The SRP (ปราชญ์พิสดาร ผนึกมาร สังหารเทพ)

    เล่มที่ 1 บทที่ 44 ดั่งทวยเทพได้กลั่นแกล้ง

            หลังจากทักทายผู้คนที่มาต้อนรับให้ความยินดีกับชัยชนะ มิเนอร์วาก็หันหน้าไปทางพื้นที่ของสถาบันหลวงจ้องมองไปที่ลูกน้องของจิออตโตคนนั้นแล้วพูดขึ้นเสียงดัง



            "เจ้ามีเวลาเพียง 1 ชั่วโมง หากไม่ได้รับยาแก้พิษจากข้า ก้านไม้ขีดของเจ้านั่นจะกลายเป็นหนอนผีเสื้อไม่มีโอกาสได้โตเป็นดักแด้อีกต่อไป หาความสุขสมเยี่ยงบุรุษไม่ได้อีกตลอดกาล ทั้งหมดเป็นเพราะปากของเจ้า เจ้าสิ่งนี้ราคา 5,000 เหรียญทอง ซื้อไม่ซื้อก็เรื่องของเจ้า"



            มิเนอร์วายกขวดสีน้ำเงินใสขึ้นเพื่อมองลอดทะลุไปทางฝั่งสถาบันหลวงขูดรีดอย่างไม่ไยดี การใจดีต่อศัตรูไม่ใช่เรื่องดีสำหรับมิเนอร์วา



            "สหายน้อย… รับของ!"



            เป็นหนึ่งในอาวุโสทางฝั่งสถาบันหลวงที่โยนแหวนบรรจุเหรียญจำนวน 5,000 ทองมาให้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย มิเนอร์วาคว้ารับอย่างแม่นยำกวาดตาสำรวจเหรียญทองจำนวนมากรอบหนึ่ง ก็โยนขวดโอสถสีน้ำเงินใสไปให้อีกฝ่าย ส่วนชายหนุ่มผู้ติดตามของจิออตโตที่ในตอนแรกคิดจะเอ่ยปากด่าทอกลับต้องรีบหุบปากโดยไวเพราะสายตาอาฆาตมากมายกำลังจ้องมาที่มันเป็นตาเดียว



            "ข้า...."



            มันพูดได้แค่คำเดียวเท่านั้นก็รีบก้มหน้าก้มตาสำนึกผิดอย่างหวาดกลัว เสียงฮือฮาของผู้คนดังขึ้นไม่หยุดหย่อน แต่ละคนต่างพากันตื่นตะลึงมีบ้างในบางรายที่ลอบกลืนน้ำลายไม่คิดว่าสุดท้ายแล้วผลการต่อสู้จะออกมาในรูปแบบนี้ ภายในสถาบันหลวงจิออตโตได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่มีพลังป้องกันสูงเป็นอันดับต้นๆ ในด้านพลังโจมตีที่ขาดหายก็ถูกชดเชยด้วยพรสวรรค์ทางด้านหล่อหลอมอาวุธวัตถุ ถ้าคู่ต่อสู้เป็นผู้อื่นสภาพก็คงไม่น่าสมเพชถึงปานนี้ หากแต่น่าเสียดายที่มันเลือกสร้างศัตรูผิดคน ก้าวขาออกจากบ้านผิดก้าวในยามเช้า



            บนเวทีประลองผู้อาวุโสจากฝั่งสถาบันหลวงได้ขึ้นไปดูอาการและรักษาเบื้องต้นจนกระทั่งอีกฝ่ายมีแรงลุกขึ้นมานั่งได้ ถึงจะไม่ได้หายใจเหนื่อยหอบในสภาพปางตายอีกต่อไป แต่ร่องรอยการถูกทำร้ายยังคงปรากฏอยู่ทั่วไปหน้าสภาพน่าสมเพชเป็นที่สุด มีแม้กระทั่งผู้คนจากสำนักแพทย์ที่เอ่ยดูแคลนขึ้นมาบ้าง เพราะจิออตโตดันมาหาเรื่องกับแขกผู้อาวุโสของพวกมัน ล่วงเกินผู้อาวุโสของสำนักพวกมันมีหรือที่พวกมันจะยินยอม



            อาวุโสผู้ทำหน้าที่กรรมการได้ประกาศให้ มิเนอร์วาเป็นผู้ชนะอย่างเป็นทางการพร้อมกับนำถั่วแห่งกาลเวลาทั้ง 5 เม็ดมามอบให้ วัตถุมีมูลค่ามิเนอร์วาย่อมรับมาด้วยความยินดี จิออตโตที่นั่งพักฟื้นอยู่บนเวทีจ้องมองลงมาด้วยสายตาอาฆาต ถั่วแห่งกาลเวลานั้นไม่นับเป็นอะไรได้ในสายตาของมัน ด้วยสิทธิพิเศษของสายเลือดราชวงศ์มันกลืนถั่วลงไปครบจำนวนเม็ดแล้ว ถึงจะได้มาเพิ่มอีก 100 เม็ดก็ไม่เกิดผลอันใดอีก



            หากแต่ที่มันยังอาฆาตแค้นเคืองเป็นเพราะยอดดวงใจของมันกำลังวิ่งไปกอดแขนอีกฝ่ายอย่างสนิทสนม หัวเราะหยอกล้อกันราวกับคู่รักที่พลัดพราก แต่ไม่มีแม้แต่หางตาของนางเลยที่คิดแลมองมาทางมัน จิตอาฆาตลุกโหมภายในใจจนแม้แต่ผู้อาวุโสทั้งสองคนที่รักษาให้มันอยู่ ยังต้องลอบถอนหายใจสงสารชายหนุ่มที่น่าจะไปได้ไกลมากกว่านี้ มีสตรีเป็นเหตุโดยแท้จริง ผู้นำทั้งห้าบนที่นั่งสูงขึ้นไปในตอนนี้กำลังประชุมกันด้วยใบหน้าคร่ำเคร่งจริงจัง แต่มีเพียง 2 คนเท่านั้นที่แตกต่างย่อมเป็นใครไปไม่ได้ หนึ่งเย็นชาไร้อารมณ์ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย อีกหนึ่งรอยยิ้มยกสูงทะลุฟ้าอารมณ์สุนทรีย์ล่องลอยดังเมฆหมอก



            ผู้นำชุมนุมธารน้ำแข็งและผู้นำจากวังมรณะสาบสูญนั่นเอง ในมือของเฟรเกียมีสิ่งของเดิมพันทั้งหมดกองอยู่แล้วจะไม่ให้มันอารมณ์ดีได้อย่างไร พูดคุยปรึกษากันอีกไม่กี่ประโยคงานเทศกาลแลกเปลี่ยนความรู้ในครั้งนี้ก็ได้ปิดฉากลง แต่ละสถาบันต่างก็ทยอยแยกย้ายกันจากไป ภายในมุมมืดมุมหนึ่งที่ยากจะมีผู้ใดสังเกต ชายลึกลับผู้หนึ่งอาศัยเงามืดเป็นที่กำบังหลบสายตา มันกำลังเอ่ยพูดอะไรบางอย่างกับชายอีกผู้หนึ่งที่ใบหน้าปูดบวมเต็มไปด้วยบาดแผลจากการถูกทำร้าย



            เป็นจิออตโตนั่นเอง ไม่รู้ว่าทั้งสองพูดอะไรกันถึงทำให้แม้แต่คนหยิ่งผยองอย่างจิออตโต้ยังต้องเผยท่าทางหวาดกลัว รีบพยักหน้าเห็นด้วยรัวเร็วโดยไม่สนใจคิดแม้เพียงเสี้ยววินาที จิออตโตที่เห็นอีกฝ่ายเงียบไปแล้วรีบเอ่ยขอตัวลา รีบไปจัดการธุระให้แก่อีกฝ่ายที่เดินหายไปจากทางเดิน…



            เมืองหลวงเขตใจกลางนั้นเป็นสถานที่ที่เหล่าราชวงศ์ ขุนนางและชนชั้นสูงอาศัยอยู่ ดังนั้นแล้วสภาพแวดล้อมย่อมแตกต่างจากเมืองหลวงเขตตัวเมืองชั้นนอกราวฟ้ากับเหว ถึงแม้พื้นถนนจะเป็นดินแต่ก็เป็นดินที่ถูกบดอัดจนแน่นหาใช่ดินแดงที่เต็มไปด้วยฝุ่น อาคารบ้านเรือนก็วิจิตรงดงาม สถานที่อย่างย่านการค้า หรือย่านเริงรมย์ก็ดูหรูหรากว่า มิเนอร์วากำลังเดินไปบนถนนมุ่งหน้าสู่ย่านการค้า เบื้องหลังติดตามมาด้วยลูกน้องหลายสิบคนในชุดสีดำสุดเท่ สองข้างแขนถูกสตรีสองคนกอดแน่นทะเลาะกันมาตลอดทาง



            นางหนึ่งอยากไปย่านการค้า อีกนางหนึ่งดันอยากไปเที่ยวย่านเริงรมย์ ทะเลาะกันมาตลอดทางจนมิเนอร์วาเริ่มปวดหัว ต้องตัดสินใจให้ไปย่านการค้าก่อนเพราะตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาค่ำคืน หากไปย่านเริงรมย์ตอนนี้ก็คงไม่ค่อยสนุกอะไร เสียงหัวเราะ ก่นด่า โวยวายต่างหากคือความสนุกที่แท้จริงของย่านเริงรมย์ หรือทวยเทพจะอิจฉาเด็กหนุ่มแล้วพากันขับไล่ สวรรค์แห่งความเงียบที่พึ่งจะปรากฏได้ไม่นานก็พังทลายลง หนึ่งประเด็นที่พึ่งจบไปได้ไม่นานกลับเกิดเป็นประเด็นใหม่ขึ้นมาอีก นางหนึ่งจะไปร้านเสื้อผ้า อีกนางหนึ่งดันอยากไปร้านอาหาร



            'พวกท่านอิจฉาใบหน้าข้าหรืออย่างไร ไยถึงไม่ให้พวกนางพูดคุยกันดีๆ'



            มิเนอร์วาแหงนหน้าขึ้นฟ้าถามขึ้นในใจด้วยความสิ้นหวัง ตัวเด็กหนุ่มหลังจากที่ใช้แรงไปเยอะในการต่อสู้ติดๆ กันเริ่มรู้สึกหิว จึงให้เหตุผลว่าจะไปทานอาหารก่อนแล้วค่อยไปเดินย่อยที่ร้านเสื้อผ้า พอตกดึกก็จะได้สนุกได้อย่างเต็มที่ แม้จะมีนางหนึ่งที่บิดปากด้วยความน้อยใจ แต่ทั้งสามก็ยังคงเดินไปหาร้านอาหารโดยมีลูกน้องหลายสิบคนเดินติดตามมาทางด้านหลัง สายตามากมายรอบด้าน ต่างจับจ้องมองกลุ่มคนในชุดประหลาดที่พวกมันไม่เคยเห็นมาก่อน



            เด็กหนุ่มสัมผัสได้มาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่ก็ไม่ได้ห้ามปรามอะไร เพราะเคยสั่งไว้แล้วหากผู้ใดอยากไปเที่ยวสถานที่ใดก็ให้ไปได้เลยอย่างสบายใจ ลูกพี่แห่งซัลวาโตเรได้บอกทุกคนเอาไว้ก่อนแล้วว่า



            "สำหรับซัลวาโตเรข้าคือกฎ หากทำตามกฎของข้า แม้แต่ราชาก็ไม่มีสิทธิ์ลงโทษพวกเจ้า จงไปใช้ชีวิตสนุกให้เต็มที่เถิด"



            ด้วยความอหังการนี้จะให้พวกมันไปไหนได้ การได้เดินติดตามนายน้อยแห่งวังมรณะสาบสูญ วังที่เป็นผู้ปกครองที่แท้จริงของตัวเมืองชั้นนอก สิ่งนี้ย่อมเป็นความสุขที่สุดที่ได้เดินตามหลังผู้นำที่สามารถมอบความปลอดภัยให้แก่พวกมันได้ ราวกับต้นไม้ใหญ่บังแดดฝน ดั่งเขาสูงท้าแรงลม สถานะนี้ไม่ได้แตกต่างจากเหล่าองค์ชายเลยแม้แต่น้อย อย่างที่รู้กันดีว่าตัวเมืองชั้นนอกเป็นเขตปกครองพิเศษที่แม้แต่เหล่าราชวงศ์และขุนนางทั้งหลายยังไม่คิดที่จะเข้ามายุ่งเกี่ยว



            ตัวตนที่แม้แต่ราชายังต้องคิดให้ดีหากจะลงมือทำอะไร บัดนี้ได้รับบุตรบุญธรรมมาผู้หนึ่ง ถึงแม้จะยังไม่ได้ทำพิธีกราบบิดาแต่ในใจก็ได้ถือว่ารับมาเป็นบุตรแล้ว และบุตรของประมุขวังมรณะสาบสูญผู้หนึ่งจะต้องเกรงกลัวสิ่งใดอีก เหล่าลูกน้องที่คิดดังนี้ก็พากันเดินยืดอกอย่างภาคภูมิใจ แม้บนใบหน้าของทุกคนจะมีความรู้สึกจนปัญญาไม่รู้จะช่วยไม้ใหญ่ต้นนี้จากนกน้อยทั้งสองได้อย่างไร หากแต่เมื่อสายตาของทุกคนที่มองมาเริ่มคุ้นชิน ฉากหัวหน้ากลุ่มนักเลงวัยเยาว์หน้าตาหล่อเหลาที่แม้แต่แว่นตาดำก็ปิดไม่มิด สตรีหนึ่งอยู่ซ้ายหนึ่งอยู่ขวาเดินนำหน้าลูกน้องหลายคน ดูไปแล้วช่างน่าดึงดูดสายตาจนผู้คนต้องหยุดมองอยู่หลายวินาที ความคิดหลากหลายมากมายก็ปรากฏ



            ทั้งกลุ่มเดินมาจนถึงร้านอาหารหรูหราร้านหนึ่ง ด้านในมีพื้นที่หลากหลายโซนกว้างขวาง มิเนอร์วาไม่อยากให้เกิดประเด็นอีกรีบชิงตัดสินใจจะนั่งทานอาหารในโซนสวนไม้ร่มรื่นริมสระน้ำที่มีฝูงปลาหลากสีว่ายไปมาสวยงามตา



            "3 ที่ โซนสวนไม้ตรงนั้น ส่วนค่าอาหารของพวกเขาข้างหลังทั้งหมดให้มาเก็บที่ข้า พวกเจ้าเลือกนั่งทานพักผ่อนกันตามสบาย ข้าขอตัวนั่งพักสักครู่หนึ่ง"



            ฮู่ว์!



            เสียงตอบรับเสียงดังจนผู้คนมากมายต้องหันมองมา มิเนอร์วารู้สึกเขินเล็กน้อยแต่ก็ไม่เก็บมาใส่ใจ หลังจากบริกรเดินนำทางหนึ่งบุรุษสองสตรีก็มาถึงโต๊ะอาหารที่ทำขึ้นจากศิลาชนิดหนึ่งเมื่อนั่งลงจะรู้สึกเย็นสบายไปทั่วผิวกาย เสียงนกร้องและปลากระโดดกินแมลง แสงแดดอ่อนส่องทะลุใบไม้จากที่ไกล ความเงียบสงบช่วยผ่อนคลายชำระจิตใจอันหนักอึ้ง มิเนอร์วาคว้ารายการอาหารมาคว่ำลงทันทีที่บริกรยื่นได้ให้ รีบเอ่ยปากพูดอย่างหวาดกลัว



            "กินได้เต็มที่ไม่ต้องแย่งกันสั่ง ขอย้ำไม่ต้องแย่งกันสั่ง! หากพวกท่านกล้าผลาญเงินข้า ข้าจะให้พวกท่านชำระนี้ พวกท่านก็น่าจะรู้ข้าทำตามคำพูดตัวเองเสมอ"



            มิเนอร์วากางนิ้วหงายสองมือขึ้นในท่ากรงเล็บแล้วออกแรงบีบเบาๆ จนนิ้วทั้งสิบขยับเข้าหากันด้วยสายตาสกปรก สตรีทั้งสองสะดุ้งตกใจรีบผงกหัวหน้าขึ้นสี บริกรที่ยืนรออีกฝ่ายสั่งอาหารเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างประหลาดใจ เด็กอายุไม่น่าเกิน 18 ปีผู้หนึ่งตรงหน้า กลับสามารถควงสตรีรูปร่างหน้าตาดีราวนางฟ้านางสวรรค์ถึง 2 คน อีกทั้งยังมีท่าทางที่แสดงออกด้วยสายตาแบบนั้น แต่สตรีทั้งสองกลับเลือกยอมเชื่อฟังแต่โดยดีไม่โกรธเคืองแม้เพียงนิด หากเปลี่ยนเป็นมันไปทำบ้างคงไม่แคล้วโดนตบตี ความประหลาดใจเริ่มกลายเป็นความอิจฉา หากแต่ถ้ามันได้ลองมาเป็นตัวเด็กหนุ่มจริงๆ ความรู้สึกอิจฉานั้นจะหายไปในทันที บริกรหนุ่มรีบสลัดความคิดอันฟุ้งซ่านจดรายการอาหารที่ทั้งสามคนสั่งอย่างเร่งรีบ



            รอเพียงไม่นานอาหารขึ้นชื่อมากมายและเครื่องดื่มผลไม้สูตรพิเศษของทางร้านก็ถูกยกออกมาเสิร์ฟ มิเนอร์วาขมวดคิ้วแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรก้มหน้าทานอาหารด้วยความไม่รีบร้อน ทานไปคุยไปเมื่อเห็นสัญญาณแห่งการทะเลาะที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ก็จะรีบลงมือห้ามปราม เรียกได้ว่าเป็นความสุขในรูปแบบหนึ่งที่ทั้งสามต่างก็รู้สึกได้ แต่ความสุขนั้นอยู่กับมิเนอร์วาได้ไม่นาน ความอะไรก็ไม่รู้ก็รีบเข้ามาแทรกแทนที่ เห็นพากันยิ้มแย้มให้แก่กันได้เพียงแค่ไม่นาน บัดนี้สิงโตสาวสองตัวกำลังเริ่มทะเลาะแยกเขี้ยวใส่กันอีกครั้ง



            ปัญหาคือสั่งอาหารมาเยอะเกินไปกินกันไม่หมด นางหนึ่งเหลือเค้กช็อกโกแลตชิ้นโตทรงสามเหลี่ยม อีกนางหนึ่งดันเหลือไอศกรีมนมสดก้อนใหญ่ที่วางอยู่บนขนมปังย่างราดน้ำผึ้งแผ่นโตทรงสี่เหลี่ยม จึงเกิดเป็นปัญหาทะเลาะกันขึ้นมาต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน หากคิดจะลงโทษพวกนางก็ต้องทำทั้งสองคน มิเนอร์วากลุ้มใจเป็นอย่างมากเส้นเลือดตรงขมับเริ่มปูดโปน



            'ทวยเทพเล่นตลกอันใดกับข้ากัน นี่มันบ้าบออะไรกันวะเนี่ย!'



            มิเนอร์วาผู้น่าสงสารสบถก่นด่าแล้วจึงรีบห้ามทัพเอ่ยปากว่าจะรับผิดชอบทานของหวานทั้งสองจานนั้นเองอย่างเหนื่อยหน่ายใจ ถึงข่มขู่ว่าจะลงมือบีบแต่ก็เป็นเพียงแค่คำขู่ มิเนอร์วาย่อมมีความเป็นสุภาพบุรุษมากเพียงพอที่จะไม่ล่วงเกินข่มเหงสตรีเพศ บริกรที่มองอยู่ไกลๆ ด้วยความอิจฉาในตอนแรกบัดนี้มีสีหน้าเหยเก ถอนหายใจด้วยความสงสาร



            ร่างกายมนุษย์ต้องการแป้งในการให้พลังงานและใช้โปรตีนในเนื้อสัตว์ นม ไข่ในการซ่อมแซมกล้ามเนื้อ แต่เมื่อใดก็ตามที่ทานแป้งหรือน้ำตาลเข้าไปในปริมาณมาก จนร่างกายเผาผลาญออกไม่ทัน ส่วนที่เหลือจากการเผาผลาญนั้นจะถูกเปลี่ยนไปเก็บในรูปแบบพลังงานสำรองหรือเรียกอีกอย่างง่ายๆ ว่าไขมันนั่นเอง มิเนอร์วาจำเป็นต้องรับผิดชอบอาหารหวานทั้งสองจานเพื่อยุติข้อพิพาท เมื่อเดินไปย่านการค้าเด็กหนุ่มคิดแผนใหม่ไว้แล้วจึงรีบเสนอขึ้นทันที



            "เนื่องจากฉลองในชัยชนะ ข้ามีงบให้พวกเจ้าสองคน คนละ 100 เหรียญทอง ส่วนพวกเจ้าเอาไปคนละ 10 เหรียญทองก็แล้วกัน อยากซื้ออะไรไปฝากครอบครัวก็ตามใจพวกเจ้า"



            "นายน้อยท่านช่างใจกว้างยิ่งนัก"



            "ไปเถอะ… รวมกันอีกครั้งหลังพระอาทิตย์ตกดิน หากมาช้าแล้วตามหาข้าไม่เจอก็ให้ไปรอที่บ่อนพนันข้าจะไปแลกของที่นั่น"



            มิเนอร์วาหยิบเงินให้มาร์ตี้ที่ด้านหลังและนัดแนะสถานที่รวมตัว ไม่ได้มีแค่เหรียญทองที่ขูดรีดมาได้ ทรัพย์สินวัตถุดิบมีค่าหลายอย่างที่ไม่มีประโยชน์กับตัวเด็กหนุ่ม ก็จำเป็นต้องเปลี่ยนสภาพให้เป็นเหรียญทองเพื่อเตรียมนำไปลงทุนกับการวิจัยทดลอง กว่าภูมิความรู้หนึ่งจะสามารถยืนยันผลลัพธ์ได้ ต้องทุ่มใช้เหรียญทองจำนวนมากมหาศาลต่อการวิจัยครั้งหนึ่ง แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นเด็กหนุ่มก็ไม่ได้ตระหนี่ถี่เหนียวให้กับการใช้จ่ายเพื่อเลี้ยงครอบครัวและปรนเปรอเกรเซีย



            แต่พอคิดว่าต้องเจอสงครามแน่ๆ ถ้าหากตนเองเลือกปฏิบัติ จึงจำเป็นต้องให้ทั้งสองคนอย่างเท่าเทียมและแผนนี้ก็ได้ผลยิ่งกว่าครั้งได้ การชิงตัดสินใจก่อน การปฏิบัติที่เท่าเทียม นี่คือสิ่งที่มิเนอร์วาได้เรียนรู้และพัฒนามาเป็นวิธีรับมือกับสงครามประสาท มันอยากให้พรุ่งนี้มาถึงไวๆ แต่ก็ไม่อาจทำได้ เนื่องจากเหล่าผู้นำทั้งหลายยังคงมีพันธะต้องหารือกัน มิเนอร์วาที่มีกำหนดการต้องกลับพร้อมเฟรเกียจึงจำเป็นต้องเที่ยวเล่นรออยู่หนึ่งวัน อลิซเองก็รอกลับพร้อมอาวุโสเวอร์โนเช่นกัน ส่วนภายในสถาบันหลวงก็เป็นถิ่นของเกรเซีย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องทนปวดหัวอย่างเลี่ยงไม่ได้



            'แผนนี้ช่างเยี่ยมยอด… ถึงจะเปลืองไปหน่อยแต่ก็ทำให้พวกนางเงียบลงได้ ฮ่าๆ ๆ ข้านี่มันอัจฉริยะโดยแท้'



            มิเนอร์วาในตอนนี้ที่กำลังเดินมานั่งที่เก้าอี้หรูหราตัวหนึ่งในโซนห้องลองชุดขนาดใหญ่ เด็กหนุ่มกำลังเพลิดเพลินไปกับดอกไม้งามทั้งสองที่เปลี่ยนลองชุดมากมายหลากหลายแบบ สีที่เปลี่ยนไปมาของบุปผาย่อมเป็นที่ดึงดูดสายตาของเหล่าแมลงร้าย แต่แมลงเหล่านั้นกลับไม่กล้าขยับตัวเข้ามาใกล้ได้แต่ยืนมองห่างๆ อย่างอิจฉา เพราะเบื้องหน้าสถานที่แห่งนั้นมีพญาภุมราหวงถิ่นตัวหนึ่งกำลังปล่อยไอหมอกดำ กางกั้นอาณาเขตเตือนผู้ที่คิดจะบุกรุกให้คิดอย่างรอบคอบ



            ดังนั้นพื้นที่แห่งนี้จึงมีเพียงพนักงานที่คอยบริการสตรีทั้ง 2 คน เกรเซีย อลิซ และมิเนอร์วาที่นั่งเป็นผู้ชมเท่านั้น อย่างน้อย 200 เหรียญทองก็ไม่ได้เสียเปล่า การได้นั่งเพลิดเพลินกับอาหารตาอยู่นานหลายชั่วโมงนั้น ก็นับได้ว่าเป็นความสุขแบบหนึ่งของเด็กหนุ่มวัยนี้เช่นกัน บุรุษใดบ้างจะไม่ชมชอบกุหลาบหยก นกหงส์งาม



            แต่เวลาแห่งความสุขมักผ่านไปไวเสมอ รู้ตัวอีกทีทั้งสองก็ลองครบหมดทุกชุดแล้ว หลังจัดการชำระค่าสินค้าทั้งหมด แสงท้องฟ้าข้างนอกก็ยิ่งสีเข้มขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นแสงส้มสัญญาณของอาทิตย์อัสดง กลุ่มคนชุดดำกลุ่มใหญ่เข้าแถวรออยู่ข้างนอกยืนเรียงแถวรออย่างมั่นคง เมื่อเห็นมิเนอร์วาเดินออกมาพร้อมกับสตรีทั้งสองอย่างอารมณ์ดี พวกมันทั้งหมดก็พากันโล่งใจที่ไม่เห็นทั้งคู่ทะเลาะกันอีก จึงพากันก้มหัวคำนับค้างมาร์ตี้เอ่ยรายงานอย่างกระตือรือร้น



            "คนของเรามากันครบหมดแล้ว เชิญลูกพี่พักผ่อนอย่างสบายใจขอรับ!"



            "ตามข้าไปบ่อนพนันก่อน หลังแลกของเสร็จค่อยไปเที่ยวกัน ไม่ต้องห่วงข้าเลี้ยงเอง"



            ผู้คนภายในย่านนั้นต่างมองมาอย่างสนใจ คิดกันไปเองว่าบุตรของชนชั้นสูงหรือไม่ก็ขุนนางผู้หนึ่งได้พาสตรีมาซื้อของ เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ที่เกิดขึ้น พวกมันสนใจได้ไม่นานก็พากันแยกย้ายไปทำสิ่งที่ทำค้างไว้ มิเนอร์วาเองก็ไม่ได้สนใจสายตาชาวบ้านอยู่แล้ว เดินทอดน่องดุ่มๆ นำหน้าไป หากแต่เป็นเหล่าลูกสมุนทั้งหมดต่างหาก ที่คิดกันไปต่างๆ นานา



            และทุกความคิดนั้นล้วนห่างกันไม่ไกลนัก ทุกคนต่างพากันคิดไปในเชิงที่ว่า โชคดีแล้วที่ได้ติดตามหัวหน้าซึ่งใจกว้างและมีเหตุผลแบบนี้ ไม่ใช่แค่ค่าอาหาร เสื้อผ้าสิ่งของ แม้แต่สุรานารีก็อาจจะมีแถมมาให้ด้วย แต่ก็มีความหวาดกลัวหนึ่งแวบขึ้นมาด้วยเช่นกัน เนื่องจากประวัติที่ทุกคนรู้ยกเว้นฮาเกนด์สมาชิกใหม่นั่นคือ มิเนอร์วาสั่งนมในร้านเหล้าและไม่เคยสั่งเครื่องดื่มมึนเมาดื่มเลยสักครั้ง หากเลี้ยงฉลองโดยขาดสิ่งมึนเมาแล้วพวกมันจะทำอะไรได้ ในใจจึงภาวนาเป็นเสียงเดียวกันว่าขอให้นายน้อยของตนไม่ใจร้ายกับพวกมันด้วยการเลี้ยงนม



            บ่อนพนันในพื้นที่ใจกลางนั้นย่อมถูกควบคุมโดยราชวงศ์ การแลกเปลี่ยนซื้อขายทรัพย์สมบัติต่างๆ รวมถึงตลาดประมูลล้วนอยู่ที่นี่ มิเนอร์วาในตอนนี้กำลังเดินไปที่บ่อนมุ่งหน้าเข้าไปยังตลาดแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้า แต่ยังไม่ทันแล้วเสร็จธุระ สงครามชิงดีชิงเด่นอวดกันด้านฝีมือการพนันของสองสตรีใกล้จะเริ่มปะทุขึ้นได้มักเมื่อ มิเนอร์วาที่ตกตะกอนความรู้ในการรับมือมาแล้วรีบเสนอพูดทันที



            "พวกเจ้าทะเลาะกันไปก็ไม่มีประโยชน์ เอาอย่างงี้เป็นอย่างไรข้าให้คนละ 100 เหรียญทอง เล่นเสียข้าไม่ว่า หากเล่นได้เกิน 100 เหรียญทองต้องมอบให้ข้าแบบนี้ดีหรือไม่?"



            "ดี!"



            สองสตรีที่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันหันหน้ามาตอบรับกันอย่างพร้อมเพรียง มิเนอร์วาถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก ยกนิ้วกระดิกเรียกมาร์ตี้ให้เข้าไปหา



            "พวกเจ้าเอาไปแบ่งกันคนละ 10 เหรียญทอง ส่วนอีก 200 เหรียญทองที่เหลือแบ่งให้พวกนางคนละครึ่ง พวกเจ้าไปดูแลพวกนางเถอะ ที่นี่ค่อนข้างแตกต่างจากที่อื่น จะอย่างไรงูพิษ ตะขาบไฟมากมายต่างก็มารวมตัวในสถานที่อโคจรแห่งนี้ ดูแลพวกนางให้ดี ข้าทำธุระเสร็จเมื่อไหร่จะตามออกไป อย่าลืมกำชับพวกนางด้วย ไม่ว่าจะเป็นการพนันชนิดใดก็ตาม ในหนึ่งตาอย่าลงมากว่า10 เหรียญทอง… ไปเถอะ"



            "ขอรับลูกพี่"



            มาร์ตี้ขานรับอย่างหนักแน่นตั้งปณิธานในใจว่าคืนนี้จะคุ้มกันสตรีทั้งสองของหัวหน้าตนอย่างเต็มที่ มันหันไปสั่งลูกน้องทั้งหมดพร้อมพาสตรีทั้งสองเดินมุ่งไปยังพื้นที่สำหรับเล่นพนันที่มีทั้งเกมไพ่ ทอยเต๋า นับถั่ว ชนไก่ ชกมวย กัดปลา หลังจากตีประเมินราคาสินค้าอยู่นานเกือบชั่วโมง มิเนอร์วาที่ทำการซื้อขายสินค้าเรียบร้อยแล้วก็เดินออกจากพื้นที่มาอย่างอารมณ์ดี ในกระเป๋าตุงไปด้วยเหรียญทองที่เบียดเสียดแน่นและอุปกรณ์วัสดุสิ่งของมากมายที่จำเป็นในการทดลองวิจัย



            เหลียวซ้ายแลขวาหันหน้าไปทางไหนก็มืดสนิท ต้องขมวดคิ้วมุ่นจ้องมองไปอย่างไม่เป็นมิตร ที่มุมหนึ่งของพื้นที่เล่นพนัน ด้านข้างโต๊ะทอยเต๋าตัวหนึ่งสตรีสองคนยืนอยู่ข้างกัน เบื้องหลังเป็นมาร์ตี้และกลุ่มซัลวาโตเรที่ออกมายืนปกป้องสตรีทั้งสองตามคำสั่งของหัวหน้ากลุ่ม ที่ได้กล่าวฝากฝังพวกมันเอาไว้ ไม่ว่าสตรีทั้งสองจะเล่นอะไรพวกมันก็จะเล่นตามเป็นเพื่อนอีกฝ่าย ถึงจะได้คนละ 10 เหรียญทอง แต่ถ้าพนันตาละไม่เกิน 1 เหรียญทองก็จะเล่นเป็นเพื่อนสตรีทั้งสองได้ 10 ตาเช่นกัน



            แต่ทว่าในขณะนี้จากที่มิเนอร์วามองสังเกตจากที่ไกลดูเหมือนจะเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น เด็กหนุ่มสาวเท้าก้าวเข้าหาอย่างไม่รีบร้อน ลอบประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อกับหาวิธีรับมือ

    คล้ายกับเรื่องThe SRP (ปราชญ์พิสดาร ผนึกมาร สังหารเทพ) ที่คุณอ่าน