หน้าตึกคณะบริหารธุรกิจมีผู้ชายสี่คนรูปร่างกำยำนั่งคุกเข่าอยู่ในมือมีช่อดอกทิวลิปสีขาวสวยงาม ทำให้นักศึกษาที่เดินผ่านไปมาต้องเข้ามุงดูกันมากมาย
มะปรางกับกลุ่มเพื่อนเดินมาถึงหน้าตึกอดสงสัยไม่ได้ว่าคนมากมายกำลังดูอะไรกัน จึงเดินแหวกฝูงชนเข้าไปดูใกล้ๆ
ทันทีที่เห็นหน้าคนคนที่กำลังคุกเข่าอยู่มะปรางรีบกระถดถอยหลัง จะแหวกฝูงชนหนีหน้าพวกมันทว่าข้อแขนเล็กกลับถูกคนร่างกำยำดึงเอาไว้ ทำให้เธอหนีคนพวกนั้นไปไม่ได้
“ผมขอโทษครับโปรดรับดอกไม้จากพวกเราด้วยเถอะ ไม่งั้นหัวหน้าเอาพวกเราตายแน่”
น้ำเสียงทุ้มต่ำเว้าวอนมะปรางตัวแข็งทื่อเมื่อสายตาของเหล่านักศึกษาหันมามองเธอแทนชายกลุ่มนั้น
“นี่มันเื่อะไรปราง”
แพรไหมที่ยืนงงอยู่ถามขึ้นจากที่สังเกตคนพวกนี้คือคนในแก๊งมาเฟีย Donovan พวกมันล่วงเกินอะไรมะปรางจึงถูกเกรย์สันหมายหัวเอาไว้
“พวกนี้…แค่เต๊าะฉัน พี่เกรย์สันจึงโกรธแค่นั้นเอง”
มะปรางหันไปบอกเพื่อนถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อหลายวันก่อนที่จริงคนพวกนี้หวังจะจับเธอทำเมียด้วย ยังดีที่มีบารมีของเกรย์สันคุ้มครองกายอยู่เธอจึงรอดมาได้
“จริงเหรอ”
แพรไหมไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไรถ้าพวกมันทำแค่นั้นจริง เกรย์สันคงไม่โกรธขนาดนั้นหรอกหมอนั่นไม่ได้ชอบมะปรางสักหน่อยจะหึงหวงทำไม
“จริงดิ”
แทนที่จะเชื่อเพื่อนแพรไหมหันกลับจ้องคนพวกที่มีร่างกำยำอย่างเอาเื่แทน
“บอกมาว่าพวกนายทำอะไรยัยปรางบ้าง”
“ก็แค่อุ้มเธอครับ”
พอได้ยินอย่างนั้นแพรไหมสติขาดผึงลงไปมือเล็กอันแข็งเกินผู้หญิงธรรมดาจับศีรษะของพวกมันมาโขกใส่กันเสียงดังจนหัวโนไปตามๆ กัน
ทำให้มะปรางและมินดาต้องรีบเข้าไปห้ามเพื่อนก่อนที่เื่บานปลายไปมากกว่านี้
“หยุดนะยัยแพร”
มินดาที่เก่งเทควันโดเหมือนแพรไหมจึงล็อกตัวเพื่อนเอาไว้ ไม่ให้อีกฝ่ายทำเกินกว่าเหตุ ไม่งั้นอาจได้เข้าไปนั่งคุกเข่าสำนึกตนในห้องปกครอง
“ปล่อยฉันฉันจะเอาเืคนพวกนี้มาเส้นร่างกายยัยปราง”
แพรไหมดีดดิ้นอย่างโกรธแค้น
“เธอตั้งสติหน่อยสินี่มันมหาวิทยาลัย เลิกเืร้อนซะทีได้ไหม”
มินดาตะคอกเพื่อนเพราะเริ่มเอาไม่อยู่ แพรไหมมีแรงมหาศาลเกินต้านทานจนทำให้เธอต้องเหนื่อยหอบ
ส่วนพวกนักศึกษาเห็นว่าทีท่าไม่ดีจึงทยอยแยกย้ายกันไป เพราะกลัวลูกหลง กระทั่งอาจารย์ฝ่ายปกครองมาเห็นเข้า
“พวกเธอ! ทำอะไรกัน”
เสียงเข้มดุดังขึ้นแพรไหมจึงยอมสงบนิ่งลงในที่สุด เพราะกลัวจะโดนหักคะแนนความประพฤติ
“ตามผมไปที่ห้องปกครองเดี๋ยวนี้ทั้งสามคนเลย”
อาจารย์ฝ่ายปกครองโทรเรียกยามมาลากตัวคนในแก๊งมาเฟียDonovan ออกไป ก่อนจะหันมามองพวกเธอหน้าเข้มดุ
มะปรางจึงติดร่างแหไปกับเพื่อนด้วยเธอเดินคอตกตามหลังสองสาวเข้าไปนั่งคุกเข่าในปกครองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“เห็นไหมฉันบอกแล้วว่าอย่าอารมณ์ร้อน แกก็ไม่เชื่อ”
สองสาวที่บ้าพลังกระซิบกระซาบเสียงแ่เบาทว่าอาจารย์หูดีกว่าจึงหันมาจ้องดุๆ ใส่พวกเธอ
“พวกเธอเงียบไปเลยคุกเข่าในห้องนี้สองชั่วโมง จนกว่าผมจะกลับมา ไม่งั้นโดนหักคะแนนความประพฤติแน่”
อาจารย์สั่งเสียงเข้มก่อนจะเดินออกจากห้องไปเพราะถึงเวลาเข้าสอนแล้ว ส่วนมะปรางกับเพื่อนๆ ก็อดเข้าเรียนจึงทำหน้าบูดบึ้งไปตามกัน
“ยัยปรางแกออกมาจากคอนโดของพี่เกรย์สันเลย ไม่ต้องทำงานที่แก๊งมาเฟียแล้ว”
พอลับร่างของอาจารย์แพรไหมก็โพล่งออกมาอย่างเหลืออดมะปรางทำงานที่นั่นไม่ต่างอะไรกับอ้อยเข้าปากช้าง มีหรือที่ช้างยอมคายง่ายๆ
“ฉันรับเงินเดือนจำนวนเต็มแล้วน่ะสิ”
มะปรางบอกตามตรงเกรย์สันจ่ายค่าจ้างให้ล่วงหน้าหนึ่งปี ตอนนี้อยากปฏิเสธก็ยากแล้วเพราะอีกฝ่ายไม่ยอมรับเงินคืนเสียด้วยสิ ทำให้เธอต้องจำใจฝืนทนงานที่แก๊งมาเฟีย Donovanต่อไปให้ครบตามกำหนดของรายได้
“ก็เอาไปคืนสิหางานอื่นที่ปลอดภัยทำซะ”
“พี่เกรย์สันไม่ยอมรับเงินคืนจะให้ทำไง”
“เท่าไร”
“เขาจ่ายค่าจ้างทั้งปีให้ฉัน”
“บ้าไปแล้วหมอนั่นสายเปย์รึไง”
แพรไหมเอามือกุมหน้าผากคาดไม่ถึงว่าเกรย์สันจะลงทุนให้มะปรางยอมทำงานด้วยมากขนาดนี้เขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ หรือเพื่อนทำงานดีจนต้องว่าจ้างล่วงหน้าเพื่อซื้อตัวเอาไว้
“แกก็เคยเห็นหนิยังจะถาม”
เมื่อก่อนแพรไหมก็เคยเห็นเกรย์สันช่วยเหลือมะปรางบ่อยครั้งหรือยัยเพื่อนจะลืมไปแล้ว
“ฉันเห็นแต่ตอนนี้พวกแกไม่ได้คบกันแล้ว เขาจะเปย์แกทำไมละ”
“เขาไม่ได้เปย์ฉันต้องทำงานแลกเงินเดือน”
รวมถึงร่างกายนี้ด้วยเธอต้องเปลืองตัวให้เกรย์สันอีกกี่ครั้งก็ไม่รู้ แต่ไม่กล้าบอกเพื่อน หากพวกสองสาวรู้ต้องช็อกหนักกว่าเดิมหลายเท่า
ที่จริงหลังจากคืนนั้นเกรย์สันก็ไม่แตะเนื้อต้องตัวมะปรางอีก ทั้งที่เขาเป็คนบอกเองว่าจะทำให้เธอติดเซ็กซ์ของเขา
มะปรางคาดเดาหัวใจของเกรย์สันไม่ได้เลยเขากำลังคิดที่จะทำอะไรกับเธอกันแน่ จึงไม่มาคอยแทะโลมร่างเซ็กซี่เหมือนเดิมนอกจากสั่งเื่งานเท่านั้น
“แกแน่ใจนะว่าอยู่ที่นั่นไหว”
แพรไหมถามด้วยความเป็ห่วงกลัวมะปรางจะถูกคนในแก๊งมาเฟียแอบลวนลามลับหลังเกรย์สันอีกยัยนี่ยิ่งไม่ค่อยยอมพูดอะไรให้ฟังเสียด้วยสิ ถ้าเกิดเื่อะไรขึ้นใครจะรับผิดชอบ
เกรย์สันรับผิดชอบไหวแน่รึไง
“อื้อพี่เกรย์สันรับปากแล้วว่า ต่อไปจะไม่มีเื่แบบนี้เกิดขึ้นอีก”
“งั้นก็ดีถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลก็โทรเรียกพวกฉันเลยนะ หรือไม่ก็หนีออกมา ไม่ต้องรอให้โดนพวกมันทำร้ายแล้วค่อยหนีเข้าใจไหม”
แพรไหมกำชับหนักแน่น
“ได้พวกแกไม่ต้องห่วงหรอก ฉันจะดูแลตัวเองให้ดี”
“ฉันคิดว่าจะเข้าไปสมัครงานที่แก๊งมาเฟียDonovan ด้วยอีกคน”
ทั้งมะปรางและแพรไหมหันไปมองมินดาพร้อมกันคาดไม่ถึงว่ายัยเพื่อนจะสนใจงานในแก๊งมาเฟียด้วยปกติมินดาไม่เคยอยากเหยียบเข้าใกล้คนพวกนี้สักหน่อย
“อะไรของแกยัยมิน”
แพรไหมย่นคิ้วไม่เข้าใจความคิดของเพื่อนมินดากำลังคิดจะทำอะไรกันแน่ เข้าไปทำงานเพื่อปกป้องมะปรางเหรอ ยัยนี่ยอมลงทุนมากไปแล้ว
“ฉันก็อยากลองเป็มาเฟียสักครั้งก็นะ…ใครใช้ให้ฉันชอบการต่อสู้ ไม่ได้เก่งแค่ต่อยตีแต่ยิงปืนแม่นด้วย”
มะปรางอ้าปากค้างคาดไม่ถึงว่ามินดาที่มีใบหน้าสวยหวานจะมีโหมดโหดแบบนี้ เมื่อก่อนมินดาชอบเรียนเทควันโดทว่าเธอไม่รู้เพื่อนจะไปแอบเรียนยิงปืนด้วย ก็พ่อแม่มินดาห้ามไม่ให้เพื่อนคลุกคลีกับของอันตรายพวกนี้พวกท่านย้ำนักหนาว่าให้ตั้งใจเรียนไม่ใช่รึไง
หรือยัยเพื่อนตัวแสบแอบไปเรียนเอาเอง…
“ยัยปรางแกอย่าบอกคนที่บ้านนะว่า พวกเราทำงานที่แก๊งมาเฟีย”
ยังไม่ได้เข้าไปสมัครงานมินดาก็ขู่มะปรางเสียก่อน เธอทำได้แค่พยักหน้าหงึกๆ ให้เพื่อน
เื่ที่ตัวเองทำงานตรวจบัญชีให้แก๊งมาเฟียDonovan ยังคงเป็ความลับ ไม่ได้บอกป้าแพงพวยกลัวว่าหญิงวัยกลางคนจะเป็ห่วงมะปรางมากกว่าเดิม
จึงปกปิดเอาไว้แล้วบอกไปว่ารับตรวจบัญชีจากบริษัทอื่นแทน มีรายได้เสริมในระหว่างเรียนเพื่อไม่ให้ญาติผู้ใหญ่กังวลรายจ่ายในส่วนของเธอ
“ถ้างั้นฉันไปสมัครด้วย”
แพรไหมสนใจขึ้นมาในเมื่อเพื่อนสองคนตัดสินใจทำงานที่นั่น เธอก็อยากลองไปดูสถานที่อยู่ของแก๊งมาเฟียสักครั้งอาจมีเื่สนุกให้ทำมากมายก็ได้
“แกจะไปทำไมไม่ได้เดือดร้อนเื่ซะหน่อย”
มินดาท้วงขึ้น
“แล้วแกเดือดร้อนเื่เงินรึไงถึงเข้าไปทำเื่เสี่ยงๆแบบนั้น”
แพรไหมมองหน้าเพื่อน
“ก็ไม่ได้เดือดร้อนแค่อยากหาประสบการณ์ชีวิต จะให้ยัยนี่นำอยู่คนเดียวได้ไง ฉันต้องทำงานด้วย เพื่อจะได้ไม่น้อยหน้าเธอไง”
มินดาหันมาทางมะปราง
“พวกแกจะเข้าไปทำงานอะไร”
มะปรางถามเพราะอยากรู้
“ก็สมัครเป็ลูกน้องกระจ๊อกไงอันดับแรกต้องไปป่วนเขตของศัตรูไหม”
มะปรางกะพริบตาปริบๆมองแพรไหม ทีแรกนึกว่าสองสาวจะเข้าไปสมัครงานที่แผนกพนักงานรับคนงานเพื่อเข้าแก๊งมาเฟียเสียอีกแต่คิดไม่ถึงว่าแพรไหมอยากบู๊ซะงั้น สำหรับผู้หญิงมันเสี่ยงเกินไปต่อให้ยัยเพื่อนจะมีวิชาป้องกันตัวก็เถอะ แต่แพรไหมสามารถสู้แรงผู้ชายได้แน่นะ
“ความคิดดีฉันก็ว่าจะสมัครเป็ลูกน้องคอยป่วนศัตรูของแก๊งมาเฟียเหมือนกัน คราวนี้มาดวลฝีมือกันหน่อยว่าใครจะเจ๋งกว่ากัน”
พวกเธอมันพวกเืร้อนพอๆกัน มะปรางไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมตอนเข้ามหาวิทยาลัยมินดาจึงพาแพรไหมมาแนะนำให้เธอรู้จักกระทั่งกลายเป็เพื่อนสนิท สองคนนี้มีความเหมือนกันอยู่ตรงที่ชอบบ้าพลังนั่นเอง
“ไม่แน่ถ้าทำผลงานได้ดีอาจได้เลื่อนขั้นถึงตอนนั้น พวกเราก็มีอำนาจในแก๊ง อยากได้อะไรก็ได้ งานนี้ไม่เลวเลย”
พวกเธอกำลังคิดอะไรอยู่มันง่ายขนาดนั้นเลยรึไงอาชีพนี้อันตรายเกินกว่าที่ผู้หญิงอย่างแพรไหมและมินดาจะเข้าไปเสี่ยงถ้าบ้าพลังขนาดนั้นทำไมไม่เรียนเป็ตำรวจหรือก็ทหารหญิงแทน
มะปรางไม่เข้าใจความคิดเพี้ยนๆของสองสาว