เสียงอุทานดังสนั่นก้องกังวานไปทั่วป่าเขาลำเนาไพร
ต้วนจื่อหันขวับไปมองก็เห็นบุรุษสองคนจ้องเขม็งมาราวกับว่าเขาไปขุดซากโคตรเหง้าศักราชของพวกเขาขึ้นมาอย่างนั้นแหละในดวงตาของทั้งสองปรากฏเจตนาฆ่าอย่างเปิดเผย
ไอ้สองคนนี้หาใช่ใครอื่นหากแต่เป็ฆาตกรผู้บีบ "ลูกท้อ" ของเ้าของร่างเดิมจนแหลกคามือ— ต้วนโส่วและต้วนเจี่ยว!
หลังจากที่สองคนร้ายนำร่างไร้ิญญาของต้วนจื่อใส่โลงศพแล้วโยนทิ้งไว้ในป่ารกร้าง ทั้งสองก็ไปรื่นรมย์กับนางคณิกาดั่งเคยแต่แล้วกลับถูกต้วนเยว่เอ๋อร์ พี่สาวของต้วนจื่อตามมาซักไซ้ไล่เลียงถึงชะตากรรมของน้องชายอย่างไม่ลดละถึงขั้นขู่จะไปแจ้งกับทางการ ทำให้พวกเขาเริ่มร้อนรนใจอย่างมาก
ถึงแม้ว่าการฆ่าคนปัญญาอ่อนจะไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรแต่ต้วนจื่อก็เป็คนของตระกูลต้วนการสังหารคนในตระกูลเดียวกันเป็เื่ร้ายแรงมาก หากความจริงถูกเปิดเผยละก็พวกเขาต้องถูกลงโทษอย่างแน่นอน
ดังนั้นเพื่อหนีความผิดต้วนโส่วและต้วนเจี่ยวจึงตัดสินใจกลับมาทำลายหลักฐานให้สิ้นซาก
แต่ที่ไหนได้ ต้วนจื่อกลับไม่ตาย!
ลูกท้อแหลกละเอียดขนาดนั้นยังรอดมาได้?
ต้องยอมรับว่ามัน "แข็ง" จริงๆ!
【ติ๊ง!กระตุ้นเนื้อเื่ ภารกิจเทียนซิ่ว (แค้นนี้ต้องชำระ) ได้รับการส่งมอบแล้ว】
【รายละเอียดภารกิจ:สังหารต้วนโส่วและต้วนเจี่ยวระหว่างภารกิจต้องแสดงเคล็ดวิชาระดับเทพอย่างน้อยสามครั้งสะสมค่าเทียนซิ่วอย่างน้อย 200 แต้ม】
【ภารกิจสำเร็จ:รับหีบสมบัติหนึ่งใบ เปิดแล้วจะได้รับไอเทมแบบสุ่ม】
【ภารกิจล้มเหลว:กลับไป "ลูกท้อะเิ" อีกครั้งภาพคงงดงามเกินบรรยาย】
.........
เมื่อเห็นบทลงโทษหากภารกิจล้มเหลวต้วนจื่อก็ไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวแม้แต่น้อย
ตอนที่เขาอยู่บนโลกได้สังหารคนมามากมายแถมจำนวนก็ไม่น้อยเสียด้วย อย่างน้อยก็คงหลักร้อยล้านที่เขาลงมือฝังกลบด้วยตัวเองเขาไม่้าความช่วยเหลือจากใครทั้งสิ้นทั้งยังกล้าแกร่งองอาจขนาดนี้แล้วเขาจะกลัวเ้าตัวประกอบสองตัวนี้ไปไย?
ยิ่งไปกว่านั้น ภายใต้เคล็ดวิชาเนตร์เขาพบว่าต้วนโส่วและต้วนเจี่ยวมีระดับพลังแค่ขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับหนึ่งเท่านั้น
ว่ากันตามพลังฝีมือเขาสามารถบดขยี้คนกลุ่มนี้ได้อย่างไม่ยากเย็น
เมื่อคิดได้ดังนั้นต้วนจื่อจึงกระดิกนิ้วเรียกคนกลุ่มนั้นอย่างท้าทาย
"ข้ายังไม่ตายหากพวกเ้าไม่พอใจก็เข้ามาเลย!"
【ติ๊ง!ยินดีด้วย ผู้ใช้ยั่วยุสำเร็จ ค่าเทียนซิ่ว +30!】
"ไอ้เวรตะไล อยากตายนักใช่ไหม!" เมื่อได้ยินเช่นนั้น หน้าตาของต้วนโส่วก็เปลี่ยนเป็ถมึงทึงทะยานร่างเข้าประชิดตัวต้วนจื่อ
ทันทีที่เข้าใกล้ เขาก็กำหมัดซัดออกไปก่อให้เกิดลมกระโชก อากาศปั่นป่วน
ต้วนจื่อไม่เปลี่ยนสีหน้าะโหลบซ้ายขวาอย่างง่ายดาย หลบพ้นจากการโจมตีนี้
"เป็ไปได้อย่างไร?" ต้วนโส่วเบิกตากว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ
เ้าปัญญาอ่อนนี่หลบการโจมตีของข้าได้งั้นหรือ?
หรือจะเป็เื่บังเอิญ?
"เชื่องช้าอย่างกับเด็กเล่นขายของขาของเ้าอย่างกับขาของคนแก่ คงเกินเยียวยาแล้วละ" ต้วนจื่อยกมือไขว้หลัง ถอนหายใจเบาๆ พร้อมส่ายหน้า
【ติ๊ง!ยินดีด้วย ผู้ใช้เยาะเย้ยสำเร็จ ค่าเทียนซิ่ว +40!】
"หุบปากซะข้ายังไม่ได้เอาจริงสักหน่อย!" ต้วนโส่วกัดฟันกรอดอีกครั้งที่เขาซัดหมัดเข้าใส่
ครั้งนี้เขาใช้ความเร็วและพลังทั้งหมดที่มีเขาคิดว่าคนปัญญาอ่อนตรงหน้าคงไม่มีทางหลบการโจมตีนี้พ้นแน่
หมัดพุ่งประชิด ต้วนจื่อไม่ได้หลบหลีกทว่ากลับยกมืออขึ้นมารับหมัดนี้ไว้อย่างมั่นคง
ั้แ่ต้นจนจบร่างกายของเขาไม่ได้ขยับเขยื้อนไปแม้แต่ก้าวเดียว
"ล้อ…ล้อเล่นกันใช่ไหมเนี่ย?!" ในหัวของต้วนโส่วเกิดเสียงะเิดังสนั่น ราวกับถูกฟ้าผ่า
กระทั่งคนในระดับเดียวกันที่รับหมัดเต็มแรงของเขาก็ยังไม่สามารถยืนหยัดอยู่กับที่ได้แต่คนไร้ค่าที่เป็มาแต่กำเนิด เส้นลมปราณตีบตัน ไม่สามารถฝึกยุทธ์ได้กลับหลบการโจมตีนี้ได้?
เื่จริงหรือนี่?
ต้วนจื่อแสยะยิ้ม "ไม่เพียงแต่ขาคนแก่ แต่ยังเป็ร่างคนแก่ ดูท่าจะเล่นกับสตรีมากเกินไป่นี้ร่างกายก็เลยอ่อนแอสินะ?"
【ติ๊ง!ยินดีด้วย ผู้ใช้ทำการตอกย้ำซ้ำเติมสำเร็จ ค่าเทียนซิ่ว +50!】
"ไอ้ตัวสวะ หุบปากซะ!!!" ต้วนโส่วโกรธจนหน้าเขียวพยายามจะชกหมัดออกไปกระแทกปากของต้วนจื่อให้แหลกละเอียด
แต่แล้วสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นก็ทำให้เขายิ่งตกตะลึง
ไม่ว่าเขาจะออกแรงมากแค่ไหนก็ไม่สามารถดึงหมัดออกมาได้
มือของต้วนจื่อราวกับคีมเหล็กตรึงหมัดของอีกฝ่ายไว้แน่นจนไร้ความรู้สึก
"ต้วนโส่ว หยุดล้อเล่นได้แล้วรีบจัดการไอ้ปัญญาอ่อนนี่ซะ จะได้ไม่เกิดปัญหา" ต้วนเจี่ยวขมวดคิ้วพูดเตือนสติ
ต้วนโส่วแสดงเก่งขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่? ต้วนเจี่ยวอดประหลาดใจไม่ได้จริงๆ
ถ้าไม่รู้ว่าต้วนจื่อเป็คนไร้ประโยชน์เขาคงคิดว่าต้วนโส่วสู้ไม่ได้จริง ๆ
"รู้แล้วน่า ไม่ต้องบอก!" เมื่อได้ยินคำพูดของต้วนเจี่ยว สีหน้าของต้วนโส่วก็แดงก่ำในใจทั้งอับอายทั้งโกรธ อีกมือหนึ่งของเขาแปรเปลี่ยนเป็กรงเล็บเขาอาศัยแรงจากข้อมือและแขน ทิ่มแทงไปยังลำคอของต้วนจื่ออย่างรุนแรง
นี่เป็วิชากรงเล็บที่เขาแอบลักจำมาจากหอคัมภีร์ของตระกูลต้วนพลังแข็งแกร่ง ดุดัน แรงนิ้วแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า สามารถฉีกกระชากได้ทุกสิ่ง
ด้วยท่าไม้ตายนี้เขาสามารถสู้กับคนในขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับสองได้อย่างสูสี
ต้วนจื่อก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หวั่นเกรงกระแทกไหล่ซ้ายออกไปอย่างรวดเร็ว ปะทะเข้ากับกรงเล็บที่ต้วนโส่วโจมตีมาอย่างจัง
"กร๊อบ!"
"อ๊าก!"
เสียงกระดูกแตกดังขึ้นพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนของต้วนโส่วดังก้องกังวานไปทั่วป่าเขา
เห็นเพียงมือของเขากระดูกแตกละเอียดคุกเข่าลงกับพื้น สีหน้าซีดเผือด เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลรินจากหน้าผาก สภาพดูไม่ได้
"ปัง!"
โดยไม่เปิดโอกาสให้ต้วนโส่วได้พักหายใจต้วนจื่อพลันหมุนตัว กระแทกส่วนไหล่เข้าใส่อีกฝ่ายอย่างรุนแรง
ภายใต้ดวงตาที่เบิกโพลงของต้วนเจี่ยวร่างของต้วนโส่วลอยละลิ่วราวกับถูกทุบด้วยค้อนั์กระแทกลงบนพื้นแทบเท้าของเขาอย่างแรง
บรรยากาศโดยรอบพลันเงียบสงัด
ต้วนเจี่ยวราวกับหุ่นไม้ยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ ดวงตาเหม่อลอยมองภาพตรงหน้าอย่างหวาดผวา
ในขณะนั้นเอง เขาราวกับถูกฟ้าผ่าลงกลางศีรษะคล้ายกับถูกสาดด้วยน้ำเย็นจากศีรษะจรดปลายเท้า ร่างกายชาหนึบไปทั้งตัว
ต้วนโส่วแพ้แล้ว?
แพ้ให้กับคนปัญญาอ่อนที่ฝึกยุทธ์ไม่ได้?
ความฝัน?
ภาพลวงตา?
เขาเริ่มแยกแยะไม่ออกเสียแล้ว
【ติ๊ง!ขอแสดงความยินดี ผู้ใช้ได้สร้างปรากฏการณ์พลิกโลกสำเร็จ ค่าเทียนซิ่ว + 80!】
【ติ๊ง!แถบความคืบหน้าของภารกิจเทียนซิ่ว (แค้นนี้ต้องชำระ) สำเร็จแล้ว 50% โปรดพยายามต่อไป...】
"เอาล่ะ ค่าเทียนซิ่วสะสมครบแล้วถึงเวลาเอาจริง" ต้วนจื่อยืดเส้นยืดสายก่อนจะพุ่งตัวออกไปราวกับสายลม อาศัยแรงบิดเอวและสะโพกเตะขาขวาไปยังศีรษะของต้วนเจี่ยว
"เร็วมากอย่างน้อยก็เทียบเท่าขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับสอง บ้าเอ๊ยไอ้เด็กเวรนี่แกล้งโง่มาตลอด!" ต้วนเจี่ยวหวาดผวาจนแทบสิ้นสติ้าจะโยกหัวหลบ แต่ด้วยความเร็วเท่านี้ย่อมสู้เท้าของต้วนจื่อไม่ได้
"โผล๊ะ!"
เพียงหนึ่งเท้าร่างของต้วนเจี่ยวก็ะเิออกราวกับแตงโมที่ตกลงมาจากชั้นสิบ
【ติ๊ง!ผู้ใช้สังหารต้วนเจี่ยวแห่งขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับหนึ่งสำเร็จการสังหารด้วยขา ค่าเทียนซิ่ว +50!】
ร่างไร้ิญญาร่วงลงบนพื้นก่อให้เกิดฝุ่นตลบคลุ้งสิ่งที่ปรากฏขึ้นท่ามกลางฝุ่นหนานั้น คือใบหน้าอันสงบนิ่งของต้วนจื่อแต่ในสายตาของต้วนโส่วที่เหลือเพียงครึ่งชีวิต กลับน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าปีศาจร้าย
สังหารต้วนเจี่ยวแห่งขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับหนึ่งด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวต้วนจื่อผู้นี้ต้องก้าวเข้าสู่ขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับสองไม่ผิดแน่!
อีกฝ่ายไม่ใช่คนปัญญาอ่อนไม่ใช่คนไร้ประโยชน์ แต่เป็คนที่อดทนรอคอยโอกาสอันยิ่งใหญ่!
"ตึก ตึก ตึก..."
เสียงฝีเท้าของต้วนจื่อค่อยๆ ดังขึ้นทั้งที่เป็เสียงฝีเท้าแสนธรรมดา แต่ในโสตประสาทของต้วนโส่วนี่มันราวกับเสียงระฆังจากยมโลก ทำให้เขาขนลุกชันไปทั่วสรรพางค์
"ต้วน ต้วน ต้วน... ต้วนจื่อจะ...เ้าอย่าเพิ่งใจร้อนการฆ่าคนในตระกูลเดียวกันเป็ข้อห้ามอย่างร้ายแรงของตระกูลต้วนเ้าฆ่าต้วนเจี่ยวไปแล้ว หากฆ่าข้าอีกละก็เ้าต้องถูกศาลของตระกูลต้วนริบพลังฝีมืออย่างแน่นอน"
"สติปัญญาของเ้าคงถูกเจือจางด้วยน้ำแล้วกระมัง?" ต้วนจื่อเดินเข้าไปใกล้ พร้อมกับเยาะเย้ย "ข้ากล้าฆ่าต้วนเจี่ยวแล้ว เ้าคิดว่าข้ายังสนข้อห้ามของตระกูลต้วนอยู่หรือ? ยิ่งไปกว่านั้น พวกเ้าไม่ใช่หรือที่คิดจะฆ่าข้าก่อน? คำพูดสวนทางกับการกระทำเช่นนี้ เ้ากัดลิ้นตัวเองไม่เจ็บหรือไร?"
พูดจบต้วนจื่อก็ก้มหน้ามองต้วนโส่วอย่างเหยียดหยาม แววตาฉายแววร้ายกาจ
"ต้วนโส่วเ้าอยากลองลิ้มรสชาตินั้นดูไหม?"
ต้วนโส่วเข้าใจทันทีสีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็ซีดเผือด
"ไม่... ข้าไม่อยาก!"
"ไม่สิ เ้าอยาก!"
ต้วนจื่องอแขนนิ้วทั้งห้าจู่โจมไปยังจุดอ่อนของต้วนโส่ว
"กร๊อบ!"
"อ๊าก!!!"
เสียงกรีดร้องราวกับจะขาดใจดังจากปากของต้วนโส่วเห็นเพียงมือทั้งสองข้างของเขาสั่นระริกกำลังปิดบัง่ล่างของตนเองน้ำลายฟูมปากจนสภาพดูไม่ได้
แสงตะวันอันอบอุ่นในตอนแรกกลับแตกสลายเป็เสี่ยงๆสายตาของเขาถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิด
หลังจากทนมองอยู่สักพักต้วนจื่อก็โจมตีอีกครั้ง
"วานรขโมยท้อ!"
"อ๊าก อ๊าก อ๊าก..."
เสียงกรีดร้องอย่างน่าเวทนาดังยิ่งกว่าครั้งก่อน
ต้วนจื่อทำซ้ำท่าเดิมอย่างต่อเนื่องปล่อยให้ต้วนโส่วร้องโหยหวนปานจะขาดใจ แต่กระนั้นต้วนจื่อก็ไม่อาจหยุดยั้งการ "ขโมยท้อ" ที่แสนสำคัญของอีกฝ่ายได้
สามนาทีต่อมา เสียงกรีดร้องก็เงียบลง
ต้วนจื่อมองต้วนโส่วที่ดวงตาเบิกโพลงนอนแผ่หราอยู่บนพื้นภาพฉากตรงหน้าสร้างความะเืใจให้ไม่น้อย
"ก่อนตายยังได้ััรสชาติแห่งความสุขสมคงไม่เสียชาติเกิดแล้ว จำไว้ให้ดีล่ะ ชาติหน้าจงเกิดเป็สตรีซะ"
【ติ๊ง!ผู้ใช้สังหารต้วนโส่ว ขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับหนึ่ง สำเร็จการ】 ลอบสังหาร ค่าเทียนซิ่ว +50!】
【ติ๊ง!ยินดีด้วย ผู้ใช้ทำภารกิจเทียนซิ่ว (แค้นนี้ต้องชำระ) สำเร็จกล่องรางวัลได้ถูกส่งมอบแล้ว】
ต้วนจื่อรีบเปิดหีบสมบัติทันทีโดยไม่ลังเล
【ติ๊ง!ยินดีด้วย ผู้ใช้ได้รับทักษะ "อ่อนแอ" สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้จากเมนูคุณสมบัติ】
ต้วนจื่อไม่รอช้าตรวจสอบคุณสมบัติของตัวละครทันที
ผู้ใช้: ต้วนจื่อ
พลังฝีมือ:ขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับสาม
เคล็ดวิชาการต่อสู้: เนตร์(วิเคราะห์ข้อมูลเป้าหมาย) วิ่งให้ไว (เคล็ดวิชาขั้นเนื้อหนัง ระดับต่ำเพิ่มความเร็วสองเท่า) ต่อยให้เจ็บ (เคล็ดวิชาขั้นเนื้อหนัง เพิ่มพลังสองเท่า)
ทักษะของระบบ: อ่อนแอ (เมื่อเปิดใช้งานสามารถลดความเสียหายของคู่ต่อสู้ได้ 50% เป็เวลา 5 วินาที ระยะเวลาคูลดาวน์ 24 ชั่วโมง)
ค่าเทียนซิ่ว: 300
.........
"ลดความเสียหาย 50เปอร์เซ็นต์ ทักษะนี้มันสุดยอดจริง ๆ!" ต้วนจื่ออดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น
การประลองยุทธ์ระหว่างผู้ฝึกยุทธ์ พูดง่ายๆก็คือการวัดความแข็งแกร่ง
ในระดับพลังที่เท่ากันการลดความเสียหายของคู่ต่อสู้ 50% ก็เท่ากับการกำหนดทิศทางของสถานการณ์แม้แต่ในระดับพลังที่แตกต่างกันก็สามารถใช้ทักษะนี้ชดเชยช่องว่างระหว่างกันในการต่อสู้ข้ามระดับหรือใช้เพื่อเอาชีวิตรอดใน่ที่วิกฤติได้
สมกับเป็ไอเทมจากระบบต้องเป็ของดีอย่างแน่นอน!
เห็นว่าเวลาล่วงเลยไปมากแล้วต้วนจื่อก็เก็บเงินทองจำนวนหนึ่งจากร่างไร้ิญญาของต้วนโส่วและต้วนเจี่ยวจากนั้นก็ออกจากที่นั่นแล้วเดินทางไปยังหลังเขาของตระกูลต้วนตามความทรงจำของเ้าของร่างเดิม
เมื่อมองไปรอบๆก็เห็นว่าแทบไม่มีผู้คนอยู่บริเวณนี้มีเพียงกระท่อมเก่าทรุดโทรมตั้งตระหง่านอย่างโดดเดี่ยว ดูเงียบเหงา
กระท่อมหลังนี้เป็ที่อยู่อาศัยของเ้าของร่างเดิมและต้วนเยว่เอ๋อร์ผู้เป็พี่สาวเป็ที่ซุกหัวนอนเพียงแห่งเดียว ไม่สามารถป้องกันความหนาวเย็นไม่สามารถระบายความร้อน และยิ่งไม่สามารถป้องกันลมฝน เรียกได้ว่าห่วยแตกขั้นสุด
จากคุณชายน้อยของตระกูลใหญ่กลับต้องตกอับมาอาศัยอยู่ในบ้านผุพังชีวิตของเ้าของร่างเดิมช่างน่าเศร้าจริง ๆ
"น้องชายการตายอาจเป็การปลดปล่อยสำหรับเ้า จงไปอย่างสงบเถิด ข้าจะดูแลพี่สาวของเ้าให้ดี" ต้วนจื่อให้คำมั่นในใจ จากนั้นก็เร่งฝีเท้าเดินไปยังกระท่อม
ขณะที่เดินไปได้ครึ่งทางเสียงร้องโหยหวนก็ดังออกมาจากกระท่อมด้านหน้า น้ำเสียงเต็มไปด้วยความใและโกรธเกรี้ยว
"พวกเ้าจะทำอะไร? อย่า... อย่าเข้ามานะ... อ๊า!"
----------ไฮไลท์ตอนที่ 3 -----------
ตอนที่ 3 มาลุ้นเอาใจช่วยพระเอกในการช่วยเหลือพี่สาวของเขาที่กำลังตกอยู่ในอันตราย!!
"ขณะที่ต้วนซานกำลังจะจัดการหญิงสาวให้อยู่หมัดประตูกระท่อมก็เปิดออกอย่างรุนแรงจนกระแทกใส่สมุนรับใช้ร่างผอมแห้งคนหนึ่ง
ทำให้เขากระแทกเข้ากับผนังกระท่อมพร้อมกับประตู ไม่รู้ว่าเป็ตายร้ายดีอย่างไร"