เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    ตอนที่ 163 หงายไพ่ใบสุดท้าย


    ตอนที่ 163


    หงายไพ่ใบสุดท้าย


     


                    ผู้คนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้มีพลังจิตวิญญาณในการตรวจสอบที่ดีพอต่างมั่นใจว่าเสวี่ยหมิงอาจจะตกตายจากการโจมตีของจ้าวฮุยไปแล้ว แต่ความจริงกลับแตกต่าง เพราะตอนนี้ผู้ที่มีสีหน้าแตกตื่นกลับเป็นจ้าวฮุยเองที่พบว่าร่างที่มันฟาดเข้าใส่นั้นคือร่างน้ำแข็งมายาที่ถูกใช้ออกในจังหวะสุดท้ายก่อนการปะทะของเสวี่ยหมิง


     


                    เมื่อพลังโจมตีที่สั่งสมและใช้ออกจนสุดรั้งพลาดเป้า จิตสมาธิก็พลันตกฮวบปราณเหมันต์ที่เคยขับไล่ออกไปก่อนหน้าพลันส่งผลต่อจ้าวฮุย แต่ไม่ทันที่จะรับรู้ผลกระทบจากพลังเย็นเยียบ...ท่าหมัดวารีทำลายล้างของเสวี่ยหมิงที่ถอยฉากอยู่ด้านหลังของตุ๊กตาน้ำแข็งที่แตกกระจายเป็นเศษเล็กเศษน้อยก็พวยพุ่งเข้าใส่บริเวณท้องน้อยด้านขวาของจ้าวฮุย ซึ่งดวงตาเทพมารบรรพกาลชี้เป้าเอาไว้ว่ายังมีพลังลมปราณเหมันต์ตกค้างหลงเหลือ


     


                    ตูม !!!


                    เสียงระเบิดที่ดังสะท้านพร้อมร่างที่ปลิวกระเด็นของจ้าวฮุยทำเอาผู้ชมที่ด้านข้างหัวหมุนมึนงง เพราะก่อนหน้าพวกมันเห็นชัดว่าผู้ที่ถูกโจมตีคือเสวี่ยหมิง แต่แล้วร่างที่ปลิวออกมาจากม่านควันของท่าวารีบรรจบกลับเป็นจ้าวฮุย


     


                    แม้ท่าวารีทำลายล้างของเสวี่ยหมิงจะไม่รุนแรงพอจะปิดฉากการประลอง แต่พลังเหมันต์ที่แทรกซึมรุนแรงก็เพียงพอจะส่งผลต่อระดับฝีมือและความไวของจ้าวฮุยเป็นอย่างมาก


     


                    เมื่อเห็นว่าสบโอกาสเสวี่ยหมิงก็ไม่ปล่อยจังหวะทองให้หลุดลอย ทะยานร่างตามติดใช้ออกด้วยหมัดลมปราณอันแยบคายบ้างเป็นหมัดที่บางเบา บ้างเป็นหมัดที่แฝงพลังปราณเหมันต์รุนแรง หมายกระหน่ำซ้ำเติมผลของพิษพลังเหมันต์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด


     


                    จ้าวฮุยที่ถูกซัดกระเด็นด้วยท่าวารีทำลายล้าง แม้บาดเจ็บภายในรุนแรงแต่ยังตีลังกาหงายร่างกลับหยัดยืนไม่ล้มลง เมื่อสองเท้ายืนมั่นบนพื้นเวทีเร่งใช้ลมปราณเพลิงหงส์อัคคีเข้ารักษาอาการ แต่เพียงเริ่มฟื้นฟูอาการตกค้างได้อึดใจเดียวหมัดลมปราณของเสวี่ยหมิงก็พวยพุ่งตามติดมาในทันที เมื่อรับรู้ว่าพิษพลังเหมันต์ของเสวี่ยหมิงนั้นร้ายกาจ จ้าวฮุยจึงไม่กล้าประมาทจำต้องหยุดใช้พลังเพลิงหงส์อัคคีในการรักษา แปรเปลี่ยนมาเป็นใช้ออกเพื่อต่อต้านป้องกันหมัดลมปราณของเสวี่ยหมิง ใช้พลังลมปราณร้อนประจุเข้าในพัดแกนโลกพร้อมปัดป่ายป้องกันราวจักรผัน แต่แล้วยามปะทะกระแทกกลับพบว่าหมัดลมปราณที่เสวี่ยหมิงจู่โจมเข้ามาหาได้หนาหนักเช่นที่คาด รอยยิ้มจางพลันปรากฏด้วยคิดว่าเสวี่ยหมิงเองก็คงบาดเจ็บบอบช้ำจนไม่อาจใช้ออกด้วยพลังเต็มที่เช่นเคย ลดทอนพลังที่ปัดป้องลงครึ่งหนึ่ง แยกแบ่งเพลิงหงส์อัคคีเข้าฟื้นฟูขับไล่พิษปราณเหมันต์ในร่าง


     


                    อั๊ก..!!!


                    แต่แล้วหมัดลมปราณที่ตามหลังกลับแตกต่างเมื่อมันเปี่ยมล้นไปด้วยพลังที่เนืองแน่น ท่าปัดป้องที่ลดกำลังลงจึงพลาดพลั้งส่งผลทำร้ายแทรกซ้อนจนจ้าวฮุยกระอักเลือดออกจากปาก แต่การปะทะยังไม่จบสิ้นสองมือของจ้าวฮุยจึงต้องปัดป่ายป้องกันไม่หยุดยั้ง ยามสับสนไม่อาจแยกแยะพลังของปะปนมั่วซั่วของเสวี่ยหมิง...ยิ่งปะทะยิ่งหัวหมุนมึนงง เมื่อถึงทางตันไม่ห่วงพะวงสิ่งใดอีกใช้ท่าแลกเสี่ยงเข้าหักหาญ พุ่งสวนหมัดลมปราณของเสวี่ยหมิงเข้าไปก่อนจะเสี่ยงใช้ท่าโจมตีหักหาญโดยไม่สนใจอาการบอบช้ำภายในที่เพิ่มพูน


     


                    เปรี้ยง !!!


                    หนึ่งหมัดแลกหนึ่งหมัด แม้ท่วงท่าวารีทำลายล้างจะบางเบากว่าแต่พิษพลังเหมันต์ที่สะสมปะทุรวมก็ทำให้จ้าวฮุยนั้นได้รับบาดเจ็บภายในสาหัส ส่วนเสวี่ยหมิงเองก็หาได้ดีไปกว่ากันนัก ถูกหมัดของจ้าวฮุยซัดลอยกระเด็นไถลไปกับพื้นเสื้อผ้าช่วงบนถูกเปลวเพลิงเผาไฟเผาไหม้จนเผยให้เห็นร่างกายท่อนบนที่อัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามเนื้ออันสมบูรณ์ราวรูปสลัก ซึ่งในตอนนี้ปรากฏบาดแผลที่เคยใช้พลังของปราณเหมันต์แช่แข็งเอาไว้ปริแตกออกจนโลหิตไหลอาบไปทั่วลำตัว


     


                    "ฮ่า ฮ่า ฮ่า สะใจยิ่งนัก สะใจยิ่งนัก"จู่ ๆ จ้าวฮุยที่บาดเจ็บบอบช้ำภายในหนาหนักก็ลุกขึ้นยืนหัวเราะร่วน ก่อนจะค่อย ๆ สืบเท้าเข้าหาเสวี่ยหมิงที่นั่งสมาธิปรับลมปราณอยู่ "ข้าต้องขอชื่นชมที่เจ้าสามารถต่อสู้กับข้าเกินกว่าที่ข้าจะคิดเอาไว้ จนข้าเองมีสภาพเช่นที่เห็น แต่หลังจากที่ข้าหงายไพ่ตายใบนี้แล้ว ข้าก็หวังว่าเจ้าจะเอ่ยคำ...ยอมแพ้ แต่โดยดี" พัดแกนโลกในมือของจ้าวฮุยไม่ได้ประจุพลังอีก แต่มันกลับพัดโบกขึ้นลงด้วยท่าทางสบายอารมณ์ระหว่างสืบเท้าเข้าใกล้เสวี่ยหมิง


     


                    "..."เสวี่ยหมิงซึ่งบดบังใบหน้าของตนเองอยู่ภายใต้หน้ากากน้ำแข็งพลันย่นคิ้วเข้าหากัน เพราะเขาเองรู้สึกได้จากน้ำเสียงของจ้าวฮุยว่าไพ่ตายใบนี้ของมันต้องไม่ใช่ท่วงท่าธรรมดาสามัญอย่างแน่นอน


     


                    อัคคีฟื้นร่าง...เปลวเพลิงลุกไหม้ท่วมกายของจ้าวฮุย ชั่วอึดใจหนึ่งเมื่อแสงเพลิงเจิดจ้าที่ลุกท่วมดับลงร่างของจ้าวฮุยที่บาดเจ็บก่อนหน้าก็กลับฟื้นคืนราวกับไม่เคยได้รับบาดเจ็บมาก่อน แต่ที่จ้าวฮุยนั้นแปลกใจเป็นอย่างยิ่งก็คือแม้พิษปราณเหมันต์จะถูกขับออกไปได้จนเกือบหมด แต่นั่นก็แค่เกือบ...ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้หลังจากจบการประลองในครั้งนี้มันต้องประเมินพลังปราณเหมันต์ของเสวี่ยหมิงใหม่อีกครั้ง


     


                    "ตกลงเจ้าจะยอมแพ้แต่โดยดีหรือไม่"


     


                    "เจ้ามีไพ่ตายของเจ้า ข้าเองก็มีไพ่ตายของข้าเช่นกัน" ทันทีที่เอ่ยจบเสวี่ยหมิงก็ลุกพรวดขึ้นยืน


     


                    ...เทพมารครองร่าง


                    ทันทีที่ทักษะเทพมารครองร่างถูกใช้ พลังลมปราณของเสวี่ยหมิงก็พุ่งสูงขึ้นไม่หยุดยั้ง ทำเอาเหล่าผู้อาวุโสของสำนักหงส์อัคคีล้วนแตกตื่นจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ แต่มี่เจินกลับถอนหายใจออกมา เพราะการที่จ้าวฮุยนั้นใช้ทักษะอัคคีฟื้นร่างก็เท่ากับว่าลูกศิษย์ของนางนั้นเข้าตาจนแล้ว แต่เมื่อเสวี่ยหมิงที่เห็นชัดว่าต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอนกลับปรากฏท่าทักษะที่เหนือล้ำยิ่งกว่า ผลแพ้ชนะก็ปรากฏชัดอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นหากจ้าวฮุยเกิดได้รับบาดเจ็บขึ้นมาหลังจากใช้ทักษะอัคคีฟื้นร่างแล้ว คงไม่อาจฟื้นคืนได้ทันในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าเป็นแน่ ทำให้มี่เจินจำต้องนิ่งใช้ความคิดอย่างหนักว่าจะหาทางออกจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้อย่างไร ไม่ให้กระทบกับทั้งชื่อเสียงของสำนักหงส์อัคคี และกระทบต่อสภาพจิตใจของจ้าวฮุยที่หากเกิดขึ้นอาจจะมีผลต่อระดับความก้าวหน้าของการฝึกตนต่อไปในอนาคต พ่วงด้วยการปราบพยศของเด็กหนุ่มนาม...หย่งเสวี่ยหมิงผู้นี้ไปในคราเดียว


     


                    ...ระดับลมปราณเชื่อมดาราขั้นต้นเจ้าหนูเสวี่ยหมิงแข็งแกร่งเกินไป ข้าคงต้องตัดสินใจทำบางอย่างแล้วสินะ


                    มี่เจินไม่รั้งรอให้การปะทะเกิดขึ้นเคลื่อนท่าร่างราวภูติพรายเพียงชั่วกระพริบตาก็ปรากฏยืนขวางกั้นคู่ประลองทั้งสอง เสวี่ยหมิงนั้นแม้จะแตกตื่น แต่เพราะยังสวมใส่หน้ากากน้ำแข็งปิดบังใบหน้าจึงยังรักษาท่าทีสงบนิ่งลึกล้ำเอาไว้ได้อยู่


     


                    "ท่านเจ้าสำนัก" ผิดกับจ้าวฮุยที่มันเองก็รับรู้ว่าระดับพลังลมปราณของเสวี่ยหมิงนั้นสูงล้ำขึ้นจนน่าตระหนก แต่มันเชื่อว่าพลังที่เพิ่มขึ้นคงรั้งอยู่เพียงแค่ชั่วครู่ชั่วยาม และหากหมดสิ้นลงก็เท่ากับเสวี่ยหมิงย่อมต้องพ่ายแพ้ไปพร้อม ๆ กัน แต่เมื่อมันเห็นเงาหลังอันชดช้อยของมี่เจิน จ้าวฮุยก็รับรู้ได้ในทันทีว่ามี่เจินนั้นตัดสินแล้วว่ามันพ่ายแพ้ต่อคู่ต่อสู้ตรงหน้า


     


                    ..."หากข้าประกาศว่าการประลองครั้งนี้เสมอกันเจ้าจะว่าอย่างไร" มี่เจินส่งเสียงทางลมปราณสนทนากับเสวี่ยหมิง


     


                    ..."แล้วเรื่องขนหางหงส์อัคคีตัวเต็มวัย.."


     


                    ..."แน่นอนเจ้าจะได้มันไปทั้งสี่เส้น"


     


                    ..."หวังว่าท่านจะรักษาคำพูด ถ้าเช่นนั้นก็เป็นอันตกลงตามนี้"


     


                    ..."ตัดสินใจได้ดี"



    คล้ายกับเรื่องเนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน