ค่ำคืนนั้นเงียบสงัดกว่าทุกคืนที่ผ่านมา มีเพียงเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของอาเฟยที่หลับใหลอยู่บนเตียง เป็เครื่องยืนยันว่าความสงบสุขจอมปลอมยังคงดำเนินต่อไป เสี่ยวเหลียนนั่งอยู่ข้างๆ เขา มือเรียวลูบไล้ไปตามรอยฟกช้ำใหม่ที่ปรากฏขึ้นบนร่างกายกำยำนั้นอย่างแ่เบา
ทุกรอยแผลของเขา คือหลักฐานความสำเร็จของนาง แต่ก็เป็เครื่องย้ำเตือนถึงสิ่งที่กำลังจะหมดไป
ภายในร่างกายของนางว่างเปล่า... พลังปราณธาตุทองอันแข็งกร้าวที่ได้มาจากจางอี้ ถูกถ่ายทอดไปให้คนรักจนหยดสุดท้ายเมื่อหลายคืนก่อน บัดนี้นางกลับสู่สภาพของหญิงสาวธรรมดาอีกครั้ง ความรู้สึกอ่อนแอและเปราะบางกลับมาเยือนจนน่าใจหาย
นางรู้ดีว่าแค่นี้มันยังไม่พอ... ร่างกายของอาเฟยที่ถูกเสริมด้วยธาตุทองเปรียบเสมือนดาบที่คมกล้า แต่ยังขาดความเหนียวแน่นและความมั่นคง หากปราศจากรากฐานที่แข็งแกร่ง ไม่ช้าก็เร็ว... ดาบเล่มนี้จะต้องแหลกสลายลงภายใต้การฝึกนรกของจางอี้
นาง้าพลังธาตุต่อไป... พลังธาตุดิน
เสี่ยวเหลียนลูบไล้ไปตามแผ่นอกของอาเฟยอย่างอ่อนโยน นิ้วเรียวของนางััถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นจากพลังธาตุทอง กล้ามเนื้อของเขาตึงแน่นขึ้น ิัแข็งแกร่งกว่าเดิม แต่นางก็รู้ว่ามันยังไม่เพียงพอ
"อาเฟย..." นางกระซิบเบาๆ "ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อท่าน... ทุกอย่าง"
นางก้มลงจุมพิตที่หน้าผากของเขาเบาๆ ลิ้มรสความอบอุ่นของิัที่คุ้นเคย แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความวิตกกังวล เวลากำลังผ่านไป และร่างกายของเขากำลังถูกผลักดันให้เกินขีดจำกัดทุกวัน
เมื่อเช้านี้ นางเห็นเขาไอเป็เืออกมาเล็กน้อยหลังจากการฝึกจบ แม้เขาจะพยายามซ่อนไว้ แต่นางก็สังเกตเห็นได้ นั่นเป็สัญญาณว่าอวัยวะภายในของเขาเริ่มได้รับความเสียหาย รากฐานที่ไม่มั่นคงทำให้พลังธาตุทองที่แข็งแกร่งกลับกลายเป็พิษร้ายที่กัดกินร่างกายของเขาจากภายใน
นางจำได้ว่าหมอหลี่เคยเตือนไว้... "ทองคำแม้จะแข็งแกร่ง แต่หากไร้ซึ่งรากฐาน มันจะกลายเป็ภาระที่หนักเกินไป เหมือนการบังคับให้เด็กเล็กแบกหินก้อนใหญ่ ไม่ช้าก็เร็ว กระดูกจะหักและเนื้อจะฉีก"
ความทรงจำนั้นทำให้หัวใจของนางเต้นแรงด้วยความกลัว นางไม่อาจปล่อยให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
นางลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับ ดวงจันทร์เสี้ยวบางส่องแสงเศร้าโศกลงมา เป็คืนที่เหมาะสำหรับการคิดถึงอดีตและวางแผนอนาคต
ทันใดนั้นเอง... เงาที่มุมห้องพลันไหววูบ!
เสี่ยวเหลียนสะดุ้งสุดตัว หัวใจแทบจะหยุดเต้น นางหันขวับไปมองด้วยความตื่นตระหนก ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาเมื่อเห็นร่างในชุดสีเทาเข้มที่ยืนพิงผนังอยู่ตรงนั้นอย่างเงียบเชียบ เขาปรากฏตัวขึ้นเมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ ราวกับเขาคือส่วนหนึ่งของความมืดมาโดยตลอด
"ดูเหมือนเ้าจะกระหายพลังใหม่เต็มทีแล้วสินะ"
เสียงเรียบๆ ที่คุ้นเคยดังขึ้น... หมอหลี่ นั่นเอง
เขาเดินออกจากเงามืดเข้ามาหาช้าๆ สายตาของเขามองไปยังอาเฟยที่หลับใหลอยู่บนเตียงด้วยแววตาที่ยากจะหยั่งถึง "ผลงานของเ้าไม่เลวเลย... พลังธาตุทองทำให้ร่างกายภายนอกของเขาแข็งแกร่งขึ้นมาก ทนทานต่อการทุบตีได้ดีขึ้นเยอะ"
เขาเดินเข้าไปใกล้เตียง ยื่นมือไปััแขนของอาเฟยเบาๆ "แต่ข้าสังเกตเห็นสัญญาณที่น่าเป็ห่วง... ดูสิ เส้นเืที่ขมับเริ่มโปรยปราย และการหายใจเริ่มไม่สม่ำเสมอ นั่นหมายความว่าอวัยวะภายในของเขาเริ่มรับแรงกดดันจากพลังธาตุทองแล้ว"
"แต่แค่นี้มันยังไม่พอใช่ไหมเ้าคะ" เสี่ยวเหลียนถามเสียงสั่น นางรู้คำตอบดีอยู่แล้ว
"ถูกต้อง" หมอหลี่ยิ้มบางๆ "ทองคำแม้จะแข็งแกร่ง แต่ก็เปราะบางหากไร้ซึ่งรากฐาน เปรียบเหมือนการสร้างบ้านด้วยทองคำบนพื้นทราย ไม่ช้าก็พังทลายลงมา"
เขาหันกลับมาสบตานางโดยตรง ดวงตาเย็นเยียบของเขาเหมือนกำลังมองทะลุผ่านิญญาของนาง "สิ่งที่เขา้าตอนนี้คือ 'ดิน'... พลังธาตุดินที่จะสร้างรากฐานอันมั่นคงให้ร่างกายของเขา ทำให้เขาสามารถรองรับพลังธาตุอื่นๆ ที่จะตามมาในอนาคตได้"
หัวใจของเสี่ยวเหลียนเต้นระรัว "แล้ว... ข้าต้องทำอย่างไรเ้าคะ?"
หมอหลี่ล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อ หยิบม้วนกระดาษเล็กๆ ออกมาแล้วยื่นให้นาง "เป้าหมายต่อไปของเ้า... พ่อค้าเฝิง พ่อค้าข้าวรายใหญ่ที่สุดในเมืองนี้ เขาคือผู้ฝึกยุทธ์สายธาตุดินที่แข็งแกร่ง พลังของเขามีความเสถียรและหนาแน่นที่สุด เหมาะแก่การสร้างรากฐานให้เ้าหนูคนรักของเ้า"
เสี่ยวเหลียนรับม้วนกระดาษมาด้วยมือที่สั่นเทา นางคลี่มันออกอ่านใต้แสงเทียน ข้อมูลเกี่ยวกับพ่อค้าเฝิง สถานที่นัดพบ และเวลาถูกระบุไว้อย่างชัดเจน... ถ้ำศิลานอกเมืองทางทิศตะวันตก... ในคืนวันเดือนดับ
"พ่อค้าเฝิง..." นางอ่านชื่อออกเสียงเบาๆ "ข้าเคยได้ยินชื่อนี้ เขาเป็คนที่มีชื่อเสียงในด้านความซื่อสัตย์และตรงไปตรงมา แต่ก็เป็ที่รู้จักในเื่ความดื้อรั้นและไม่ยอมใครง่ายๆ"
"ถูกต้อง" หมอหลี่พยักหน้า "เขาไม่เหมือนจางอี้ที่หลงใหลในความงาม หรือข้าที่ชอบเล่นเกม เขาเป็คนที่ให้ความสำคัญกับสาระมากกว่ารูปแบบ หากเ้าพยายามหลอกล่อเขาด้วยเสน่ห์ภายนอกเพียงอย่างเดียว เ้าจะล้มเหลวอย่างแน่นอน"
นางเงยหน้าขึ้นมองหมอหลี่ด้วยแววตาตื่นตระหนก "แต่... คืนเดือนดับ... มันคือคืนนี้นะเ้าคะ!"
"เวลาไม่เคยรอใคร" หมอหลี่ตอบเสียงเรียบ "โดยเฉพาะเวลาของคนที่กำลังจะตาย... หากเ้าช้าไปแม้แต่วันเดียว ร่างกายของอาเฟยอาจจะาเ็สาหัสจนไม่อาจฝึกยุทธ์ได้อีกตลอดชีวิต"
"จงจำไว้" หมอหลี่กล่าวต่อ น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบลง "พ่อค้าเฝิงไม่เหมือนข้า หรือจางอี้ เขาเป็คนตรงไปตรงมาและไม่ชอบการอ้อมค้อม พลังของเขาคือความหนักแน่น มั่นคง และทื่อตรง การยั่วยวนแบบผิวเผินจะไม่ได้ผลกับเขา เ้าต้องใช้ความจริงใจ... 'ความจริงใจ' ของร่างกายเ้าเข้าแลกเท่านั้น"
นางกลืนน้ำลายอย่างลำบาก "ความจริงใจของร่างกาย... หมายความว่าอย่างไร?"
"หมายความว่าเ้าต้องยอมมอบตัวให้เขาอย่างสมบูรณ์ ไม่มีการปกปิดหรือเก็บงำ ไม่มีการคำนวณหรือแผนการลับๆ เพียงแค่ความ้าอันแท้จริงของหญิงสาวคนหนึ่งที่้าพลังของเขา" หมอหลี่อธิบาย "เขาจะรู้ทันทีหากเ้าแสดงเท็จ เพราะพลังธาตุดินทำให้เขาสามารถรู้สึกถึงความจริงใจได้"
"ข้าเข้าใจแล้ว" นางตอบเสียงมั่นใจมากขึ้น "ข้าจะทำทุกอย่างที่จำเป็"
พูดจบ หมอหลี่ก็ถอยกลับไปสู่เงามืดและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงคำสั่งอันเ็าและภารกิจที่นางต้องทำให้สำเร็จภายในคืนนี้
เสี่ยวเหลียนมองคนรักที่หลับใหลเป็ครั้งสุดท้าย นางเห็นใบหน้าอันสงบของเขา แต่ก็สังเกตเห็นเส้นเืที่เริ่มโปรยปรายขึ้นบนขมับ เป็สัญญาณว่าร่างกายของเขากำลังถูกบีบคั้นจากการฝึกหนัก
นางลุกขึ้น สวมเสื้อคลุมสีดำที่เตรียมไว้ แล้วย่องออกจากห้องไปสู่ความมืดมิดของค่ำคืน...
เส้นทางสู่ถ้ำศิลานอกเมืองทางทิศตะวันตกนั้นยาวไกลและเต็มไปด้วยอันตราย เสี่ยวเหลียนเดินผ่านป่าไผ่ที่โหวงหวงในความมืด เสียงใบไผ่เสียดสีกันดังเศร้าโศกราวกับเพลงไว้อาลัย ดวงจันทร์ถูกบดบังด้วยเมฆหนาจนแทบมองไม่เห็นทาง
เสี่ยวเหลียนหายใจลึกๆ ปรับจิตใจให้พร้อม แล้วก้าวเข้าไปในถ้ำอย่างระมัดระวัง
ภายในถ้ำกว้างขวางกว่าที่คิด ผนังหินธรรมชาติเรียงรายไปด้วยคริสตัลสีน้ำตาลที่เปล่งแสงอ่อนๆ พื้นถ้ำถูกปูด้วยพรมหนานุ่มสีเข้มที่ดูแพงค่า ทำให้บรรยากาศภายในอบอุ่นและสงบ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ... นางสามารถััได้ถึงพลังธาตุดินที่เข้มข้นและบริสุทธิ์ที่ไหลเวียนอยู่ในอากาศ มันทำให้นางรู้สึกหนักอึ้งและมั่นคงอย่างแปลกประหลาด
และที่กลางถ้ำ... บนพรมหนาที่นุ่มฟู... ร่างของชายคนหนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่หันหลังให้
พ่อค้าเฝิง