สวี่ตงดูเด็กเกินไป การเอ่ยปากพูดว่า ‘หนึ่งแสนหยวน’ แม่นมเจิ้งถึงไม่กล้าเชื่อ!
อย่างไรก็ตามสวี่ตงมากับโหมวซือฉิง แม่นมเจิ้งเคยได้ยินเรื่องฐานะของโหมวซือฉิงมาบ้างคนที่สามารถคบหากับโหมวซือฉิงได้ต่อให้ยังเด็กก็คงมีเงินพอตัวแต่เงินของพวกคนรวยคงไม่ได้หาได้ง่ายนักหากเขาเอาเงินมาโปรยเล่นไปทั่วจนสร้างความรำคาญให้คนในครอบครัวเข้าเกรงว่าคงทำให้เธอ ‘ลำบาก’ แน่!
นอกจากนี้แม่นมเจิ้งไม่ใช่คน ‘โลภ’ ทุกคนต่างต้องหาเงินเลี้ยงครอบครัวทุกคนต่างต้องดำเนินชีวิตต่อไปแต่คนที่ไม่มีความโลภย่อมไม่เอาแต่คิดฝันว่าอยากรวยข้ามคืนหรือรวยด้วยลาภลอย
บางครั้งโชคลาภก็อาจหมายถึง‘หายนะ’ กี่คนแล้วที่ต้องบ้านแตกสาแหรกขาดเพราะคำว่าลาภลอย
แน่นอนว่าสวี่ตงกำลังพูดความจริงแต่ไม่ทันคิดว่าแค่พูดประโยคเดียวก็ทำให้แม่นมเจิ้งขวัญเสียไปแล้ว!
แต่โหมวซือฉิงที่ฟังอยู่กลับนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะถามอย่างดีใจ “สวี่ตง นายพูดจริงเหรอ”
สวี่ตงเห็นความเคลือบแคลงในสายตาแม่นมเจิ้งจึงรู้สึกตัวว่าตนพูดออกไปอย่างกะทันหันแม่นมเจิ้งยังไม่สามารถรับความจริงไหว เพราะเกินขอบเขตความเข้าใจของเธอไปแล้ว
“ผมต้องพูดจริงอยู่แล้ว!” สวี่ตงยิ้มขื่นให้โหมวซือฉิงพลางแบมือ “เรื่องอื่นผมอาจจะไม่กล้าพูดจาใหญ่โตแบบนี้แต่เรื่องวัตถุโบราณสมบัติหายากอะไรพวกนี้ ผมว่าผมก็ยังตาดีอยู่บ้างแหละน่า!”
โหมวซือฉิงร้อง‘อา’ กระจ่างแจ้งทันใด จริงด้วย เจ้าเด็กนี่เป็นยอดฝีมือด้านการ ‘ประเมิน’ นี่นาคดีที่ตนคลี่คลายได้ก็เพราะเจ้าเด็กนี่หาวัตถุโบราณที่หวงฟาซ่อนไว้เจอจนพบเบาะแสคลี่คลายคดีไม่ใช่เหรอ
“แม่นมเจิ้ง”โหมวซือฉิงได้สติก่อนจะรีบพูดกับแม่นมเจิ้งด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า “คุณสบายใจได้ เจ้าเด็กนี่ไม่ใช่คนพูดจาไร้สาระเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินของโบราณ ในเมื่อเขาบอกว่าถ้วยเกลือเป็นของโบราณมันก็ต้องเป็นของโบราณร้อยเปอร์เซ็นต์ ในเมื่อมันเป็นของโบราณ หนูว่าราคาไม่น่าใช่หนึ่งแสนหรอกเอาสองแสนไปเลย แม่นมเจิ้ง ตกลงขายเถอะค่ะ!”
สวี่ตงยิ้มแหยอีกครั้งโหมวซือฉิงช่างใจกว้างเสียจริง ไม่ใช่เงินของเธอ เธอย่อมไม่ปวดใจ อีกอย่าง คนในตระกูลร่ำรวยอย่างเธอคงไม่รู้จักแนวคิด‘เงินทองหายาก’ด้วย แต่แม่นมเจิ้งเป็นคนดีและจริงใจ ตัวเขาจึงอยากช่วยเหลือในเมื่อโหมวซือฉิงพูดแล้ว เขาก็จำต้องรับปาก!
แล้วโหมวซือฉิงก็รู้ด้วยว่าเขาเพิ่งได้ลาภลอยมาสิบล้านมิเช่นนั้น เธอคงไม่ใจกว้างออกปากช่วยคนอื่นขนาดนี้!
“เอาเถอะสองแสนก็ได้ครับ!” สวี่ตงพูดกับแม่นมเจิ้งที่กำลังสับสนอีกรอบ“แม่นมเจิ้งครับ เอาตามที่ผมว่าเถอะครับ ถ้าคุณอยากได้วิธีที่ปลอดภัยก็ขายให้ผมสองแสนหยวนต่อจากนั้น จะกำไรหรือขาดทุนก็ให้เป็นเรื่องของผมถ้าคุณอยากได้เงินมากกว่านี้แต่กลัวขาดทุนก็รอผมหาคนรับซื้อมาช่วยดูก่อนว่ามันขายได้เท่าไรกันแน่และเงินจำนวนนี้ผมไม่คิดค่านายหน้าครับ!”
แม่นมเจิ้งมองสวี่ตงที่กำลังพูดอย่างจริงจังดูไม่เหมือนกำลังล้อเล่นเลยสักนิด อีกอย่าง ปกติก็ไม่มีใครเคยล้อเล่นกับเธอโหมวซือฉิงยังพูดแบบเดียวกันด้วย เธอรู้จักนิสัยของโหมวซือฉิงดีตอนโหมวซือฉิงเรียนอยู่ที่นี่มีชื่อเสียงเรื่อง ‘ความสวย’ กับ ‘ความจริงจัง’ ขนาดเธอยังพูดแบบนี้ หรือว่าถ้วยเกลือใบนี้จะเป็นของโบราณจริงๆ
สวี่ตงเห็นแม่นมเจิ้งเริ่มทำหน้าเคร่งขรึมและกำลังครุ่นคิดอย่างจริงจังก็รีบเติมเชื้อไฟเข้าไปอีก“แม่นมเจิ้งครับถ้วยเกลือใบนี้เป็นเครื่องลายครามโบราณ มูลค่าเท่าไรผมยังไม่มั่นใจจริงๆแต่ผมรับรองว่ามันต้องเป็นของมีค่าแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์!”
แม่นมเจิ้งจ้องหน้าสวี่ตงสายตาของเด็กคนนี้แตกต่างจากคนอื่น ล้ำลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้งแต่แววตากลับใสแจ๋วทั้งยัง ‘บริสุทธิ์’ มากจนทำให้เธอเชื่อได้!
ใบหน้างามแฉล้มของโหมวซือฉิงที่นั่งข้างๆกำลังแสดงสีหน้า ‘ยุยง’ ราวกับกลัวเธอจะไม่ขาย ทำให้แม่นมเจิ้ง ‘เข้าใจ’ ขึ้นมาทันที เกรงว่าพวกเขาคงอยากให้เงินสองแสนกับตัวเองของโบราณอะไรนั่นคือ ‘คำแก้ต่าง’ สินะเธอเปิดร้านขายเกี๊ยวที่โรงเรียนมัธยมหมายเลขสิบสองมาสิบปีถ้วยเกลือใบนี้ก็วางอยู่ในร้านมาเป็นสิบปี อยู่ดีๆจะมีใครมาบอกว่าถ้วยเกลือของเธอเป็นสมบัติโบราณอะไรนั่น
อีกอย่างหากมันเป็นสมบัติจริงคนทั่วไปมองออกก็คงไม่บอกเธอตรงๆ หรอกคงหาข้ออ้างอะไรก็ได้เพื่อหยิบมันไป เกรงว่าไม่ให้เงินสักหยวนก็ยังไม่เป็นอะไรเลยทำไมเด็กคนนี้ถึงเป็นฝ่ายพูดก่อนแล้วยังพูดชัดเจนขนาดนี้เหมือนกลัวเธอจะไม่รู้ว่าถ้วยเกลือใบนี้เป็นของโบราณอย่างไรอย่างนั้น
แม่นมเจิ้งเงียบไปสักพักเห็นสีหน้า ‘คาดหวัง’ ของสวี่ตงแล้วจู่ๆ ก็หัวเราะออกมา “เด็กน้อยพอเถอะจ้ะ อย่าเกลี้ยกล่อมฉันเลย ถ้าอยากได้ถ้วยเกลือใบนี้จริงๆ ก็เอาไปเถอะฉันไม่คิดเงิน!”
สวี่ตงกับโหมวซือฉิงหน้าเหวอสวี่ตงรีบพูดอย่างแปลกใจ “แม่นมเจิ้งครับ ผมพูดความจริงนะครับ ถ้วยเกลือใบนี้เป็นของมีค่าคุณไม่เชื่อเหรอ”
“เชื่อสิ!” แม่นมเจิ้งพูดอย่างทอดถอนใจ“ซือฉิงฉันเชื่อว่าพวกเธออยากช่วยเหลือคนแก่ที่กำลังจะกลับบ้านนอกอย่างฉันความหวังดีของพวกเธอฉันรับรู้แล้วแต่จะให้เอาถ้วยเกลือแลกกับเงินสองแสนฉันทำไม่ได้หรอก อีกอย่าง มือเท้าของฉันก็ยังใช้การได้กลับไปทำนาทำไร่ก็ไม่อดตายหรอก!”
โหมวซือฉิงอ้าปากแต่พูดไม่ออกหันไปมองสวี่ตงแล้วถอนหายใจ ไม่รู้จะพูดอะไรดี
สวี่ตงขบคิดจนเงียบไปพักหนึ่งแล้วพูดกับแม่นมเจิ้งอีกครั้ง “แม่นมเจิ้งครับ เอาอย่างนี้ ต่อให้คุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อผมก็ขอนำถ้วยเกลือใบนี้กลับไปด้วยช่วยจดเลขบัตรธนาคารของคุณให้ผมหน่อย เดี๋ยวผมจะโอนเงินให้คุณหนึ่งพันหยวนตกลงไหมครับ”
ได้ยินสวี่ตงพูดแบบนี้แม่นมเจิ้งก็ยิ่งเชื่อว่าสวี่ตงกับโหมวซือฉิงแค่อยากให้เงินเธอจริงๆ เห็นสวี่ตง ‘อ่อนข้อ’ ลงแล้วบอกจะให้แค่หนึ่งพันหยวนเธอจึงรีบพูดด้วยรอยยิ้ม“เจ้าเด็กคนนี้ พูดจาอะไรหนึ่งแสนสองแสนเกือบทำแม่นมเจิ้งของพวกเธอตกใจตายแล้ว ช่างเถอะ เธอเอาถ้วยเกลือไปเงินหนึ่งพันนั่นไม่ต้องหรอก…”
“เอาเถอะ คุณไม่อยากได้เงิน งั้นผมก็ไม่เอาแล้ว!”สวี่ตงปล่อยมือ ชำเลืองมองถ้วยเกลือใบนั้นอย่างเสียดายอยู่หลายครั้งแม่นมเจิ้งเองก็เริ่มแปลกใจ สายตาคู่นั้น สีหน้าแบบนั้นหรือสวี่ตงจชอบถ้วยเกลือใบนี้จริงๆ
“เด็กน้อย…” แม่นมเจิ้งคิดอยู่สักพัก ก่อนจะพูดว่า “เอาอย่างนี้แล้วกันถ้าเธออยากได้ถ้วยเกลือใบนี้ก็อย่าพูดว่าจะให้หนึ่งพันเลย หนึ่งร้อยหยวนก็พอ ฉันขายให้เธอหนึ่งร้อยหยวนแบบนี้โอเคแล้วใช่ไหม”
สวี่ตงลังเลแต่สุดท้ายก็พยักหน้า“ก็ได้ครับแต่ผมไม่มีเงินสดติดตัวเลย แม่นมเจิ้งช่วยจดเลขบัตรธนาคารของคุณให้ผมหน่อยนะครับเดี๋ยวผมโอนให้”
แม่นมเจิ้งโบกมือเอาตามที่สวี่ตงว่าแล้วกัน เธอเดินไปหยิบบัตรธนาคารจากในตู้ให้สวี่ตงจดเลขเดาว่าหากไม่ทำตามคงจัดการเขาไม่ได้
ไม่ว่าอย่างไรแม่นมเจิ้งก็ไม่เชื่อว่าทั้งสวี่ตงและโหมวซือฉิงจะไม่มีเงินสดติดตัวกันแม้แต่ร้อยเดียวคงคิดจะโอนให้เธอหนึ่งพันหยวนละมั้ง นั่นก็แล้วแต่เขาเถอะวันนี้ได้เจอโหมวซือฉิงก็น่ายินดีแล้ว อย่าคิดเยอะเลย!
สวี่ตงหยิบปากกาลูกลื่นจากบนเคาน์เตอร์มาจดเลขบัตรธนาคารหลังจากกินเกี๊ยวเสร็จก็ออกไปกับโหมวซือฉิงโหมวซือฉิงจงใจไม่ควักเงินตัวเองออกจากกระเป๋าเมื่อกี้สวี่ตงบอกว่าจะโอนเงินหนึ่งร้อยหยวนให้ หากเธอควักเงินออกมาแผนก็เจ๊งหมดสิ
เดาว่าสวี่ตงมีวิธีแต่เธอไม่กล้าถามต่อหน้าแม่นมเจิ้ง!
ตอนออกจากร้านแม่นมเจิ้งถ่ายเกลือในถ้วยไปใส่ใบอื่นแล้วใช้ถุงพลาสติกสองใบห่อถ้วยเกลือชั่งน้ำหนักดูแล้วรู้สึกว่าไม่น่ามีปัญหาอะไรถึงยื่นให้สวี่ตง
สวี่ตงกับโหมวซือฉิงกล่าวขอบคุณแล้วออกมาจากร้านเกี๊ยวของแม่นมเจิ้งเดินจนออกมาพ้นซอย เมื่อหันหลังไปไม่เห็นร้านของแม่นมเจิ้งแล้วโหมวซือฉิงจึงคว้าชายเสื้อของสวี่ตงแล้วถามเบาๆ “สวี่ตง บอกฉันมาถ้วยเกลือนี่เป็นของโบราณจริงหรือเปล่า”
สวี่ตงบิดกายหนี“อย่าดึงเสื้อผมสิถ้วยเกลือใช่ของโบราณจริงหรือเปล่าเดี๋ยวค่อยว่ากัน ตอนนี้เราต้องไปธนาคารก่อน!”
โหมวซือฉิงถามอย่างสงสัย“ไปธนาคารทำไม”
“ก็โอนเงินไงครับไม่งั้นจะไปทำไมเล่า”
“จะโอนเงินจริงๆเหรอ” โหมวซือฉิงจ้องหน้าสวี่ตง “นายคิดจะโอนไปเท่าไร”
สวี่ตงแบมือ“คุณ ‘สั่ง’ เองไม่ใช่เหรอครับ ก็สองแสนไง!”
“จริงเหรอ”โหมวซือฉิงหลุดถามด้วยความตลก เธอคิดว่าสวี่ตงทำเหมือนล้อเล่นถึงแม้ท่าทางเขาจะจริงจังก็เถอะ
สวี่ตงชี้นิ้วไปข้างหน้า“ตรงนั้นมีธนาคาร!”
โหมวซือฉิงเดินยิ้มอย่างอารมณ์ดีเจ้าเด็กนี่พูดจริงเหรอเธอไม่รู้หรอกว่าถ้วยเกลือในมือเขาเป็นของมีค่าจริงหรือเปล่าแต่หากถ้วยเกลือไม่มีค่า เขาก็ต้องยอมจ่ายสองแสนตามที่เธอพูดไว้เล่นๆถึงจะเป็นแค่คำพูดล้อเล่น แต่ก็ยังทำให้เธอ ‘ประทับใจ’ มาก!
เลี้ยวออกจากซอยมาก็เป็นถนนใหญ่ห้องแรกทางขวามือคือธนาคารเพื่อการก่อสร้าง ธนาคารปิดทำการไปนานแล้วแต่จุดบริการตัวเองยี่สิบสี่ชั่วโมงด้านข้างยังเปิดอยู่ ข้างในมีเครื่องฝากถอนอัตโนมัติอยู่สามเครื่องไฟเปิดสว่างโร่จนเห็นว่าข้างในมีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังถอนเงินอยู่
ตอนที่สวี่ตงกับโหมวซือฉิงเดินเข้าไปผู้หญิงคนนั้นได้ยินเสียงฝีเท้าก็รีบหันมามองอย่างระแวดระวังพอเห็นโหมวซือฉิงเดินหัวเราะคิกคักเข้ามากับสวี่ตง ท่าทางของเธอจึงผ่อนคลายลง
ใบหน้าสวยหยาดเยิ้มของโหมวซือฉิงเป็นตัว‘ยืนยัน’ ที่ดีที่สุด ไม่ว่าเธอจะมาทำอะไรก็คงไม่ใช่การ ‘ปล้น’
สวี่ตงเสียบบัตรธนาคารของตัวเองเข้าไปแล้วก็ไม่กังวลด้วยว่าโหมวซือฉิงที่ยืนอยู่ข้างๆจะแอบดูรหัส เขากดตัวเลขหกตัวอย่างเปิดเผยและตรวจสอบยอดเงินในบัญชีบนหน้าจอแสดงว่ายอดเงินคงเหลือคือ ‘สิบล้านหนึ่งพันสี่ร้อยเจ็ดสิบเก้าหยวนแปดสิบเก้าเหมา’
แม้จะรู้อยู่แล้วว่ามีเงินอยู่ในบัญชีสิบล้านแต่พอเห็นตัวเลขชัดๆ บนเครื่องฝากถอน สวี่ตงก็ยัง ‘ตื่นเต้น’ อยู่ดีแอบนับอยู่หลายรอบกระทั่งมั่นใจว่าไม่มีอะไรผิดพลาดถึงทำเรื่องโอนเงิน
หลังจากสวี่ตงพิมพ์เลขบัญชีโหมวซือฉิงก็เห็นชื่อเจ้าของบัญชีที่แสดงบนหน้าจอว่า ‘*ตงเหมย’ ก็รู้ว่าเป็นบัญชีของแม่นมเจิ้งชื่อของเธอคือเจิ้งตงเหมย
สวี่ตงกรอกเลข‘สองแสน’ อย่างไม่ลังเล รอไม่กี่วินาทีก็ขึ้นข้อความ ‘โอนเงินสำเร็จ’
ออกมาจากธนาคารโหมวซือฉิงก็หัวเราะคิกคักพลางถามสวี่ตง“แล้วตอนนี้จะไปไหนกลับบ้านหรือไปสำนักงานกับฉัน”
สวี่ตงชูถุงพลาสติกในมือแล้วบอกว่า“ไปหาผู้เฒ่าหลงเจ้านี่ยังต้องมีคนรับซื้อ!”
โหมวซือฉิงประหลาดใจขึ้นมาทันที“ถ้วยเกลือใบนี้เป็นของโบราณจริงๆเหรอ”