เมื่อสิ้นเสียง เกิดโพรงอากาศขนาดใหญ่ ที่ทั้งสามสามารถเดินเข้าไปได้สบาย สองดรุณีมองไปที่คราม ประตูกลนี้ถูกสร้างไว้อย่างดี หากไม่ดีจริง ก็คงไม่เป็นความลับจวบจนทุกวันนี้ แม้แต่เธอเองก็ไม่รู้ว่ามันมีอยู่ แต่เด็กหนุ่มผู้นี้กลับมองเห็นจุดบกพร่อง
สำหรับครามแล้ว ประตูไม่ได้มีจุดบกพร่องใดๆ หากแต่บริวารที่ได้รับความไว้วางใจของพญายมราชทุกนาย ย่อมมีสิทธิในการผ่านทุกประตูได้อย่างอิสระเสรี เขาซึ่งเป็นศิษย์เอก ไฉนจะทำไม่ได้เล่า
ครามขับพลังอิทธิไปยังฝ่ามือเกิดแสงไฟสว่างจ้า พอที่จะนำทางเข้าไปข้างในช่องทางลับเบื้องหน้า
ระหว่างทางนั้น มีค่ายกลสมุนไพรพิษ หากคนทั่วไปเผลอสูดดมเข้าไป กลิ่นนั้นจะเข้าไปก่อมวลพิษกระจายไปตามระบบต่างๆ ภายในร่างกาย มีผลทำให้ตายได้ในเวลาไม่นาน ดังนั้นเขาจึงมอบโอสถนาคาพันหางให้คนละ 1 เม็ด โอสถชนิดนี้เฌอปรางคุ้นอยู่แล้ว เพราะครามปรุงมันต่อหน้าใช้รักษาอาการติดพิษของศิษย์พี่ หลังจากต่อสู้กับพยัคฆ์เขี้ยวพิษในป่าสัตว์อสูร
แม้จะเป็นเพียงโอสถระดับที่ 2 แต่มีฤทธิ์ในทันที เพราะเป็นโอสถขั้นพิสุทธิ์
ในระหว่างนั้นข้างหน้ามีเงาร่างของรูปปั้นหินสูงใหญ่ราวสองช่วงคน ยืนตระหง่าน พลันกวัดแกว่งดาบไปมาเพื่อปกป้องไม่ให้ผู้บุรุกเข้าไป และที่น่ากลัวที่สุดคือพวกมันเคลื่อนย้ายตัวเองได้ราวกับมีชีวิต บัดนี้มนุษย์หินทั้งสี่ได้มาล้อมทั้งสามไว้แล้วทั้ง 4 ทิศ
ลำแสงสีทองถูกปล่อยออกมาพร้อมๆ กันจากตาทั้ง 4 คู่ ทั้ง 3 หลบอย่างคล่องแคล่ว แต่หากเป็นแบบนี้ต่อไปมิวายต้องโดนทำร้ายเป็นแน่
ครามรีบปราดตัวขึ้นไปตามจุดที่ยึดเกาะได้บนร่างของมนุษย์หิน พลางปล่อยพลังลูกมหึมาใส่
บึ้ม!!!
ร่างนั้นไม่ไหวติง หรือจะเรียกว่าไม่ระคายผิวก็ได้ อีกสามตัวที่เหลือกราดลำแสงพุ่งใส่ร่างของสองดรุณี
อชิรามีพื้นฐานของการเป็นนักดาบอยู่แล้ว จึงสามารถหลบหลีกได้ดีกว่าเฌอปราง ที่บัดนี้เธอโดนลำแสงเข้าที่ร่างไปเต็มๆ ทำให้เคลื่อนที่ไม่ได้ โชคดีที่ดาบใหญ่ที่เหวี่ยงมาจากรูปปั้นเฉียดร่าง ของเธอไปไม่เช่นนั้นร่างของเธอน่าจะบาดเจ็บสาหัสได้ ทว่าด้วยความแรงนั้นกลับสร้างมวลอากาศที่คมกริบ กรีดไปที่หัวไหล่ของเฌอปรางทำให้เธอมีโลหิตไหลออกมาเป็นสาย
เมื่อเลือดของเธอหยดลงบนพื้นพริบตาก็เกิดแสงสว่างวูบหนึ่ง รูปปั้นทั้งหมดหยุดนิ่งชั่วครู่ และค่อยๆกลับเข้าไปยืนที่เดิม
“เฌอปราง เป็นอะไรมากไหม” อชิรากับครามรีบปราดตัวเข้าหา
“ไม่เป็นอะไรมาก แค่ได้บาดแผลนิดหน่อย” เฌอปรางพูดพลางใช้มืออันเรียวเล็กของเธอกุมบาดแผลที่หัวไหล่ ครามเมื่อเห็นบาดแผลแล้ว รีบให้เธอทานโอสถ หัวใจนักสิทธิ์ ชนิดเดียวกับที่เคยให้อชิราทาน แม้ฤทธิ์หลักจะทำให้สามารถเข้าสู่ความเป็นนักสิทธิ์ได้ง่ายขึ้น แต่มีผลข้างเคียงคือช่วยในการสมานบาดแผลทั้งภายนอกและภายในร่างกายในได้อย่างฉับพลัน มากกว่าการทานโอสถคลายวิญญาณที่เขามอบให้กับเจ้าหอโอสถ
เมื่อเธอทานไป พริบตามบาดแผลก็สมานติดกันดังเดิมไม่ทิ้งเค้ารอยไว้แม้แต่น้อย
“ข้าขอบคุณเจ้ามากคราม” เฌอปรางเอ่ย บัดนี้ความรู้สึกของเธอกลับถูกความอบอุ่นบางอย่างแผ่ซ่าน ไม่ใช่เพราะฤทธิ์ของโอสถ หากแต่เป็นเพราะฤทธิ์ของความห่วงใยที่เจ้าของโอสถมอบให้ต่างหาก
“เกรงว่าค่ายกลในนี้จะแพ้โลหิตของเจ้า ฮ่าๆๆ” คำพูดติดตลกของครามกระชากอารมณ์ของเฌอปรางในบัดดล
“นี่เจ้า… ช่างเถอะ มันก็จริงอย่างที่เจ้าว่า เหมือนว่าโลหิตของข้าจะทำให้รูปปั้นพวกนั้นหยุดชะงัก” เฌอปรางมีสีหน้าครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง
“โลหิตของเจ้ามีปฏิกิริยาจริงๆ เช่นนั้นข้าคิดว่า ที่นี่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้าอย่างแน่นอน แต่ที่ข้าสงสัยคือที่แห่งนี้สร้างขึ้นมาเพื่อสิ่งใดกัน …ไปกันเถอะคำตอบอยู่ข้างหน้า” อชิราเอ่ย
ครามและเฌอปรางพยักหน้าตอบรับ ข้างหน้ามีอะไร คืนนี้จะต้องไปให้สุด
ทั้งสามเดินผ่านรูปปั้นหินยักษ์ทั้ง 4 ตัว ทั้งหมดกลับคืนสภาพเป็นเครื่องประดับในดินแดนแห่งนี้ไม่มีพิษมีภัยใดๆ
รอบๆ ยังคงมืดมิด ที่นี่ราวกับอีกโลกหนึ่งที่ไร้แสงดาว แต่ครู่หนึ่งทั้ง 3 ก็ใจชื้นขึ้นมาหน่อย เมื่อเห็นกลุ่มแสงไฟระยิบระยับเบื้องหน้า เมื่อเดินเข้าไปใกล้ พบว่ามันคือเส้นทาง
เมื่อผ่านเส้นทางที่ปูด้วยหินเรืองแสงหลากสีละลานตา ราวกับย่ำเหยียบอยู่บนทางช้างเผือก
ครู่หนึ่งกลิ่นสมุนไพรเริ่มแรงขึ้น ทั้ง 3 ต่างกวาดแสงที่อยู่ในมือไปรอบๆ พบกว่าสองข้างทางเต็มไปด้วยสมุนไพรที่หายากในบรรพพิภพ จุดแสงเล็กๆ ที่ลอดออกมาจากกลีบดอกอันอ่อนโยนนั้น โอนเอียงเบาๆ ตามการเคลื่อนตัวของทั้ง 3 คน
เวลานี้กลิ่นสมุนไพรดังกล่าวแจ่มชัดในจิตใจของเฌอปราง กลิ่นนี้เป็นกลิ่นแม่ของเธอ กลิ่นสมุนไพรที่ติดในภาพเขียน หรือถ้าจะบอกให้ถูก กลิ่นเหล่านี้ไม่ใช่กลิ่นของภาพเขียน แต่มันเป็นกลิ่นที่ลอยออกไปข้างนอก จากดินแดนแห่งนี้!!!
เมื่อเดินตามทางต่อไปอีกหน่อยข้างหน้ากลับมีหินเรืองแสงจำนวนมากมายกองอยู่อย่างเป็นระเบียบ บนเนินหินนั้นมีบางอย่างตั้งอยู่
ทั้ง 3 ค่อยๆ เคลื่อนไปใกล้ เฌอปรางกับอชิรายังคงไม่ไว้ใจด้านหลัง กวาดมือที่มีแสงไฟส่องระวังหลังอยู่ตลอด พลันกระแทกกับแผ่นหลังของครามที่หยุดเดินอย่างกะทันหัน
สองดรุณีหันไปมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าของคราม มีอาการตะลึงงันอยู่ชั่วพริบตา โดยเฉพาะเฌอปราง
สิ่งที่อยู่บนเนินนั้น ทำให้น้ำตาของเฌอปรางล้นเอ่อออกจากดวงตาคู่สวยนั้น ยามนี้ไหลอาบสองแก้มอย่างไม่รู้ตัว