ความร้อนเสียดสีนับพันครั้งก่อกำเนิดไอน้ำปะทุขึ้นมาบดบังทัศนียภาพ
ใน่หลายปีก่อน ผู้คนต่างเปรียบเปรยโอเกอร์ว่าเป็ยอดขุนพลผู้ไม่เคยพ่ายในการต่อสู้ประเภทเดี่ยว หากเป็การประลองตัวต่อตัว มีเพียงน้อยคนในหมู่นักบุกเบิกระดับทองที่สามารถโค่นเขาในการต่อสู้
เหตุผลก็ง่ายนิดเดียว เพราะทุกคนที่เคยประมือกับเขา กลับไม่เคยมีแม้แต่คนเดียว ที่จะรอดพ้นและมีชีวิตรอดไปจากการโหมกระหน่ำโจมตีของปรสิตเหงื่อเข็ม
ไอน้ำและหมอกควันเริ่มจางหายไป ปรากฏร่างของซีซ่าขึ้นมาแทนที่
พลันได้เห็นรูปลักษณ์ของมันในวินาทีแรก สีหน้าของโอเกอร์กลับแปรเปลี่ยนไปเป็ความตกตะลึงในทันทีทันใด
“ทำไมแกถึงไม่เป็อะไร ?!!”
ั์ตาของเขาเบิกกว้างราวกับว่าตนไม่อยากจะเชื่อ เกราะทมิฬของซีซ่ามีเพียงรอยขีดข่วน ตัวมันมิได้รับความเสียหายเท่าที่ควรจะเป็
ริมฝีปากของซีซ่ามีหยดเืไหลริน กระนั้นสภาพการณ์ยังมิได้อยู่ในขั้นร้ายแรง
“สงสัยล่ะสิ ว่าตัวข้ารอดมาจากการโจมตีสุดแรงของแกได้ยังไง”
แสงสว่างสีทองพลันเปล่งประกายออกมาจากฝ่ามือข้างขวาของซีซ่าที่กำแน่น
มันโยนสิ่งของในมือลงสู่พื้นทราย สิ่งนั้นคล้ายกับม้วนคัมภีร์แผ่นหนึ่งที่ถูกเปิดอ่าน
“นี่มัน !!”
จิตใจที่สงบนิ่งหนักแน่นมาแต่ไหนแต่ไรบังเกิดความตกตะลึงขึ้นมารอบหนึ่งโดยไร้สาเหตุ เพราะหากเขาคาดเดาไม่ผิด ม้วนคัมภีร์ที่อยู่เบื้องหน้าก็คือ!
“ถูกต้อง มันคือยันต์แลกเปลี่ยนเื”
ซีซ่าเริ่มต้นพูดขึ้น รอยยิ้มนั้นทำให้คนไม่หนาวแต่กลับสั่นสะท้าน
บนโลกใบนี้ วัตถุโบราณแต่ละระดับจะมีมูลค่าที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับหลากหลายปัจจัย คุณค่าและประโยชน์ในการใช้งาน ความสวยงาม กระแสนิยม ทุกปัจจัยล้วนมีผลต่อความ้าของลูกค้าที่อาจเพิ่มขึ้นหรือลดลง ย่อมส่งผลทำให้ราคาของวัตถุโบราณแต่ละชิ้นแปรเปลี่ยนไป
เพียงแต่ว่า ยังมีอีกปัจจัยที่มีผลมากถึงมากที่สุด..
‘นั่นคือระดับของวัตถุโบราณ’
ยันต์แลกเปลี่ยนเืถือเป็วัตถุโบราณระดับสี่ โดยทั่วไปแล้ว ราคาของวัตถุโบราณในระดับนี้จะอยู่ที่ราวห้าแสนจนถึงหนึ่งล้านเซน ทว่ายันต์แลกเปลี่ยนเืถือเป็ที่สุดในหมู่วัตถุโบราณระดับสี่ ราคาของมันจึงเพิ่มทวียิ่งขึ้นเทียบเคียงได้กับวัตถุโบราณระดับห้าบางชิ้น
ความสามารถของยันต์แลกเปลี่ยนเืนั้นเรียบง่ายหากแต่ว่าทรงประสิทธิภาพ เมื่อเริ่มต้นใช้งาน ความเสียหายที่ตัวผู้ใช้ได้รับจะลดลงเหลือเพียงครึ่งเดียว
กระนั้นมันก็ใช่จะมีเพียงข้อดี เมื่อสิ้นสุดการใช้งาน ตัวม้วนคัมภีร์จะสลายหายไปมิอาจใช้ได้อีกเป็ครั้งที่สอง
มันคือการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม
“ไม่นึกเลยว่าแกจะมีอาวุธปรสิตระดับสี่อย่างปรสิตเหงื่อเข็ม ข้าช่างสะเพร่ายิ่งนักที่ไม่ได้ตรวจสอบมาให้ดีเสียก่อน เพียงแต่ แม้ว่ามันจะทรงอานุภาพและเปี่ยมล้นไปด้วยพลังทำลายล้าง ทว่าแกเองก็สามารถใช้มันได้เพียงครั้งเดียว ก็หมายความว่าแกหมดไม้ตายก้นหีบไปเป็ที่เรียบร้อย แต่ถึงจะพูดอย่างนั้น ตัวข้าก็คงมีสภาพไม่ต่างกัน”
ซีซ่ามองออกได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ฝ่ายโอเกอร์ไม่เหลือแผนสำรองใดๆ ปรสิตเหงื่อเข็มสามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียวดั่งที่มันบอก ถึงกระนั้น ซีซ่าเองก็สิ้นท่าเช่นเดียวกัน ในเมื่อมันใช้งานสมบัติที่อาจมีมูลค่าถึงหนึ่งล้านเซน ตัวมันเองก็ไม่มีแผนสำรองเหลือแล้วเช่นเดียวกัน
แต่แล้ว โอเกอร์กลับฉุกคิดบางสิ่งขึ้นมาได้
“จะว่าไป.. ทำไมแกถึงมาคนเดียวกันล่ะ ?”
เขากล่าวออกไปพร้อมมีความสงสัยอยู่เต็มหัว การกระทำของซีซ่าช่างแปลกประหลาด แม้ว่ามันจะสะเพร่าเื่การเก็บข้อมูลไปบ้าง ทว่าซีซ่ามิใช่คนโง่ มันย่อมรู้ดีว่าโอเกอร์คือยอดนักรบในเื่การประลองประเภทเดี่ยว ความคิดที่จะปะทะกันหนึ่งต่อหนึ่งจึงเป็การตัดสินใจที่โง่เขลายิ่งนัก
“ก็อย่างที่ข้าบอกไปั้แ่ต้น ข้า้าขอท้าประลองในฐานะนักสู้ เื่มันก็แค่นั้น”
เพียงไม่กี่ถ้อยคำแต่กลับตอบปัญหาในหัวของโอเกอร์ได้ทั้งหมด เจตจำนงของซีซ่าช่างแรงกล้า แม้แต่จิตใจของผู้ที่ถูกขนานนามว่ายักษาเยี่ยงโอเกอร์ยังเริ่มรู้สึกสั่นคลอน
ใบหน้าที่แฝงยิ้มของซีซ่าได้หุบลง แปรเปลี่ยนเป็ความจริงจังเคร่งขรึมและจึงพูด
“ข้าล่ะเบื่อจริง ๆ กับการถูกเปรียบเทียบ”
มันเริ่มพูดอีกครั้ง ในขณะที่โอเกอร์ยังนิ่งเงียบเฝ้ารับฟังโดยไม่เอื้อนเอ่ยคำพูดใดๆ
“แกเองก็ไม่คิดว่ามันแปลกรึไง คนทั่วไปมักเอาแต่ยกเื่ระดับมาพูด เงินต้องชนะทองแดง ทองต้องแพ้ทองคำขาว ผู้ที่มีระดับเหนือกว่าย่อมเป็ฝ่ายชนะเสมอ ทั้ง ๆ ที่ในความเป็จริง มันยังมีปัจจัยอื่นที่สามารถตัดสินการต่อสู้ ความเร็ว สภาพแวดล้อมรอบกาย ไหวพริบและปณิธาน การล่อหลอกหรือการชี้นำศัตรูให้เสียสติ รวมไปถึงโชค มันมีอีกตั้งหลายสิ่งแท้ๆ แต่พวกมันกลับเอาแต่คิดเพียงแง่มุมเดียว”
ราวกับอัดอั้นมานานแสนนาน ในฐานะนักสู้ที่พยายามไต่เต้าขึ้นสู่จุดสูงสุด มันจึงมิอาจเลี่ยงหลีกการถูกเปรียบเทียบกับคนอื่น
ได้เห็นแววตาของซีซ่า โอเกอร์พลันเร่งยกดาบขึ้นและจึงพูดต่อจากมัน
“ก็จริงของแก แต่ชั้นเองก็มีเหตุผลที่จะแพ้ไม่ได้เหมือนกัน”
ทั้งสองต่างจดจ้องมองหน้ากัน แววตาเฉียบคมดั่งเหยี่ยวมองไปที่ศัตรู
“ก็ดี มาวัดให้มันรู้กันไปเลย ว่าอดีตระดับเงินเช่นข้า จะเอาชนะแกผู้เคยมีระดับทองได้หรือไม่ !!”
เสียงของซีซ่าแผ่ขยายความน่าเกรงขามกลายเป็ระลอกคลื่น พุ่งทะลวงทะลุห้วงอากาศให้ถูกครอบงำไปด้วยความตึงเครียดในชั่วพริบตา
เพียงแต่ว่า ใน่เวลาไม่กี่วินาทีต่อมา มุมปากของโอเกอร์กลับยกขึ้นเป็ริ้วอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม เมื่อได้เห็นรอยยิ้มอันน่าพิศวงนั้น ซีซ่าจึงเร่งก้มมองดูเท้าของตนเป็อันดับแรก
สายน้ำหลั่งไหลขึ้นมาจากใต้เท้าของซีซ่า ก่อกำเนิดเป็วังวนหมุนวนรอบกายราวกับพายุวารีคลั่ง
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น ?!!”
แววตาของซีซ่าเจือแววสองสิ่ง หนึ่งคือความลนลาน และสองคือความตกตะลึง
เสาวารีคลั่งได้กักขังตัวมันเอาไว้ภายในราวกับเรือนจำ
ซีซ่าโหมกระหน่ำสองหมัดเข้าใส่ ทว่ากลับไม่ปรากฏผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ วารีคลั่งหมุนวนรวดเร็วหากแต่ไร้ซึ่งรูปลักษณ์ที่แน่นอน เมื่อถูกทำลายลง วารีจะฟื้นคืนกลับมาเป็ดังเดิมได้ในชั่วพริบตา
“ต้องขอโทษจริงๆ แต่ในระหว่างที่แกเอาแต่พล่ามเมื่อครู่ ทักษะของชั้นก็ถูกร่ายจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว”
โอเกอร์แอบเล่นตุกติก ใช่ว่าตัวเขาจะชื่นชอบวิธีการเช่นนี้เท่าใดนัก แต่สถานการณ์ตอนนี้ทำให้เขามิอาจเลือกวิธี ในเมื่อความอยู่รอดของแอนนาคือสิ่งที่ต้องนำมาเดิมพัน ไม่ว่ามันจะสกปรกสักเพียงใดโอเกอร์ก็ไม่ลังเล
“เ้านั่น เล่นไม้นี้นี่เอง !!”
อีกฟากหนึ่งของเสาวารี ซีซ่านั้นมิอาจได้ยินถ้อยคำของโอเกอร์เลยแม้แต่น้อย
มันยังคงกระเสือกกระสน สองหมัดกระหน่ำระรัวเข้าจู่โจมวังวนแห่งวารี
ทันในนั้น เหนือศีรษะขึ้นไปได้มีบางสิ่งฟาดผ่านลงมา มันคือดาบเล่มั์ของโอเกอร์ เขาไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ กวัดแกว่งดาบฟาดผ่านเสาวารีด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี
“ฉึบ !!”
คมดาบเคลือบมานาสีครามเชือดเฉือนเกราะทมิฬได้สำเร็จ เสียงกรีดร้องของซีซ่าดังก้องกังวานพร้อมกับเสาวารีที่สูญสลายหายไป
เข่าของซีซ่าทรุดลงสู่พื้นทราย พร้อมกับเกราะตะขาบทมิฬที่ค่อย ๆ หลุดลอกออกจากกายเขา
เสียงเท้าของใครบางคนกำลังเคลือบคลานเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้า สีหน้าของซีซ่าในยามนี้ราวกับคนตายทั้งเป็ กลางอกของมันปรากฏแผลใหญ่ สายนทีโลหิตพลันหลั่งรินไหลออกมาราวกับแม่น้ำ
โอเกอร์ยื่นดาบเข้าไปใกล้คอของศัตรูที่ยามนี้ได้ยอมจำนน ริมฝีปากพลันเริ่มต้นสั่นไหวและพูดขึ้นด้วยแววตาอันเรียบเฉย
“มีอะไรจะสั่งเสียรึเปล่า ?”
ด้วยจิติญญาอันกล้าแกร่งของยอดนักสู้ รวมไปถึงเจตจำนงที่แน่วแน่ไร้ซึ่งสิ่งใดจะสามารถเข้าบ่อนทำลาย หากละทิ้งปัจจัยภายนอกทั้งหมด ซีซ่าก็เปรียบได้ดังยอดนักรบในสายตาของโอเกอร์
เพื่อการนั้น นี่คือสิ่งสุดท้ายที่เขาจะสามารถมอบให้แก่ยอดขุนพลผู้นี้
ภัยร้ายกำลังจะเกิดขึ้น
เมื่อใดที่ความระมัดระวังย่อหย่อน เมื่อนั้นภัยที่มิอาจคาดเดาจะมาเยือนใน่เวลาที่ไม่คาดฝัน
รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้น ณ มุมปากของซีซ่า เืที่ไหลรินจากทั่วกายได้ล่องลอยขึ้นสู่ห้วงอากาศ พวกมันหลอมรวมกันกลายเป็ลูกแก้วเล็กขนาดจิ๋ว เปล่งประกายแสงสว่างสีแดงฉานออกไปทั่วทุกสารทิศอย่างเจิดจรัส
“เสาัวารี !!”
ท่ามกลางท้องนภาอันว่างเปล่าไร้ซึ่งผู้ใดอยู่รอบๆ แอนนาและดวงจันทราเต็มดวงได้เป็สักขีพยาน โอเกอร์เร่งใช้งานทักษะของเขา เมื่อถ้อยคำสิ้นสุดลง เสาวารีคลั่งพลันผุดขึ้นจากผืนทราย ปกคลุมรอบกายของทั้งเขาและฝ่ายศัตรู แล้วเพียงไม่นาน เสียงกระซิบพึมพำของซีซ่าพลันถูกเปล่งออกมา ในขณะที่เสียงหัวเราะแ่เบาค่อย ๆ สั่นะเืแผงอกของมัน
.
“ะเิโลหิต..”
.
“ควบแน่น”
.
จากทัศนียภาพที่สะท้อนอยู่ในดวงตาของแอนนา วังวนวารีกำลังหมุนวนอย่างบ้าคลั่งและพองขึ้นอย่างฉับพลัน
“ตู้มม !!”
เสียงะเิดังก้องกังวานไปทั่วทั้งปฐี
“เกิดอะไรขึ้น..”
แอนนาในฐานะผู้ชมที่ดี ดวงตาของเธอเบิกกว้าง มิอาจคาดเดาได้ว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้น
เสาัวารีพลันสูญสลายและหายไป ไอน้ำแพร่กระจายขยายเป็วงกว้างเพราะความร้อนเข้าปกคลุมอยู่ทั่วทุกบริเวณ
พลันกลุ่มหมอกควันเริ่มเลือนหาย ปรากฏร่างของชายสองคน คนแรกนั่งคุกเข่าราวกับผู้แพ้ ส่วนอีกคนถือดาบเล่มใหญ่ในมือขวาจ่อไปที่ศัตรูพร้อมท่ายืนทรงสง่าอย่างมีราศี
“โอเกอร์ !!”
เสียงของแอนนาพลันถูกเปล่งออกมาด้วยความโล่งอก มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ใช้ดาบเล่มใหญ่ในการต่อสู้นี้
เพียงแต่ว่า ตัวเธอกลับคิดผิดไปอย่างมหันต์
เมื่อหมอกควันจางหายไปทั้งหมด ภาพที่ปรากฏกลับเป็ฝ่ายซีซ่าที่กำลังยืนอยู่เยี่ยงผู้ชนะ
เข่าของโอเกอร์ทรุดลงอยู่บนพื้นทราย ร่างกายแลดูไร้เรี่ยวแรงพร้อมมีาแทั่วทั้งกาย
ทักษะะเิโลหิตควบแน่นมีแสนยานุภาพในการสร้างความเสียหายเป็วงกว้าง หาก ณ ที่แห่งนี้มีเพียงโอเกอร์ การจะหลบหลีกก็มิใช่เื่ยาก
ทว่ามันกลับใช้ไม่ได้กับครั้งนี้ รอบตัวเขายังมีอีกคนหนึ่ง เพื่อปกป้องนายหญิงให้รอดพ้นจากภยันตราย การจำกัดความเสียหายเอาไว้ที่ตนผู้เดียวคือตัวเลือกที่ดีที่สุด
“ทำไม.. แกถึง.. ยังไม่ตาย ?”
เสียงของถูกเปล่งขึ้นด้วยความอันตะกุกตะกัก แม้ว่าซีซ่าจะมีร่างกายที่แข็งแกร่ง ทว่าไม่มีทางที่มันจะรอดพ้นจากแรงะเิในระยะประชิด
ในมือซ้ายของซีซ่าเปล่งประกายแสงสว่างสีทอง มันทิ้งม้วนคัมภีร์ที่กำอยู่ลงสู่พื้นทรายตรงหน้าของโอเกอร์ มุมปากขยับยกขึ้นสูง กลายเป็รอยยิ้มแฝงเล่ห์เหลี่ยมและเริ่มพูดขึ้น
“ข้าไม่เคยพูดเสียหน่อย ว่าตัวข้ามียันต์อยู่เพียงแค่ชิ้นเดียวน่ะ”
ดวงตาของโอเกอร์เบิกกว้าง มันจบลงแล้ว
ทุกสิ่งล้วนผิดพลาด เขาประมาท ไม่ได้คาดการณ์ถึงความเป็ไปได้ในหลายแง่มุม
ปลายแหลมคมของดาบจ่ออยู่ ณ คอหอยของโอเกอร์ เขาไม่มีเรี่ยวแรงเหลืออยู่อีกแล้ว สิ่งเดียวที่ทำได้คือการยอมจำนน
“มีอะไรจะสั่งเสียรึเปล่า ?”
ด้วยเจตจำนงของนักสู้ แม้ว่าเขาจะเล่นตุกติกไปบ้าง แต่เพื่อมอบเกียรติแก่ยอดนักดาบเยี่ยงโอเกอร์ ซีซ่าจึง้ามอบความตายที่เหมาะสมที่สุดให้แก่วีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้
สถานการณ์พลิกผันในชั่วพริบตา
ดวงหน้าของโอเกอร์หันมองและจดจ้องไปที่แอนนา แววตาของทั้งสองจดจ้องไปที่กันและกัน
“ผมขอโทษ.. ที่ไม่สามารถอยู่ปกป้องท่านได้จนถึงที่สุด.. แต่ท่านไม่จำเป็ต้องเป็ห่วง.. แม้ว่าท่านอาจต้องกลับไปที่นั่น.. แต่ว่าพี่ชายของท่าน.. ท่านเอมิล.. จะอยู่เคียงข้างท่าน.. อย่างแน่นอนครับ..”
โอเกอร์เค้นเรี่ยวแรงที่หลงเหลืออยู่เพียงเพื่อเอื้อนเอ่ยความในใจ หยาดน้ำตาเริ่มต้นไหลรินอาบสองแก้มของแอนนา อีกเพียงไม่นานต่อจากนี้ คนที่เธอรักประหนึ่งบิดากำลังจะสูญสิ้นชีวิตไปอีกหนึ่งคน ในใจของเธอปวดร้าว ตัวเธอยามนี้มิอาจเก็บซ่อนอารมณ์เอาไว้ได้อีกต่อไป
“แกนี่มันช่างแสนดีจริงๆ ซื่อสัตย์ต่อเ้านายจนตัวตาย ไม่เหมือนกับเ้าหนูนั่น และเ้าซิลเวอร์”
พลันสิ้นเสียงของมัน พลันทำให้โอเกอร์และแอนนาต่างรู้สึกตื่นใ
“แกหมายความว่าไง แกไปรู้จักซิลเวอร์ได้ยังไง ?!!” เธอ้าใคร่รู้เป็ที่สุด
ไร้ซึ่งถ้อยคำโต้ตอบ ความตายที่มิอาจเลี่ยงหลีกกำลังเข้ามาเยือน
ดาบเล่มใหญ่ถูกยกขึ้นอยู่เหนือศีรษะ โอเกอร์กำลังจะถูกปะา ดวงตาของเขาค่อย ๆ ปิดลงไปอย่างเชื่องช้า
ใน่เวลาสุดท้ายของชีวิต ภาพที่เขาเห็นกลับเป็แผ่นหลังของกวีที่ทับซ้อนกันกับแผ่นหลังของซิลเวอร์ ชายผู้ได้ชื่อว่าสลายร่วมรบที่ครั้งหนึ่งเคยหักหลังพวกเขาไป
.
< ท่านกวี ผมไม่คิดจะโทษท่านที่เลือกหันหลังให้แก่พวกเรา บนโลกใบนี้ คงมีแค่คนบ้าและคนโง่ที่คิดอยากตายเพราะทิฐิของตน นายเองก็คงคิดแบบนั้นใช่ไหม ซิลเวอร์ >
.
ในหัวของโอเกอร์เริ่มก่อเกิดเป็ความคิดสุดท้าย
การปะาได้เริ่มต้นขึ้น แต่แล้วกลับมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของโอเกอร์ ในใจของเขาพลั้งเผลอครุ่นคิดไปเอง ว่าหากได้สิ้นชีวีด้วยคมดาบของซีซ่า จุดจบเช่นนี้ในฐานะนักสู้คนหนึ่งก็มิได้เลวร้ายเท่าใดนัก
“ฉึบ !!”
ภายในความมืดมิดอันเป็อนันต์ เสียงของคมดาบที่เข้าเชือดเฉือนเนื้อหนังพลันดังก้องกังวาน
เพียงแต่ว่า...
“ทำไม.. เราถึงยังไม่ตาย ?”
เสียงของโอเกอร์พลันถูกเปล่งออกมาเป็ถ้อยคำว่ากล่าว เขาค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างช้าๆ ภาพเบื้องหน้าช่างน่าตกตะลึง เขามิได้ถูกปลิดชีพ กลับกลายเป็ซีซ่าที่ถูกสะบั้นคอจนขาดสะบั้น
โอเกอร์เร่งเหลียวมองไปยังแอนนาและพูดขึ้น “เกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับ ?”
เช่นเดียวกับเขา แอนนานั้นส่ายหัว
“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ก่อนที่คุณจะถูกมันฆ่า ตอนนั้นเอง คอของมันก็ขาดสะบั้นลงพร้อมกับเสียงสายลมพัดผ่าน” แอนนากล่าวอธิบาย
ทุกสิ่งเกิดขึ้นรวดเร็วเพียงแค่ไม่กี่วินาที คำถามคือ ผู้ใดที่ยื่นมาเข้ามาช่วยและสังหารซีซ่ากันล่ะ?
บางสิ่งได้ปรากฏกายขึ้นมาจากด้านหลังของโอเกอร์ แววตาของแอนนาได้จดจ้องมองไปข้างหน้า ั์ตาของเธอพลันเบิกกว้างราวกับมันใกล้จะทะลักออกมาจากเบ้า
พลันโอเกอร์เหลียวมองไปยังทิศทางดังกล่าว สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคือปีศาจร้ายตัวหนึ่ง ทั่วกายลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงสีทมิฬ เรือนร่างไร้ซึ่งเนื้อหนังมีเพียงโครงกระดูก ดวงตากลวงโบ๋เปล่งประกายแสงสีแดงฉานแลดูน่าหวาดสะพรึง
“คุณเป็ใคร ?” โอเกอร์เริ่มต้นเอื้อนเอ่ยถามออกไป
สิ้นเสียงของเขา กระดูกฟันกรามของเ้าโครงกระดูกจึงเริ่มต้นขยับ
“ผมกวีเองครับ”