กิเลนเพลิง ยืนรับปราณดาบ7อัศจรรย์ขั้น สลักอย่างไม่เกรงกลัว ปราณที่ทำลายได้แม้แต่เพชร แต่ไม่อาจเจาะเข้าเสื้อเกราะของ กิเลนเพลิง ที่น่าจะทำขึ้นพิเศษกว่าทุกคน สมกับเป็ของรัชทายาทแห่งอาณาจักรกาปา
การบุกโต้ตอบของกิเลนเพลิง จึงไม่เกรงกลัวต่อคมดาบ เพียงแต่เบียงการป้องกันให้โดนเพียงเกราะที่สมใส่ทั้งร่างกาย วงแหวนเหล็กที่มีการโจมตีเหมือนกระบวนท่าดาบ สามารถจู่โจมได้ทุกทิศทาง สร้างความกดดันต่อส่งสุขอย่ามาก แต่เขาไม่อาจละทิ้งการต่อสู้นี้ไปได้พร้อมกัยเอ่ยถาม ชื่อคนผู้หนึ่งกับกิเลนเพลิงว่า “คมสันต์ มันอยู่ที่ไหน ข้าตามหามันนานกว่า 20 ปี กลับไม่พบร่องรอยของมันเลย?” เมื่อรู้ว่า กิเลนเพลิง เป็รัชทายาทของกาปา เขาจึงตั้งใจจะหาอมูลจากชายคนนี้ เพียงแต่้าฟื้นฟูพลังให้พร้อมก่อน ซึ่งตอนนี้ก็พร้อมแล้วระดับหนึ่ง
“เื่ผ่านมา20 กส้าปีแล้ว แกยังไม่ลืมอดีตอีกรึนี่ แต่แรงแค้นนี้คงเป็พลังผลักดันให้จนแกมีฝีมือสูงส่งถึงเพียงนี้ซินะ” กิเลนเพลิง ตอบส่งสุขอย่างไม่ตรงคำถาม “จะให้ข้าลืมสิ่งที่คมสันต์มันทำจนทำให้อาจารย์ทั้ง2 และศิษย์พี่น้องข้าตายกันหมดได้ยังไง เมืองชายแดนนี้ก็กลายเป็เมืองผุพังจากฝีมือพวกอาณาจักรกาปาอย่างแกได้ยังไง มันใช้ยาพิษใส่ในอาหารให้อาจรย์และศิษย์พี่น้องของข้า จนทำให้ทั้งหมดถูกพวกอาณาจักรมอนสเตอร์และอาณาจักรบุกเข้ามา ฆ่าพวกท่านทั้งหมด”
“แต่เื่เล่าที่ผู้คนต่างรับรู้คือแกเป็ร่วมมือกับพวกเรา เพื่อแลกกับเคล็ดวิชาและทรัพย์สมบัติ จนแกมีฝีมือเลื่องลือไปทั่วนั่นก็คือข้อพิสูจน์ว่ามันคือเื่จริง ที่มาความจริงเป็อย่างไรไม่มีใครสนใจ เค้าพิสูจน์จากผลลัพท์ของมันมากกว่า ไม่อย่างนั้นแกก็คงไม่โดนไล่ล่าจากกองกำลังปราบมารอย่างนี้หรอก วึ่งคนที่เข้าใจแกก็คงมีแต่ เฒ่าทรนง มารไร้ปฐีนี้คนเดียว”
ดาบคลั่งแค้นถูกกวัดแกร่งด้วยเพลงดาบที่ล้ำลึกกว่าเดิม แต่ไม่อาจ กระบวนท่าของวงแหวนเหล็กเข้าไปได้ ซึ่งกิเลนเพลิงก็เริ่มเน้นการใช้กระบวนท่ามากกว่าอาศัยความแข็งของเกราะเป็การป้องกัน ประกายแสงจากแรงปะทะของอาวุธและปราณดาบส่องประกายล้อมรอบคู่ต่อสู้ทั้ง2คน
ดาบถากต้นแขนและลำคอ ใบหน้ากิเลนเพลิง เืซึมๆเพียงรอยกรีดพอให้เืสีฟ้าซึมไหล ส่งสุขแม้ไม่ได้รับาเ็มากมาย แต่ วงแหวนเหล็ก ก็กระแทกใส่ท้องและลำตัวหลายที อวัยวะภายในช้ำ บวกกับพิษเดิมที่ยังอยู่ในร่าง ส่งสุขยิ้มออกมาอย่างสะใจที่ได้เจอคู่ต่อสู้สูสี แม้ตัวเองจะเสียเปรียบเนื่องจากาเ็จากการต่อสู้อยู่ก่อนแล้ว
ทรนงเหลือคู่ตัวสู้แบบ1ต่อ1 แต่ก็ยังไม่อาจเอาชนะ ศรีสุข เทพกรรไกรคู่ ได้ แต่ด้วยวรยุทธที่พลิดแผลงหลากหลาย ของทรนง แม้มีดาบเพียงเล่มเดียวก็สามารถค่อยๆโจมตีฝากาแไว้ได้หลายแผล ด้วยปราณที่สูงส่งเกราะที่สวมใส่ก็ไม่อาจต้านได้ทั้งหมด รอยแตกที่เกราะ เมื่อถูกโจมตีหลายครั้งก็แตกพังได้ แต่หากไม่มีเกราะป้องกัน ร่างก็คงขาดไปหลายท่อนแล้วสำหรับศรีสุข เทพกรรไกรคู่ แสดงถึงเพลงดาบที่สูงล้ำกว่า แม่จะมีอาวุธที่เป็บดาบถึง 2 เล่มรวมทั้ง อาวุธลับ ดาบที่ดูเป็สนิมแดงแต่เดิมของศันย์ ตอนนี้แดงกล่ำจากการปะทะ เหมือนดึงออกเตาหลอม หวั่นใจให้ว่าแตกหักหรือพังสลาย แต่เมื่อเปลวเพลิงค่อยๆจางลง
ก็เผยให้เห็นคมดาบประกายคมกริบ สีแดงทั้งคมดาบและสันดาบตัดกับโกร่งดาบสีดำ ด้ามแต่เดิมพันด้วยหนังนิ่ม เหนือโกร่งดาบ เผยให้เห็นรูทะลุ ยาวเหนือโกร่งดาบ ประมาณ 5 เิเ ที่ตอนนี้เปล่งแสงเรืองสีแดงเหมือนดาบคลั่งแค้นของส่งสุข ทรนง ััถึงพลังที่แฝงจากดาบเล่มนี้ได้ จึงรุกดกดันเพื่อหาจังหวะสังหาร
ดาบกรรไกรเหล็กก่อเกิดพลังบางอย่าง จากการถูกประกบ เข้ากันเป็กรรไกรั์กางออก เล็งเลำป้าที่คอของทรนงอย่างแม่นยำ เมื่อกรรไกรถูกหนีบเข้าหากัน คอต้องขาดกระเด็นแน่นอน แต่ด้วยความเร็วทรนงหลบได้ทันก่อนคมกรรไกรจะตัดคอ แต่แรงหนีบก็เกิดพลังมหาศาลกระแทกใส่ทรนงจนแผลเดิมปวดหนึบ ปรารณดาบที่สะสมเื่แสงจากดาบ ถูกซัดอกเป็คมดาบโจมตีระยะไกลความเร็วสูง คมแสงสีแดงผ่าพื้นเป็ทางยาวพุ่งใส่ศรีสุข แต่หลบได้ทัน
คมดาบเฉือนตัดได้เพียงหางจิ้งจกั์ขาดตกลงพื้น ดิ้นเร่าๆ เืไม่สีซักหยด ศรีสุข ะโอ้อมไปด้านหลังทรนงอย่างรวดเร็ว จากนั้นซัดอาวุธลับนับสิบทรนง หลบถอยพ้นอาวุธได้ทันทั้งหมด อย่างเสียกำลังใจในการโจมตีแต่ที่ถูกซัดมานอกจากจะเป็กรรไกรอาวุธลับแล้วยังมี ดาบกรรไกรั์ที่ตอนนนี้แยกออกอีกครั้ง ซัดมาอีกด้วย ทรนงปัดดาบทัน แต่แรงกระทกก็ปวดแผลหนึบ รู้สึกทำให้เคลื่อนไหวลำบากกว่าเดิม ดาบกระเด็นก่อนตกพื้น
ก็มีมือจิ้งจกคว้าโดยใช้ทั้งมือ เมื่อมองดูก็จะเห็นว่าหน้าตาและรูปร่างเหมือนและเท่ากับศรีสุขไม่มีผิดเพี้ยนเพียงแต่ร่างร่างเปลือยเปล่า หน้าท้องใสเห็นอวัยวะภายในเกือบชัดเจน ดูน่ากลัวและขยะแขยงไปในคราวเดียวกัน หางยาวโบกสะบัด จากนั้นก็เกิดเป็การโจมตีแบบ 2 รุม1 แรงฟาดฟันไม่ต่างกับศรีสุข ทรนงเสียเปรียบในทันที ด้วยอาการาเ็ รวมทั้งอายุที่มากตามธรรมชาติของเผ่ามนุษย์
“ท่านทรนงไม่ต้องสงสัยหรอกอีกคนที่สู้ด้วยกันนี่ก็คือร่างยากของข้าจากหางที่ท่านตัดเมื่อซักกครู่ เป็ร่างผสานเวทย์กับพลังวิเศษของข้า เมื่อหางใหม่ของข้างอกออกมาร่างนี้ก็จะสลายไปเอง แต่ถึงตอนนี้ ข้าก็คงสังหารท่านได้ก่อน”
เพลงดาบกรรไกรั์ตอนนี้ถูกใช้พร้อมกัน ผสานกัน 2 คน ก่อเกิดอนุภาพและกระบวนท่าล้ำลึกทรนงต้านอย่างสุดกำลัง พร้อมความเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด ปราณทมิฬคุ้มกายพิป้องกันคมดาบได้ทำให้แผลไม่ลึก แต่สร้างความหึกเหิมกับศรีสุขอย่างมาก การบุกแบบไม่พักก็เผยช่องโหว่ของเพลงดาบกรรไกรคู่ ด้วยเคล็ดวิชาทมิฬ พิชิตปฐี สังเกตุกระบวนท่ารอการโต้ตอบ
คมดาบสีแดงผสานปราณทมิฬสีดำปาดตวัด ปัดป้องคมดาบกรรไกรเปิดช่องโหว่ที่ลำคอศรีสุ ในร่างต้นปลายดาบแทงเข้าลำคอกระทบเกราะป้องกัน เสียงดังสนั่น เกราะป้องกันแตกกระจาย ตอนนี้ชิ้นส่วนของเกราะป้องกันเหลือเพียงท่อนแขนและขา ที่ยังใช้งานได้ นอกนั้นถูกทำลายหมดสิ้น หากเผยโอกาสอีกครั้งควต้องตายด้วยคมดาบของทรนงเป็แน่
ทั้ง2ร่างเปลี่ยนกระบวนท่า เป็การผสาน ระหว่าการบุกและป้องกันไปพร้อมกัน อาวุธถูกสกัด ทรนงเปลี่ยนมาใช้เป็การบุก 2 ทางคืออาวุธดาบ และมือเปล่าผสานปราณดาบ 7อัศจรรย์บุกต้อนศัตรู พร้อมกันทั้ง 2 ร่าง
ศรีสุชก็มีปราณที่แข็งแกร่งไม่แพ้กันปราณสีฟ้าเป็เอกลักษณ์พวยพุ่งจากร่างทั้ง 2 ฟาดออก เป็ปราณดาบคู่ตัดทุกสิ่งได้กลางอากาศ ปราณสีแดงส่องแสงจากดาบในมือทรนงเผยให้เห็นช่องที่สะสมพลังการโจมสีของดาบจนเต็มเปี่ยม ผสานปราณทมิฬสีดำ ฟาดสวนประทะกับปราณสีสีของสีสุข แรงปะทะอัดคู่ต่อสู้ทั้ง2 แยกจากกัน กระเด็นไปคนละทิทาง ร่างกายเผยาแจากปราณดาบของศัตรู ที่ยังไม่สิ้นสุด ต่างประคองร่างของตัวเองให้ยืนขึ้นด้วยเรี่ยวแรงที่ยังเหลือ
ศรีสุชล้วงเอาก้อนสีฟ้าจากกางเกงลักษณะเหมือนปลิงนิ่มๆบีบจนเละเป็ยเมือกสีฟ้า ทาตามบริเวรแผล ทรนง เฝ้ามองการกระทำหวนให้นึกถึงเื่ที่ศรันย์เล่าให้ฟังตอนสูกับพวกสมา ว่ามีของใช้รักษาาแคล้ายๆอย่างนี้เหมือนกัน
ทรนงผู้เฒ่าเฝ้าดูด้วยความอัศจรรย์ใจว่ามียาวิเศษถึงเพียงนี้ รักษาได้รวดเร็วโดยไม่ต้องร่ายเวทย์ คุณสมบัติการใช้งานเหมือนศิลาเวทย์ที่อัดบรรจุเวทย์ไว้พร้อมใช้งานเพียงขว้างปาออกไปดู แผลมันหายเร็วจริงๆด้วย ตอนนี้มันตั้งท่าเตรียมบุกซ้ำ อาวุธลับถูกซัดมาอย่างต่อเนื่อง จากนั้นมรสุมมาร-ทมิฬ ต่อเกิดโดยไม่ต้องกวัดแกว่งดาบ ใช้เพียงปราณเร่งแทนการกวัดดาบ โดยประยุกต์จากเคล็ดวิชาสำนัก 5 ดาบเดิมกวัดแกว่งเป็ม่านป้องกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ศรีสุทั้งคู่พุ่งตามอาวุธที่ซัดมาพร้อมใช้เพลงดาบกรรไกรั์ ฟาดฟันปลดปล่อยปรารณดาบนำมาก่อน ปราณดาบกระแทกม่านมรสุมมาร-ทมิฬ แต่ไม่อาจผ่านเข้าทำร้าย ทรนงได้เลย ซึ่งไม่เกินความคาดหมายของศรีสุข ทรนงประเมินถึงพลังต่อสู้ว่า แม้ร่างหายจากอาการาเ็ แต่ไม่อาจฟื้นฟูพลังปราณได้ เมื่อคิดได้ก็อาจพอจะเอาชนะได้ ดาบฟาดแหวกอากาศจากเหนือหัวของทรนง แรงฟาดอัดม่านเกราะมรสุมมาร-ทมิฬ จนแทบแตกกระจาย ปลายแหลมคมของดายกรรไกรเหล็ก แทงตรงเข้าท้องของทรนงกระแทกกับสันดาบ ทรนงอาศัยแรงกระแทกจากดาบเปลี่ยนเป็พลังโต้ตอบด้วยปรารณพลิกฟ้าไว้ดิน หมุนตัวถีบเข้าที่ท้องศัตรูััได้ถึงอวัยวะภายในผ่านหนังใสๆ จากนั้นหมุนตัวฟาดดาบเล็งที่ลำคอ
เสียงกระทบกับดาบที่วาดมาป้องกันโดยศรีสุขร่างต้นเป็ผู้เข้ามาปกป้อง ศรีสุขร่างจำลองโต้ตอยทันทีฟาดดาบซ้ำเข้าที่ลำคอทรนงเช่นกัน แต่ก่อนที่แขนจะฟาดจนจบกระบวนท่า ก็กลับขาดกระเด็นั้แ่ส่วนไหล่ ของเหลวสีฟ้าไหลทะลักจากไหล่ ด้วยการบุกซ้ำของทรนงอย่างต่อเนื่องโดยเผยจุดอ่อนเพื่อล่อหลอกแต่อาศัยกระบวนที่ที่รวดเร็วและเหนือชั้นกว่าตัดแขนทิ้งเสียก่อน ศรีสุขร่างต้นขว้าร่างศรีสุขจำลองรวบผ่านหน้าอกแล้ว ะโโผไปยังกองหินกำแพงเก่าที่พังทลายจากผลการต่อสู้
ส่งสุขมองผลการต่อสู้ระหว่างทรนงผู้เฒ่าอย่างพอใจ ตรงกันข้ามกับการต่อสู้ของตน ที่ตกเป็รองขึ้นเรื่อยๆด้วยผลของยาพิษที่แทรกซึมไปทั่วร่างกาย อาการเหมือนจะเป็ไข้ รู้สึกเหนื่อยและปวดศรีษะมือและขาเริ่มปวดเหมือนไร้เรี่ยวแรง วงแหวนเหล็กกวัดแกว่งซัดใส่ร่างหลายต่อหลายครั้ง ส่งสุขได้แต่เฝ้ารอจังหวะอาศัยปราณจากดาบคลั่งแค้นโจมตีสวนกลับ เขาพุ่งตัวใส่ ปลายดาบคลั่งแค้นก่อเกิดปราณเพลิง 3ดวงเกาะติดดาบมาด้วย วงแหวนแหล็กก่อเกิดเพลิงเช่นกัน หมุนป้องกันการโจมตี แรงกระแทก
ะเิะเืพื้นดินแม้แต่ศรีสุขที่หลบแอบรักษาตัวก็ต้องะโหลบย้ายที่ ทรนงยังคงยืนสงบเฝ้าสังเกตทั้งการต่อสู้ของส่งสุขและศรีสุขที่หลบรักษาตัวโดยไม่เข้าซ้ำ เพราะตอนนี้ตนเองก็รู้สึกถึงอาการถูกพิษชนิดเดียวกับส่งสุข เพียงแต่ฝืนทรงตัวใช้พลังพลิกฟ้าไว้ดินขับพิษออกจากร่าง ซึ่งตอนี้สูญเสียพลังปราณไปมากมายทั้งจากการต่อสู้และขับพิษ แม้ตั้งใจจะช่วยส่งสุขรุมกิเลนเพลิง แต่ก็ทำไม่ได้
ส่งสุขยังคงยืนนิ่งด้วยท่าที่แทงค้างไว้ เกราะของกิเลนเพลิง ถูกฉีกกระชากด้วยพลังปราณดาบอันเหนือชั้นอันแฝงลวงด้วยปราณเพลิงวงแหวนเหล็กเพลิงที่เปนอาวุธประจำตัว ตอนนี้แตกหักกระจายหลายต่อหลายชิ้น เ้าตัวยังคงกำชิ้นส่วนไว้ยืนนิ่งตะลึงค้างเช่นกัน ความมั่นใจที่เคยมี หายหมดสิ้น ถ้าไม่มีเกราะวิเศษนี้ร่างกิเลนเพลิงก็คงแหลกสลายด้วยเพลงดาบของส่งสุข ไม่แปลกเลยที่พวกกองกำลังปราบมารเคยคิด่ชิงตำราเคล็ดวิชาเมื่อ 20 กว่าปีก่อนจากส่งสุข
กิเลนเพลิงให้สัญญาณกับศรีสุข จากนั้น ก็เกิดะเิเพลิงแสงสีเหลืองพุ่งขึ้นฟ้า ค้างเป็ออร่า อันเป็รูปแบบของศิลาเวทย์สำหรับแจ้งเป้าหมาย จากนั้นไม่นานพื้นดินก็สั่นะเื ด้วยการก้าวเดินของมารศิลาั์เผ่ามอนสเตอร์สูงกว่า 6 เมตร วิ่งเข้ามาใกล้พื้นที่ต่อสู้ ราว10กว่าตัว พร้อมกับมารวิหคเผ่าลูกผสม บินเหนือร่างมารศิลา ประมาณ 20กว่าตน พร้อมง้างคันธนูหันมาทางส่งสุขและทรนง
ทรนงให้สัญาญาณบุ้ยใบ้กับส่งสุข เป็ลักษณะให้แยกย้ายกันไป ร่างเคลื่อนไหวก่อเกิดปราณสีแดงและดำแยกย้ายกันไปคนละทิศทางทิ้งให้ ศรีสุขและกิเลนเพลิง ยืนมองทั้ง2 หายลับไปไม่ติดตาม
แต่ทั้ง2 ไม่ได้หลบหนีไหนร่างเงาปราณทั้ง2 สาย พุ่งเข้าหาศัตรูกลุ่มใหม่ที่เข้ามา ลูกศรจากมารวิหค พุ่งเข้าหาเงาร่างทั้งคู่ เงาสีดำซึ่งเป็ทรนงมารไร้ปฐี ก่อเกิดกระบวนท่ามรสุมมาร-ทมิฬป้องกันและดีดลูกศรสะท้อนกลับได้บางส่วน
ที่ที่สร้างความสยองกับมารวิหค คือกระบวนรัศมีมารทมิฬ ปราณดาบสีดำ ถูกซัดออกมาหลายสิบสายพ่งใส่หน้าอกและลำคอของมารวิหค เกือยแทบทุกตน มีเพียงบางตนไหวตนก่อนจืงหลบหนีทัน ส่วนที่โดนปรารณดาบรัศมีมารทมิฬ ก็ร่วงหล่นมาตายทั้งที่ยังกำคันธนูแน่น ตนที่หลบได้ก็บินหนีไปทางกิเลนเพลิและศรีสุข
มารศิลาที่วิ่งมา มี3ตนที่ร่างถูกผ่าและแตกสลายทันทีทีก้าวมาพ้นเขตที่ชูเกียติ เคยขีดขั้นไว้ด้วยปราณดาบ 7 อัศจรรย์ขั้นปราณดาบเทวดา และตอนนี้ ปราณดาบเทวดาได้ถูกใช้อีกครั้ง ด้วยฝีมือของ ส่งสุข ซึ่งตอนยังคงฝืนซัดพลังปราณดาบเทวดาอีก1 กระบวนท่าสุดท้าย ใส่มารศิลาที่วิ่งเรียงกันมาอีก 4 ตน ร่างแยกตามแนวคมปราณพร้อมสลายเป็ผุยผง ปลิวเป็ฝุ่นผง เหล่าศัตรูกลุ่มใหม่ลดจำนวนเหลือเพียง 1 ใน 4 จากจำนวนเดิม
ซึ่งเป็แิของทั้ง ทรนงและส่งสุข เพื่อลดจำนวนศัตรูให้น้อยที่สุด โดยสังหารระดับผู้นำกลุ่มได้ 3 คน จากเผามอนสเตอร์ และเผ่าลูกผสมแห่งอาณาจักรกาปา ได้แก่มารศิลาที่พัฒนาพลังเป็ร่างโลหะ าาแวมไพร์ และพญาเสือดำนักรบหนึ่งประกายแสงกาปา สร้างความสัยที่ยังไม่ได้คำตอยว่าทำไมแค่บุกยึดหมู่บ้านแห่งเหล็กซึ่งเป็เพียวหมู่บ้านเล็กๆของเผ่ามนุษย์ ถึงต้องใช้นักรบถึง 2 เผ่าร่วมมือกันและยังมีกองกำลัง สายสังหารทำลายล้าง คือมารศิลาั์และมารวิหคนักธนู กลุ่มใหญ่ติดตามาด้วย ซึ่งต้องมีวาระซ่อนเร้นที่สำคัญมากๆแน่
แม้ตอนแรกตั้งใจจะสังหารให้หมด แต่เหตุไม่เป็ไปตามเป้าหมาย ที่ตอนนี้ต่างาเ็และสูญเสียพลังไปมาก ไม่อยากฝืนต่อสู้ แต่ได้รับรู้ถึงวิทยาการด้านอาวุธและการป้งอกันรักษาที่ อาณาจักรกาปาพัฒนาไปมาก เรียกได้ว่าเหนือกว่าเผ่ามนุษย์ที่ชาญฉลาด ทั้งยังต้องมีอะไรที่เชื่อมโยงกับกองกำลังปราบมารหรืออาณาจักรของาาอิสสะด้วยอย่างแน่นอน