เสียงหายใจอันน่าสยดสยองของเหล่าศพเดินได้เหล่านี้ได้ดังขึ้นเสียงหายใจของพวกมันผสานเข้ากับบรรยากาศอันวังเวงน่าหวาดกลัวได้ทำให้พวกมันดูลึกลับขึ้นอีกหลายส่วนอีกทั้งยังมีห้วงมรณะที่ทำให้ความกดดันและบรรยากาศโดยรอบตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความตายเต็มไปหมด
แต่ถังเฟยหู่ที่อยู่จุดศูนย์กลางของปัญหาเหล่านั้นกลับหากลัวไม่เขาได้เผยรอยยิ้มอย่างพึงพอใจออกมาในคราแรกเขาคิดการเดินทางในครั้งนี้อาจจะมาเสียเที่ยวเสียแล้วหากไม่เจอสัตว์อสูรพลัดถิ่นอย่างที่หวังทว่าตอนนี้เหล่าผีเดินได้ไร้ชีวิตเหล่านี้กลับออกมาจากพื้นดินเพื่อเผชิญหน้ากับเขาเขายิ่งมีแต่ดีใจที่ได้ต่อสู้เสียที!
ไม่แน่ว่าบางทีเขาอาจจะต้องต่อสู้กับผู้ใช้วิชาในศาสตร์มรณะชนิดนี้ก็เป็นได้นั่นก็ยิ่งน่าตื่นเต้นยินดีเพราะทำให้เขาสามารถฝึกรับมือกับวิชาหุ่นเชิดศพได้นับว่าเป็นประโยชน์ต่อการเตรียมรับมือเฟิงหงหู่ในอนาคต!
ถังเฟยหู่ได้เรียกอสรพิษมรกตออกมาจากห้วงวิญญาณของตนในทันที ละอองปราณสีเขียวพวยพุ่งออกมาจากร่างของเขาละอองปราณรวมตัวกันเบื้องหลังของเขาจนกลายเป็นอสูรงูร่างใหญ่ชายหนุ่มได้ผายมือออกไปด้านข้างในตอนนั้นเองที่อสรพิษมรกตได้แปรเปลี่ยนร่างของตนจนกลายเป็นทวนสีดำในมือของเขา
ชายหนุ่มตวัดทวนออกไปทางด้านข้างเขาจดจ้องไปยังร่างกายของศพเดินได้เหล่านั้น บ้างก็เป็นร่างของหญิงชาวบ้าน คนแก่เด็กเล็ก คนหนุ่ม พวกเขาเหล่านั้นล้วนเป็นชาวบ้านที่หายไปของหมู่บ้านตระกูลซุนทั้งสิ้น!อีกทั้งยังมีบางร่างที่สวมใส่ชุดมือปราบของทางการซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นผู้คนที่มาตรวจสอบเหตุการณ์แล้วไม่ได้กลับไป
ผู้คนเหล่านี้คิดว่าล้วนถูกฆ่าตายเพื่อใช้เป็นหุ่นเชิดศพกลายเป็นผีดิบไร้ชีวิต ชายหนุ่มได้กระชับทวนในมือขึ้นพร้อมกับทะยานออกไป ท่าเท้าอสรพิษลี้ลับที่มิได้ถูกใช้มานานได้ถูกนำออกมาใช้ในตอนนั้นเองเท้าซ้ายขวาสลับสับเปลี่ยนไปมาร่างของเขาพริ้วไหวราวกับอสรพิษที่เลื้อยไปมาอย่างลึกลับ
ตามความคิดของเขาพวกศพเดินเหล่านั้นนี้หากมิใช่ผู้ใช้วิชาควบคุมด้วยตนเองแล้วการขยับเคลื่อนไหวสมควรที่จะไม่ซับซ้อนมากมายนั่นเพราะดูจากลักษณะภาพนอกพวกมันล้วนไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะโดยสิ้นเชิงนั่นจึงทำให้เขาได้เลือกใช้วิชาอย่างท่าเท้าอสรพิษลี้ลับซึ่งเป็นวรยุทธ์ระดับสามออกมาแทนที่จะเป็นท่าเท้าเจ็ดสำเนียงท่องลมซึ่งเป็นวรยุทธ์ระดับสี่เนื่องจากวิชานี้เน้นไปที่การพลิ้วไหวของท่าร่างใช้มายาของกระบวนท่าหลอกล่อให้ศัตรูสับสนและเหมาะแก่การใช้หลบหลีกอีกด้วย
ซึ่งคุณสมบัติเหล่านั้นนับว่าเหมาะสมอย่างยิ่งกับการนำมาใช้กับผีดิบเหล่านี้เป็นอย่างยิ่ง! ในตอนนั้นเองที่ชายหนุ่มได้โผล่ร่างขึ้นเบื้องหน้าของศพชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งเมื่อร่างของสิ่งมีชีวิตได้เข้าใกล้ ร่างศพนั้นจึงได้มีปฏิกิริยาออกมาในทันที! ศพนั้นได้แทงมือของมันออกไปด้วยท่าเหยียดมือตรงราวกับหอกกรงเล็บของมันเป็นสีเขียวเข้มดูน่ากลัวยิ่งนัก!
กรงเล็บที่แฝงไว้ด้วยพิษศพได้แทงออกมารวดเร็วจนใกล้จะถึงร่างของเขาแต่ในพริบตานั้นเองที่ชายหนุ่มได้ใช้เคล็ดท่าเท้าอสรพิษลี้ลับออกมาร่างของชายหนุ่มพลิ้วไหวราวกับเกิดภาพมายาของอสรพิษที่เลื้อยจากด้านหน้าอ้อมไปโผล่ด้านหลังของร่างศพอย่างรวดเร็วจนกรงเล็บของศพคว้าได้แต่ความว่างเปล่า
และในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้กระตุ้นปราณมรณะเพื่อใช้ออกด้วยเคล็ดกายหยาบมารแห่งหมึกปีศาจวังวนมารบนท่อนแขนขวาของเขาเกิดรอยสักมารรูปวังวนขึ้นจนเต็มแขนพลังกายของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล มือขวาของเขาที่คว้าจับทวนสีดำอยู่ได้แทงทวนเล่มนั้นออกไปอย่างรวดเร็วด้วยกำลังกายอันมากมายในชั่วพริบตานั้นเองที่ทวนนั้นได้แทงผ่านร่างของหุ่นเชิดศพตนนั้นไปพร้อมกับการบิดทวนด้วยขอมือของชายหนุ่มพลังอานุภาพของทวนได้บดทำลายลำตัวของศพนั่นจนแหลกเละไม่มีชิ้นดี!
เมื่อลำตัวของศพนั้นถูกทำลายลง มันก็ได้ล้มลงนอนกองกับพื้นอย่างสิ้นสภาพถังเฟยหู่เลิกคิ้วอย่างแปลกใจ เขาไม่คาดคิดเลยว่าหุ่นเชิดศพจะถูกทำลายง่ายดายปานนี้แต่นั่นก็ย่อมเป็นเรื่องธรรมดาที่เขาจะเข้าใจคลาดเคลื่อน นั่นเพราะชายหนุ่มกำลังนำศพเหล่านี้ไปเปรียบเทียบกับหุ่นเชิดศพของเฟิงหงหู่ซึ่งเป็นยอดฝีมือในศาสตร์หุ่นเชิดศพนั่นจึงราวกับเป็นการเอามีดทำครัวไปเทียบกับยอดกระบี่ไม่มีผิด!
แฮ่!!!
แต่ในพริบตานั้นเองที่ศพอีกตนได้พุ่งร่างเข้าใส่ชายหนุ่มอย่างรวดเร็วมันได้ร้องเสียงขู่คำรามอย่างน่าสยดสยองออกมามันได้อ้าปากที่เต็มไปด้วยน้ำลายอันเหนียวข้นของมันออกมา มือทั้งสองข้างคว้าไปทางเบื้องหน้าเพื่อต้องการคว้าขอของชายหนุ่มมาขย้ำภายใต้ฟันของมัน
แต่ถังเฟยหู่มิได้ถูกเล่นงานอย่างง่ายดายปานนั้นแม้ศัตรูจะจู่โจมจากทางด้านหลังแต่เขาก็หาทางรับมือได้อย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มชักมือข้างขวากลับอย่างรวดเร็วและอาศัยความยาวของอาวุธให้เป็นประโยชน์เขาได้ใช้ปลายด้ามทวนตวัดขึ้นด้านบนด้ามทวนนั้นฟาดเข้าใส่กรามของศพตนนั้นอย่างรุนแรง กรามล่างกระแทกกับกะโหลกส่วนบนจนแตกหักเสียหมดสิ้น! ร่างของศพนั้นได้ลอยกลับหลังไปตามแรงทวนนั่น!
แต่ศพเหล่านั้นก็มิได้หยุดโดยง่าย ยังมีอีกหลายตนที่พุ่งเข้ามาหวังจะกัดกินเนื้อของชายหนุ่มเสียให้ได้!ถังเฟยหู่ได้ใช้ท่าร่างอสรพิษลี้ลับออกมาอีกครั้งร่างของเขาหลบหลีกหนีหายไปมา เดี๋ยวซ้ายเดี๋ยวขวา เดี๋ยวหน้าเดี๋ยวหลังจนพวกศพเหล่านั้นต่างสับสนกันไปหมดไม่อาจโจมตีชายหนุ่มได้ถูกเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ในพริบตานั้นเองที่มายาปราณของอสรพิษได้เลื้อยอย่างรวดเร็วจนปรากฏอยู่เบื้องหลังของศพตนหนึ่งสองมือของเขาจับทวนและแทงออกไปอย่างรวดเร็ว ทวนนั่นได้แทงผ่านร่างพร้อมกับชายหนุ่มได้บิดข้อมือเพื่อทำลายส่วนลำตัวของศพนั้นจนสิ้นหุ่นเชิดศพตนนั้นได้สิ้นสภาพลงในทันที
ร่างของชายหนุ่มได้พลิ้วไหวไปมาอย่างรวดเร็วทุกการเคลื่อนไหวจะทำการสังหารหนึ่งซากศพให้สิ้นสภาพไป ศพพวกนั้นไม่อาจต่อต้านการจู่โจมของเขาได้แม้แต่ครั้งเดียวแต่ในพริบตานั้นเองที่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น การจู่โจมของหุ่นเชิดศพเหล่านั้นได้เปลี่ยนกลายเป็นระเบียบมากขึ้น
หุ่นเชิดศพทั้งหลายเคลื่อนกำลังเข้าล้อมกรอบร่างของชายหนุ่มเอาไว้ตรงกลางถังเฟยหู่ขมวดคิ้วเพราะสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น การเคลื่อนไหวของพวกมันมีชั้นเชิงและความร่วมมือที่ดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตาร่างไร้ชีวิตเหล่านั้นได้สลับสับเปลี่ยนตำแหน่งไปมาอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มพยายามที่จะใช้เคล็ดหลบหลีกของท่าเท้าอสรพิษลี้ลับในการหลบหลีกและจู่โจมแต่เมื่อเขาพลิกอ้อมกลับมาด้านหลังของศพตนหนึ่ง ในตอนนั้นเองที่ได้มีร่างหุ่นเชิดศพอีกตนได้เข้ามาขวางอยู่เบื้องหน้าของเขาในทันทีราวกับรับรู้การเคลื่อนไหวของเขา! มันได้แทงกรงเล็บออกมาหมายจะแทงใส่คอของเขา
เคร้งงง!
เขาได้ยกทวนขึ้นมาป้องกันได้อย่างทันท่วงทีกรงเล็บที่แฝงไว้ด้วยพิษศพของร่างไร้ชีวิตนั่นได้กระแทกเข้าสู่ด้ามทวนที่ขวางลำคอของชายหนุ่มเอาไว้! ร่างของเขากระเด็นถอยไปด้านหลังหลายก้าวแต่ที่เบื้องหลังนั้นคือเหล่าซากศพที่รอเล่นงานเขาอยู่ ในพริบตานั้นเองที่เขาได้กระตุ้นสายเลือดในชั้นวิญญาณออกมาโดยสัญชาตญาณ!
สายเลือดมังกรมารกลืนสมุทร!
สายเลือดหนึ่งจากร้อยส่วนภายในวิญญาณของเขาได้ระเบิดอานุภาพของมันออกมารอบร่างของเขาปรากฏภาพเงามายาที่เลือนรางของมังกรสมุทรขึ้น เมื่อพลังสายเลือดนี้ได้ทำงานมันได้กระจายคลื่นวิญญาณบางอย่างออกรอบตัวพวกหุ่นเชิดศพทั้งหลายที่กำลังจะเข้าทำร้ายเขาพลันเคลื่อนไหวช้าลงอย่างเห็นได้ชัดราวกับพวกมันกำลังเคลื่อนไหวภาพใต้ห้วงน้ำก็ไม่ปานในพริบตานั้นเองที่ดวงตาของชายหนุ่มเป็นประกายขึ้น! ดูเหมือนว่านี่จะเป็นความสามารถของสายเลือดมังกรมารกลืนสมุทร!
ถังเฟยหู่ได้พลิกร่างกลับและฟันทวนออกไปในแนวขวางเพื่อเด็ดหัวศพทุกตัวที่พยายามจะเข้าทำร้ายเขาเมื่อครู่หลังจากนั้นเองที่คลื่นพลังเหล่านั้นได้สลายหายไปจนหมดสิ้น ภาพในกายของชายหนุ่มรู้สึกเหนื่อยล้าเพิ่มขึ้นมากอีกหลายเท่าเขาสามารถรับรู้ได้ในทันทีว่าการใช้สิ่งที่ให้ความรู้สึกเหมือนคลื่นเมื่อครู่กินพลังของเขาไปมากมายนัก
หากเขาจะใช้สิ่งนี้อีกควรต้องคิดให้ดีและใช้อย่างระวังเขายังไม่แน่ใจถึงพลังและความสามารถของสายเลือดมังกรมารกลืนสมุทรดีพอ เขายังต้องเรียนรู้อีกมากนักแต่เขาไม่มีเวลาเหลือพอให้คิดสิ่งใดมากเขาเร่งรีบใช้ท่าเท้าอสรพิษลี้ลับออกมาอย่างรวดเร็วเพื่อพลิ้วไหวไปมาระหว่างช่องว่างที่พอจะหาได้เพื่อหลบออกจากวงล้อมแห่งความตายนี้!
ร่างของหุ่นเชิดศพตนหนึ่งพลันได้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วร่างของมันได้พุ่งตรงมาทางถังเฟยหู่ที่หลบรอดออกนอกวงล้อมได้หุ่นเชิดตนอื่นก็ได้ขยับเคลื่อนไหวตามเช่นเดียวกันกับตนนั้นฝูงศพไร้ชีวิตขยับเคลื่อนไหวโดยพร้อมเพรียงถังเฟยหู่ได้ใช้มือข้างหนึ่งกำทวนแบบหลวม ส่วนมืออีกข้างจับปลายทวนไว้และออกแรงแทงทวนไปอย่างรวดเร็วจนราวกับภาพติดตาขึ้นจำนวนมาก
ปราณเก้าเยือกแข็งเพลงทวนทัณฑ์มังกร หมื่นมังกรลงทัณฑ์!
ลมปราณเย็นสุดเยือกแข็งได้ถูกกระตุ้นขึ้นมาปราณทวนถูกเคลือบไว้ด้วยไอเย็นของปราณเก้าเยือกแข็งชั้นหนึ่งทวนถูกแทงออกไปจำนวนนับไม่ถ้วนไปทางเบื้องหน้าเหล่าหุ่นเชิดศพที่พุ่งตัวเข้ามาต่างถูกทวนเหล่านั้นแทงจนร่างพรุนไปหมดพวกมันล้วนสิ้นชีพด้วยทวนที่ถูกแทงใส่ส่วนศีรษะจนหัวของพวกมันถูกทำลาย
แต่ถังเฟยหู่กลับเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจเขาพบว่าธาตุเย็นที่เคลือบบนทวนเมื่อจู่โจมเข้าสู่ส่วนต่างๆของร่างกายของศพเหล่านั้นมิได้ส่งผลมากเท่าที่ควรในตอนนั้นเองที่เขาพลันเข้าใจบางส่วนแล้ว แต่เขาจำต้องทดลองทำบางสิ่งเพื่อพิสูจน์สิ่งที่ตัวเองได้คิดเอาไว้เขาได้รั้งทวนกลับไปด้านข้าง จากนั้นเขาก็ได้โคจรปราณมรณะเพื่อใช้ออกด้วยเคล็ดกายหยาบมารของจระเข้เพลิงโลหิต!
ฝ่ามือของเขาลุกด้วยเพลิงโลหิตในทันใดนั้นเองที่เขาได้ตวัดฟาดมือซ้ายของตนออกไปใส่ร่างของหุ่นเชิดศพตนหนึ่งที่ใกล้ที่สุดก่อนจะถอยร่างกลับมาฝ่ามือเพลิงนั่นกระแทกเข้ากับอกของหุ่นเชิดศพอย่างถนัดถนี่บนร่างของศพตนนั้นได้ปรากฏร่องรอยของฝ่ามือเพลิงทิ้งเอาไว้ ชายหนุ่มเฝ้าสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงต่างๆบนร่างของหุ่นเชิดศพตนนั้นและเขาก็ได้พบว่าธาตุไฟดูจะมีผลทำร้ายพวกมันได้มากกว่าหลายเท่านัก
แต่ไม่นานนักเขาก็ได้เข้าใจถึงเหตุผลในข้อนั้นปราณมรณะ วิชาศาสตร์หุ่นเชิดศพ อาคมมรณะ รวมถึงวิชามารอีกมากมายล้วนเป็นพลังที่เอนเอียงไปทางธาตุหยินซึ่งมีคุณสมบัติที่คลับคล้ายกับความหนาวเย็น แต่ก็มิใช่ธาตุเย็น ซึ่งต่างจากธาตุหยางซึ่งอยู่ในหมวดหมู่รูปแบบพลังแห่งชีวิตธาตุร้อน รวมถึงเปลวเพลิง แต่นั่นก็มิได้หมายความว่าวิชามารทั้งหลายจะแพ้ธาตุไฟรวมถึงมิได้หมายรวมไปถึงธาตุไฟเป็นอริกับวิชามารเสมอไป นั่นเพราะสิ่งที่กล่าวล้วนเป็นเพียงคุณสมบัติพื้นฐานเท่านั้นซึ่งวิชาหุ่นเชิดศพตรงหน้าของเขานั้นอยู่ในขั้นที่ไม่สูงมากนักจึงทำให้ธาตุไฟพอส่งผลอยู่บ้าง
ทว่าในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่กลับเก็บรั้งฝ่ามือเพลิงกลับไปเขาเลือกที่จะใช้วิชาทวนเพื่อต่อสู้ต่อไป นั่นเพราะเขาจะได้รับประโยชน์ในการฝึกฝนวิชามากกว่าเขาได้กระชับทวนในมือก่อนที่จะพุ่งตัวหาเหล่าศพพวกนั้นอีกครั้ง!
ชายหนุ่มอยากสัมผัสประสบการณ์เสี่ยงตายอีกครั้งเพื่ออยากรับรู้ความรู้สึกของการใช้สายเลือดมังกรมารกลืนสมุทรเขาคิดว่านี่อาจเป็นหนึ่งในหนทางที่เขาสามารถกระตุ้นการพัฒนาสายเลือดชนิดนี้ให้เกิดความก้าวหน้ามากขึ้น
แต่ในครั้งนี้เมื่อเขาตกอยู่ในวงล้อมของเหล่าศพเดินได้อีกครั้งหนึ่งสายเลือดภายในกายของเขากลับไม่ได้ส่งความรู้สึกที่คล้ายคลื่นออกมาอีกแม้เขาจะรู้สึกเสียดายแต่เขาก็ได้วาดทวนออกไปเพื่อจู่โจมศพเหล่านั้นออกไปแทน ฝ่าเท้าของชายหนุ่มสลับสับเปลี่ยนไปมาระหว่างช่องว่างของศพเหล่านั้นปลายทวนถูกแทงออกไปใส่ส่วนหัวของหุ่นเชิดศพอย่างแม่นยำ ยิ่งเขาจู่โจมยิ่งเกิดความเชี่ยวชาญมากขึ้นปลายทวนของเขาวาดสลับสับเปลี่ยนไปมาราวกับมังกรสมุทรที่แหวกว่ายไปมาอย่างรวดเร็ว!
ฟิ้วววววว!!
ปลายทวนพุ่งแหวกอากาศไปอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มได้รู้สึกถึงบางสิ่งระหว่างที่ใช้กระบวนท่าของวิชาทวนทัณฑ์มังกรวิชานี้เกี่ยวพันเป็นอย่างมากต่อสายเลือดแห่งเจ้ามังกรสมุทรราวกับเขาใช้วิชานี้ในการต่อสู้จริงเท่าไหรก็ยิ่งส่งผลต่อสายเลือดในกายของเขามากเท่านั้นไม่เหมือนกับตอนที่เขาใช้วิชานี้ออกมาเพื่อฝึกฝน
ราวกับร่างกายรวมถึงสายเลือดนี้รับรู้ว่าตรงหน้าของเขาคือการต่อสู้ที่แท้จริงราวกับสายเลือดนี้ได้กลืนกินกลิ่นอายแห่งการต่อสู้ ความรู้สึกต่างๆเพื่อเติบโตซึ่งต่างจากตอนที่เขาออกล่าสัตว์อสูรก่อนหน้านี้ ทวนในมือของเขาที่เกิดจากจิตวิญญาณอสรพิษมรกตแปลงกายได้แผ่ความรู้สึกเย็นเยียบเข้าสู่ฝ่ามือของเขาเรื่อยๆความรู้สึกเหล่านั้นก็คือสายเลือดมังกรมารกลืนสมุทรนั่นเอง!
การบ่มเพาะสายเลือดชนิดนี้เขาต้องบ่มเพาะสายเลือดนี้ต่อจากอสรพิษมรกตอีกทีหนึ่งตามคัมภีร์ดูเหมือนว่าการต่อสู้จริงกับเหล่าศพเดินได้เหล่านี้ด้วยเพลงทวนทัณฑ์มังกรจะกระตุ้นพัฒนาการของสายเลือดนี้จริงๆในตอนนั้นเองที่สายเลือดภายในวิญญาณของเขาพลันได้เพิ่มขึ้นเป็นสามจากร้อยส่วนในทันที!
ภายในวิญญาณของเขาสั่นสะท้านราวกับปลาหลีฮื้อกระโดดข้ามประตูมังกร พลังวิญญาณของเขาพลันเข้มแข็งขึ้นอีกขั้น เคล็ดบ่มเพาะสายเลือดชนิดนี้มีผลปรับปรุงแก่นแท้จากภายในชายหนุ่มพลันรู้สึกมั่นใจขึ้นกว่าอีกหลายส่วนในการต่อสู้ราวกับเขาใกล้จะสัมผัสถึงความรู้สึกของการผสานเป็นหนึ่งเดียวกับทวนอยู่รอมร่อ!
ในพริบตานั้นเองที่เขาได้สำแดงกระบวนท่าหมื่นมังกรลงทัณฑ์ออกมาอีกครั้งหนึ่งในทันทีโดยใช้ปราณเก้าเยือกแข็งเป็นรากฐานของพลังเพราะมีความเข้ากันกับพลังสายเลือดแห่งสมุทรนี้มากที่สุดแล้ว! เงาทวนกระดูกมังกรสายฟ้าถูกแทงออกไปจนลายตากระบวนท่านี้ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยสายเลือดภายในวิญญาณสามส่วนทำให้บังเกิดเงามายาปราณของมังกรสมุทรขนาดเล็กจำนวนมากพุ่งออกไปแทงทะลุร่างกายของเหล่าศพเดินได้เหล่านั้นจนร่างพรุนไปเสียหมด!ภายในพริบตาพวกมันได้ตายไปหลายสิบตัว!
แต่พวกมันเป็นเพียงศพของชาวบ้านที่ถูกควบคุมมันไร้ซึ่งความหวาดกลัวและเจ็บปวด พวกมันพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดหย่อน ในตอนนั้นเองที่ชายหนุ่มได้ใช้ท่าร่างพลิ้วไหวไปทางอีกด้านหนึ่งเพื่อหลบหนีการอยู่ภายใต้วงล้อมของหุ่นเชิดศพชายหนุ่มรับรู้ว่าการเคลื่อนไหวของพวกมันคล้ายกับค่ายกลหากเขาตกอยู่ภายใต้การล้อมกรอบของพวกมันอาจทำให้เขาเสียเปรียบได้
ในตอนนั้นเองที่ชายหนุ่มได้รวบรวมลมปราณผสานสายเลือดมังกรมารกลืนสมุทรบางส่วนเอาไว้ในทวนเขาได้จับปลายด้ามทวนและยกทวนขึ้นเหนือหัวจากนั้นเขาได้จดจ้องไปทางเหล่าศพเดินได้ที่กำลังพุ่งตัวเข้ามาเป็นฝูงในทันใดนั้นเองที่เขาได้พลิกข้อมือและออกแรงแทงทวนลงมาอย่างรวดเร็วจนกระแทกเข้าสู่ผืนดิน!
เพลงทวนทัณฑ์มังกรคลื่นมังกรพิโรธ!!
ปลายทวนถูกแทงทะลุพื้นดินอย่างง่ายดายราวกับตัดผ่าเต้าหู้ก็ไม่ปาน พลังที่แฝงไว้ในทวนถูกถ่ายทอดเข้าสู่ผืนดินในทันทีในทันใดนั้นเองที่คลื่นพลังได้แผ่ขยายจากปลายทวนและกระจายออกเป็นคลื่นไปทางด้านหน้า!พื้นดินบริเวณที่ทวนปักอยู่ได้โป่งพองขึ้นด้วยพลังจากใต้ดินที่ผลักดันขึ้นมา
ตู้มมมม!!
ในพริบตานั้นเองที่เสียงระเบิดได้ดังขึ้น คลื่นพลังปราณกระแทกผืนดินออกไปทางด้านหน้าจนแตกไปมาคลื่นพลังกระแทกเข้าใส่เหล่าหุ่นเชิดศพพวกนั้นจนกระเด็นล่าถอยไปเสียหมดพวกมันส่วนมากที่ร่างกายของชาวบ้านธรรมดาเมื่อโดนพลังของกระบวนท่านี้จู่โจมใส่จึงทำให้พวกมันหลายสิบตัวกระดูกแตกหักจนหมดสิ้นสภาพเสียหมด!
ชายหนุ่มได้ถอนทวนขึ้นจากพื้นดิน จากนั้นอาศัยช่วงชุลมุนในการพุ่งตัวเข้าสู่วงล้อมของศพเดินได้เหล่านั้นมีพวกมันหลายตัวที่ไม่ได้กระดูกแตกหักเหมือนพวกที่อยู่แนวหน้าและบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยชายหนุ่มได้ช่วงชิงจังหวะในตอนนั้นเพื่อแทงทวนในมือออกไปใส่ศีรษะของพวกมันอย่างรวดเร็วจากนั้นเขาจึงได้เร่งรีบใช้ท่าเท้าถอยห่างออกมาอย่างรวดเร็ว ราวกับเป็นการใช้กลยุทธ์ตีชิงตามไฟในตำราพิชัยสงครามก็ไม่ปานดั่งเช่นในศึกสงครามเมื่อศัตรูอยู่ในช่วงอ่อนแอจำต้องรีบฉกฉวยโอกาส!
แต่เหล่าหุ่นเชิดศพก็ราวกับเริ่มจับทิศทางการโจมตีของชายหนุ่มได้พวกมันพลันรวมตัวกันโดยหันหลังชนกันจากทุกด้านพวกมันได้กางกรงเล็บแยกเขี้ยวออกไปทางรอบด้าน หนึ่งก็เพื่อระวังภัยให้แก่กันสองคือมิให้เกิดช่องว่างให้ถังเฟยหู่จู่โจมได้โดยง่ายและอย่างที่สามก็เพื่อช่วยกันเพิ่มอานุภาพของพิษศพโดยใช้จำนวนเข้าสู้ราวกับสิ่งที่พวกมันกำลังกระทำอยู่นี้เป็นค่ายกลชนิดหนึ่ง
ถังเฟยหู่ขมวดคิ้วเขาพยายามกวาดตามองหาผู้ควบคุมกองทัพหุ่นเชิดศพพวกนี้แต่แล้วเขาก็สังเกตุเห็นถึงบางคน! เขากวาดตาขึ้นไปมองเห็นหญิงสาวผู้หนึ่งนั่งมองเขาต่อสู้จากบนหลังคาของบ้านหลังหนึ่งหญิงสาวผู้เส้นผมยาวสีขาว นางนั้นมีใบหน้าที่ทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างมาก!
“เป็นเจ้า!” ถังเฟยหู่ชี้ทวนไปทางนางพร้อมกับพูดออกมาอย่างไม่พอใจ“ที่แห่งนี้! พวกศพเดินได้เหล่านี้!เป็นฝีมือของเจ้าเช่นนั้นเหรอ?”เขาถามออกมาด้วยอารมณ์ที่ออกจะสับสนปนเปไปอยู่บ้างแม้จะทราบว่านางเป็นคนของแผ่นดินศัตรูแต่เท่าที่เขาเคยพูดคุยกับนางกลับรู้สึกว่านางมิใช่คนใจคออำมหิตจึงทำให้เขาสองจิตสองใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับหมู่บ้านตระกูลซุนเป็นฝีมือของนางหรือไม่
ซินถงที่นำมือทั้งสองข้างมาเท้าคางไว้มองไปชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่ค่อยพอใจเท่าไหรนักที่อีกฝ่ายกล่าวหานางเช่นนั้น“คนต้าหลิงยังไงก็คือต้าหลิงสิ่งชั่วร้ายทั้งหลายในแผ่นดินล้วนมองว่าพวกเราต้าเซี่ยล้วนเป็นผู้กระทำ! น่ารังเกียจยิ่งนัก แน่นอนว่าข้าย่อมมิใช่ผู้กระทำอยู่แล้ว!”
“เช่นนั้นเจ้ามาที่แห่งนี้ได้ยังไงกัน?” ถังเฟยหู่กล่าวถามแม่นางจากซีเซี่ยผู้นี้ออกไปด้วยความสงสัยเขายังคงมีความคิดเชื่อครึ่งมิเชื่อครึ่งว่าอีกฝ่ายมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ซินถงที่ได้ยินเช่นนั้นก็ถอนลมหายใจออกมาอย่างขุ่นเคือง นางได้จดจ้องไปยังถังเฟยหู่ที่ต่อสู้ไปมาอยู่เบื้องล่าวพร้อมกับกล่าวออกมา“แน่นอนว่าย่อมมาหาเจ้า! ข้าต้องการทวงถามมรดกของบรรพบุรุษข้าคืน!”
“มิใช่ข้ามิยอมยกของให้แก่เจ้า แต่เป็นของสิ่งนี้ไม่ยอมแยกจากข้า เจ้าจำไม่ได้เหรอว่าข้าเคยยกมันให้เจ้าแล้วแต่มันก็กลับมาหาข้าเองนะ!” ถังเฟยหู่กล่าวโต้ตอบกลับไปขณะแทงทวนทะลุลำคอของหุ่นเชิดศพตนหนึ่งในตอนนั้นเองที่เขาได้ส่งจิตสัมผัสเข้าสู่ห้วงวิญญาณของตนเพื่อตามหาศาสตราอสูรรูปร่างแท่งหินภายในนั้น
ในพริบตานั้นเองได้มีละอองปราณพวยพุ่งออกจากห้วงวิญญาณของเขามันได้ออกไปจากร่างของเขาและรวมตัวกันเป็นแท่งหินประหลาดภายในมืออีกข้างหนึ่งของชายหนุ่มในพริบตานั้นเองที่เขาได้ขว้างซัดแท่งหินในมือนั้นออกไปหาหญิงสาวชาวซีเซี่ยแท่งหินได้บินไปอย่างรวดเร็ว ซินถงได้คว้ามือออกไปและรับแท่งหินนั้นมา แต่ในชั่วพริบตานั้นเองที่แท่งหินนั้นสั่นสะท้านและดิ้นหลุดออกจากมือของซินถงไปและบินกลับไปหาถังเฟยหู่อีกครั้งโดยบินวนเวียนไปรอบกายของชายหนุ่ม
ถังเฟยหู่ยิ้มออกมา“เห็นไหมว่ามันมิยอมไปกับเจ้า”
ซินถงได้ขมวดคิ้วออกมา“เรื่องนั้นข้าก็รับรู้ตั้งแต่อยู่แดนลับทะเลปีศาจแล้ว แต่อย่างไรก็ตามข้าก็ต้องนำมรดกชิ้นนี้กลับไปยังเผ่าของข้าหากจำเป็นข้าก็ต้องลากเจ้ากลับไปยังเผ่าของข้าให้ได้!”
แต่ก่อนที่ซินถงจะได้กล่าวต่อไป ถังเฟยหู่กลับพูดสวนขึ้นมาแทน “น่าขำ ฮ่าๆๆ คิดว่าข้าจะยอมงอมืองอเท้าให้เจ้าลากตัวไปได้ง่ายๆหรืออย่างไรข้าเคยบอกเจ้าไปแล้วว่าข้ามีธุระมากมาย ไม่อยากไปซีเซี่ยไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม!”
“ดื้อด้านจริงเชียว!” ซินถงกัดฟันอย่างโมโห นางลุกขึ้นมายืนและเงื้อมือทั้งสองไปทางด้านหลังเพื่อคว้าจับด้ามขวานคู่ของนางนางสะบัดมือฟาดฟันขวานคู่ออกไปทางด้านข้าง รัศมีปราณพุ่งแหวกอากาศไปทางด้านข้างจนหลังคาบ้านที่นางยืนอยู่ถูกฟันจนเป็นรอยของขวานคู่นั่น!
“ตายซะ!” ซินถงกระโดดขึ้นสูง มือทั้งสองวาดขวานขึ้นด้านบนปราณเก้าเยือกแข็งถูกรวบรวมเอาไว้ในขวานสั้นคู่นั้น เบื้องหลังของนางบังเกิดภาพมายาปราณเลือนลางของจิ้งจอกหิมะที่ทับซ้อนกับร่างของนางขวานคู่เหล่านั่นเปรียบกับเขี้ยวของจิ้งจอก ร่างของนางพุ่งลงมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับที่นางได้ฟาดฟันขวานคู่ลงมา!
ฟิ้ววววว! ตู้มมมมม!!
ขวานของนางฟาดฟันใส่พื้นดินจนสร้างการโจมตีที่เหมือนกับจันทร์เสี้ยวคู่พุ่งออกไปทางด้านหน้า!การโจมตีเหล่านั้นวาดผ่านร่างของถังเฟยหู่ไปอย่างฉิวเฉียด! ลมเย็นพัดผ่านใบหน้าของเขาไปเพียงแค่นิดเดียว ปราณขวานเหล่านั้นได้พุ่งตรงต่อไปและเข้าฟาดฟันใส่ร่างกายของหุ่นเชิดศพจนแยกเป็นชิ้นๆ
ซินถงเผยรอยยิ้มเยาะเย้ยออกมา“ข้าเห็นเจ้าสู้แบบทีเล่นทีจริงไม่ยินยอมเอาจริงเสียทีแล้วข้ารู้สึกรำคาญสายตาชอบกลให้ข้าจัดการพวกมันเองเถอะ เสร็จสิ้นทุกอย่างแล้วเจ้าก็จงตามข้าไปยังซีเซี่ยเถอะ!”