(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์

    ตอนที่ 86 สำนักงานหลักของหลี่จิ้ง

            เช้าวันถัดมา หลังจากที่ทันย่าได้พักผ่อนและฟื้นคืนสภาพจากอาการบาดเจ็บ บรรยากาศภายในเมืองหรู่หมิงยังคงคึกคักเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาบนถนนที่พลุกพล่าน ในขณะที่เหตุการณ์ลอบสังหารเมื่อคืนกลายเป็นเพียงเสียงกระซิบของผู้ที่รู้เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น


            ซากศพของนักฆ่าเงามืดถูกเจ้าหน้าที่เก็บกวาดไปเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงความสงบเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น


            ทันย่าก้าวออกจากที่พัก มุ่งหน้าไปยังสำนักงานหลักของสมาพันธ์โลก ตึกอาคารสูงตระหง่านที่เปล่งประกายด้วยกระจกและเหล็กที่สะท้อนแสงแดดยามเช้า ผู้คนมากมายทั้งเจ้าหน้าที่และบุคคลสำคัญต่างเดินทางเข้าออกตึกนี้


            สภาพภายในเต็มไปด้วยการเคลื่อนไหวและพลังงานที่พุ่งพล่าน ทันทีที่ทันย่าก้าวเข้าสู่ตัวอาคาร บรรยากาศรอบข้างก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว


            ขณะที่ทันย่าเดินผ่านไปในโถงทางเดินของสำนักงานหลักของสมาพันธ์โลก ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่เขา เต็มไปด้วยความรู้สึกยำเกรงและชื่นชม


            ร่างของทันย่าโดดเด่นในชุดโค้ทสีดำที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีต รูปร่างที่สูงสง่าของทันย่าดึงดูดสายตาทุกคู่ ภาพของดาวสีทองที่ถูกติดอยู่บนบ่า ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของตำแหน่งจักรพรรดิสงครามที่เพิ่งได้รับ ทำให้ทุกคนต่างรู้ว่าเขาเป็นใคร


            ผู้คนรอบข้างต่างหยุดชะงักเล็กน้อย ก่อนจะแสดงความเคารพอย่างรวดเร็ว


            บางคนโค้งคำนับ บางคนยืนตรงด้วยความเคารพ ด้วยสถานะใหม่ของทันย่า ทุกคนต่างให้ความนับถือและยำเกรง


            ผู้คนที่เดินผ่านต่างเริ่มสนทนากันเบาๆ เสียงกระซิบที่เต็มไปด้วยความชื่นชมและหลงใหลดังขึ้นรอบตัว


            “ช่างงดงามเสียจริง ไม่เพียงแค่มีพลังอำนาจที่น่าเกรงขาม แต่รูปลักษณ์ของเขาก็เหมือนเทพเจ้าที่สถิตอยู่ในโลกมนุษย์”


            “แต่ได้ยินมาว่าท่านนั้นเป็นผู้ชาย.. ”


            “ถ้าฉันได้ท่านมาเป็นสามีละก็.. มันคงจะเป็นอะไรที่เพอร์เฟคอย่างมาก!”


            หญิงสาวคนหนึ่งกระซิบกับเพื่อนร่วมงานของเธอ ขณะที่จับจ้องไปที่ทันย่าด้วยความหลงใหล


            “ข้าไม่เคยเห็นใครที่มีพลังและความงามรวมอยู่ในคนเดียวกันแบบนี้มาก่อน”


            “ไม่น่าแปลกใจที่เขาก้าวขึ้นมาเป็นจักรพรรดิสงครามที่มีเพียงหนึ่งเดียวได้”


            ชายอีกคนหนึ่งกล่าวขึ้นพร้อมรอยยิ้ม


            “ใช่ ไม่เพียงแค่พลังเท่านั้น แต่เขายังมีเสน่ห์ที่ดึงดูดใจ ข้ารู้สึกว่าเขาเป็นอะไรที่มากกว่ามนุษย์ธรรมดา”


            อีกคนหนึ่งเสริมขึ้น พร้อมทั้งจ้องมองตามทันย่าที่เดินจากไป ทุกคนต่างเต็มไปด้วยความชื่นชมที่ถูกปลุกเร้าจากความงามและอำนาจที่ทันย่าแสดงออกมา


            การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งจักรพรรดิสงครามไม่เพียงแต่ทำให้เขากลายเป็นที่ยอมรับในด้านพลังอำนาจเท่านั้น แต่ยังสร้างความประทับใจและเสน่ห์ที่ยากจะต้านทาน


            “ท่านทันย่า ยินดีต้อนรับท่านสู่สำนักงานหลักของสมาพันธ์โลก มีอะไรที่ข้าจะสามารถช่วยท่านได้บ้าง?”


            เสียงของเจ้าหน้าที่คนหนึ่งพูดขึ้นขณะที่เขาก้มศีรษะ


            “ฉันต้องการเข้าพบตาแก่เทพสงคราม”


            เจ้าหน้าที่พยักหน้าอย่างรวดเร็วและออกไปจัดการเรื่องการนัดหมาย


            ทันย่าเดินผ่านโถงทางเดินที่เต็มไปด้วยผู้คน ซึ่งต่างถอยห่างออกเพื่อเปิดทางให้ เขาสัมผัสได้ถึงสายตาที่จับจ้องมาที่เขาจากทุกทิศทาง

    บางคนเต็มไปด้วยความเคารพ บางคนก็แฝงไปด้วยความสงสัยและความหวาดหวั่น


            เมื่อเดินทางมาถึงชั้นบนสุดของอาคารสำนักงานหลักของสมาพันธ์โลก เขาก้าวเข้าไปในห้องทำงานที่กว้างใหญ่และเงียบสงบของหลี่จิ้ง


            ชายชราผู้นี้นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยภาพโฮโลแกรมถูกฉายขึ้น ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่ทันย่าทันทีที่เห็น


            รัศมีของหลี่จิ้งยังคงแผ่กระจายไปทั่วห้อง แม้ว่าเขาจะอยู่ในวัยชรา แต่พลังอำนาจในฐานะเทพสงครามยังคงชัดเจนและทรงพลัง


            [โอ้? ไม่ว่าจะเห็นกี่ครั้งตาแก่นี้ก็ยังเป็นคนที่แข็งแกร่ง!]


            ดาวาลเข้าไปนั่งบนโซฟาที่หรูหรา พลางจ้องมองไปยังหลี่จิ้งที่ไม่รู้ถึงตัวตนของเธอเลยซักนิด


            “ทันย่า ข้าได้รับรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อคืนนี้แล้ว! เจ้าถูกลอบโจมตีโดยกลุ่มนักฆ่า...”


            “อาการบาดเจ็บเป็นอย่างไรบ้าง?”


            หลี่จิ้งเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเอาใจใส่และความห่วงใย แม้จะมีความเด็ดขาดอยู่ในนั้น


            ทันย่าก้าวเข้ามาใกล้ด้วยท่าทีสงบและมั่นคง ดวงตาเยือกเย็นของเขามองตรงไปยังหลี่จิ้ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ


            “อาการบาดเจ็บไม่ร้ายแรงนัก ฉันฟื้นฟูได้เกือบทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยที่ไม่เป็นปัญหา ส่วนกลุ่มนักฆ่าเมื่อคืนไม่ใช่ภัยคุกคามที่ฉันต้องกังวล แต่ฉันเชื่อว่ามันเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าพวกมันเริ่มเคลื่อนไหวอย่างจริงจัง”


            หลี่จิ้งพยักหน้าเบาๆขณะครุ่นคิด


            เขารู้ว่าทันย่ามีพลังและทักษะที่ยอดเยี่ยมจนสามารถจัดการกับนักฆ่ามอนสเตอร์ได้


            “พวกมันคือองค์กรแห่งมอนเตอร์ เป็นภัยร้ายต่อมนุษยชาติมานาน พวกมันเคลื่อนไหวอย่างลับๆ เจ้าโชคดีที่สามารถเอาชนะพวกมันได้”


            “แต่ข้ากลัวว่านี่อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสิ่งที่ใหญ่กว่านี้ เจ้าเองก็ต้องระมัดระวังตัวให้มากขึ้น พวกมันอาจจะไม่หยุดเพียงแค่นี้แน่นอน”


            ชายชรายังต้องเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แฝงความกังวล


            “ฉันรู้ดี ฉันจะเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่จะตามมา!”


            ทันย่าพยักหน้าและตอบกลับด้วยรอยยิ้ม ท่าทางของเขาดูไม่เป็นกังวลเลยแม้แต่นิด


            “ข้าเชื่อในความสามารถของเจ้า”


            หลี่จิ้งมองทันย่าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง


            “เจ้าคือจักรพรรดิสงคราม และเจ้ามีหน้าที่ปกป้องมวลมนุษย์จากภัยคุกคามเช่นนี้ ข้าหวังว่าเจ้าจะทำหน้าที่นี้ได้อย่างดี”


            ทันย่าได้ยินแบบนั้นก็มองหน้าหลี่จิ้ง


            ดวงตาของเขาไม่มีการแสดงความรู้สึกใดๆ ที่จะบ่งบอกถึงความตั้งใจที่แท้จริงของเขา


            “ตาแก่? ลืมไปแล้วเหรอว่าฉันไม่รับคำสั่งจากใครทั้งสิ้น และก็จะทำในสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น!”


            คำตอบของทันย่าที่สั้นและเรียบนิ่งนั้น ไม่ได้ทำให้หลี่จิ้งประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย


            เขามองดูทันย่าอย่างพินิจพิเคราะห์ นี่คือชายผู้ผ่านการทดสอบทลายพันธะแห่งราชันสงครามและกลายเป็นจักรพรรดิสงครามที่ไร้พันธะ


            ซึ่งหมายความว่าไม่มีใครในสมาพันธ์โลกจะมีอำนาจสั่งการเขาได้อีกต่อไป แม้แต่ตัวของหลี่จิ้ง ผู้ที่ถูกขนานนามว่าเป็นเทพสงครามก็ยังไม่สามารถบังคับบัญชาทันย่าได้


            หลี่จิ้งพยักหน้าเบาๆ ราวกับรู้ถึงความเป็นอิสระของทันย่า เขามีความเคารพในตัวชายหนุ่มคนนี้ แต่ก็รู้ดีว่าการมีอิสระเช่นนี้ก็เป็นเหมือนดาบสองคม


            “เจ้าได้รับอิสระที่แท้จริงแล้วทันย่า ไม่มีใครสามารถสั่งการเจ้าได้อีกต่อไป”


            “ข้าเข้าใจดี และข้าไม่คาดหวังว่าเจ้าจะปฏิบัติตามคำสั่งใดๆของข้าและคนอื่นๆอีก แต่ข้าหวังว่าเจ้ายังเห็นถึงความสำคัญในการปกป้องมนุษยชาติ และจะเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้อง”


            ทันย่ามองตรงไปยังหลี่จิ้ง ดวงตาของเขาไม่มีการสั่นไหว ไม่มีสัญญาณบ่งบอกถึงความผูกพันใดๆ ต่อมนุษย์ชาติ ในใจของทันย่า เขารู้ดีว่าจุดประสงค์ของเขาไม่ใช่การปกป้อง แต่การทำลายล้างมนุษย์ที่พวกนี้ยังไม่ทันตระหนักถึง


            “เข้าใจแล้ว!”


            ตัวของเขายังคงตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยความลึกลับ


            หลี่จิ้งไม่ได้แสดงออกถึงความผิดหวังหรือความสงสัยในคำตอบนั้น เขารู้ว่าทันย่ามีวิถีทางของตนเอง และการที่เขาได้ตำแหน่งจักรพรรดิสงครามย่อมหมายความว่าเขาสามารถเลือกทางเดินของตนได้อย่างเสรีและอิสระ


            หลี่จิ้งเพียงแต่หวังลึกๆ ว่าทางเดินที่ทันย่าเลือกนั้นจะไม่พามนุษยชาติไปสู่จุดจบ แต่จะเป็นความหวังที่เปล่งประกายต่อมนุษย์


            “เช่นนั้นข้าคงไม่ต้องพูดอะไรมากอีก”


            ชายชราตอบกลับและพยักหน้ารับ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง


            “ระวังตัวไว้! พวกองค์กรลับอาจเคลื่อนไหวอีกครั้ง และคราวนี้พวกมันอาจไม่หยุดที่การลอบโจมตี!”


            ทันย่าพยักหน้าและหันหลังเดินออกไปจากห้อง ทำให้บรรยากาศกลัสู่ความเงียบอีกครั้ง


            หลี่จิ้งมองตามหลังทันย่าด้วยความคิดที่ซับซ้อน แม้เขาจะเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสมาพันธ์ แต่จักรพรรดิสงครามผู้เป็นอิสระนี้ก็เป็นตัวแปรที่เขาไม่อาจควบคุมได้


            หลังจากที่ทันย่าหันกลับไปเพื่อออกจากห้อง ในตอนนั้นเขาก็หยุดนิ่งชั่วครู่ ก่อนจะหันหน้ามาเอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมา


            “ตาแก่หลี่...พวกเรายังไม่ได้คุยกันถึงสิ่งที่ต้องการเลยนะ แล้วคุณต้องการเรียกฉันมาเพื่อพูดคุยอะไรกันแน่?”



            ..

            อีกไม่กี่ตอนเปิดตัวว่าที่ภรรเมียคนแรก 555+


    คล้ายกับเรื่อง(ดรอปไม่เขียนต่อ)BEHEMOTH ราชันแห่งมอนเตอร์ ที่คุณอ่าน