บทที่ 53 สาเหตุที่ระดับสติปัญญาลดลง
ตอนเย็นหลังจากอิงอิงน้อยล้างหน้าล้างตาเสร็จ เยี่ยนลี่เฉิงก็ถือโอกาสตอนที่เด็กหญิงยังไม่นอนไปอาบน้ำและล็อกประตูด้วย
ก่อนหน้านี้ฉินอี้หานรับสายโทรศัพท์และออกไปทำธุระข้างนอก นอกจากพวกเขาสองคนพี่น้อง ในคฤหาสน์ยังมีป้าหวงอยู่อีกคน
ตอนที่เยี่ยนลี่เฉิงอาบน้ำ ป้าหวงอ่านการ์ตูนในห้องเป็นเพื่อนฉินอิงอิง
จนกระทั่งเยี่ยนลี่เฉิงแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วเดินออกมา ป้าหวงถึงได้จากไปพร้อมกับยิ้มให้
ฉินอิงอิงหาวไปหนึ่งที เยี่ยนลี่เฉิงจึงรู้ว่าน้องสาวเริ่มง่วงแล้ว
“นอนเถอะ”
ฉินอิงอิงวางการ์ตูนไว้ข้างตัว เยี่ยนลี่เฉิงหยิบหนังสือมาวางไว้ที่ตู้ข้างหัวเตียงอย่างว่องไว
เขายัดผ้าห่มสอดใต้เตียงและนอนลงบนเตียงอีกฝั่ง
เพิ่งจะนอนลงไปได้สักพัก ฉินอิงอิงก็มุดเข้ามาหา
“พี่ลี่เฉิง นอนกอดอิงอิงสิ!”
นอนกอดกันจะรู้สึกสบาย แถมเธอยังไม่ตกเตียงอีก
น่ารัก น่ารักจริง ๆ
เยี่ยนลี่เฉิงยิ้มด้วยความรักใคร่เอ็นดู เขาดึงอิงอิงน้อยมาอยู่ในอ้อมกอดของตัวเองและปล่อยให้เธอนอนหนุนแขน
ไม่นานนัก ฉินอิงอิงก็หลับสนิท
เยี่ยนลี่เฉิงไม่ได้รู้สึกง่วงเลย เมื่อเห็นอิงอิงน้อยนอนหลับฝันหวานก็หยิบมือถือที่วางอยู่บนตู้ข้าง ๆ มาดู
มีหนึ่งข้อความที่ยังไม่ได้อ่าน
‘เยี่ยนเสี่ยวหรูถูกเยี่ยนผิงตี’
เยี่ยนลี่เฉิงเห็นแล้วแววตาของเขาก็มีประกายเยาะเย้ยถากถางอย่างเย็นชาแวบเข้ามา
…สมควร!
มาเยาะเย้ยอิงอิงน้อยของเขา จะไม่ให้โดนตีได้ยังไง?
พวกเขายังไม่ทำอะไรก็เพราะขี้เกียจ และเพราะมีคนที่ทำให้เขากับอาฉินโกรธมากยิ่งกว่าเยี่ยนเสี่ยวหรู นั้นก็คือเยี่ยนผิงพ่อของเธอ
อาฉินเป็นคู่แข่งเรื่องการทำงานกับตระกูลเยี่ยน เยี่ยนผิงสู้อาฉินไม่ได้ มองย้อนกลับไปก็น่าจะดูออก เพราะ จู่ ๆ อาฉินก็พุ่งเป้าไปที่ตระกูลเยี่ยนนั้นเพราะเยี่ยนเสี่ยวหรูพุ่งเป้ามาที่อิงอิงน้อยก่อน ความโกรธที่เยี่ยนผิงเก็บเอาไว้มานานถูกระบายกับเยี่ยนเสี่ยวหรูที่อ่อนแอกว่า
อารองผู้นี้เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว
มองไม่เห็นความไร้ความสามารถของตัวเอง ได้แต่ใช้สารพัดวิธีโหดร้ายต่าง ๆ นานา เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ไม่ใช่ของ ๆ เขา
ตอนที่บริษัทไม่มีเรื่องวุ่นวาย เขาเป็นพ่อที่ดี เป็นสามีที่ดี เป็นคนรักที่ดี
ตอนที่บริษัทยุ่งจนหัวหมุน ขอแค่เขาจับจุดอ่อนได้ คนคนนั้นก็จะถูกใช้เป็นที่ระบายอารมณ์อย่างแน่นอน
ตอนนี้เยี่ยนเสี่ยวหรูกลายเป็นที่ระบายอารมณ์ของเยี่ยนผิงพอดิบพอดี
…เสียวจื่อยังอยู่โรงพยาบาล ไม่ไปเยี่ยมหน่อยเหรอ?
เยี่ยนลี่เฉิงเห็นข้อความที่อีกฝ่ายส่งมา มุมปากก็ยกยิ้มขึ้น
…ชีวิตเราขึ้นอยู่กับชะตาของสวรรค์!
หน้าจอแสดงให้เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังพิมพ์…
ผ่านไปได้สองสามนาทีก็ยังขึ้นว่าพิมพ์อยู่เหมือนเดิม เยี่ยนลี่เฉิงจินตนาการได้ว่าอีกฝ่ายคงเขียน ๆ ลบ ๆ
เด็กชายพิมพ์อักษรยาว ๆ ราวหนึ่งบรรทัดอย่างรวดเร็ว
ต่อไปไม่ต้องพูดถึงเธอแล้วนะ
อีกฝ่ายส่งสติ้กเกอร์หน้าตาไม่ได้รับความเป็นธรรม
เยี่ยนลี่เฉิงลูบผมอันอ่อนนุ่มของอิงอิงน้อย เมื่อเห็นแก้มกลม แววตาที่เป็นประกายเย็นชาก็ถูกหลอมให้กลายเป็นความรักใคร่เอ็นดู
…เธอไม่ได้โง่ เธอรู้ว่าต้องปกป้องตัวเองยังไง!
น้องสาวของเขาคนนั้น ถึงจะยังเด็กแต่ก็ระมัดระวังพอตัว
อีกฝ่ายส่งข้อความมาว่าราตรีสวัสดิ์ เยี่ยนลี่เฉิงก็ตอบกลับว่าราตรีสวัสดิ์ จากนั้นเยี่ยนลี่เฉิงก็ล้างข้อความในห้องแชต
เป็นจังหวะที่ฉินอิงอิงพลิกตัว น่องอ้วน ๆ ของเธอพาดอยู่บนเอวของเขา
ฉินอิงอิงได้ยินเสียงที่คุ้นเคยอีกแล้ว
“อิงอิงน้อย เธอต้องนอนเองนะ!”
“ไม่ ๆ ๆ! ฉันไม่เอาด้วยหรอก! ฉันอยากนอนกอดพี่ลี่เฉิง!”
ราวกับกำลังโกรธอยู่ เธอยื่นมือทั้งสองออกมากอดเอวบางของเยี่ยนลี่เฉิงไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
เยี่ยนลี่เฉิงเห็นแขนเล็ก ๆ ของอิงอิงน้อยที่กอดตัวเองอยู่ก็อดขำไม่ได้
นี่เธอฝันอยู่เหรอ?
หรือฝันว่าเขาวิ่งหนีก็เลยกอดเขาไว้จนแน่นขนาดนี้?
“อิงอิงน้อย ทำแบบนี้ไม่ได้นะ! เธอเป็นผู้หญิง!”
ฉินอิงอิงโต้กลับอยู่ในใจ “หนูเป็นผู้หญิงแล้วยังไง? เมื่อก่อนหนูกับพวกลุง พวกพี่ก็อยู่ด้วยกันบ่อย ๆ เราทั้งบ้านนอนตัวติดกันจนชินแล้ว!”
เสียงในสมองหายไป…
ฉินอิงอิงแสดงท่าทีได้ใจอย่างอดไม่ได้
เยี่ยนลี่เฉิงก้มหน้าลงมองเธอพอดี พบว่าจู่ ๆ เธอก็ยิ้ม แถมยังยิ้มอย่างได้ใจเล็กน้อยด้วย เขาอดหัวเราะไม่ได้เหมือนกัน
“หรือว่าจะฝันถึงของอร่อย?”
เหมือนว่าฉินอิงอิงจะได้ยินที่พี่ชายผู้ให้อาหารพูดเลยตอบกลับอย่างอดไม่ได้
ผลคือปากเล็กไม่ทันได้อ้าออกอย่างที่คิด
นี่มันอะไรกันน่ะ?
เสียงในสมองที่เงียบไป ดังขึ้นมาอีกแล้ว
“อิงอิงน้อย รู้ไหมทำไมบางครั้งเธอถึงพูดไม่ตรงกับใจตัวเอง?”
ฉินอิงอิงเอ่ยถามอยู่ลึก ๆ ในใจ “ทำไมล่ะ?”
“เพราะฉันไง!”
ฉินอิงอิงทำหน้าบึ้ง “แล้วเธอเป็นใครกันแน่!”
“ต่อไปเธอก็จะรู้เอง! แต่ตอนนี้เธอต้องฟังสิ่งที่ฉันพูด ถ้าไม่ฟัง หลังจากนี้ไปเธอจะพูดไม่ตรงกับใจตัวเองอีก!”
ในฐานะลูกวาฬน้อยแปซิฟิก เธอกลับถูกคนที่ไม่รู้ว่าเป็นใครและไม่รู้ว่าเป็นตัวอะไรมาข่มขู่?
คิดจะมาขู่กันเหรอ นอนฝันกลางวันไปเถอะ!
“งั้นฉันก็จะไม่พูด! ยังไงเริ่มแรกฉันก็พูดได้แค่ภาษาวาฬเพชฌฆาตอยู่แล้ว!”
“พ่อกับพี่ชายไม่สนหรอก พวกเขาชอบฉันมาก!”
เสียงในหัวดังขึ้นมาอีกครั้ง “แต่คนอื่นจะหัวเราะเยาะที่เธอพูดไม่ได้ อย่างเช่นเยี่ยนเสี่ยวหรูกับฉินเฉิงฮ่าวไง ไม่ใช่เหรอ?”
ฉินอิงอิงเมินเฉยต่อเรื่องเยี่ยนเสี่ยวหรู แต่กับฉินเฉิงฮ่าวเธอปรับความเข้าใจกับเขาแล้ว “เธออยากยุแยงให้ฉันแตกหักกับพี่เจ็ดสินะ?”
“เปล่า! ฉันก็แค่พูดความจริง!”
“แล้วก็นะ อิงอิงน้อย วันนี้เธอก็เห็นแล้วไม่ใช่เหรอ เธอเข้าใจเรื่องลูกทางสายเลือดกับลูกที่รับมาเลี้ยง แต่กลับบอกเยี่ยนเสี่ยวหรูว่าไม่เข้าใจ ไม่สงสัยเหรอว่าทำไมจู่ ๆ ระดับสติปัญญาถึงถูกลดทอน?”
“ในฐานะวาฬเพชฌฆาต เดิมทีก็ไม่มีทางรู้จักคำว่าระดับสติปัญญาอยู่แล้วรึเปล่า?”
“ฉินอิงอิง เธอน่าจะคิดสักนิดว่า ทำไมเธอถึงฉลาดกว่าวาฬเพชฌฆาตตัวอื่น และรู้ในสิ่งที่วาฬเพชฌฆาตไม่ได้รู้เลยสักนิด เธอไม่แปลกใจเหรอ?”
ฉินอิงอิงเม้มปากและขมวดคิ้ว
“เพราะเธอสินะ!”
“ใช่!” อีกฝ่ายไม่ได้ปิดบังแม้แต่น้อย
ฉินอิงอิงไม่พอใจเป็นอย่างมาก เพราะนั่นหมายความว่าจริง ๆ แล้วเธอไม่ใช่ลูกวาฬตัวน้อยที่ฉลาดแต่เพราะเสียงนี้ เธอถึงได้รู้อะไรเยอะแยะมากมาย
“ฉันไม่เชื่อ!”
เสียงนั่นหัวเราะเบา ๆ แต่ก็ฟังดูอ่อนโยนมาก
“เธอเชื่อรึเปล่าไม่สำคัญ ยังไงนี่ก็เป็นข้อเท็จจริงที่เป็นรูปธรรม”
ฉินอิงอิงกำหมัดและเริ่มจะหัวร้อน
“แล้วทำไมเมื่อก่อนฉันถึงไม่เคยได้ยินเสียงเธอเลยล่ะ?”
ไม่นึกเลยว่าอีกฝ่ายจะไม่ปิดบังและตอบตามตรง
“เพราะตอนนั้นเธอยังเด็กมาก ไม่เข้าใจอะไรเลยสักอย่าง เราไม่ใช่เผ่าพันธุ์เดียวกัน ต่อให้อยากจะสื่อสารกันก็มีอุปสรรคใหญ่มาขวางกั้น”
ฉินอิงอิงปวดหัวแทบบ้า “เธอเป็นมนุษย์?”
อีกฝ่ายยิ้มอีกครั้ง “อิงอิงน้อยฉลาดจริง ๆ”
ฉินอิงอิงรู้สึกแย่มาก
เธอเป็นลูกวาฬตัวน้อย ทำไมสมองถึงได้ยินเสียงมนุษย์ แถมตัวเองยังต้องมาเป็นมนุษย์อีก
“ทำไมฉันต้องกลายเป็นคนด้วย?”
“แล้วเมื่อไหร่ฉันจะกลับไปเป็นวาฬเหมือนเดิมได้?”
อีกฝ่ายไม่พูดอะไรอีก
ฉินอิงอิงลนลานแล้ว
“พูดสิ!”
“บอกฉันมา!”
เธอตระหนกมากจนเผลอตะโกนออกมา
เยี่ยนลี่เฉิงที่กำลังอ่านหนังสืออยู่รีบวางหนังสือลงแล้วมองดูเธอ
“อิงอิงน้อย เป็นอะไรไป?”
ฉินอิงอิงค่อย ๆ ลืมตาและมองพี่ชายผู้ให้อาหาร เธอรู้สึกว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรม
“พี่ลี่เฉิง มีคนรังแกหนู”
พอฉินอิงอิงอ้าปากพูดก็พบว่าสมองของตัวเองว่างเปล่าอีกแล้ว
เมื่อกี้เธอฝันว่าอะไรแล้วนะ?
เธอนิ่งไปและมองเยี่ยนลี่เฉิงอย่างสับสนมึนงง
“พี่ลี่เฉิง เมื่อกี้หนูพูดอะไรเหรอ?”
รอยยิ้มของเยี่ยนลี่เฉิงหายไป “อิงอิงน้อยบอกว่ามีคนรังแก”
ฉินอิงอิงส่ายหน้า “จะเป็นไปได้ยังไง! ใครจะกล้าทำร้ายหนูคะ?”
เธอหาวออกมา ขดตัวอยู่ในอ้อมแขนของเยี่ยนลี่เฉิงและหลับไปอีกครั้ง
เยี่ยนลี่เฉิงโดนฉินอิงอิงทิ้งให้งงค้างอยู่กลางอากาศ “...”