บทที่ 38 บ้าไปแล้ว!
ลู่เฉิงเหวินคุยโทรศัพท์เสร็จถึงรู้ว่าตอนที่ตนเองถูกจับขังอยู่ในคุก สวีเสวี่ยเจียวช่วยรักษาแม่ของเจี่ยงซือหานจนอาการบรรเทาลงไปแล้ว
เมื่อเจี่ยงซือหานได้ยินว่าชายหนุ่มอยู่ในสถานีตำรวจ เธอก็เตรียมจะพาทนายไปประกันตัว แต่กลับโดนสวีเสวี่ยเจียวรั้งเอาไว้
ตอนนี้แม่ของเจี่ยงซือหานพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่เสียดาย ...เขาโดนยัยผีร้ายสวีเสวี่ยเจียวหลอกฟันเงินหมื่นกว่าล้าน
เมื่อตามหาตัวสวีเสวี่ยเจียวเจอ ลู่เฉิงเหวินก็ไม่พอใจมาก
ไม่ว่าใครก็ตาม ต่อให้รวยที่สุดในโลก แต่ถ้าโดนคนหลอกเอาเงินไปหมื่นกว่าล้าน ก็คงไม่มีใครรู้สึกดีเป็นแน่
เขาไม่ใช่คนที่รวยที่สุดในโลก เงินหมื่นล้านนั้นสามารถดับตระกูลลู่ลงได้เลย
ทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลลู่มีไม่เกินสองหมื่นล้าน สำหรับคนทั่วไปแล้ว เงินหมื่นกว่าล้านถือเป็นตัวเลขมหาศาล และสำหรับตระกูลลู่เอง มันก็ถือเป็นเงินจำนวนมากเช่นกัน
แต่ก็ยังดีที่ไม่ใช่เงินสด ถ้าเสียเงินสดไปหมื่นกว่าล้าน เงินทุนของตระกูลลู่คงเกิดปัญหาแน่
หากแค่เสียหุ้นโรงงานยาแห่งหนึ่งไป เรื่องเพียงเท่านั้นก็ยังพอรับได้
ตอนนี้ลู่เฉิงเหวินนั่งอยู่ในร้านกาแฟกับสวีเสวี่ยเจียวและแอบประหลาดใจ
อีกฝ่ายแต่งตัวไม่เหมือนผู้กุมอำนาจคนใหม่เลยสักนิด
สำหรับเหลิ่งชิงชิว ตอนกลางวันเธอต้องแต่งตัวเป็นเวิร์กกิ้งวูแมนมืออาชีพ ส่วนกลางคืนก็จะสวมชุดราตรีสำหรับออกงานสังสรรค์ยามค่ำ ชุดนั้นต้องหรูหรา ดูดี และสง่างาม
ส่วนเฉินเมิ่งอวิ๋นออกแนวย้อนยุค หญิงสาวมักจะใส่กี่เพ้าหรือชุดจีนโบราณ และแน่นอนที่สุด เวลาส่วนใหญ่ก็เหมือนกับเหลิ่งชิงชิว เธอชอบแต่งตัวด้วยชุดทำงานหรือชุดแฟชั่นระดับสูง
มีแต่สวีเสวี่ยเจียวเท่านั้นที่แตกต่างออกไป
น้อยครั้งนักที่เธอจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจ เธอชอบท่องเที่ยว ถ่ายรูปในสถานที่ต่าง ๆ และเสื้อผ้าที่ใส่ก็เป็นเสื้อผ้าแบบสบาย ๆ อีกทั้งยังไม่เรื่องมาก
เมื่อวานอีกฝ่ายใส่ชุดเครื่องแบบนักเรียนไปบ้านตระกูลเฉิน ส่วนวันนี้ใส่ชุดกระโปรงสีชมพู
มัดผมทรงโพนี่เทลสองข้าง ปากก็ยังดูดอมยิ้ม
ชุดกระโปรงแสนสวยสีชมพูดแลดูมีชีวิตชีวา อีกทั้งยังแสดงออกถึงความใสซื่อ
ขาเรียวยาวสวมถุงเท้าสั้นคู่กับรองเท้าสีน้ำตาล ทำให้ดูน่ารักยิ่งขึ้นไปอีก
ตอนนี้เธอกำลังมองลู่เฉิงเหวินด้วยความสะใจ
“เซ็นชื่อซะสิพ่อคนมีเงิน”
ลู่เฉิงเหวินรับสัญญามาตรวจอ่านตั้งแต่ต้นจนจบ จากนั้นก็หัวเราะฝืด ๆ “ต่อไปถ้ามีผู้สื่อข่าวมาสัมภาษณ์ ถามเธอว่าธุรกิจไหนที่ทำสำเร็จอย่างงดงามที่สุด เธออย่าลืมธุรกิจในครั้งนี้เป็นอันขาด”
“อือฮึ”
เมื่อเห็นลู่เฉิงเหวินอ่านเนื้อหาสัญญาอย่างละเอียดแล้ว สวีเสวี่ยเจียวก็อยากจะระเบิดหัวเราะออกมา
ฮึ! ฉันอยากจะดูนักว่านายจะพูดยังไงให้ฉันเปลี่ยนใจ
ชายหนุ่มอ่านสัญญาเสร็จก็พยักหน้า “ไม่มีปัญหา”
สวีเสวี่ยเจียวตกใจ “ไม่มีปัญหา!?”
“ใช่”
ลู่เฉิงเหวินหยิบปากกาออกมา เพียงแค่ครู่เดียวก็เซ็นชื่อเสร็จเรียบร้อย
จากนั้นก็ยื่นสัญญาให้อีกฝ่าย
สวีเสวี่ยเจียวจ้องอีกฝ่ายอยู่ตลอดทุกอากัปกิริยา เธอไม่ต้องเปิดดูก็รู้ว่าเขาเซ็นชื่อลงบนสัญญาแล้วจริง ๆ ทั้งยังพิมพ์ลายนิ้วมือติดลงไปด้วย
หญิงสาวไม่ได้รับสัญญากลับมาในทันที เธอในเวลานี้เอาแต่จ้องลู่เฉิงเหวินด้วยอาการตะลึง ในใจมีแต่ความสับสน!
เขาเล่นอะไรอยู่!?
ผู้ชายคนนี้กำลังเล่นอะไรอยู่!?
ฉันแค่พูดล้อเล่นประโยคเดียว เขาถึงกับเซ็นโอนกรรมสิทธิ์หุ้นหนึ่งหมื่นเจ็ดพันล้านมาให้จริง ๆ งั้นเหรอ!?
เขารู้ตัวรึเปล่าว่าตัวเองกำลังทำอะไร?
ในโลกนี้ ต่อให้คนที่รวยที่สุดในโลกก็ยังไม่กล้าทำเรื่องงี่เง่าแบบนี้!
ผู้ชายคนนี้บ้า โง่ ทึ่ม ประสาทกลับไปแล้วรึไง!?
ขอแค่เขาทำหน้าทะเล้นและหาข้ออ้างอะไรก็ได้บอกว่าตัวเองเพียงล้อเล่น ในเมื่อไม่ได้มีหลักฐานอะไร ฉันก็ทำอะไรเขาไม่ได้อยู่แล้ว!
เขาชำนาญเรื่องแบบนี้ไม่ใช่รึไง?
เมื่อเห็นสวีเสวี่ยเจียวยืนตัวแข็งทื่อ ลู่เฉิงเหวินก็ไม่เข้าใจเธอเช่นกัน
‘ยัยนี่เป็นไรไป? ทำไมถึงยืนนิ่งแบบนั้น?’
“นี่? เธอ! เธอ!” ลู่เฉิงเหวินโบกสัญญาในมือ “ดูสัญญาสิ มองหน้าฉันทำไม?”
สวีเสวี่ยเจียวขมวดคิ้วแน่นพลางรับสัญญามา แต่ก็ยังคงจ้องหน้าลู่เฉิงเหวินตาเขม็ง
หญิงสาวในเวลานี้ไม่มีท่าทีหยอกล้อและแก่นแก้วแบบก่อนหน้าอีกแล้ว
ใบหน้าสวยน่ารักของเธอเคร่งเครียดจนน่าตกใจ
เธอไล่สายตาลงมองจุดที่เขาต้องเซ็นชื่อ ทุกอย่างในสัญญาถูกต้องทั้งหมด
ถ้างั้นก็หมายความว่า ขอแค่เก็บรักษาสัญญาฉบับนี้ไว้ให้ดี ผลกำไรสุทธิในวันนี้คือหนึ่งหมื่นเจ็ดพันล้าน!
และนี่ยังเป็นแค่ผลประโยชน์ที่ได้รับเพียงแค่ภายนอกเท่านั้น
ยังไม่นับรวมผลประโยชน์จากหุ้นทั้งหมดของโรงงานยาที่เก้าในอนาคต มันประมาณค่าไม่ได้!
“ทำไม?”
ลู่เฉิงเหวินหยิบกระดาษทิชชูเปียกมาเช็ดคราบหมึกสีแดงบนนิ้ว “ทำไมอะไรอีกล่ะ?”
“…สัญญาฉบับนี้”
สวีเสวี่ยเจียวรู้สึกเครียด “ทำไมถึงต้องเซ็นด้วย?”
“ถ้าฉันไม่เซ็น เธอจะไม่หาว่าฉันพูดจากลับกลอกรึไง?”
หญิงสาวจ้องอีกฝ่าย อยากจะหาพิรุธบางอย่างบนใบหน้าของเขา
แต่เสียดาย สีหน้าของลู่เฉิงเหวินตอนนี้สงบราบเรียบและดูไม่แยแส
เมื่อเห็นท่าทีผ่อนคลายที่แสดงออกบนใบหน้าของลู่เฉิงเหวินแล้ว สวีเสวี่ยเจียวก็อยากจะตะโกนออกมาให้สุดเสียง
“ลู่เฉิงเหวิน! นายจะมาไม้ไหนกันแน่! บอกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
ลู่เฉิงเหวินตกใจที่จู่ ๆ ก็เห็นอีกฝ่ายทำท่าโกรธ เขามองตาของเธอ “เธอ ...ได้ไปหมื่นกว่าล้านแล้วยังจะทำท่าโมโหใส่ฉันอีกเหรอ?”
สวีเสวี่ยเจียวไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงต้องโกรธขนาดนี้ด้วย
แต่ตอนนี้เธอโกรธมาก
ผู้ชายคนนี้... ไม่มีเหตุผลเลย!
มีใครที่ไหนยกหุ้นหมื่นกว่าล้านให้คนอื่น ๆ ง่าย ๆ แบบนี้กัน?
ลู่เฉิงเหวินเองก็งงเช่นกัน
‘ประสาทรึเปล่า? เธอเป็นคนขอหุ้นจากฉันเองไม่ใช่รึไง?’
‘แต่ยกหุ้นให้เธอไปก็ดีเหมือนกัน ถือซะว่าเสียทรัพย์เพื่อสะเดาะเคราะห์ วันหลังอยู่ห่าง ๆ เธอเข้าไว้ ต่อไปฉันจะได้อายุยืน อยู่ต่อได้อีกนานหลายปี!’
‘เธอน่ะรีบเดินตามบทซะดี ๆ ไปเป็นผู้หญิงในฮาเร็มซะ ส่วนฉันก็จะเป็นคนรวยอยู่ในประเทศเป่ย จากนี้ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกันอีก’
‘ทีนี้ทุกอย่างก็จะจบลงอย่างสวยงาม!’
เมื่อได้ยินดังนั้นสวีเสวี่ยเจียวก็โกรธยิ่งกว่าเดิม
หุ้นจำนวนหนึ่งหมื่นเจ็ดพันล้าน คิดเป็นร้อยละห้าสิบเอ็ดของโรงงานยาที่เก้า มันเพียงเพื่อ... ให้ฉันไปไกล ๆ งั้นเหรอ?
เป็นเพราะไม่ชอบฉัน อยากจะให้ฉันหายไปจากชีวิตคุณอย่างนั้นเหรอ?
ฉันทำให้คุณเกลียดจนถึงขั้นนี้เลยเหรอ?