้ก็คือ หน่วย 749 นี้อยู่ภายใต้บังคับบัญชาโดยตรงของทำเนียบรัฐบาลกลาง


    สิ่งที่เกี่ยวข้องกับทำเนียบรัฐบาลกลาง ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม ล้วนไม่ธรรมดา โดยเฉพาะหน่วย 749 แห่งนี้ ดูเหมือนจะไม่ขึ้นตรงกับใคร


    “แต่ฉันบอกคุณได้แค่ว่า เรากำลังตามไล่ล่าบางอย่างอยู่ นั่นเป็นสาเหตุที่เรามาที่นี่”

    ต่อมา เมิ่งเยว่ฉานก็เสริมอีกประโยคหนึ่ง


    เย่เฟิงพูดว่า “สิ่งที่พวกคุณตามอยู่นั้น คงจะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องคนตายในหมู่บ้านเหอถังใช่ไหม?”


    เมิ่งเยว่ฉานมองเย่เฟิงด้วยความประหลาดใจ “นี่ไม่ใช่เรื่องที่คุณควรจะถามนะ!”


    จริงๆ แล้วเธอไม่ต้องตอบก็ได้ จากสีหน้าของเธอ เย่เฟิงก็พอจะเดาได้ว่าเขาเดาถูก


    “เอาล่ะ ถึงคราวที่ฉันจะถามคุณบ้าง คุณเองก็คงไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาสินะ มาทำอะไรที่นี่?” เมิ่งเยว่ฉานจ้องมองเย่เฟิงราวกับจะอ่านใจเขา


    เย่เฟิงยังคงสีหน้าเดิม ยิ้มน้อยๆ แล้วพูดว่า “ถ้าผมบอกว่าผมมาที่นี่เพื่อล่าสัตว์ คุณจะเชื่อไหม?”


    “ฮ่าฮ่า แล้วคุณคิดว่าฉันจะเชื่อไหม?”

    เห็นได้ชัดว่าเมิ่งเยว่ฉานไม่เชื่อคำพูดของเย่เฟิงเลย


    แต่เย่เฟิงจริงจัง เขาอาจจะมาที่นี่เพื่อล่าสัตว์จริงๆ ก็ได้


    “แต่ยังไงก็ตาม ฉันก็ต้องขอบคุณที่ช่วยเสี่ยวเหอไว้ กินอะไรเสร็จแล้ว ก็รีบๆ กลับไปเถอะ ที่นี่อันตรายมาก” เมิ่งเยว่ฉานเตือน


    “ผมรู้ แต่ตอนนี้ผมยังไปไม่ได้ เพราะผมยังหาเหยื่อที่ต้องการล่าไม่เจอ พอเจอแล้ว ผมจะกลับเอง” เย่เฟิงพูด


    “ถ้าอย่างนั้นคุณจะไปกับเราไหมล่ะ หลังจากที่เราสำรวจที่นี่เสร็จแล้ว เราจะพาคุณออกไปอย่างปลอดภัย แต่อย่ามายุ่งกับงานของเรานะ” 


    เย่เฟิงคิดสักพักหนึ่ง แล้วจึงพูด “ตกลง ผมจะไปกับพวกคุณ”



    บางทีสิ่งที่เขาต้องการหา อาจเป็นสิ่งเดียวกันกับที่เมิ่งเยว่ฉานและคนอื่นๆ กำลังไล่ล่าอยู่ และพวกเขาดูเหมือนจะเตรียมตัวมาดี อาจจะรู้เรื่องมากกว่าเย่เฟิงก็ได้ การไปกับพวกเขาอาจช่วยประหยัดเวลาของเย่เฟิงได้มาก


    “พี่เมิ่ง อาหารเสร็จแล้ว มากินก่อนสิ!” หวังกังเมิ่งยกหม้อไฟร้อนๆพร้อมกินมาให้


    พวกเขานี่เตรียมมาพร้อมจริงๆ แม้กระทั่งสิ่งนี้ก็นำมาด้วย ดูไม่เหมือนมาทำภารกิจเลย ออกจะเหมือนมาพักผ่อนมากกว่า


    “ให้เขาก่อน” เมิ่งเยว่ฉานชี้ไปที่เย่เฟิง


    “ได้ เดี๋ยวผมไปทำให้พี่เมิ่งใหม่” ท่าทางของหวังกังเมิ่งยังไม่ค่อยดีนัก เขาวางหม้อไฟร้อนๆไว้หน้าเย่เฟิง แล้วพูดด้วยสีหน้าเย็นชาว่า “ถือว่าโชคดีไป”


    เย่เฟิงเพียงแค่ยิ้ม ไม่ได้โกรธ “งั้นฉันก็ไม่เกรงใจล่ะ”


    เมิ่งเยว่ฉาน “ไม่ต้องเกรงใจ”

    ท้องของเย่เฟิงก็หิวเหมือนกัน ก็เลยกินหม้อไฟอย่างเอร็ดอร่อย


    ในหม้อไฟมีเนื้อวัวเยอะ รสชาติก็ดีมาก


    หลังจากที่กินอิ่มและพักผ่อนสักพักหนึ่ง


    เมิ่งเยว่ฉานก็เรียกทุกคนมารวมกันเพื่อประชุมเล็กๆ


    เย่เฟิงก็พิงต้นไม้หลับตาพักผ่อน ไม่สนใจจะไปแอบฟังพวกเขาคุยอะไรกัน


    “พี่เมิ่ง พี่จะให้หมอนี่ไปกับเราเหรอ ไม่ได้นะ ผมขอคัดค้าน!” คนแรกที่คัดค้านคือหวังกังเมิ่ง เขาไม่ชอบเย่เฟิงตั้งแต่แรกเห็น


    “ใช่ พี่เมิ่ง ให้เขาไปกับเรามันจพไม่เป็นการหาเรื่องใส่ตัวเหรอ เรายังมีภารกิจอยู่นะ


    อีกอย่าง หุบเขานี้อันตรายมาก สถานการณ์ดก่อนหน้านี้พี่ก็เห็น ถ้าเจออันตรายแบบเดียวกันอีก เราจะไม่มีเวลาดูแลคนอื่นนะ”


    “ฉันก็คิดอย่างนั้น...”


    เพื่อนร่วมทีมของเมิ่งเยว่ฉานแทบทั้งหมดต่างไม่เห็นด้วยที่จะให้เย่เฟิงไปด้วย


    แต่ชายที่สะพายกล่องปฐมพยาบาลกลับคัดค้านว่า “จริงๆ แล้วฉันเห็นด้วยที่จะให้หมอนี่ไปกับเรา


    สถานการณ์เมื่อก่อนหน้าอันตรายก็จริง แต่พวกนายก็เห็นแล้วว่าเขาเองก็ไม่น่าจะใช่คนธรรมดาดูท่าทางลึกลับ บางทีอาจช่วยเราได้”


    “ลึกลับอะไรกัน เขาก็บอกแล้วว่าเขาเป็นชาวบ้านหมู่บ้านชิงซาน แค่ชาวบ้าน จะช่วยอะไรเราได้” หวังกังเมิ่งพูดจิกกัด


    “ที่เสี่ยวเหอโดนงูกัด นายช่วยได้เหรอ ถ้านายช่วยได้ ฉันจะถือว่าฉันไม่ได้พูดอะไร” ชายที่สะพายกล่องปฐมพยาบาลพูด


    คำพูดของเขา ทำให้ทุกคนเงียบลงไป แม้กระทั่งหวังกังเมิ่งก็เถียงไม่ออก


    จริงๆ สิ่งที่ชายที่สะพายกล่องปฐมพยาบาลพูดนั้นไม่ผิด ถ้าไม่มีเย่เฟิงช่วยเซี่ยเหอไว้ เซี่ยเหอคงถูกตัดขาไปแล้ว และเย่เฟิงก็ถือว่าช่วยพวกเขาไว้ครั้งใหญ่


    “ฉันเห็นด้วยกับพี่เมิ่ง ให้เขาไปกับเราเถอะ!” เซี่ยเหอยกมือสนับสนุนด้วย


    “แล้วพวกนายล่ะ?” เมิ่งเยว่ฉานถามอีกครั้ง


    คราวนี้ทุกคนต่างมองหน้ากันไปมา เหมือนจะไม่มีใครคัดค้านแล้ว


    “ตกลง ถ้าอย่างนั้นก็เอาตามนี้!”

    เมิ่งเยว่ฉานตัดสินใจเด็ดขาด


    หวังกังเมิ่งยังคงไม่เต็มใจนัก แต่ทุกคนไม่พูดอะไรแล้ว เขาก็ทำได้แค่นี้ แต่ในใจเขาก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะคอยจับตาดูเย่เฟิงตลอด ถ้าเย่เฟิงกล้าทำอะไรลับหลัง เขาจะเป็นคนแรกที่จัดการเย่เฟิง

    คล้ายกับเรื่องจากสุดยอดเทพเซียนมาเป็นคุณพ่อสุดแกร่ง ที่คุณอ่าน