คนของสำนักปฐพีพิฆาตทั้งแปดร้อยย่อมไม่สบอารมณ์ หุ่นพยนต์จอมห้าววาจาสามหาวยิ่งนัก ความทรงจำโบราณสั่งให้ป้านโหวลี่ตบศีรษะผู้เป็นเจ้าสำนักของพวกเขา ผู้คนเหล่านั้นต่างก็แค้นจนนัยน์ตาลุกเป็นไฟ พวกเขาล้วนกำหมัดแน่น เสียงอื้ออึงดังไปทั่วทางขึ้นเขา
“ไอ้หุ่นนั่นอวดดี!”
“สับมันเป็นชิ้นๆให้มันได้สำนึก!”
“เรียกคนที่อยู่ด้านบนมา ในตอนนี้กำลังคนของพวกเราเป็นรอง!”
...
ป้านโหวลี่ทอดถอนใจ เขาปรายตามองคนสี่ห้าคนที่พุ่งทะยานไปบนเขา ผู้มีผมขาวส่งสายตาให้ชายชราเครายาว แล้วคนแซ่ป้านก็เดินไปประชิดตัวหุ่นพยนต์ที่ยืนเชิดหน้าอย่างไม่รู้สึกรู้สา
“ท่านเหรินชิงเต้อ...”
ป้านโหวลี่พยักหน้าลงเล็กน้อย เขาขยับนิ้วไปมาไม่กี่ครั้ง เขตอาคมกั้นเสียงก็พลันบังเกิด คนแซ่ป้านใช้มือป้องปากแล้วกระซิบกระซาบ เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา
“แค่เหยียบถิ่นเก่าของท่านได้เพียงสองก้านธูป ท่านหานยี่ก็สร้างปัญหาให้พวกเราแล้วถึงสองหน ข้าเกรงว่าหากเป็นอย่างนี้ต่อไป พวกเราต้องปะทะกับเหล่าผู้ฝึกตนธาตุดินและผู้คนตระกูลมู่ก่อนที่งานแสดงความรู้จะเริ่มขึ้น ข้าต้องขอร้องให้ท่านหานยี่หยุดพฤติกรรมที่สุ่มเสี่ยงต่อการกระทบกระทั่ง หากไม่เช่นนั้น...ข้าจะให้ท่านรับผิดชอบการกระทำของท่านเอง!”
ชายผู้มีผมขาวจ้องเข้าไปในแววตาของหุ่นพยนต์ ท่าทีของป้านโหวลี่ยังคงนอบน้อม ทว่าแววตาของเขาจริงจัง หานยี่ผายมือยักไหล่ จากนั้นเขาก็เปิดเผยถึงความคิด
“ป้านโหวลี่ เจ้าเป็นเจ้าสำนัก เจ้าน่าจะเข้าใจความรู้สึกของข้าดีกว่าใคร จริงอยู่ ข้าควรดีใจที่ไอ้คนเบ้าตาลึกนั่นก้าวถึงปราณขั้นที่เก้า แต่ข้าก็หาได้รู้สึกเช่นนั้นไม่ คนผู้นั้นช่างโง่เขลา มันไม่รู้จักวิธีปฏิบัติต่อตุ๊กตาคู่อย่างเหมาะสม นอกจากตุ๊กตาคู่แล้ว ยังมีของอีกหลายสิ่งที่ข้าทิ้งไว้ให้คนรุ่นหลัง แต่ดูท่าว่าพวกมันคงใช้ประโยชน์จากของเหล่านั้นไม่ได้อยู่ดี...”
ป้านโหวลี่รู้สึกเห็นใจหานยี่ แต่ขณะเดียวกันเขาก็เข้าใจผู้เป็นอริเช่นฟ่านหม่านซือ ของที่คนรุ่นเก่าทิ้งไว้ผ่านกาลเวลาอันยืดยาว หากไม่เต็มไปด้วยปริศนา บางครั้งก็ดูไม่ผิดแผกจากสิ่งของธรรมดาทั่วไป แม้ว่าสิ่งนั้นจะเป็นของวิเศษก็ตามที
โชคดีว่าดวงวิญญาณของรุ่นก่อนยังคงอยู่ ป้านโหวลี่จึงไขปริศนาสิ่งของประหลาดๆหลายสิ่งได้ แต่ทว่าก็โชคร้าย จ้าวเฉินมิได้จำเรื่องต่างๆได้เสียทั้งหมด...
“ถึงอย่างไรข้าต้องขอให้ท่านหานยี่เลิกยั่วยุฟ่านหม่านซือ มิเช่นนั้นข้าจะไม่ยื่นมือเข้าช่วยหากเกิดปัญหา” น้ำเสียงของป้านโหวลี่แข็งขึ้นเล็กน้อย เขาจำต้องใช้ไม้แข็งกับสหายของรุ่นก่อน หาไม่แล้วหานยี่คงจะเอาแต่สร้างปัญหาให้กลุ่มพันธมิตรอยู่ไม่หยุด หานยี่พยักหน้าอยู่หลายครั้ง จากนั้นเขาก็ชี้นิ้วไปข้างหน้า
พรึ่บ!!!
แสงสว่างสีทองพุ่งวาบออกจากปลายนิ้วของหุ่นพยนต์ อาคมกั้นเสียงสลายหายไปในบัดดล หานยี่ร่ายอักขระเวทลากเจ้าเปี๊ยกที่ซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มฝูงชนออกมา แล้วหานยี่ก็เอ่ยบอกเด็กชาย
“จิวฟง ป้านโหวลี่บอกว่าจะตัดหางปล่อยวัดพวกเรา ไม่มีใครช่วยพวกเราแล้ว เดี๋ยวพอคนแปดร้อยนั่นบุกเข้ามา ข้าอนุญาตให้เจ้าลุยได้เต็มที่!”
“ท่านเหรินชิงเต้อ ข้าไม่ได้กล่าวเช่นนั้น!”
ป้านโหวลี่ปวดเศียรเวียนเกล้า หานยี่ดื้อดึงอย่างที่รุ่นก่อนได้กล่าวไว้ คนผู้นี้ดื้อรั้นจนร่างกายแตกสลาย แม้แต่เศษเสี้ยวของร่างก็ไม่หลงเหลือ ขณะนั้นคำพูดของดวงวิญญาณรุ่นก่อนที่ถูกจองจำในเขตหุบเขาฉู่สีก็ลอยเข้ามาในหัว
“...ป้านโหวลี่ ฝากดูแลหานยี่ด้วย สหายของข้าหัวรั้นและไม่ยอมเชื่อใครง่ายๆ นิสัยของเขาเป็นเช่นนั้นเอง คิดเสียว่ามีจิวฟงเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคนก็แล้วกัน”
ป้านโหวลี่เอามือกุมหัวแล้วบีบนวดขมับ เขามองไปทางเจ้าเปี๊ยกที่ยังคงทำหน้าเหลอหลา คนแซ่ป้านเหลือบตามองหานยี่ที่สั่งให้จิวฟงเตรียมพร้อมรับมือการบุก ชายผมขาวถอนหายใจยาวๆก่อนที่จะพึมพำเบาๆ
“คิดเสียว่ามีจิวฟงเพิ่มขึ้นมาอีกคน! เอาน่ะ อีกแค่สามวันแก่นความทรงจำของท่านหานยี่จะหลุดออกจากร่างหุ่น เรื่องคงไม่เลวร้ายไปกว่านี้หรอก!”
บรรยากาศช่างตึงเครียด คนของสำนักธาตุดินอีกหลายพันเหินลอยลงมาจากท้องนภา คนเหล่านั้นล้วนมีท่าทีเป็นเดือดเป็นแค้น ฝ่ายหานยี่ดันหลังเด็กชายให้ไปยืนอยู่หน้าสุด จิวฟงเหงื่อแตกซิก ตัวเขากำลังจะเผชิญหน้ากับผู้มีปราณขั้นที่เก้า!
หานยี่ยกมือขึ้นอย่างแช่มช้า เขาชี้ไปยังคนที่มีเบ้าตาลึก เด็กชายรีบปัดมือของเหรินชิงเต้อออก เจ้าเปี๊ยกกล่าวออกมาอย่างโมโห
“ชี้อยู่นั่นแหละ ชี้แต่ละทีหาเรื่องให้ข้าชัดๆ ตอนที่อยู่ด้านล่างก็ชี้ไปหาคนที่มีปราณขั้นสี่ ตอนนี้ก็ชี้ไปที่เจ้าสำนัก อยากรู้นักว่าถ้าข้าไม่อยู่ตรงนี้ ท่านเหรินชิงเต้อจะแก้ไขปัญหายังไง!”
หานยี่หัวเราะหึๆ เขามองไปทางตุ๊กตาขาวที่โอบขนาบทั้งสองข้าง เจ้าเปี๊ยกมองตามสายตานั้นก็เห็นว่ารูปปั้นยังคงนั่งคุกเข่าอยู่ เด็กชายนึกทบทวนคำพูดของความทรงจำโบราณ ดวงตาของจิวฟงลุกวาวในทันใด
“รูปปั้นคู่นี้แข็งแกร่งดังที่ท่านเหรินชิงเต้อว่าจริงๆหรือ”
หานยี่ไม่ตอบคำ เขายิ้มมุมปากแล้วมองไปยังคนเบ้าตาลึก หุ่นพยนต์หันมาหาเด็กชาย ดวงตาของหานยี่เป็นประกายวาววับ ความทรงจำโบราณออกคำสั่งจิวฟงโดยไม่รีรอ
“อย่างที่ข้าบอกไป ตุ๊กตาคู่เปรียบได้กับผู้พิทักษ์ ข้าให้เวลาเจ้าสองก้านธูป จงหาวิธีปลุกตุ๊กตาคู่ให้ตื่นขึ้นให้ได้ หากพวกมันบุกเข้ามาในตอนนี้...” หานยี่หยุดพูดแล้วหันหลัง จากนั้นเขาก็เอ่ยด้วยเสียงดัง
“...เดี๋ยวป้านโหวลี่กับไอ้หัวแดงจะช่วยรับมือให้เอง!”
“อ้าว คราวนี้รวมข้าไปด้วยเรอะ!” กวงหั่วอุทานอย่างตกใจ
พอรู้ว่าเด็กชายแห่งสำนักหนึ่งโลกากำลังจะปลุกรูปปั้นขาวให้ตื่นขึ้น คนของสำนักปฐพีพิฆาตก็หยุดการเคลื่อนไหวโดยพลัน พวกเขาต่างก็มองมาที่เจ้าสำนัก ฝ่ายฟ่านหม่านซือหรี่ตาพร้อมกับครุ่นคิด
ฟ่านหม่านซือไม่อาจอยู่เฉยโดยที่ไม่ทำอะไร หากจิวฟงปลุกรูปปั้นขาวให้ตื่นขึ้นมาได้จริง ย่อมเท่ากับว่าสำนักปฐพีพิฆาตถูกตบหน้าฉาดใหญ่ ถึงกระนั้นเจ้าสำนักเช่นเขาก็ไม่รู้ถึงความลับของรูปปั้นที่ยืนยงผ่านกาลเวลา การจะให้เขาปลุกรูปปั้นหินให้ตื่นขึ้นภายในเวลาสองก้านธูปย่อมเป็นไปไม่ได้
ขณะนั้นเองความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัวของคนแซ่ฟ่าน ฟ่านหม่านซือพยักหน้ากับตัวเองอยู่หลายหน ผู้มีเบ้าตาลึกรีบสั่งให้คนไปตามตัวชายผู้หนึ่งมา เขากอดอกแล้วเชิดหน้า จากนั้นก็เอ่ยด้วยเสียงที่ดังก้องไปทั่วเขตเขา
“ความจริงข้ารู้ความลับของรูปปั้นคู่แห่งสำนักปฐพีพิฆาต เว้นจากข้าแล้วไม่มีใครในสำนักรู้ความเป็นมาของรูปปั้นใหญ่ แต่ข้าไม่เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องเปิดเผยกับคนนอก ข้าจะให้ศิษย์เอกปลุกพวกมันให้ตื่นขึ้น ข้าขอเชิญเหล่าศิษย์ของสำนักต่างๆมาทดสอบความสามารถ ดูว่ามีผู้เก่งกาจคนใดสามารถทำให้หุ่นนี้เคลื่อนไหวได้!”
ฟ่านหม่านซือแสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เขาภูมิใจกับความคิดอันปราดเปรื่องยิ่งนัก ในเมื่อเขาไม่สามารถเค้นคอความทรงจำโบราณ การยืมมือศิษย์สำนักต่างๆให้ช่วยกันไขความลับของรูปปั้นใหญ่ย่อมเป็นการดีที่สุด ตัวเขาก็ไม่ต้องออกแรงให้เสียหน้า และหากมีผู้ใดไขความลับของหุ่นใหญ่ได้จริง นั่นย่อมเกิดประโยชน์กับสำนักฝึกตนที่เขาปกครอง
ผู้คนส่งเสียงฮือฮา ยังไม่ถึงวันแสดงความรู้ พวกเขาก็จะได้แสดงฝีมือกันแล้ว ด้านท้ายของกลุ่มคนเริ่มมีการเคลื่อนไหว ตัวแทนของสำนักต่างๆราวยี่สิบสำนักปรี่ขึ้นมาที่รูปปั้นคู่โดยไม่รอช้า ไม่นานนักเหล่าผู้ฝึกตนบนเขาต่างก็ทะยานลงมายังสถานที่แห่งนี้ พวกเขาต้องการจะทดสอบความรู้ที่ตนมีเช่นกัน
“ได้ยินว่าท่านผู้อาวุโสมีนามว่าเหรินชิงเต้อ ข้า ฟ่านหม่านซือขอร้องให้ท่านอย่าได้เปิดเผยความลับของรูปปั้นขาวให้เด็กแซ่จิวรู้ ข้าเองก็จะไม่บอกเรื่องดังกล่าวแก่ศิษย์เอกเช่นกัน เหล่าศิษย์จะแข่งขันกันอย่างเท่าเทียม”
“ขี้โม้ฉิบหาย ไม่รู้เรื่องตุ๊กตาคู่แล้วยังทำวางท่า ไอ้นี่โง่แล้วยังอวดฉลาด หวงหยินฟา ข้าสั่งให้เจ้าไปตบหัวมันหนึ่งที!”
“...”
หวงหยินฟากลอกตามองหานยี่จ้าวปฐพีแล้วทอดถอนใจ คนตาเดียวมองเหล่าผู้คนซึ่งอยู่ในชุดสีน้ำตาลที่กำลังเดือดดาล คนแซ่หวงหรี่ตามองฟ่านหม่านซือที่มีแววตาลุกเป็นไฟ แล้วชายจอมโหดก็เอ่ยด้วยเสียงเรียบ
“หุ่นนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับสำนักหนึ่งโลกา ท่านฟ่านหม่านซือจะทำอะไรกับเขาก็ได้!”
“เฮ้ยๆๆๆ”
สิ้นเสียงของชายตาเดียว ผู้อาวุโสแห่งสำนักปฐพีพิฆาตต่างก็พุ่งทะยานออกมาด้านหน้า คนเหล่านี้คันไม้มือมาตั้งนานแล้ว พวกเขาจะต้องสับหุ่นพยนต์จอมห้าวเป็นชิ้นๆ ชายผู้มีปราณขั้นเจ็ดชักกระบี่ออกมา รังสีฆ่าฟันช่างรุนแรงยิ่งนัก
เจ้าเปี๊ยกหันรีหันขวางแล้วรีบพุ่งเข้าไปในกลุ่มคน ฝ่ายหานยี่กระโจนขึ้นไปเหยียบบ่ารูปปั้นพร้อมกับก่นด่าหวงหยินฟาอยู่ไม่หยุด คนแซ่หานร่ายเวทสีทองไว้ถึงเจ็ดชั้น อาคมอันแกร่งกล้าปกป้องเขาจากคมกระบี่เวทที่ฟาดฟันเข้ามาอย่างไม่ยั้ง
ปึง ปึงๆๆๆ เพล้งๆๆ ตูม!
เสียงอาคมแตกร้าวดังสะเทือนเลื่อนลั่น เหล่าศิษย์จากสำนักต่างๆรีบถอยห่างจากวงต่อสู้ หานยี่ร่ายอักขระด้วยสองมือเพื่อซ่อมแซมอักขระที่เสียหาย ผู้อาวุโสผิวดำคล้ำยังคงสะบัดศาสตราหมายจะทำลายอาคมกางกั้น เมื่อเห็นว่าศาสตราเวทเพียงเล่มเดียวไม่สามารถทำลายล้างอาคมอันแข็งกล้าได้ เขาก็ถืออาวุธไว้ทั้งสองมือ
มือทั้งสองกวัดแกว่งไปมา คมศาสตราปลิวปรายราวกับพายุคลั่ง คมกระบี่อันรุนแรงกระแทกกระทั้นใส่อาคมกางกั้นที่ทรงพลัง เสียงระเบิดกึกก้องดังสะท้านหู
เปรี้ยงๆๆๆ เปรี้ยงๆๆ เปรี้ยง!!!
อาคมของหานยี่แตกสลายไปถึงห้าชั้น หุ่นพยนต์มองพายุคมศาสตราที่สาดใส่อยู่ไม่หยุด ความทรงจำโบราณไม่ได้มีท่าทีตระหนก หานยี่ลอบยิ้มมุมปาก ทันใดนั้นเขาก็กระซิบที่ข้างหูของรูปปั้นที่ถือกระบี่
“** จงตื่นขึ้น!”
สิ้นเสียงของหานยี่ รูปปั้นสูงเก้าผิงก็เบิกตากว้าง มันหยิบเอากระบี่หินที่วางไว้บนพื้น รูปปั้นใหญ่ดีดตัวขึ้นมา มันเงื้อมือไปด้านหลังแล้วพุ่งศาสตราหินเข้าใส่คนที่โจมตีหานยี่ในทันที
เปรี้ยง!!!
ชายผิวดำใช้กระบี่คู่อันทรงพลานุภาพออกรับ แต่กระบี่เวทก็พลันแตกสลายเป็นเศษเล็กเศษน้อย ฟ่านหม่านซือและผู้อาวุโสอีกสองคนเบิกตากว้าง พวกเขารีบร่ายอักขระสีทองอำไพ แต่กระบี่สีขาวเล่มใหญ่ก็ทำอาคมอันแกร่งกล้าให้สลายวับ
อักขระสีทองและสีเงินอีกหลายสายร้อยเรียงและปกป้องชายที่กำลังจนตรอก ถึงกระนั้นอักขระเวทก็มิอาจต้านทานแรงกดดันอันมหาศาล คนที่เผชิญหน้ากับกระบี่หินขาวรู้สึกราวกับว่าถูกภูผากดทับ เสียงระเบิดดังก้องกัมปนาท กระบี่หินพุ่งกระแทกคนผิวดำคล้ำจนกระอักโลหิต คนผู้นั้นนอนนิ่งไม่กระดุกกระดิกอีกต่อไป!
“อา...”
คนเรือนหมื่นต่างก็อ้าปากค้าง ผู้อาวุโสของสำนักปฐพีพิฆาตนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น โลหิตไหลชโลมกายชายผู้นั้น มีเพียงลมหายใจอันแผ่วเบาเท่านั้นที่แสดงว่าเขายังมีชีวิตอยู่...
ผู้อาวุโสแห่งสำนักปฐพีพิฆาตพ่ายแพ้อย่างหมดรูปในกระบวนท่าเดียว เรื่องที่เหมือนเป็นไปไม่ได้ได้บังเกิดขึ้นแล้ว ฟ่านหม่านซือรวบรวมสติ เขาเร่งให้นำคนเจ็บไปรักษา
ผู้มีนัยน์ตาลึกมองมาที่รูปปั้นขาวที่ยืนตระหง่าน เขามองหุ่นพยนต์ที่ยืนเหยียบบ่ารูปปั้นใหญ่ ดวงตาของเขาฉายแววหวาดวิตก คนแซ่ฟ่านรีบคุกเข่าโดยไม่ลังเล
“ท่านผู้อาวุโสเหรินชิงเต้อ ความทรงจำของท่านต้องมีความเกี่ยวข้องกับสำนักปฐพีพิฆาตแน่ ในเมื่อทางสำนักหนึ่งโลกาปฏิเสธว่าไม่มีความสัมพันธ์ใดๆกับท่าน ข้าขอเชิญท่านให้กลับมาอยู่ที่สำนัก ขอให้ท่านถ่ายทอดความรู้ให้ผู้คนรุ่นหลังด้วยเถิด!”
ผู้อาวุโสอีกสองคนรีบคุกเข่าลงต่อหน้าหานยี่และรูปปั้นขาว ทันใดนั้นคนของสำนักปฐพีพิฆาตนับพันก็คุกเข่าพร้อมกับก้มหัว
หานยี่หรี่ตามองจิวฟงที่อยู่กลางกลุ่มคน ปรายตามองหวงหยินฟาที่ยังคงยืนอึ้ง ผู้ก่อตั้งสำนักปฐพีพิฆาตพยักหน้าหนึ่งครั้งก่อนที่จะพุ่งกระแสเสียงไปทางคนตาเดียวอย่างจำเพาะเจาะจง
“ในเมื่อทางสำนักหนึ่งโลกาไม่ต้องการธุลีแห่งความทรงจำที่ไม่มีตัวตนเช่นข้า ข้าก็ไม่รู้จะอยู่กับพวกเขาต่อไปทำไม”
“ท่านเหรินชิงเต้อ อย่างอนสิ!” หยุนยี่เชิ่งยื่นมือไปข้างหน้าพร้อมกับร้องเสียงหลง
ป้านโหวลี่ หยุนยี่เชิ่ง กวงหั่วและลี้เฟิ่นรีบก้าวขึ้นไปหาหานยี่ที่นั่งอยู่บนไหล่ของรูปปั้นใหญ่ ทั้งหมดช่วยพูดจาหว่านล้อมต่างๆนานา แต่หานยี่ก็หาได้ฟังคำไม่ ความทรงจำโบราณยังคงนั่งเชิดหน้าอยู่เช่นนั้น ป้านโหวลี่ส่ายหน้าไปมาอย่างอ่อนใจ เขารีบเรียกเจ้าเปี๊ยกให้ออกมาด้านหน้า
“ท่านเหรินชิงเต้อ นี่คือจิวฟง จิวฟงอยู่ที่นี่แล้ว...”
“จิวฟงไหน อ๋อ...จิวฟงที่เผ่นแน่บแล้วทิ้งให้ข้าต้องอยู่คนเดียว”
“...”
เจ้าเปี๊ยกไม่คิดว่าหานยี่จะขี้ใจน้อยขนาดนี้ ที่ผ่านมาหานยี่ทิ้งให้เขาต้องอยู่คนเดียวตั้งหลายหน อีกทั้งยังนำปัญหามาให้อย่างไม่หยุดไม่หย่อน หากเป็นเขาที่ไม่เคยปล่อยให้ความทรงจำโบราณต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว ทุกยี่สิบวันเด็กชายจะผนึกแก่นความทรงจำลงไปในร่างหุ่นอย่างตรงเวลา
“ท่านเหรินชิงเต้อ...”
เรียกเพียงแค่นั้นจิวฟงก็หยุดพูด เมื่อหานยี่ไม่ส่งเสียงตอบ เจ้าเปี๊ยกก็ไม่เปิดปากเอ่ยอะไร ทั้งคู่เงียบเฉยถึงครึ่งก้านธูป เห็นกิริยาที่เฉยเมยของความทรงจำโบราณ ฟ่านหม่านซือก็ยิ่งดีใจ ฝ่ายจิวฟงยักไหล่ เขาหันหลังให้หานยี่แล้วเดินจากมา
“ข้าไปจริงๆนะ...”
เสียงแว่วๆลอยมาตามสายลม แต่จิวฟงก็ไม่ได้สนใจ หานยี่แอบเหล่ตามองมาทางเบื้องล่าง เขาเน้นย้ำคำเดิมอยู่หลายหน ป้านโหวลี่ปวดหัวยิ่งนัก คนแซ่ป้านสะบัดมือแล้วลากเด็กชายให้มาอยู่เบื้องหน้ารูปปั้นขาว แล้วเจ้าสำนักหนึ่งโลกาก็เอ่ยบอกกับเด็กชาย
“ง้อท่านเหรินชิงเต้อหน่อยสิ”
“...”
จิวฟงยืนหน้างอ หานยี่เป็นถึงผู้ก่อตั้งสำนักปฐพีพิฆาต แต่กิริยาที่แสดงออกมาเปรียบประหนึ่งเด็กๆ เจ้าเปี๊ยกอยากลองดูว่าหากเขาไม่พูดด้วยหานยี่จะทำเช่นไร แต่พอเห็นหยุนยี่เชิ่งและป้านโหวลี่ส่งสายตามา เด็กชายก็จำต้องเอ่ยถ้อยคำ
“ข้า...ขอร้องท่านเหรินชิงเต้อให้กลับมาอยู่กับข้า!” จิวฟงพูดออกมาอย่างยากลำบาก พูดจบเจ้าเปี๊ยกก็เบือนหน้าไปทางอื่น
หานยี่ยิ้มมุมปากอย่างดีใจ เขาปรายตามองหวงหยินฟาแล้วพ่นลมแรงๆ ความทรงจำโบราณกระโดดลงมาอยู่เบื้องล่าง จากนั้นก็หันไปหาเหล่าผู้คนในชุดสีน้ำตาลที่ยังคงนั่งคุกเข่า
“ตอนแรกข้าว่าจะไปอยู่กับพวกเจ้า แต่เจ้าเด็กนี่ขอร้องข้า พวกเจ้าคงเห็นกิริยาที่จิวฟงอ้อนวอนข้าแล้ว ข้าสงสารเจ้าเด็กนี่จึงไม่อาจจากมันไปได้!”
ฟ่านหม่านซืออ้าปากค้าง เรื่องไม่ใช่อย่างที่ความทรงจำโบราณพูดแน่ๆ แต่นั่นไม่ใช่สาระสำคัญ ตอนนี้เขากำลังจะเสียเหรินชิงเต้อไป เหรินชิงเต้อผู้รู้เรื่องราวต่างๆของสำนักปฐพีพิฆาตกำลังจะกลับไปอยู่กับทางสำนักหนึ่งโลกา!
“เด็กนี่ดียังไง เหตุใดท่านเหรินชิงเต้อผู้เกี่ยวข้องกับสำนักของพวกเราจึงเลือกที่จะไปอยู่กับมัน” ฟ่านหม่านซือก้มหัวต่ำแล้วเอ่ยถาม ฝ่ายหานยี่ยิ้มมุมปาก เขาถ่ายปราณไปยังเสียง เสียงของเหรินชิงเต้อจอมโวยวายประหนึ่งว่าจะดังขึ้นไปถึงสวรรค์
“เจ้าเด็กนี่เก่ง! เก่งกว่าทุกคนที่ข้าเคยเห็น เก่งกาจกว่าตัวข้าตอนที่มีชีวิตอยู่ พรสวรรค์ด้านการเรียนรู้ของมันอยู่เหนือทุกคนของสำนักฝึกตนธาตุดิน!”
ผู้คนต่างเงียบสนิท คนของสำนักหนึ่งโลกามองมาที่เด็กชายด้วยแววตาวาววับ ทางด้านคนอื่นๆที่ได้ยินคำพูดอันหนักแน่นได้แต่ก้มหน้าต่ำ พวกเขาอิจฉาในความสามารถของเจ้าเปี๊ยกยิ่งนัก
ฟ่านหม่านซือไม่ยอมแพ้ เขาเงยหน้าขึ้นมาแล้วกล่าวแย้งความทรงจำโบราณ
“ข้าไม่รู้ว่าท่านเหรินชิงเต้อเกิดก่อนยุคสมัยปัจจุบันนานเท่าไร ข้าไม่รู้ในยุคนั้นสำนักปฐพีพิฆาตยิ่งใหญ่สักเพียงไหน แต่ข้าผู้เป็นเจ้าสำนักมั่นใจว่าไม่ได้พาสำนักให้ตกต่ำ ตัวข้ามีปราณถึงขั้นที่เก้า เหล่าศิษย์ก็ล้วนแต่เพียบพร้อมไปด้วยความสามารถ!”
“เลือกศิษย์ที่มีความสามารถดังที่เจ้าว่าออกมาสักคนสิ ให้คนผู้นั้นปลุกตุ๊กตาที่ถือทวนยาวให้ตื่นขึ้น หากมันสามารถปลุกตุ๊กตาให้ตื่นขึ้นก่อนจิวฟงได้ ข้าจะยอมรับว่าพวกเจ้ามีความสามารถ อ้อ...หากพวกเจ้าอยากจะลองดูก็เชิญ!”
หานยี่มองไปยังเหล่าศิษย์สำนักต่างๆ จากนั้นเขาก็เหลือบมองไปบนท้องฟ้า หุ่นพยนต์พลันชี้นิ้วไปบนท้องนภา ทันใดนั้นกลุ่มคนราวๆห้าสิบคนก็พลันลอยลงมาจากทางอากาศ
สตรีซึ่งอยู่ในชุดสีฟ้าที่ประดับรูปหยดน้ำคารวะเจ้าสำนักทั้งหลายอย่างนอบน้อม นางนำบริวารมาคำนับหุ่นพยนต์ หญิงในรูปลักษณ์คนวัยเบญจเพสตรงมาหาป้านโหวลี่อย่างจำเพาะเจาะจง แล้วคนผู้มีปราณขั้นที่เก้าก็ย่อตัวลง
“ไม่ได้พบกันเสียนาน ท่านป้านโหวลี่แห่งสำนักหนึ่งโลกา หวังว่าท่านจะยังไม่ลืมข้า หวังว่าท่านจะยังไม่ลืมว่าเคยทำอะไรไว้กับฉื่อเหยียนผู้นี้...”
การปรากฏตัวของเฉียวฉื่อเหยียนเจ้าสำนักวารีคลั่งทำให้ป้านโหวลี่ผู้ยิ่งใหญ่ได้แต่เม้มปากนิ่ง...