@สนามแข่งรถ XX
“ทำไมวันนี้คนเยอะแปลกๆวะ” แคทหันมาถามฉันด้วยสีหน้าสงสัย ฉันมองไปรอบๆสนามแข่งก็เห็นคนมากมายทั้งผู้ชายและผู้หญิงที่กำลังส่งเสียงเชียร์ดังสนั่น
”นั่นดิ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”
“ฉันรู้แล้วทำไมคนเยอะ” ฉันหันไปมองยัยแคทที่หันไปมองยังสนามแข่งด้านล่าง แล้วฉันก็ต้องรู้สึกใเล็กน้อยที่วันนี้พี่คินลงแข่ง ส่วนใหญ่เขาจะไม่ลงแข่งแบบนี้นี่นา
“ทำไมพี่คินถึงลงแข่งล่ะ”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน สงสัยจะหงุดหงิดอะไรมามั้ง พี่คินเวลาอารมณ์ไม่ดีจะลงแข่งแบบนี้แหละ” ฉันมองไปยังพี่คินที่กำลังเดินไปที่รถหรูของเขา แต่แล้วก่อนที่พี่คินจะเข้าไปในรถเขากับฉันเราก็สบสายตากันโดยบังเอิญ พี่คินมองมาที่ฉันนิ่งจนฉันต้องเป็ฝ่ายหลบสายตาคมของเขาก่อน ให้ตาย เขาไปหงุดหงิดอะไรมาล่ะเนี่ย!
”พี่คินชนะแน่เชื่อฉัน” ฉันไม่ได้สนใจคำพูดของยัยแคทเท่าไร เพราะตอนนี้สายตาฉันกำลังจับจ้องไปที่รถยนต์คันหรูสีเทาที่กำลังแข่งอยู่ที่สนาม วันนี้พี่คินคงจะอารมณ์ไมดีจริงๆสินะ ฉันไม่เคยเห็นเขาขับรถน่ากลัวขนาดนี้มาก่อนเลย
“ขวัญ พี่คินชนะแล้วแกเห็นป่ะ เฮ้!” ฉันกะพริบตาปริบๆแล้วหันไปมองแคทที่กำลังโบกไม่โบกมืออยู่ตรงหน้า
“หะ..เห็นแล้วๆ” นี่ฉันเอาแต่มองพี่คินจนไม่รู้ว่าแคทมันแทบจะเอามือมาจิ้มตาอยู่แล้วเลยเหรอวะ บ้าชะมัด
“อะไรอ่ะ”
“มีอะไร ทำไมแกทำหน้าแบบนั้น” ฉันหันไปถามแคทที่ก้มหน้ามองหน้าจอโทรศัพท์แล้วทำสีหน้าหงุดหงิดอยู่ข้างๆ
“ก็พี่คินไลน์มาบอกให้ฉันรีบกลับบ้านน่ะสิ ตลอดเลยให้ตาย” ฉันขำออกมาเบาๆให้กับท่าทางเหมือนเด็กซนของยัยแคทที่กำลังโดนดุ
“แกกลับบ้านก่อนดีกว่า เดี๋ยวพี่คินก็ดุอีกหรอก วันนี้เขายิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่ด้วย”
“แล้วแกล่ะ”
“ฉันว่าจะอยู่ต่ออีกหน่อย”
”แต่ฉันว่าแกกลับพร้อมฉัน..”
”เอาน่า ไม่ต้องห่วงฉันหรอก ฉันมาที่นี่บ่อยจะตาย” ฉันโบกมือไล่ยัยแคทอย่างไม่จริงจังนัก แคทพยักหน้าแล้วเดินออกไป ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆ ทำไมจู่ๆก็รู้สึกเบื่อด้วยล่ะเนี่ย
ฉันนั่งดูรถที่แข่งอยู่ในสนามต่ออีกหลายนาที ทุกคนรอบข้างดูสนุกสนานต่างจากฉันที่นั่งเหมือนหมาหง๋อยอยู่คนเดียว
”ทำไมมานั่งคนเดียวอยู่ตรงนี้ล่ะครับ” ฉันขวับไปมองตามเสียงทุ้มที่ดังอยู่ข้างๆ เขาเป็ใครแล้วมานั่งข้างฉันทำไมเนี่ย ฉันไม่ตอบอะไรแล้วหันไปดูการแข่งบนสนามต่อ
”ตอบหน่อยสิ” อะไรของเขาอีกเนี่ย ฉันไม่คุยด้วยก็ควรจะหยุดได้แล้วป่ะ ตอนนี้ฉันไม่มีอารมณ์จะมาพูดคุยกับใครหรอกนะ
”ขอทางหน่อยค่ะ” ฉันถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายแล้วเดินผ่านเขาออกมาทันที
หมับ!
”จะไปไหนล่ะ คุยกันก่อนสิ” โอ๊ย! ฉันเริ่มจะหงุดหงิดกับผู้ชายคนนี้แล้วนะ ถึงหน้าตากับการแต่งตัวจะดีก็เถอะ แต่ฉันไม่มีอารมณ์จะคุยด้วยหรอกนะ
“ปล่อยด้วยค่ะ” ฉันสบัดข้อมือออกจากมือของเขา แต่ผู้ชายบ้านี่กลับจับข้อมือฉันเอาไว้แน่นกว่าเดิมแล้วลากฉันให้เดินตามเขาออกจากที่นั่งสนาม ฉันใพยามดึงข้อมือของตัวเองออกแต่ก็ไม่สำเร็จ ให้ตายสิ!
“เลิกดิ้นได้แล้ว”
“จะพาฉันไปไหน ปล่อยนะ!“ เขาลากฉันจนมาเกือบถึงทางเข้าห้องน้ำ ฉันดิ้นสุดแรงทันที นี่มันเื่บ้าอะไรกัน!
“คนสวย อย่าเสียงดังสิ” อย่าเอาหน้าเข้ามาใกล้ฉันสิ! ฉันกัดริมฝีปากลางไว้แน่น คิดหาทางหนีเื่บ้าๆตอนนี้แต่คิดยังไงฉันก็คงสู้แรงผู้ชายอย่างเขาไม่ได้อยู่ดี
“อย่าเข้ามานะ!” ฉันรู้สึกกลัวและรู้สึกว่าตัวกำลังสั่นเล็กน้อย ทำยังไงดียัยขวัญ คิดสิคิด!
ผลั่ก! หมับ!
”ทำอะไร” จู่ๆผู้ชายคนที่ลากฉันมาก็เซกระเด็นห่างออกไป แล้วตัวฉันก็เข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของคนที่กำลังโอบกอดรอบเอวฉันเอาไว้แน่นจากทางด้านหลังแทน
หัวใจฉันเต้นแรงขึ้นมาทันที เสียงทุ้มเข้มน่าฟังแบบนี้ อ้อมแขนที่อบอุ่นแบบนี้ กลิ่นน้ำหอมผสมกับกลิ่นบุหรี่แบบนี้ ฉันจำมันได้ดี
“พี่คิน” ฉันหันไปมองหน้าที่พี่คินที่กำลังก้มลงมองฉันด้วยสีหน้าและแววตาดุดันจนฉันทำตัวไม่ถูก จะหนีออกจากอ้อมแขนของเขาก็ไม่กล้า
“ยุ่งไรด้วยวะ!” ผู้ชายคนที่พี่คินผลักออกะโเสียงดัง
“เมื่อกี้มึงทำอะไร” เสียงทุ้มเข้มของพี่คินต่ำลงจนฉันยังรู้สึกหวาดหวั่น ผู้ชายคนนั้นชะงักไปเล็กน้อยแต่ก็ยังคงทำท่าทางหาเื่ใส่
”เื่ของกู แล้วก็ส่งผู้หญิงมา” ไอ้ผู้ชายบ้านี่กำลังจะเดินมาดึงฉัน แต่พี่คินกลับดันตัวฉันไปไว้ด้านหลังแล้วเขาก็เดินไปกระชากคอเสื้อผู้ชายคนนั้นอย่างแรง
“กูไม่ให้“ ฉันนิ่งอึ้งยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ทันทีที่พี่คินพูดเสียงดุดัน หัวใจเต้นรัวเร็วยิ่งกว่าเดิม พี่คินอย่าพูดเหมือนเป็ห่วงหรือเลิกทำแบบนี้กับฉันสักทีได้ไหม มันทำให้ฉันคิดเข้าข้างตัวเองไปหมดแล้ว มันไม่ดีกับหัวใจของฉันจริงๆ
”แล้วมึงเป็ใคร แฟนหรือไง”
“...” พี่คินนิ่งเงียบไม่ได้ตอบอะไรออกไป ไอ้บ้านั่นพอเห็นเขาเงียบก็ยกยิ้มมุมปากขึ้นอย่างยั่วโมโห
”ถ้าไม่ใช่แฟนยัยนั่นก็อย่ายุ่งสิวะ!”
ผลั่ก! ผั่วะ!
“หุบปาก”
“อั่ก! ไอ้เวร..” ฉันใจนตาโต เม้มปากเอาไว้แน่น ยืนมองพี่คินต่อยผู้ชายคนนั้นเหมือนหมาบ้าไม่มีผิด ถ้าเขายังคงต่อยไม่หยุดอยู่แบบนั้นผู้ชายคนนั้นคงตายไปจริงๆ เขาคิดอะไรอยู่เนี่ย ให้ตายสิ!
”พี่คินพอได้แล้วค่ะ เดี๋ยวเขาก็ตายก่อนหรอก” ฉันรีบวิ่งไปจับท่อนแขนแข็งแรงของเขาไว้ แต่ก็แทบจะกระเด็นออกมาแทน คนอะไรแรงเยอะชะมัดเลย!
”อย่าเสือกมายุ่งกับผู้หญิงของกูอีก” พี่คินพูดเสียงเข้มต่ำใส่ผู้ชายที่เขาต่อยจนแทบยืนไม่ได้จบก็หันมาจับข้อมือฉันแล้วลากไปที่รถหรูของเขาแทน
ที่เขาพูดเมื่อกี้มันหมายถึงอะไร ฉันไม่เข้าใจเลยทำไมพี่คินถึงต้องพูดแบบนั้นด้วย เขาพูดเหมือนฉันเป็ผู้หญิงของเขา ทั้งๆที่มันก็ไม่ใช่ ฉันมันแค่เพื่อนของน้องสาวสำหรับพี่คินไม่ใช่หรือไง
“พี่คินจะพาขวัญไปไหน” ฉันถามขึ้นมาทันทีที่เรามาถึงรถหรูของเขาที่จอดอยู่ เขาปล่อยข้อมือฉันออกแล้วหันมามองฉันด้วยสายตาดุดันยิ่งกว่าเดิม
“ขึ้นรถเถอะ”
“แต่ว่าขวัญ..”
”พี่บอกให้ขึ้นรถ” ฉันกัดริมฝีปากล่างเอาไว้แน่น ในใจมันรู้สึกสับสนไปหมด ไม่รู้ว่าที่เขาทำอยู่มันคืออะไร ถ้าเห็นฉันเป็แค่น้องสาวคนนึงก็อย่าทำเหมือนเขาแคร์ฉันสิ ไม่ต้องทำเหมือนห่วงฉันหรือไม่ต้องพูดคำพูดแบบเมื่อกี้สิ!
“พี่พูดแบบนั้นทำไม” ฉันเงยหน้าขึ้นไปสบสายตาคมของพี่คิน รอฟังคำตอบจากปากของเขาชัดๆ
“พูดอะไร”
“ก็พูดว่าขวัญเป็ผู้หญิงของพี่ไง พี่พูดแบบนั้นทำไมคะ”
“พี่..” พี่คินนิ่งเงียบไป เขาสบสายตากับฉัน แววตาของพี่คินดูสับสนเล็กน้อย แต่แล้วมันก็แปลเปลี่ยนเป็ดุดันเหมือนเดิม
“ถ้าพี่เห็นขวัญเป็แค่น้องสาว พี่อย่าพูดแบบนั้นสิคะ” ฉันกำมือเอาไว้แน่น น้ำตามันเหมือนจะไหลออกมาทุกครั้งที่คิดว่าเขาคงเห็นฉันเป็เพียงน้องสาวคนนึง ไม่ใช่มองในฐานะผู้หญิงของเขาหรืออะไรที่มากไปกว่านั้น มันเจ็บนะแต่ก็พูดออกไปไม่ได้