The Dark World มหาสงครามออนไลน์กู้ปฐพี

    LV 130 เกมที่พลิกไปพลิกมา



    เครดิตภาพจาก https://www.wallpaperflare.com


          แต่ไม่ทันจะได้ตั้งหลัก งุยโฮก็รุกไล่เข้ามาอีก คมมีดทั้งซ้ายขวารัวใส่ไม่หยุด ทำให้มาวินร้องเหวอ พร้อมยกสองมือขึ้นมาปัดป้อง


    “ เฮ้ย! ” 


    “ ปึ้กปึ้ก ปึ้ก……. ” 

                


           มาวินใช้สองมือปัดป้องพายุคมมีด ทว่าความเร็วในการโจมตีกลับทวีขึ้นเรื่อยๆจนเด็กหนุ่มเริ่มตั้งรับไม่ทัน เขาจึงถีบสวนไปที่กลางลำตัวของงุยโฮ 

                 


           การสวนกลับที่คาดไม่ถึง ทำให้งุยโฮตกใจจนคิ้วกระตุก แต่ลูกถีบนั้นไม่ได้ระคายผิว เพราะชายหนุ่มร่างล่ำยกขาซ้ายขึ้นมากันได้ทัน กระนั้นก็ต้องเซถอยหลังไปหลายก้าวอยู่ดี 

                 


           ทั้งสองหยุดต่อสู้ชั่วขณะและหันมาจ้องหน้าแน่วนิ่ง ด้วยรับรู้ถึงความน่ากลัวของอีกฝ่าย โดยเฉพาะมาวินถึงกับหน้าซีดเผือดและเหงื่อตก ภายในใจแอบขบคิด


    “ ฝีมือของหมอนี่ไม่ธรรมดา ประมาทไม่ได้เลย ” 

                 


           ทางฝั่งงุยโฮก็รู้สึกทึ่งเช่นกัน เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีใครต้านทานการรุกไล่ของเขาได้นานขนาดนี้ ทว่าภายนอกกลับยังนิ่งและไม่แสดงอารมณ์ใดๆออกมา

                  


           การต่อสู้ที่ดุเดือด ทำให้ผู้ชมแทบลืมหายใจ ส่วนเทพศาสตราก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อันเป็นกิริยาที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็น สร้างความประหลาดใจแก่อากิเนะอย่างมากมายจนอดถามไถ่ไม่ได้


    “ อากิเนะเห็นท่านปู่นั่งยิ้มอยู่นานสองนาน ชอบใจอะไรเหรอคะ ” 


    “ หึๆ ก็จะไม่ให้ปู่ดีใจได้ยังไงล่ะ อากิเนะ เจ้ารู้มั้ยว่าคู่ต่อสู้แต่ละคนที่ข้าเลือกมีคุณสมบัติยังไง ” 

                


             อากิเนะทำหน้างง เพราะเธอแทบไม่เคยมาเยือนโรงฝึกจึงไม่รู้ฝีไม้ลายมือของทุกคน

                 


            เทพศาสตราเห็นอากิเนะนิ่งอึ้งไปหลายอึดใจ ชายชราผมขาวจึงยิ้มให้หลานสาวนิดหนึ่งก่อนอธิบายด้วยน้ำเสียงที่สั่นน้อยๆ คล้ายขบขัน 


    “ เคนจิ ผู้เป็นคู่ต่อสู้คนแรก เขามีจุดเด่นที่ความเร็วและความคล่องตัว แต่เจ้าหนูนี่กลับไวกว่า สุดท้ายมันก็ใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนของเคนจิที่ไม่ค่อยอึดและเอาชนะไปได้ ” 

                  


             อากิเนะรับฟังอย่างสงบ พร้อมพยักหน้ารับคำ เทพศาสตราจึงทิ้งเวลาให้ผ่านไปครู่หนึ่ง ก่อนบรรยายต่อ 


    “ ส่วนอาเบะ ผู้เป็นคู่ต่อสู้คนที่สอง เขามีร่างกายแข็งแกร่งจนไม่มีใครทำอันตรายได้ แต่เจ้าหนูนั่นใช้เวลาไม่นานก็หาจุดอ่อนของอาเบะเจอ บ่งบอกถึงไหวพริบปฏิภาณที่ดีเยี่ยม ” 

                


           อากิเนะรู้สึกสับสน เพราะในช่วงหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา เธอไม่เคยเห็นมาวินแสดงความฉลาดออกมาเลย ถึงกระนั้นเทพศาสตราก็ยังสาธยายต่อ 


    “ ส่วนงุยโฮนั้น เขาเป็นยอดฝีมืออันดับสองรองจากโอคุยาสุ ฝึกวิชามาตั้งแต่เล็กชำนาญเพลงยุทธ์และมีพื้นฐานการต่อสู้ที่แน่นมาก นอกจากนี้ยังฝึกฝนร่างกายจนสมดุลทั้งกำลังและความเร็ว ผิดกับเจ้าหนูที่ดูจากการออกท่าทาง ก็รู้ทันทีว่าเพิ่งฝึกวิชาได้ไม่นานการตั้งกระบวนท่ายังอ่อนด้อยและไร้พลัง ทว่ามันกลับต้านทานการรุกไล่ของผู้ชำนาญยุทธ์ได้หลายสิบกระบวน เจ้าไปแปลกใจบ้างเหรอว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้  ”  


    “ เอ่อ……หลานไม่ทราบค่ะ ” อากิเนะยิ่งงงหนักกว่าเดิม เพราะเธอไม่ใช่นักสู้มืออาชีพ อันที่จริง สาวสวยไม่เคยฝึกต่อสู้เลยด้วยซ้ำ จึงไม่เข้าใจในสิ่งที่เทพศาสตราอธิบาย

                


            เทพศาสตราลอบเป่าลมหายใจ คล้ายนึกระอาที่หลานสาวแสนสวยไม่ยอมเอาดีทางด้านการต่อสู้ทั้งที่มีปู่เป็นถึงนักสู้ระดับปรมาจารย์ และเมื่อทำใจยอมรับความจริงอันโหดร้ายได้ ชายชราผมขาวจึงอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย 


    “ สาเหตุที่เจ้าหนูสามารถต้านทานการรุกไล่ของงุยโฮได้เพราะมีสายตาที่ดีเยี่ยม แถมยังวิเคราะห์และอ่านสถานการณ์ได้อย่างเฉียบคมนับว่าเป็นเด็กหนุ่มที่ไม่เลวเลยทีเดียว หึๆ ” 

               


           แม้ว่าอากิเนะจะไม่ค่อยเข้าใจ แต่ดูจากท่าทางระรื่น อันเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยได้เกิดขึ้นกับท่านปู่ผู้เงียบขรึม ก็พลอยทำให้เธอดีใจจนยิ้มแก้มปริไปอีกคน  

               


           งุยโฮเป็นชายร่างล่ำสันที่มีผิวสีแทน ใบหน้าคมเข้มแลออกไปในโทนดุดันเมื่อนำมาประกอบกับผมหยักศกสีดำสนิทที่ยาวประบ่า ยิ่งขับเน้นให้ดูคล้ายแรมโบ้จนจอมปากเปราะอย่างมาวินอดแซวไม่ได้


    “ น่านไงล่ะ ก็คิดอยู่แล้วว่าเหมือนใคร ดูยังไงก็แรมโบ้ดีๆนี่เอง ญาตินายเคยเป็นทหารพ่ายศึกจากสงครามเวียดนามรึเปล่า ” เด็กหนุ่มไถ่ถามอย่างจริงจัง ราวกับว่าเรื่องนี้สำคัญอย่างยิ่งยวด 

               


           งุยโฮถึงกับเอ๋อไปชั่วขณะ แม้เขาจะเป็นคนเงียบขรึมปานใดแต่เมื่อเจอความบ้าที่ไร้ขีดจำกัดของนายลิงหัวเขียว ก็ทำให้อดออกปากไม่ได้


    “ นายพูดเรื่องอะไร ชั้นงง ” 


    “ อ้าว……นี่ลืมกำพืดของตัวเองได้ยังไง บรรพบุรุษของนายเป็นถึงยอดนักรบในตำนานชนิดที่คนเดียวสู้ได้ทั้งกองทัพเลยนะเฟ้ย นายนี่มันเลี้ยงเสียข้าวสุกชะมัด ” มาวินแสร้งทำเป็นผิดหวังพร้อมต่อว่าอย่างรุนแรง 

                


           งุยโฮเริ่มโมโห ซึ่งก็ควรจะเป็นเช่นนั้น ลองคิดดู มันจะอยุติธรรมแค่ไหน ที่อยู่ดีๆต้องมาโดนด่าสาดเสียเทเสียจากเรื่องราวที่ไม่รู้ว่าคืออะไร มิหนำซ้ำ ยังเป็นคำด่าจากคนที่ตนเองอยากกระทืบ ความโกรธนั้นก็เลยเพิ่มเป็นเท่าทวี ชายร่างล่ำจึงนิ่วหน้าและคำรามดัง 


    “ เจ้าหนู แกเลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว ลงไปนอนวัดพื้นซะ ” 

                 


           สิ้นเสียงคำรามที่เกรี้ยวกราด ร่างล่ำสันของงุยโฮก็พุ่งทะยานเข้าใส่มาวินคมมีดจากสองมือทิ่มแทงได้เร็วกว่าเดิม แต่การโจมตีที่ขาดสติย่อมบั่นทอนความแหลมคม ทำให้เด็กหนุ่มหัวเขียวได้ใจ และเริ่มยิ้มออกมา 

             


            พอพายุคมมีดเข้าถึงตัว
     มาวินก็โยกหลบไปทางซ้ายทีขวาทีอย่างใจเย็น ส่งผลให้การโจมตีด้วยอารมณ์ไม่ต้องกายของเด็กหนุ่มแม้แต่แผลเดียว 


    “ สำเร็จแน่ หึๆ ” มาวินนึกกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจก่อนก้มหัวหลบคมมีดที่ปาดตวัดและโต้กลับด้วยท่าไม้ตายประจำตัว 


    “ พยุหะกรงเล็บแมวป่า ” 

                


           กรงเล็บนับสิบจากสองฝ่ามือพุ่งใส่งุยโฮอย่างรวดเร็ว ทุกดอกกระแทกเข้าจุดสำคัญบนร่างกายทำให้ชายร่างล่ำผงะถอยหลังไปหลายก้าว


    “ ปึก ปึก ปึก…… ”  


    “ นี่แน่ะ นี่แน่ะ นี่แน่ะ ” มาวินตะโกนดัง พร้อมรัวกรงเล็บใส่สุดกำลัง  

                


            จังหวะที่มาวินกำลังจะคว้าชัย ชายร่างล่ำก็กลับคืนสติและหลุดจากโทสะเลยถีบตัวถอยหลังสุดกำลัง เพื่อหลบให้พ้นวิถีของกรงเล็บ แต่เด็กหนุ่มหัวเขียวไม่ยอมปล่อยโอกาสทองให้หลุดลอย จึงตามติด หวังขยี้ต่อ 


    “ จะไปไหน แรมโบ้ นายหนีไม่พ้นแน่ ” 

                 


            มาวินคิดรุกไล่ต่อ เพื่อเผด็จศึก แต่สัญชาตญาณกลับสั่งให้ถอยหนีเพราะประสบกับดวงตาที่เจิดจรัสของอีกฝ่าย


    “ เฮ้ย แววตาแบบนี้ มันหายโกรธแล้วนี่หว่า เอาไงดีนะ ” มาวินนึกสับสน ช่วงที่กำลังลังเลการเคลื่อนไหวก็พลันช้าลงจนเปิดช่องให้งุยโฮปลดปล่อยท่าไม้ตายสูงสุดออกมา 


    “ คมมีดกากบาท ” 

                  


            สิ้นเสียงกู่ร้อง งุยโฮก็ฟาดมีดสั้นทั้งสองข้างให้ไขว้กัน วินาทีต่อมา เด็กหนุ่มก็เห็นประกายแสงรูปกากบาทพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว 


    “ เฮ้ย ” 

                   


            ด้วยปฏิภาณที่ว่องไว จึงทำให้เด็กหนุ่มตัดสินใจกระโดดถอยหลังสุดกำลังพร้อมยกสองแขนขึ้นกันลำตัว อันเป็นเป้าหมายของประกายแสงประหลาด  


    “ เปรี้ยง ” 

                   


           เมื่อประกายแสงรูปกากบาทกระทบกายเพรียวบางของมาวิน ก็เกิดเสียงปะทะดังสนั่นไปทั่วโรงฝึก ด้วยความแรงของมัน ทำให้เด็กหนุ่มปลิวไปไกลถึงห้าเมตร ก่อนจะร่วงล้มลงไปกลิ้งโคโล่กับพื้น


    “ โครม ”

           


    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter