ตอนที่ 186 แม่กำลังจะตื่น
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
โดยปกติแล้วตัวตนในระดับสูงมักจะจบการต่อสู้ระหว่างกันอย่างรวดเร็ว นั่นเป็นเพราะร่างกายของพวกเขาไม่เหมือนกับมอนสเตอร์
เหล่าเวเนเตอร์คือผู้ที่ยืมพลังจากสปีริตมาใช้ พลังส่วนใหญ่จึงเน้นไปที่การโจมตี หรือเน้นทางด้านการป้องกันทางกายภาพอย่างใดอย่างหนึ่ง
พวกเขาก็คือผู้ใฝ่หาพลังนั่นเอง
ร่างกายมนุษย์ไม่เหมือนร่างกายของมอนสเตอร์ที่จะทนทานต่อพลังรบอันมหาศาลได้นาน
ด้วยพลังที่รุนแรงหากพลาดท่าไปเพียงครั้งสองครั้งก็นับว่าเป็นการตัดสินการต่อสู้ได้แล้ว
เพราะเหตุนี้หลังจากพวกเขาประลองกันไปเพียงไม่กี่กระบวนท่า การต่อสู้ก็จบลง
อีกอย่างเด็กหนุ่มนั้นมีพลังรบที่ไม่ธรรมดา หากมุ่งเอาชีวิตเกรงว่าพวกเขาแทบจะไม่สามารถรับได้แม้แต่กระบวนท่าเดียวด้วยซ้ำ
“พวกเราแพ้แล้วจริงๆ” ผู้การภาวินเอ่ยอย่างจนใจ
ผู้อาวุโสทั้งห้ายอมรับการพ่ายแพ้นี้อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง แม้พวกเขาจะร่วมมือกันก็ไม่สามารถรับมือเด็กหนุ่มได้ อีกทั้งเด็กหนุ่มยังออมมือพยายามไม่ทำร้ายพวกเขา
หากยังดึงดันต่อไปก็หน้าด้านเกินทนไปแล้ว
“ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้พวกคุณบางคนต้องบาดเจ็บ” เฟิร์สวาดมือออกไปครั้งหนึ่งม่านพลังที่กางไว้ก็หายไป
พวกเขาในตอนนี้จึงยืนอยู่กลางอากาศที่ว่างเปล่า
แม้พวกเขาจะแสดงพลังระดับแรงค์ SSS ออกมา แต่โชคดีที่ไม่ได้ขยายขอบเขตจนกระทบกับม่านพลัง ไม่เช่นนั้นแล้วม่านพลังนี้คงเอาไม่อยู่แน่
จะว่าไปแล้วเฟิร์สเองก็รู้สึกทึ่งกับการร่วมมือของพวกเขาเหมือนกัน สามารถแสดงพลังแรงค์ SSS ออกมาได้ แต่โชคร้ายที่พวกเขามาเจอกับตนเองที่เป็นตัวตนที่อยู่เหนือแรงค์ SSS ทั่วไป
หลังจากวิวัฒน์ทั้งร่างกายและวิญญาณแล้ว อีกทั้งยังฝึกฝนวิถีกระบี่ที่สามได้สำเร็จ แรงค์ SSS ทั่วไปก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาแล้ว
เพราะเหตุนี้เองเฟิร์สจึงมั่นใจในฝีมือของตน
“พวกเราเองต่างหากที่ทำให้เธอต้องลำบาก” รองผู้การหญิงเอ่ย
“ตกลงเรื่องของพวกเราบรรลุข้อตกลงแล้วใช่ไหมครับ?” เฟิร์สเอ่ยตรงประเด็นในทันที
ผู้การภาวินลอยออกมาข้างหน้า แม้เขาจะถูกเฟิร์สโจมตีเข้าอย่างจัง แต่โชคดีที่เด็กหนุ่มยั้งมือไว้ เขาจึงไม่ได้เป็นอะไรมากนัก
“ใช่แล้ว พวกเราจะทำตามข้อเสนอของคุณ ภายในอาทิตย์นี้ยาปลุกนิทราจะถูกส่งมา พวกเราจะแจ้งให้คุณทราบวันที่จะทำการปลุกแม่ของคุณขึ้นมา คุณยินดีรับข้อตกลงนี้ใช่หรือไม่?” ผู้การภาวินกล่าวแล้วยื่นมือของเขาออกไปเพื่อทำข้อตกลง
เฟิร์สยิ้มและก้าวออกมาข้างหน้าแล้วยื่นมือออกไปจับ
“ครับ ยินดีที่พวกเราได้ร่วมงานกัน”
“พวกเราก็ยินดีเช่นกัน”
ผู้การภาวินอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ที่ประเทศไทยในตอนนี้มีแรงค์ SSS เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคนแล้ว มิหนำซ้ำนิวโฮปประเทศไทยยังได้ทำข้อตกลงกับตัวตนระดับนี้ด้วยข้อเสนอการร้องขอให้ช่วยงานอีกถึงห้าครั้ง
หากเป็นแรงค์ SSS ธรรมดาก็แล้วไปเถอะ แต่ขั้นพลังรบของเด็กหนุ่มกลับไม่ธรรมดาทั่วไป การขอความช่วยเหลือห้าครั้งเพื่อแลกกับยาปลุกนิทราหนึ่งเม็ดก็นับว่าคุ้มมากแล้ว
รองผู้การทั้งสี่ก็ยินดีกับการร่วมมือนี้เช่นกัน พวกเขาทะยอยมาจับมือกับเฟิร์สทีละคน
หลังจากนั้นก็พูดคุยกันอีกเล็กน้อยก่อนจะจากไป
ทันทีที่กลุ่มคนทั้งห้าทะยานจากไป เฟิร์สก็ร่อนลงไปที่ระเบียงบ้านของเขา
เวลานั้นเขาก็พบกับพ่อและยอเน๊รออยู่
คุณหมอสมคิดเอ่ยถามในทันที “เฟิร์สเกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรอ?”
“ใช่ครับพี่เฟิร์ส ผมเห็นบนฟ้าจู่ๆ ก็มีเมฆทึบ มีแสงสว่างวูบวาบๆ แต่ไม่มีเสียงดังออกมา พี่ไปทำอะไรข้างบนนั้นหรอ?” ยอเน๊เอ่ยถามอย่างตื่นเต้น เพราะเขารู้ว่าเฟิร์สนั้นแข็งแกร่งสามารถเดินเหินบนท้องฟ้าได้จึงมีความอยากรู้มากขึ้นไปอีก
ในตอนแรกยอเน๊ไม่รู้ว่าเฟิร์สแข็งแกร่งขนาดไหน แม้ที่นี่จะอยู่บนดอยแต่ก็ไม่ได้ไร้ซึ่งเทคโนโลยี หลังจากที่ยอเน๊พบกับเฟิร์สครั้งแรก เขาก็สนใจและศึกษา
มันมีหลายกระทู้ที่พูดว่ามีแต่เวเนเตอร์ดาราน้ำเงินหรือผู้ใช้พลังจิตเท่านั้นที่สามารถบินได้ ตอนนั้นเองเขาก็รู้ว่าเฟิร์สนั้นเป็นตัวตนที่ไม่ธรรมดา
ยิ่งเจาะลึกในการค้นหาก็ได้พบกับข่าวการหายตัวไปเมื่อเจ็ดปีก่อน
ว่าที่แรงค์ SSS ซึ่งตอนนี้อาจเป็นแรงค์ SSS
สิ่งที่ทำให้ยอเน๊อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ ด้วยความใสซื่อเขาจึงกระตือรือร้นที่จะได้รับการสั่งสอนจากเฟิร์ส และพี่ชายคนนี้ก็ไม่ได้ทำให้เขาผิดหวัง เฟิร์สได้ทำการชี้แนะเด็กหนุ่มเป็นอย่างดี มิหนำซ้ำยังมอบทรัพยากรในการบ่มเพาะให้ไม่น้อย
เฟิร์สนั้นไม่เคยมีน้องชาย เขาจึงรักและรู้สึกเอ็นดูในเด็กหนุ่มคนนี้มาก
“ไม่มีอะไรหรอก พี่แค่พูดคุยกับพวกเขานิดหน่อย” เฟิร์สเอ่ยพร้อมกับใช้มือลูบหัวเด็กหนุ่ม
ก่อนที่เขาจะหันไปที่พ่อและเอ่ยต่อ “พ่อครับ พวกเราจะได้เจอกับแม่เร็วๆ นี้ พวกเขารับปากแล้วว่าไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ยาจะถูกส่งเข้ามาและรักษาแม่ให้ตื่นขึ้น”
ดวงตาของคุณหมอสมคิดพลันเบิกกว้างขึ้นพร้อมกับน้ำใสๆ ที่คลอรอบดวงตา
“จะ ... จริงๆ หรือลูก”
“นี่พ่อไม่ได้ฝันไปใช่ไหม?” คุณหมอสมคิดเอ่ยอย่างตื่นเต้น เขาไม่สามารถระงับความรู้สึกได้อีกต่อไป
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขารักผู้หญิงเพียงคนเดียว แม้เขาจะตื่นจากนิทรามาหลายสิบปี เขาก็ไม่คิดจะมีใครอื่น เฝ้ารอแต่ภรรยาของเขาเท่านั้น
ในวันนี้ ...
ลูกชายของเขาได้บอกว่าเธอคนนั้นกำลังจะฟื้นตื่นขึ้นมา นี่จึงทำให้เขาไม่อาจกลั้นน้ำตาได้อีกต่อไป
ผู้เป็นพ่อร้องไห้อย่างสะอึกสะอื้น
ยอเน๊ที่พอจะรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว เมื่อเห็นคุณหมอเป็นแบบนี้เขาก็อดที่จะน้ำตาคลอขึ้นมาไม่ได้
เฟิร์สยิ้มอย่างมีความสุข เขาเดินเข้าไปและใช้สองแขนโอบกอดผู้เป็นพ่อ
แม้เขาจะใช้ชีวิตมาหลายปี แต่ก็ไม่ใช่ผู้ที่ปลอบโยนคนได้เก่ง เขาไม่รู้จะพูดคำใดออกมา จึงใช้ร่างกายปลอบประโลมจิตใจที่อ่อนไหวของผู้เป็นพ่อเท่านั้น
“ครับ พวกเขารับปากแล้ว อีกไม่นานแม่จะได้มาอยู่กับพวกเราแล้ว” เฟิร์สเอ่ย
ยอเน๊ค่อยๆ ถอยจากไป เขาต้องการให้สองพ่อลูกใช้เวลาอยู่ด้วยกัน
คุณหมอสมคิดเมื่อตั้งสติได้ก็เริ่มสอบถามรายละเอียดจากลูกชายในทันที
หลังจากที่เขาได้ยินว่าลูกชายของเขาเป็นเวเนเตอร์แรงค์ SSS แม้จะเคยคิดมาบ้างแล้ว แต่เมื่อได้รับการยืนยันอีกครั้งหนึ่งมันก็ทำให้เขาอดที่จะรู้สึกตื่นเต้นและยินดีกับลูกชายของเขาไม่ได้
แรงค์ SSS ในประเทศนี้มีไม่กี่ตัวตนเท่านั้น แต่ลูกชายของเขากลับเป็นหนึ่งในนั้น แล้วแบบนี้จะไม่ทำให้เขาดีใจได้อย่างไร
เขาภูมิใจในลูกชายคนนี้มาก
แต่เมื่อได้ยินว่าลูกชายของเขาจะต้องไปลงเทรดอบิสระดับสีน้ำเงินที่น่าหวาดหวั่น เขาก็อดที่จะรู้สึกเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี
“ไม่ต้องห่วงครับพ่อ ครั้งนี้ผมจะไม่พลาดเหมือนอย่างตอนนั้นแล้ว” เฟิร์สเอ่ยเพื่อให้พ่อของเขาไม่ต้องเป็นกังวล
ความจริงแล้วเฟิร์สนั้นรู้ดีอยู่แล้วว่าการที่อบิสจะแตกได้ จ้าวมิติอบิสจะต้องจ่ายพลังสปีริตไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งแน่นอนว่ามันมากกว่าการเปิดประตูอบิสครั้งหนึ่งด้วยซ้ำ ซึ่งค่าใช้จ่ายขนาดนี้ไม่ใช่ว่าเดม่อนทุกตนจะมีได้
ยิ่งอบิสมีระดับสูงเท่าไหร่ พวกมันก็มีโอกาสที่จะได้รับวิญญาณที่ถูกบำรุงโดยพลังสปีริตมากขึ้นเท่านั้น วิญญาณเวเนเตอร์ระดับสูงจึงเป็นสิ่งที่เดม่อนต้องการ เพราะเป็นประโยชน์ต่อการบ่มเพาะของพวกมันเป็นอย่างมาก
อีกอย่างบนโลกนี้ก็ทำลายประตูอบิสไปถึงสามแห่งแล้ว หากพูดกันถึงเรื่องเก็บเกี่ยวทรัพยากร เดม่อนตนนั้นจะต้องประเมินว่ามันคุ้มค่าต่อการทำลายประตูหรือไม่
อบิสเหล่านี้ยังรุกรานอีกหลายดวงดาว มันไม่ใช่ที่นี่เพียงแห่งเดียว เพราะฉะนั้นโอกาสที่อบิสระดับสีน้ำเงินจะแตกก็นับว่าต่ำมาก นอกเสียจากโลกนี้จะโชคร้ายจริงๆ
ประตูอบิสสามารถเชื่อมต่อโลกได้เพียงแห่งเดียวเท่านั้น เมื่อพวกเขาเห็นว่าไม่คุ้มค่าหรือพลังของประตูหมดลง ประตูอบิสเหล่านี้ก็จะหายไปเอง
การลงเทรดอบิสในครั้งนี้จึงเป็นแค่การแสดงละครฉากหนึ่งเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นหลายๆ องค์กรก็คาดหวังว่าจะสามารถเก็บเกี่ยวบางอย่างจากอบิสแห่งนั้นได้
ทั้งเฟิร์สและพ่อต่างรอคอยวันที่นิวโฮปติดต่อมา
ทว่าหลังจากผ่านไปแค่สามวันเท่านั้น สิ่งที่พวกเขารอก็มาถึง
“สวัสดีค่ะคุณเฟิร์สวัน ทางนิวโฮปจะดำเนินการปลุกคุณนพนภา ชนะกุล ในวันพรุ่งนี้ คุณและครอบครัวสามารถเดินทางมาที่นี่ในวันนี้ได้”
ข้อความจากนิวโฮปถูกส่งเข้ามาในกำไลข้อมือของเขา