ข้าเป็นศิษย์ของพญายมราช

    ตอนที่ 47 ห้องแห่งความลับ

            เมื่อสิ้นเสียง เกิดโพรงอากาศขนาดใหญ่ ที่ทั้งสามสามารถเดินเข้าไปได้สบาย สองดรุณีมองไปที่คราม ประตูกลนี้ถูกสร้างไว้อย่างดี หากไม่ดีจริง ก็คงไม่เป็นความลับจวบจนทุกวันนี้ แม้แต่เธอเองก็ไม่รู้ว่ามันมีอยู่ แต่เด็กหนุ่มผู้นี้กลับมองเห็นจุดบกพร่อง

    สำหรับครามแล้ว ประตูไม่ได้มีจุดบกพร่องใดๆ หากแต่บริวารที่ได้รับความไว้วางใจของพญายมราชทุกนาย ย่อมมีสิทธิในการผ่านทุกประตูได้อย่างอิสระเสรี เขาซึ่งเป็นศิษย์เอก ไฉนจะทำไม่ได้เล่า

    ครามขับพลังอิทธิไปยังฝ่ามือเกิดแสงไฟสว่างจ้า พอที่จะนำทางเข้าไปข้างในช่องทางลับเบื้องหน้า 

    ระหว่างทางนั้น มีค่ายกลสมุนไพรพิษ หากคนทั่วไปเผลอสูดดมเข้าไป กลิ่นนั้นจะเข้าไปก่อมวลพิษกระจายไปตามระบบต่างๆ ภายในร่างกาย มีผลทำให้ตายได้ในเวลาไม่นาน ดังนั้นเขาจึงมอบโอสถนาคาพันหางให้คนละ 1 เม็ด โอสถชนิดนี้เฌอปรางคุ้นอยู่แล้ว เพราะครามปรุงมันต่อหน้าใช้รักษาอาการติดพิษของศิษย์พี่ หลังจากต่อสู้กับพยัคฆ์เขี้ยวพิษในป่าสัตว์อสูร

    แม้จะเป็นเพียงโอสถระดับที่ 2 แต่มีฤทธิ์ในทันที เพราะเป็นโอสถขั้นพิสุทธิ์ 

    ในระหว่างนั้นข้างหน้ามีเงาร่างของรูปปั้นหินสูงใหญ่ราวสองช่วงคน ยืนตระหง่าน พลันกวัดแกว่งดาบไปมาเพื่อปกป้องไม่ให้ผู้บุรุกเข้าไป และที่น่ากลัวที่สุดคือพวกมันเคลื่อนย้ายตัวเองได้ราวกับมีชีวิต บัดนี้มนุษย์หินทั้งสี่ได้มาล้อมทั้งสามไว้แล้วทั้ง 4 ทิศ

    ลำแสงสีทองถูกปล่อยออกมาพร้อมๆ กันจากตาทั้ง  4 คู่ ทั้ง 3 หลบอย่างคล่องแคล่ว แต่หากเป็นแบบนี้ต่อไปมิวายต้องโดนทำร้ายเป็นแน่

    ครามรีบปราดตัวขึ้นไปตามจุดที่ยึดเกาะได้บนร่างของมนุษย์หิน พลางปล่อยพลังลูกมหึมาใส่

    บึ้ม!!!

    ร่างนั้นไม่ไหวติง หรือจะเรียกว่าไม่ระคายผิวก็ได้ อีกสามตัวที่เหลือกราดลำแสงพุ่งใส่ร่างของสองดรุณี 

    อชิรามีพื้นฐานของการเป็นนักดาบอยู่แล้ว จึงสามารถหลบหลีกได้ดีกว่าเฌอปราง ที่บัดนี้เธอโดนลำแสงเข้าที่ร่างไปเต็มๆ ทำให้เคลื่อนที่ไม่ได้ โชคดีที่ดาบใหญ่ที่เหวี่ยงมาจากรูปปั้นเฉียดร่าง ของเธอไปไม่เช่นนั้นร่างของเธอน่าจะบาดเจ็บสาหัสได้ ทว่าด้วยความแรงนั้นกลับสร้างมวลอากาศที่คมกริบ กรีดไปที่หัวไหล่ของเฌอปรางทำให้เธอมีโลหิตไหลออกมาเป็นสาย

    เมื่อเลือดของเธอหยดลงบนพื้นพริบตาก็เกิดแสงสว่างวูบหนึ่ง รูปปั้นทั้งหมดหยุดนิ่งชั่วครู่ และค่อยๆกลับเข้าไปยืนที่เดิม

    “เฌอปราง เป็นอะไรมากไหม” อชิรากับครามรีบปราดตัวเข้าหา 

    “ไม่เป็นอะไรมาก แค่ได้บาดแผลนิดหน่อย” เฌอปรางพูดพลางใช้มืออันเรียวเล็กของเธอกุมบาดแผลที่หัวไหล่ ครามเมื่อเห็นบาดแผลแล้ว รีบให้เธอทานโอสถ หัวใจนักสิทธิ์ ชนิดเดียวกับที่เคยให้อชิราทาน แม้ฤทธิ์หลักจะทำให้สามารถเข้าสู่ความเป็นนักสิทธิ์ได้ง่ายขึ้น แต่มีผลข้างเคียงคือช่วยในการสมานบาดแผลทั้งภายนอกและภายในร่างกายในได้อย่างฉับพลัน มากกว่าการทานโอสถคลายวิญญาณที่เขามอบให้กับเจ้าหอโอสถ 

    เมื่อเธอทานไป พริบตามบาดแผลก็สมานติดกันดังเดิมไม่ทิ้งเค้ารอยไว้แม้แต่น้อย

    “ข้าขอบคุณเจ้ามากคราม” เฌอปรางเอ่ย บัดนี้ความรู้สึกของเธอกลับถูกความอบอุ่นบางอย่างแผ่ซ่าน ไม่ใช่เพราะฤทธิ์ของโอสถ หากแต่เป็นเพราะฤทธิ์ของความห่วงใยที่เจ้าของโอสถมอบให้ต่างหาก

    “เกรงว่าค่ายกลในนี้จะแพ้โลหิตของเจ้า ฮ่าๆๆ” คำพูดติดตลกของครามกระชากอารมณ์ของเฌอปรางในบัดดล 

    “นี่เจ้า… ช่างเถอะ มันก็จริงอย่างที่เจ้าว่า เหมือนว่าโลหิตของข้าจะทำให้รูปปั้นพวกนั้นหยุดชะงัก” เฌอปรางมีสีหน้าครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง

    “โลหิตของเจ้ามีปฏิกิริยาจริงๆ เช่นนั้นข้าคิดว่า ที่นี่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้าอย่างแน่นอน แต่ที่ข้าสงสัยคือที่แห่งนี้สร้างขึ้นมาเพื่อสิ่งใดกัน …ไปกันเถอะคำตอบอยู่ข้างหน้า” อชิราเอ่ย

    ครามและเฌอปรางพยักหน้าตอบรับ ข้างหน้ามีอะไร คืนนี้จะต้องไปให้สุด 

    ทั้งสามเดินผ่านรูปปั้นหินยักษ์ทั้ง 4 ตัว ทั้งหมดกลับคืนสภาพเป็นเครื่องประดับในดินแดนแห่งนี้ไม่มีพิษมีภัยใดๆ

            รอบๆ ยังคงมืดมิด ที่นี่ราวกับอีกโลกหนึ่งที่ไร้แสงดาว แต่ครู่หนึ่งทั้ง 3 ก็ใจชื้นขึ้นมาหน่อย เมื่อเห็นกลุ่มแสงไฟระยิบระยับเบื้องหน้า เมื่อเดินเข้าไปใกล้ พบว่ามันคือเส้นทาง 

            เมื่อผ่านเส้นทางที่ปูด้วยหินเรืองแสงหลากสีละลานตา ราวกับย่ำเหยียบอยู่บนทางช้างเผือก

            ครู่หนึ่งกลิ่นสมุนไพรเริ่มแรงขึ้น ทั้ง 3 ต่างกวาดแสงที่อยู่ในมือไปรอบๆ พบกว่าสองข้างทางเต็มไปด้วยสมุนไพรที่หายากในบรรพพิภพ จุดแสงเล็กๆ ที่ลอดออกมาจากกลีบดอกอันอ่อนโยนนั้น โอนเอียงเบาๆ ตามการเคลื่อนตัวของทั้ง 3 คน

            เวลานี้กลิ่นสมุนไพรดังกล่าวแจ่มชัดในจิตใจของเฌอปราง กลิ่นนี้เป็นกลิ่นแม่ของเธอ กลิ่นสมุนไพรที่ติดในภาพเขียน หรือถ้าจะบอกให้ถูก กลิ่นเหล่านี้ไม่ใช่กลิ่นของภาพเขียน แต่มันเป็นกลิ่นที่ลอยออกไปข้างนอก จากดินแดนแห่งนี้!!!

            เมื่อเดินตามทางต่อไปอีกหน่อยข้างหน้ากลับมีหินเรืองแสงจำนวนมากมายกองอยู่อย่างเป็นระเบียบ บนเนินหินนั้นมีบางอย่างตั้งอยู่

            ทั้ง 3 ค่อยๆ เคลื่อนไปใกล้ เฌอปรางกับอชิรายังคงไม่ไว้ใจด้านหลัง กวาดมือที่มีแสงไฟส่องระวังหลังอยู่ตลอด พลันกระแทกกับแผ่นหลังของครามที่หยุดเดินอย่างกะทันหัน 

            สองดรุณีหันไปมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของคราม มีอาการตะลึงงันอยู่ชั่วพริบตา โดยเฉพาะเฌอปราง 

            สิ่งที่อยู่บนเนินนั้น ทำให้น้ำตาของเฌอปรางล้นเอ่อออกจากดวงตาคู่สวยนั้น ยามนี้ไหลอาบสองแก้มอย่างไม่รู้ตัว

    คล้ายกับเรื่องข้าเป็นศิษย์ของพญายมราช ที่คุณอ่าน