จูหลินเดินทางมาถึงโรงเตี๊ยมเพียงลำพังด้วยความหิวโหยนางจึงสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะจนเสี่ยวเอ้อนึกไม่ถึงว่าจะเป็ผู้หญิงงามระหงทาน
แต่ถึงกระนั้นพอทานเข้าจริงนางก็ทานไม่หมด นางจึงควักอัฐเพื่อจ่ายค่าอาหาร แต่ทว่า
“ไม่มี! ทำไมไม่มี ใช่จริงด้วย ทหารองครักษ์ยึดทรัพย์สินของข้าไปหมดตอนนี้ข้ามาแต่ตัวนี่ ทำยังไงดี” จูหลินใที่คลำทั่วตัวก็ไม่พบถุงอัฐ
“ดูท่าทางแบบนี้หมายความว่ายังไงแม่นางไม่มีอัฐจ่ายใช่หรือไม่” เสี่ยวเอ้อตวาด
“คือว่า….” จูหลินพูดอะไรไม่ออก
“อะนี่อัฐ” สาวยาจกคนหนึ่งวางอัฐให้กับเสี่ยวเอ้อ
“โห! คนเราดูแต่เพียงภายนอกไม่ได้จริงๆไม่คิดว่าผู้หญิงแต่งตัวดีกลับไม่มีอัฐจ่าย ต่างจากสาวยาจกผู้รวยทรัพย์ผ้าขี้ริ้วห่อทองแท้ๆ” เสี่ยวเอ้อส่ายหน้าให้กับจูหลิน
“ขอบคุณแม่นาง เอ่อแต่นั่นมันห่อผ้าของข้านี่ ท่านขโมยอัฐข้างั้นหรือ” จูหลินจำได้ว่านั่นเป็ถุงผ้าของตัวเอง
“อย่ามองข้าในแง่ร้ายสิชายผู้สง่างามผู้นั้นต่างหากที่ไหว้วานให้ข้านำทรัพย์สินมาให้เ้า” สาวยาจกชี้ไปที่ผู้ชายที่กำลังนั่งกินอาหารอยู่อีกฝั่ง
จูหลินมองตามไปก็ทำให้นางใสุดขีดนางคิดในใจว่า “นั่น! ฝ่าานี่ พระองค์ทรงมาทำอะไรที่นี่หรือแค่นำทรัพย์สินมาให้ข้าเท่านั้น” เลยกล่าวกับสาวยาจกว่า “ขอบคุณแม่นางมาก และฝากเ้าไปขอบคุณชายผู้นั้นจะได้มั้ย” จูหลินไม่อยากพบฝ่าา
“ท่านควรไปขอบคุณด้วยตัวเองนะแม่นางเห็นชายผู้นั้นเป็ห่วงเ้ามากขนาดนี้ แสดงว่าเขาเป็คนรักของเ้าใช่หรือไม่”ยาจกสาวคาดการณ์
“เปล่า…ไม่ใช่ เอาล่ะ ไม่เป็ไร พวกเขาเดินออกจากร้านไปแล้ว” จูหลินกล่าว
ยาจกมองตามไปก็เห็นชายผู้สง่างามพร้อมผู้ติดตามเป็ชายฉกรรจ์สองคนเดินออกไปแล้วจริงๆเลยว่า “ท่านควรไปขอบคุณพวกเขานะแม่นาง และอีกอย่าง ข้าหิวมาก ข้าขอกินอาหารส่วนที่เหลือก็แล้วกันถือว่าเป็ค่าตอบแทนของข้า”
“ก็ได้ งั้นข้าไปล่ะ”จูหลินจำใจต้องวิ่งออกจากโรงเตี๊ยมไปดักฝ่าาไว้
“เอ่อ ขอบพระทัยนะเพคะ”จูหลินกล่าวหลังจากสบดวงเนตรของฝ่าา
“ข้าไม่อยากแตะต้องทรัพย์สินของลูกฏ”ฝ่าาตรัสอย่างเ็า
“และเหตุใดต้องมาด้วยพระองค์เองล่ะเพคะ”จูหลินสงสัย
“ข้าอยากมาดูให้เห็นกับตาว่าเ้าเดินทางออกจากเมืองหลวงไปแล้วจริงๆ” ฝ่าาตรัส
จูหลินเม้มปากและกล่าวว่า “หม่อมฉันไม่มีปัญญาไปยึดบัลลังก์ของพระองค์หรอกนะเพคะและหม่อมฉันจะรีบจากไปให้เร็วที่สุด” จูหลินไม่รอฟังคำตรัสใดๆอีก นางรีบวิ่งไปที่ประตูเมืองให้เร็วที่สุด
ฝ่าาและทหารองครักษ์ทั้งสองเดินทางกลับพระราชวังทันที
ยาจกสาวมองออกไปนอกร้านนางกินไปก็ดูฉากคู่รักปากแข็งไปแม้ลักษณะภายนอกจะดูเหมือนว่าทั้งสองสนทนากันอย่างไม่เป็มิตรแต่ดูจากสีหน้าแล้วทั้งสองต่างห่วงใยกัน มันมีสายใยที่ไม่อาจตัดขาดกันได้ในระหว่างคนทั้งคู่
******************************************************
จูหลินเดินทางมาถึงศาลาพักริมทางนางจึงไปนั่งพัก และแล้วนางก็มองเห็นยาจกสาวคนเดิมนั่งรอนางอยู่ก่อนแล้ว
“นี่เ้า!แอบติดตามข้ามาทำไม” จูหลินรีบเดินเข้าไปถามนางตรงๆ
“ข้ามาถึงศาลานี่ก่อนเ้าข้าจะเป็ฝ่ายตามเ้ามาได้ยังไง เ้าต่างหากที่ตามข้ามา” ยาจกสาวแย้ง
“เอาล่ะเมื่อไม่ได้ตามก็ดีแล้ว งั้นข้าไปล่ะ” จูหลินเลยรีบเดินออกจากศาลาริมทางทันที
แต่ทว่าจูหลินรู้สึกว่ามีคนติดตามนาง เลยหันไปดูก็พบยาจกสาวอีก
“เ้าจะไปไหนเดินไปก่อนสิ” จูหลินหยุดเพื่อให้ยาจกสาวเดินทางไปก่อน
“ก็ได้ข้าติดตามเ้าจริงๆ” ยาจกสาวยอมสารภาพ
“ตามข้ามาทำไม” จูหลินไม่ไว้ใจ
“ก็ในเมื่อเ้ามีอัฐมากมายข้าก็เลยอยากติดตามเ้าไป ให้ข้าเป็สาวใช้ให้เ้าก็ได้นะ” ยาจกสาวกล่าว
“ไม่!ข้าไม่้าสาวใช้ อีกอย่างข้ามีงานที่ต้องไปทำ หนทางข้างหน้าอาจพบกับอันตรายก็เป็ได้”จูหลินไม่อยากให้ใครต้องมาลำบากไปด้วย
“แต่ให้ข้าเลือกระหว่างอดตายกับไปผจญภัยกับเ้าข้าขอเลือกผจญภัยแต่มีอาหารกินดีกว่า” ยาจกสาวกล่าวยิ้มๆ
“งั้นข้าแบ่งอัฐให้เ้าก็ได้ดีมั้ย” จูหลินเสนอ
“ถึงเ้าแบ่งอัฐให้ข้าข้าก็จะติดตามเ้าอยู่ดี” ยาจกสาวยังคงดื้อดึง
“เ้าแน่ใจนะ ว่าจะติดตามข้า”จูหลินใจอ่อน เพราะใจจริงนางก็อยากมีเพื่อนร่วมทาง
ยาจกสาวพยักหน้าอย่างมุ่งมั่น
“ก็ได้แล้วเ้าชื่ออะไรล่ะ” จูหลินสงสัย
“ข้าไม่มีชื่อแซ่”ยาจกสาวกล่าวเสียงเศร้า
“แล้วครอบครัวของเ้าล่ะ”จูหลินขมวดคิ้วสงสัยอีก
“ข้าจำอะไรไม่ได้เลยไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าข้าเป็ใคร” ยาจกสาวก้มหน้า
“เ้าความจำเสื่อมงั้นหรือ”จูหลินเริ่มเข้าใจ
ยาจกสาวพยักหน้าเช่นเคย
“ข้าชื่อจูหลินงั้นข้าขอตั้งชื่อให้เ้าว่า ตงตง ก็แล้วกัน” จูหลินถือวิสาสะตั้งชื่อให้เลย
“ก็ได้จูหลิน ข้าชื่อตงตง”ตงตงทวน
“พวกเราเดินทางด้วยกันในฐานะสหายไม่ใช่นายกับบ่าว” จูหลิน้าเพื่อนร่วมทาง
“เ้าไม่รังเกียจข้างั้นหรือ”ตงตงแปลกใจ
“ข้าเองก็ไร้ญาติขาดมิตรเพียงแค่แต่งตัวดีกว่าเ้าเท่านั้นเอง นอกนั้นพวกเราก็เหมือนกัน” จูหลินพบผู้คนมากหน้าหลายตา ทำให้นางพอมองออกว่าตงตงไม่ใช่คนเลวร้าย
“ว่าแต่เ้าไปทำงานอะไรล่ะ”ตงตงอยากรู้
“ออกตามหานักปราบอสูร”จูหลินไม่ปกปิด
“ทำไมล่ะโลกนี้มีอสูรด้วยงั้นหรือ” ตงตงสงสัย
“มีสิและอสูรก็น่ากลัวมาก” จูหลินนึกถึงพ่อของตัวเองที่ถูกอสูรแฝงร่าง
“ว่าแต่ จะไปตามหาที่ไหนล่ะ”ตงตงคิดว่าแคว้นนี้ช่างกว้างใหญ่ไพศาล ใช่ว่าจะเจอกันง่ายๆ
“ข้าจะไปสอบถามท่านผู้เฒ่าผู้รอบรู้ที่เมืองเปียงชางน่ะ”จูหลินบอกเป้าหมาย
“ว่าแต่คนรักของเ้ารู้มั้ยว่าเ้าจะทำงานนี้”ตงตงถามยิ้มๆ
“ชายคนนั้นไม่ใช่คนรักของข้า”จูหลินมีอาการหน้าแดงอย่างเห็นได้ชัด
“555 ข้ายังไม่ได้หมายถึงชายคนที่อยู่โรงเตี๊ยมเสียหน่อยดูเ้าร้อนตัวไปนะ” ตงตงขำกับความปากแข็งของสหายคนใหม่
“เลิกแกล้งข้าเล่นได้แล้วข้าไม่มีคนรัก ตกลงมั้ย” จูหลินกล่าวเสียงแข็ง
“ดูเขาเป็ห่วงเ้ามากนะ”ตงตงมองออก
“เปล่า! เขาไม่ได้ห่วงข้า เขาแค่กลัวว่าข้าจะไปทำร้ายเขาต่างหาก” จูหลินรู้สึกเ็ปใจที่อดีตคนรักไม่เคยมองนางในแง่ดีเลย
“เอาเถอะเ้าอย่าทำหน้าเศร้าเลย ข้าไม่ถามถึงชายคนนั้นก็ได้ พวกเราไปกันเถอะ” ตงตงรู้ดีว่าหญิงตรงหน้ารู้สึกเ็ปใจมากแค่ไหน
******************************************************
และแล้วสองสาวก็เดินทางมาถึงเมืองลู่หยางในเวลาค่ำมืด
“พวกเราต้องรีบหาโรงเตี๊ยมพักแรมแล้ว”จูหลินกล่าว
“นั่นชาวบ้านมุงดูอะไรกันน่ะ” ตงตงชี้ไปยังกลุ่มชาวบ้าน
“พวกเรารีบไปดูกันเถอะ”จูหลินเองก็อยากรู้
สองสาวค่อยๆแทรกตัวจนได้ไปอยู่ด้านหน้ากลุ่มชาวบ้านและพวกนางก็มองเห็นนักพรตกำลังประกอบพิธีกรรมบางอย่าง บนโต๊ะแท่นพิธีประกอบไปด้วยไหเหล้า หัวหมู ธูป กระบี่ และผ้ายันต์สีเหลืองที่เขียนด้วยเื
ตงตงสงสัยก็เลยสอบถามชาวบ้าน“นักพรตท่านจะทำพิธีกรรมอะไรงั้นหรือ”
“อ้อเขาจะเรียกปิศาจให้มาที่นี่ และกำจัดมันน่ะสิ” หญิงชาวบ้านคนหนึ่งกล่าว
“นี่เขากำลังจะกำจัดปิศาจงั้นหรือดีเลย ในที่สุดพวกเราก็ได้เจอนักพรตปราบปิศาจได้อย่างง่ายดาย” จูหลินกล่าวอย่างดีใจ
ภาพที่เห็นคือนักพรตยกไหเหล้ามากระดกอมไว้ แล้วเป่าพ่นไปที่กระบี่จากนั้นก็ร่ายรำพร้อมกับสั่นระฆังเล็กๆ เพื่อเรียกปิศาจผ่านไปไม่นานพวกเขาก็มองเห็นปิศาจคิงคองตัวใหญ่มาปรากฏตัว
“นั่นไงปิศาจคิงคองมานั่นแล้ว” ชาวบ้านคนหนึ่งชี้
“เ้าเรียกข้ามาทำไมอยากตายหรืออย่างไร” ปิศาจคิงคองกล่าวอย่างโมโห
“ข้าจะกำจัดเ้าเ้าปิศาจชั่ว” นักพรตกล่าว
“มีปัญญาหรือเปล่า”ปิศาจยิ้มเยาะ
นักพรตกับปิศาจจึงต่อสู้กันทั้งสองต่อยตีกันนานพอสมควร สักพักนักพรตก็หยิบยันต์และเป่าคาถาจากนั้นก็นำไปแปะที่ลำตัวของคิงคองั์ และแล้วก็เห็นควันโพยพุ่งรอบตัวปิศาจ ตอนนี้ปิศาจร้องโหยหวนอย่างเ็ปทุรนทุราย
“โอ๊ย ร้อนทำไมร้อนแบบนี้ ปล่อยข้าไปเถิด” ปิศาจพยายามเอามือมาลูบตัว
“555 จงสลายหายไปเสียเถิดเ้าปิศาจชั่ว” นักพรตหัวเราะด้วยความดีใจที่ปิศาจถูกปราบได้อย่างง่ายดาย
และแล้วปิศาจก็สลายหายไปจริงๆเหลือไว้เพียงหุ่นฟางไว้ดูต่างหน้าเท่านั้น
ชาวบ้านที่มุงดูต่างพากันทึ่งพากันตบมือร้องเฮที่นักพรตสามารถปราบปิศาจคิงคองได้ ทำให้ชาวบ้านรู้สึกศรัทธาท่านนักพรตผู้นี้เป็อย่างมาก
“ไม่เป็อะไรแล้วนะทุกคนปิศาจได้สลายตัวไปแล้ว” นักพรตกล่าวกับชาวบ้าน
“ขอบคุณท่านมากท่านนักพรต” ตัวแทนชาวบ้านคนหนึ่งกล่าว
“ข้าหมดพลังแล้วงั้นข้าขอตัวไปพักก่อนนะ” นักพรตกำลังเก็บข้าวของ
ตัวแทนชาวบ้านที่รวบรวมอัฐมาได้ก็เลยรีบมอบให้กับท่านนักพรตทันที
“ข้า้ากำจัดปิศาจข้าไม่หวังค่าตอบแทนหรอก” นักพรตยกมือขึ้นห้าม
“รับไว้เถิดท่านอัฐเล็กๆ น้อยๆ ถือว่าเป็สินน้ำใจเถิด” ตัวแทนชาวบ้านกล่าว
“ก็ได้งั้นข้าขอรับก็แล้วกัน ขอบคุณพวกท่านมาก” นักพรตรับห่อผ้าอัฐแล้วเดินทางไปที่บ้านพักที่ชาวบ้านจัดไว้ให้ทันที
******************************************************
สองสาวกลับไปที่ห้องพักอย่างตื่นเต้นที่ในที่สุดพวกนางก็ได้เจอนักพรตปราบปิศาจได้อย่างง่ายดาย
“ข้าดีใจจริงๆท่านนักพรตเก่งมาก เขาต้องกำจัดอสูรชั่วได้แน่” จูหลินกล่าวอย่างยินดี
“ข้าว่ามันดูแปลกๆยังไงชอบกลแต่ข้านึกไม่ออก” ตงตงรู้สึกแปลกๆ
“ทำไมล่ะในเมื่อพวกเราก็เห็นกับตาว่านักพรตปราบปิศาจได้จริงๆ” จูหลินขมวดคิ้วสงสัย
“ข้าคงคิดมากไปเองพวกเรานอนกันเถิด” ตงตงบอกไม่ถูก
“ไม่!ข้าจะไปขอความช่วยเหลือจากท่านนักพรตตอนนี้เลย” จูหลินใจร้อน
“เ้าใจร้อนเกินไปอีกอย่างท่านนักพรต้าพักผ่อนไม่ใช่หรือ” ตงตงไม่เห็นด้วย
“ข้ากลัวว่าวันพรุ่งนี้ท่านนักพรตจะรีบออกเดินทางจากหมู่บ้านนี้ไปน่ะสิ”จูหลินกลัวไม่เจอท่านนักพรต
“ก็ได้งั้นพวกเราไปกันเถอะ” ตงตงใจอ่อน******************************************************
สองสาวเดินทางไปถึงบ้านพักของนักพรตและกำลังจะเคาะประตูบ้านเพื่อเรียกท่าน แต่ทว่า