เย่ซีกับระบบเซียนรับจ้าง

    ตอนที่ 45 ขายน้ำครั้งที่สอง (อ่านฟรี 05/05/2567)

    “เถ้าแก่! เกิดอะไรขึ้นรึเปล่า?” หานจุนหมิงที่รีบเดินมายังศาลา กล่าวออกมาหลังจากมาถึง

                ภาพตรงหน้าเขาคือศาลาไม้กลางน้ำขนาดใหญ่ แต่มีรูโผว่ขนาดเท่าตัวมนุษย์ปลาอยู่ที่พื้นหนึ่งรูและที่หลังคาอีกรูหนึ่ง สงสัยว่าทั้งคู่คงจะเล่นอะไรกันบางอย่าง

    “ไม่มีอะไรหรอก ว่าแต่เจ้าคุยธุระเสร็จแล้วรึ?” ชายหนุ่มกล่าวถามออกมาหลังจากจิบชาเสร็จ

    “เรื่องนั้น มีคนมาขอพบเถ้าแก่น่ะ” หานจุนหมิงกล่าวออกมา

    “ใครกัน? เชิญเขาเข้ามาสิ” ชายหนุ่มกล่าวจบ ชายกลางคนก็หันไปพยักหน้าให้ชายในชุดคลุมสีดำทำให้ชายคนนั้นที่รออยู่นอกศาลาเดินเข้ามา

    “สวัสดีเถ้าแก่ ข้ามาจากภัตตาคารหงส์เพลิงมาซื้อเนื้ออสูรตามที่ได้ตกลงกันไว้”เมื่อเดินเข้ามาถึงชายในชุดคลุมสีดำก็กล่าวทักทาย ก่อนที่จะกล่าวเข้าเรื่องทันที

    “อ๋ออ เรื่องนั้นนี่เองเจ้าจะซื้อไปหนึ่งก้อนตามที่ตกลงใช่ไหม” ชายหนุ่มนึกขึ้นได้เขาได้ทำสัญญากับภัตตาคารหงส์เพลิงเรื่องจะขายเนื้อให้เป็นรายอาทิตย์จนกว่าเนื้อจะหมดหรือเลิกขาย

    “เจ้าของร้านได้กล่าวว่าการเดินทางมันลำบากกว่าที่คิดเลยให้เงินข้ามาห้าหมื่นผลึกเพื่อซื้อเนื้อกลับไปให้ได้มากที่สุดขอรับ” หลังกล่าวจบเขาก็หยิบแหวนมีติออกมาหนึ่งวงมันเป็นแหวนระดับกลางที่สามารถยืดอายุของสดที่ใส่เข้าไปได้เจ็ดวัน

    “งั้นเราไปหาที่กว้าง ๆกันเถอะข้าจะได้เรียกเนื้อออกมาให้เจ้าเลือก รบกวนเจ้าด้วย หานจุนหมิง” ชายหนุ่มกล่าวจบเขาก็หันไปพยักหน้าให้พานจุนหมิงอีกฝ่ายพยักหน้าตอบก่อนจะเดินนำทางไป

                ชายสามคนกับปลาหนึ่งตัวเดินไปยังลานกว้างที่เอาไว้ใช้ฝึกซ้อมของโรงเตี๊ยมแห่งนี้ตามปกติจะมีผู้ที่เข้าพักโรงเตี๊ยมแวะมาใช้งานลานฝึกซ้อมแห่งนี้บ้างแต่เนื่องจากต้องการความเป็นส่วนตัวหานจุนหมิงเลยปิดลานซ้อมแห่งนี้ไว้ชั่วคราว

    ตึง! ตึง! ตึง!

    “เหลืออยู่เท่านี้แหละเพราะกินไปบ้างก่อนหน้านี้ระหว่างเดินทาง”ชายหนุ่มกล่าวขึ้นมาหลังจากเรียกเนื้ออสูรระดับสาม สิงโตยักษ์ออกมาเต็มลานกว้าง

                มันเป็นก้อนเนื้อทั้งหมดสิบห้าก้อนมีก้อนที่ขนาดใหญ่ที่สุดห้าก้อน ก้อนขนาดกลางสามก้อน ก้อนขนาดเล็กเจ็ดก้อนแต่ถึงจะบอกว่าก้อนขนาดเล็กมันก็มีขนาดใหญ่กว่าตัวของเจ้าปลาปากเสียในร่างปลาตีนซะอีก

    “นะ นี่มัน ข้าก็ไม่คิดว่ามันจะเยอะขนาดนี้!”หานจุนหมิงอุทานออกมา มันเยอะเกินไปหน่อยไหม?

    “แถมคุณภาพก็ดีเยี่ยมซะด้วยถ้าข้าจำไม่ผิดเถ้าแก่น่าจะเก็บเนื้อพวกนี้ไว้ เกือบสองสัปดาห์แล้วนี่” หานจุนหมิงลูบเนื้อพลางกล่าววิเคราะห์ออกมา

    “ใช่ ข้ามีวิธีพิเศษนิดหน่อยว่าแต่เจ้าจะเอาก้อนไหนล่ะ ?” ชายหนุ่มกล่าวตอบหานจุนหมิงก่อนจะหันไปถามชายในชุดคลุมสีดำ

    “ข้าก็เลือกไม่ถูก ว่าแต่แต่ละก้อนน้ำหนักเท่าไหร่ ? ก้อนใหญ่แบบนี้จะชั่งน้ำหนักยังไง” ชายชุดคลุมดำก็ทึ่งในขนาดของเนื้อเหมือนกันก่อนจะคิดว่าตาชั่งมันจะไปชั่งเนื้อก้อนใหญ่ขนาดนี้ได้ยังไง

                ถ้าคาดคะเนจากสายตาก้อนที่เล็กที่สุดคงจะมีน้ำหนักประมาณสี่ร้อยจิน ส่วนก้อนที่ใหญ่ที่สุดคงเกือบๆสองพันจินได้ ราคารับซื้อสองจิน สามสิบผลึกผลึกที่เอามายังไงก็คงไม่พออย่างแน่นอน!

    “เถ้าแก่ เรามาตัดเป็นก้อนเล็ก ๆแล้วชั่งน้ำหนักกันเถอะ” หานจุนหมิงเสนอขึ้นชายหนุ่มก็เห็นด้วย ดังนั้นชายกลางคนจึงได้เรียกให้คนเอาตาชั่งขนาดใหญ่ออกมาแต่มันก็ชั่งได้มากสุดแค่ห้าร้อยจินเท่านั้น

    “เรามาตัดแบ่งกันก่อนเถอะหลังจากนั้นค่อยชั่งหนักหนักอีกที”ชายหนุ่มกล่าวขึ้นมาก่อนที่ทุกคนจะช่วยกันหั่นเนื้อให้เป็นชิ้นๆ

    ...

    “ได้เยอะกว่าที่คิดเหมือนกันนะ” ชายหนุ่มปาดเหงื่อจากหน้าผากก่อนจะกล่าวออกมาพวกเขาใช้เวลาอยู่หนึ่งก้านธูปกว่าจะตัดแบ่งเนื้อจนเสร็จ

    “มาชั่งน้ำหนักกันเถอะ”ชายหนุ่มจบก็ทยอยขนก้อนเนื้อขึ้นไปช่างทีละก้อนโดยมีหานจุนหมิงยืนจดลงบนกระดาษอยู่ข้าง ๆ จะได้ไม่ผิดพลาด

    ผ่านไปสองก้านธูปพวกเขาก็ชั่งน้ำหนักก้อนเนื้อจนเสร็จ

                ก้อนเนื้อขนาดเล็กเจ็ดก้อนมีน้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ก้อนละ สามร้อยถึงห้าร้อยจินก้อนขนาดกลางสามก้อนมีน้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ก้อนละ หนึ่งพันจินส่วนก้อนขนาดใหญ่ที่สุดห้าก้อน มีน้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่หนึ่งพันแปดร้อยจินรวมน้ำหนักทั้งสิ้นเป็นจำนวน หนึ่งหมื่นสี่พันแปดร้อยจิน

    “ข้าขอไม่ขายทั้งหมดนะ”ชายหนุ่มกล่าวขึ้น

                ชายหนุ่มตัดสินใจที่จะเก็บไว้เป็นอาหารให้ฟิชกับกินเองสี่พันแปดร้อยจินจึงตัดสินใจที่จะขายเพียงหนึ่งหมื่นจินเท่านั้น ราคาที่ตกลงกันไว้คือสองจินสามสิบผลึก  หรือก็คือจินละสิบห้าผลึกดังนั้นราคาของเนื้อทั้งหมดจึงอยู่ที่ หนึ่งแสนห้าหมื่นผลึก

    “เถ้าแก่ ข้าซื้อทั้งหมดไม่ไหวหรอกข้านำมาแค่ห้าหมื่นผลึกเท่านั้น” ชายในชุดคลุมดำกล่าวออกมาทำให้ชายหนุ่มนึกขึ้นได้ว่าเขาบอกเรื่องนี้ไว้ตอนแรกแล้ว

    “ข้าจะซื้อส่วนที่เหลือเองเถ้าแก่” แต่เป็นหานจุนหมิงที่กล่าวขึ้น

            เขามีแหวนมิติที่ใช้เก็บสิ่งของได้นานหนึ่งเดือนดังนั้นจึงมีความคิดที่จะแบ่งขายเนื้อเหล่านี้ในตลาดเมืองหลวงและส่งเนื้อไปยังโรงเตี๊ยมพลบค่ำตามเขตต่างๆ คงจะทำกำไรได้ไม่ใช่น้อย

    “ตกลงตามนี้”ชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจว่าใครจะเป็นคนซื้อ ตอบตกลงทันที

                หลังจากที่แบ่งเนื้อกันเสร็จแล้วชายหนุ่มก็นับผลึกที่ได้รับมาตอนนี้ตัวเขามีผลึกทั้งหมด สองแสนสองหมื่นสามพันหกร้อยผลึกแล้วเพียงพอที่จะซื้อเคล็ดวิชาบำเพ็ญเซียนเสียที!

    “ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะเถ้าแก่ท่านหานจุนหมิง ถ้าพวกท่านต้องการใช้บริการในการรับส่งสิ่งของอย่าลืมนึกถึงฟ่านเกอหลี่นะขอรับ”ชายในชุดคลุมสีดำกล่าวอำลาก่อนที่จะพริ้วกายจากไปเขาต้องรีบไปส่งของให้เสร็จจะได้จบงานแล้วไปฝึกตนต่อ

    “ดูเหมือนเขาจะเป็นผู้ฝึกตนที่รับงานส่งของนะ” หานจุนหมิงกล่าวขึ้นมา เขาเคยได้ยินเกี่ยวกับผู้ฝึกตนกลุ่มนี้มาก่อน

    “มันคืออะไรรึ ?”ชายหนุ่มที่ได้ยินเลยกล่าวถามออกมา

    “พวกเขาเป็นผู้ฝึกตนรับจ้างที่รับฝากส่งสิ่งของต่างๆ ของอาณาจักรนี้น่ะ ไม่ต้องกังวลเรื่องการจะโดนคดโกงเลยเพราะพวกเขามีชื่อเสียงมาก แต่ราคาค่าส่งก็ตามระยะทางและความเสี่ยงนั่นแหละอย่างการส่งของจากเมืองหลวงไปเขตยี่หลง มีค่าบริการอยู่ที่หนึ่งหมื่นผลึกเลยทีเดียว” หานจุนหมิงกล่าวออกมา ทำให้ชายหนุ่มพอจะเข้าใจ คงจะคล้ายๆพวกขนส่งในโลกเก่าของเขานั่นแหละ แต่ใช้บริการผู้ฝึกตนแทน

    “แล้วถ้าพวกเขาถูกฆ่าหรือถูกปล้นระหว่างทางจะทำยังไงล่ะ?” ชายหนุ่มกล่าวถามสิ่งที่สงสัย แบบนั้นของไม่หายฟรีรึไง?

    “จะมีการทำประกันสินค้าก่อนส่งเสมอแถมผู้ส่งของแต่ละคนจะได้รับยันต์ป้องกันระดับราชวงศ์ให้ยืมใช้ด้วยแต่ข้าก็ไม่เข้าใจว่าพวกเขาป้องกันเรื่องคนส่งของขโมยของได้ยังไง” หานจุนหมิงกล่าวตอบ

    “บางทีคงเป็นโดยการทำสัญญา ?” ชายหนุ่มกล่าวออกมาหลังครุ่นคิดตามด้วยสิ่งนี้มันรัดกุมเสียยิ่งกว่ากฎหมายบ้านเมืองเสียอีก

    “คงจะเป็นเช่นนั้น”หานจุนหมิงก็เห็นด้วยเช่นกัน

    ‘น่าสนใจเหมือนกันนะจะว่าไปเราก็มีเคล็ดวิชาเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยนี่นาเสียดายที่ราคามันโดนระบบปรับขึ้น’ ชายหนุ่มคิดในใจ ถ้าเขามีเคล็ดวิชานี้คงทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำนี่แค่ส่งของรอบเดียวได้ตั้งหมื่นผลึก ถ้าเดินทางด้วยขบวนรถม้าแบบพวกเขาต่อด้วยค่าจ้างคนคุ้มกัน เบ็ดเสร็จก็คงห้าพันผลึกได้แถมเดินทางเอาเองก็เสี่ยงภัยตัวเองอีกต่างหาก แถมเสียเวลาด้วย

    “ฟิช แกน่าจะไปทำงานนี้นะจะได้หาผลึกเข้าบ้านบ้าง”ชายหนุ่มหันไปกล่าวกับสัตว์เลี้ยงของเขาที่นอนแผ่หลาอยู่บนพื้น

    “นายท่านอย่าล้อเล่นแบบนี้สิข้าจะติดตามท่านไป ข้าจะปกป้องท่าน ข้าไม่ไปส่งของหรอก!” ไอ้ปลาปากเสียกล่าวขึ้นนอกจากปากเสียแล้วมันยังขี้เกียจอีก!

    “จะว่าไป ปลิงมันเป็นยังไงแล้วบ้างหว่าไม่ได้ตรวจสอบมันเลยแหะ” ชายหนุ่มนึกขึ้นได้จึงเรียกโหลแก้วที่ใส่ปลิงเอาไว้ออกมาวางบนพื้นเขาคอยเปลี่ยนน้ำแดงให้มันทุกวันเพราะมันกินจนหมดจนตอนนี้ขนาดตัวของมันยาวหนึ่งฉื่อแล้ว ! แถมยังอ้วนอีกต่างหากโชคดีที่เขาเตรียมโหลแก้วที่ขนาดใหญ่กว่าเดิมไว้มันจึงยังพอมีที่ให้ขยับได้บ้าง

    ‘ตรวจสอบ’ ชายหนุ่มมองไปยังปลิงสีดำที่ตอนนี้บนตัวของมันมีลายเส้นสีทองเป็นอักขระประหลาดบางอย่างเรืองแสงอยู่ตลอดเวลาก่อนจะเรียกใช้ทักษะตรวจสอบในใจ

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องเย่ซีกับระบบเซียนรับจ้าง ที่คุณอ่าน