เมื่อคนที่ตามสะกดรอยรู้ว่ารถม้าของชิงเว่ยเว่ยแท้จริงมีไต้จี้หลิงซ่อนตัวอยู่และถูกนำตัวเข้าเฝ้าฮ่องเต้แล้ว พวกเขาก็หมดความสนใจในกลุ่มหวังต้าจิ้งและเด็กชายทั้งสองอาจารย์ใหญ่หวังจึงลอบออกไปด้านหลังโรงน้ำชา นั่งรถม้าอีกคันเข้าไปในวังหลวงเมื่อรถม้าของอาจารย์ใหญ่ผลุบหายเข้าไปในประตูใหญ่ กลุ่มคนที่สะกดรอยจึงได้รู้ว่าตนเองถูกตลบหลัง
หัวหน้าหน่วยจึงได้แต่ถอนหายใจที่ตนเองทำผิดพลาด
“ผิดพลาดทั้งขึ้นทั้งล่องแบบนี้คงถูกสั่งลงโทษกันทั้งหมดแน่”
ท่านข่านน้อยฉงหลุนสะบัดแส้ฟาดไปยังหัวหน้าหน่วยสะกดรอยสองครั้งเสียงเชี๊ยะ ดังลั่น แขนเสื้อและขากางเกงของคนผู้นั้นปริแยกออกจากกันเป็นรอยกว้าง
“ท่านข่านน้อยโปรดให้อภัยข้าน้อยได้พยายามเต็มที่แล้วแต่คาดไม่ถึงว่าเด็กหญิงสองคนจะกลายเป็นตัวหลอกสำคัญไปเสียได้”
“ช่างโง่นัก! ปล่อยให้เด็กผู้หญิงสองคนหลอกเจ้าเสียได้”
“เด็กทั้งห้าคนนั้นดูเหมือนจะได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีขอรับพวกเขารู้วิธีหลอกล่อและช่วยเหลือหวังต้าจิ้งให้ตบตาพวกข้า”
“เด็กก็แค่เด็ก เจ้าเองต่างหากที่โง่เง่าหากมีครั้งหน้าข้าจะสั่งขังเจ้าคราวนี้ปล่อยให้หวังต้าจิ้งกับไต้จี้หลิงเข้าวังไปได้พวกเขาคงต้องควานหาผู้เกี่ยวข้อง”
“คนของเราในเมืองหลวงปิดปากอย่างดีนะขอรับ ไม่มีผู้ใดหาร่องรอยเจอแน่”
“อย่าได้ประมาท หมิงฮ่องเต้มิได้โง่หวังต้าจิ้งเองก็เจ้าเล่ห์และวรยุทธ์สูงส่งปะทะกันครั้งนี้ข้ายังไม่อาจเอาชนะเขาได้ที่สำคัญคนผู้นี้ดูเหมือนจะรู้วิชามารเสียด้วย”
“วิชามารหรือขอรับ?”
“ใช่! นั่นเป็นวิชามารที่สาบสูญไปนานแล้วไม่น่าเชื่อว่ายังมีคนที่รู้วิชานี้หลงเหลืออยู่ด้วยซ้ำยังเป็นจอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะที่ได้รับการยกย่อง”
“จากนี้พวกเราควรทำเช่นใดขอรับ?”
“แผนที่ก็พลาดแล้ว ไต้จี้หลิงก็หลุดรอดไปได้เราคงต้องหยุดการเคลื่อนไหวสักระยะเพื่อไม่ให้พวกเขาผิดสังเกต”
ไต้จี้หลิงถูกส่งตัวไปรักษายังคฤหาสน์ของสำนักคุ้มภัยหงส์ไฟซึ่งอยู่ในความดูแลของพี่ชายของหลวนฮองเฮา โดยมีฮูหยินไร้รอยหรือท่านหมอหญิง เกาเมิ่งเจี๋ยเดินทางมาดูอาการให้
ไต้เส้าจวินรู้สึกปลาบปลื้มที่บิดาของตนได้รับการดูแลรักษาอย่างดีเขาคุกเข่าขอบพระทัยหมิงฮ่องเต้และหลวนฮองเฮาไปทางวังหลวง
“นี่เป็นเพราะท่านหมอหญิงเกาเป็นอาจารย์ของหลวนฮองเฮาจึงได้รีบมาดูอาการให้บิดาของท่าน”หัวหน้าสาขาเมืองหลวงของสำนักคุ้มภัยหงส์ไฟแอบกระซิบบอก
“ข่าวลือนั่นเป็นความจริงหรือ?”
“เป็นความจริง พอฮองเฮาทรงส่งสาส์นลับให้ท่านหมอก็รีบรุดมาเลย”
เกาเมิ่งเจี๋ยตรวจอาการแล้วก็จัดเทียบยาพร้อมแจ้งวิธีการต้มและการดื่มอย่างละเอียด
“ใต้เท้าไต้ได้รับยาพิษอย่างต่อเนื่องดีที่ได้บำรุงร่างกายมาแล้วจากท่านพี่ของข้า จึงยังรอข้าได้”
ไต้เส้าจวินได้ยินเช่นนั้นก็ถอดหายใจอย่างโล่งอก“ท่านหมอขอรับไม่ทราบว่าท่านพ่อของข้าจะฟื้นร่างกายจนเป็นปกติได้อย่างเดิมหรือไม่?”
“คงต้องใช้เวลายาวนานสักหน่อยนะอาจารย์ไต้อย่างน้อยก็ต้องหนึ่งปี” “ไม่เป็นไรขอรับแค่รู้ว่ามีโอกาสข้าน้อยก็ดีใจแล้ว ขอบพระคุณท่านหมอเกาที่ช่วยเหลือท่านพ่อของข้า”
“นี่เป็นเพราะคำขอร้องของฮองเฮาหรอกนะ”หญิงสาวงดงามหยาดเยิ้มตรงหน้ายิ้มน้อยๆ
ไต้เส้าจวินรู้สึกว่ารอยยิ้มนั้นเย็นยะเยือกและแฝงความอำมหิตเอาไว้ในทีเขานึกประวัติของนางที่มีผู้เล่าให้ฟังว่าเดิมทีเกาเมิ่งเจี๋ยคือจอมยุทธ์บุรุษชราที่ปรุงยาอมตะให้ตนเองดื่มแม้จะคืนวัยเยาว์มาได้แต่กลับกลายเป็นสตรีเพศเพราะการอยู่ในร่างหญิงมานานทำให้ตัดสินใจเป็นสตรีเต็มตัวแต่ก่อนเสียงของเกาเมิ่งเจี๋ยยังแหบห้าวอย่างบุรุษแต่สุดท้ายนางจึงปรุงยาให้ตนเองมีเสียงหวานใสไพเราะอย่างสาวน้อยนางเคยรักษาพิษให้คนมากมายมาก็จริงแต่แท้จริงนางคือจอมพิษที่ขึ้นชื่อเรื่องฆ่าคนอย่างไร้ร่องรอย
...แม้ผู้คนจะเรียกนางว่าหมอแต่นางกลับไม่อยากยอมรับเพราะนางบอกว่าถนัดฆ่าคนด้วยพิษมากกว่า....
ใต้เท้าชิงถูกเรียกตัวเข้าวังหลวงโดยเร่งด่วนเขาเตรียมตัวพร้อมอยู่แล้วเพราะชิงเว่ยเว่ยที่เดินทางกลับมาถึงจวนรีบเข้าไปกระซิบบอกบิดา
“ในเมื่อไต้จี้หลิงกับอาจารย์ใหญ่หวังได้เข้าเฝ้าแล้วข้าคงต้องเตรียมตัวแล้วล่ะ” ชิงเว่ยหันไปบอกกับภรรยาและบุตรสาว
เจ้ากรมกลาโหมอาบน้ำแต่งตัวและรับประทานอาหารเรียบร้อยนั่งอยู่รอที่ห้องโถงไม่นาน ราชองครักษ์จากวังหลวงก็เข้ามาแจ้งข่าวชิงเว่ยเว่ยมองเห็นกังซือเฉินออกมารับท่านพ่อของตนก็ยิ้มและค้อมศีรษะคำนับ กังซือเฉินทักทายปราศรัยบอกข่าวแก่ชิงเว่ยแล้วก็หันมาหาเด็กหญิง
“คุณหนูชิงท่านมาถึงนานแล้วหรือ?”
“เจ้าค่ะข้าแยกจากอาจารย์ใหญ่หวังก็รีบกลับจวนทันที”
“มิน่าใต้เท้าชิงจึงดูเหมือนจะรอข้าอยู่แล้ว”
กังซือเฉินรู้สึกว่าในบรรดาเด็กทั้งสี่ที่มาช่วยงานหวังต้าจิ้งในวันนี้ล้วนเฉลียวฉลาดและเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเป็นอย่างดี เด็กเหล่านี้ดูไม่ลนลานหรือหวาดกลัวสักนิดว่าอาจจะมีเหตุการลอบสังหารโดยเฉพาะคุณหนูสกุลชิง แววตาของนางช่างเหมือนพระชายาชิงหลานของท่านอ๋องสิบห้าสตรีสกุลชิงช่างองอาจกล้าหาญ ไม่เว้นแม้แต่เด็กหญิงที่อายุเพียงสิบสองปีผู้นี้
“เชิญใต้เท้าชิงขอรับ”
ชิงเว่ยเดินนำหน้าไปอย่างเร่งรีบคดีของไต้จี้หลิงรบกวนจิตใจเขามานานนักนับตั้งแต่เห็นศพคนผู้นั้นเขาก็รู้สึกสงสัยมาตลอด แต่ยังหาคำตอบไม่ได้ไม่น่าเชื่อว่าคนที่คลี่คลายปริศนานี้ได้กลับเป็นบุตรสาวตัวน้อยและเหล่าสหายของนาง
....ไต้จี้หลิงถูกนำมาซ่อนอยู่ใต้คางแท้ๆแค่เขาไข่มังกรนี่เอง....
เป็นเพราะยังไม่รู้ชัดว่าเป็นฝีมือของคนกลุ่มใดหมิงฮ่องเต้จึงทรงมี พระบัญชาให้ใต้เท้าชิงเจ้ากรมกลาโหมปิดเรื่องนี้เป็นความลับและซ่อนตัว ไต้จี้หลิงให้อยู่ในความคุ้มครองของสำนักคุ้มภัยหงส์ไฟของพี่ชายของหลวนฮองเฮาจนกว่าจะหาตัวผู้บงการได้สำเร็จ
“ป่านนี้พวกเขาคงรู้แล้วว่าไต้จี้หลิงเข้าวังหลวงอาจจะหยุดความเคลื่อนไหวสักระยะ แต่เจิ้นคิดว่าพวกลิ่วล้อน่าจะหาตัวได้ไม่ยากคนที่ร่วมมือในการวางแผนจับตัวไต้จี้หลิงต้องมีคนที่ร่วมเดินทางไปด้วยแน่เจ้าจงจัดการสืบอย่างเงียบๆ หาตัวหนอนบ่อนไส้ออกมาให้เจิ้น”
********************