“ข้าไปเดินเล่นมาพวกเราไปหาลู่ลู่กันเถอะ”หัวใจของนางยังสั่นระรัวไม่หายพวงแก้มแดงปลั่งไปหมดจากนั้นก็เดินไปหาไป๋หวงลู่ตามที่นัดหมายไว้
“ถิงถิงเ้าหายไปไหนมาตั้งนาน?” ไป๋หวงลู่เมื่อเห็นสหายกลับมาก็เอ่ยปากถามทันทีเมื่อครู่เกือบจะออกไปตามแล้วดีที่นางกลับมาเสียก่อน
“ข้าก็เดินดูของขายแถวนี้แหละ”
“แล้วนั่นอะไรเ้าซื้อโคมมาด้วยหรือ?”
“ใช่น่ารักมากใช่หรือไม่”หยวนโย่วถิงยกโคมกระต่ายให้ไป๋หวงลู่ดูอย่างภาคภูมิใจนี่เป็ครั้งแรกที่เข่อเทียนเล่อซื้อของให้นางแม้จะเป็การซื้อให้แบบไม่ได้ตั้งใจก็เถอะอย่างไรก็นับรวมหมด
“อีกสองวันจะมีงานแข่งขันยิงธนูเ้าจะไปหรือไม่?”ไป๋หวงลู่พยักหน้าเบาๆ ให้กับความน่ารักของโคมกระต่ายแล้วเปลี่ยนไปคุยเื่อื่นโคมกระต่ายมันก็เหมือนๆกันหมดมิใช่หรือเหตุใดถิงถิงต้องทำท่าภูมิใจขนาดนั้นด้วยเล่า
“งานแข่งขันยิงธนู?อืม ข้าไม่อยากไป” จำได้ว่าหลี่ซ่งอวิ้นชอบการยิงธนูมากแล้วเขาจะพลาดงานนี้ได้อย่างไรนางไม่อยากไปเจอเขาหากได้พบหน้ากันอีกก็กลัวว่าจะเกิดเื่ไม่ไปดีที่สุดแล้ว
“ทำไมล่ะ?ข้าได้ยินว่าคุณชายเข่อก็เข้าร่วมด้วยนะในงานยังมีการมอบดอกไม้ให้กับบุรุษที่ร่วมแข่งด้วยเ้าไม่อยากไปให้กำลังใจคุณชายผู้นั้นหรือ?”สายตาของไป๋หวงลู่กวาดมองสหายพลางรอคำตอบเงียบๆมิใช่ว่า้าทำให้เขารับรักหรอกหรือแล้วเหตุใดจึงไม่ไปเล่า
“เ้าแน่ใจนะ!?”เข่อเทียนเล่อก็เข้าร่วมการแข่งด้วยหรือ
“แน่ใจสิท่านอาของข้ารับหน้าที่จัดงานทั้งรายชื่อผู้ที่เข้าร่วมข้าก็เห็นมาแล้ว”ไป๋หวงลู่ยิ้มกล่าวพลางเข้าไปกระซิบอย่างหยอกเย้า
หากเป็เช่นนี้ไม่ไปก็คงไม่ได้แล้วไหนเลยจะสนใจหลี่ซ่งอวิ้นอีกเจอก็เจอสินางจะสนใจแค่เข่อเทียนเล่อคนเดียวเท่านั้น
“ตกลงข้าไป!”หยวนโย่วถิงตาเป็ประกายริมฝีปากฉีกยิ้มกว้างตอบตกลงในทันที
“โถสาวน้อยของข้าพอเป็เื่ของคุณชายเข่อเ้าก็แทบไม่คิดอะไรเลยสินะ”ไป๋หวงลู่ทำท่าทางคร่ำครวญราวกับมารดาที่เห็นบุตรสาวให้ความสำคัญกับบุรุษจนไม่คิดถึงสิ่งใด
“สหายรักเ้าก็รู้ว่าข้าคิดจริงจังกับเขางานนี้จึงถือเป็โอกาสที่ข้าจะได้เปิดเผยให้ทุกคนได้รู้”วาจาและน้ำเสียงที่อ่อนหวานของหยวนโย่วถิงทำให้ไป๋หวงลู่ถึงกับขนลุกซู่ไฉนนางถึงได้มีสหายที่ยอมมีข่าวลือกับบุรุษเช่นนี้กันหนอ
คุณหนูสองนางพูดคุยกันอีกสักพักก็พากันกลับ
ในขณะที่เข่อเทียนเล่อกลับไปทำงานของเขาต่อในมือมีโคมกบน้อยสีเขียวอยู่ด้วยสิ่งนี้ดูไม่เข้ากับภาพลักษณ์ของเข้าสักเท่าไรนัก
“นายน้อยท่านหายไปไหนมาเหตุใดจึงมาช้านักเล่า?”องครักษ์คนสนิทเมื่อเห็นเขาแล้วก็ได้รีบเข้ามาสอบถามปกตินายน้อยไม่ใช่คนที่ไม่ตรงเวลาเช่นนี้หรือว่าจะเกิดเื่อะไรขึ้น
“ไม่มีอะไรข้าไปทำธุระมานิดหน่อย”ธุระที่ว่าก็คือการพาคุณหนูตัวยุ่งกลับไปส่งยามนี้นางคงจะกลับจวนแล้วกระมังครั้นนึกถึงคำพูดของนางเมื่อครู่ก็รู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอีกแล้ว
“แล้วนั่น... ท่านซื้อโคมมาด้วยหรือเหตุใดซื้อกบมาเล่า?”อาเป่าหัวคิ้วมุ่นเข้าหากันเล็กน้อยปกตินายน้อยไม่เคยสนใจของพวกนี้แล้วเหตุใดวันนี้ถึงได้มีอารมณ์สุนทรีย์ซื้อมาเสียได้ทั้งยังเลือกเป็กบน้อยสีเขียวเสียด้วย
เข่อเทียนเล่อยกโคมกบขึ้นมาดูแล้วก็เผลอยิ้มอย่างไรสาเหตุ“ข้าว่า... ก็น่ารักดี”
อาเป่าเห็นเช่นนั้นก็รีบขยี้ตาพอมองอีกครั้งก็เห็นนายน้อยเป็ปกติเหมือนเดิมหรือว่าตนเองจะตาฝาดไป
“คนเล่า?”เข่อเทียนเล่อประกายตาดุดันขึ้นมาทันทีเมื่อเอ่ยถามถึงเื่งานแม้ว่ากิจการของสกุลเข่อจะเป็การคุ้มภัยอย่างที่รู้กันทว่างานแท้จริงคือลอบจัดการธุระให้กับฮ่องเต้และรับคำสั่งจากฝ่าาเพียงพระองค์เดียว
ครั้นตอนยังเยาว์เขาถูกพิษจนต้องส่งตัวไปรักษาที่เขาแห่งหนึ่งมีท่านอาจารย์คอยรักษาและสอนวิชาการต่อสู้ให้อยู่หลายปีและฮองเต้ในยามนั้นก็เป็ศิษย์ของท่านอาจารย์เช่นกันดังนั้นพวกเขาสองคนจึงเป็ศิษย์ร่วมสำนัก
ฮ่องเต้ทรงขึ้นครองราชย์ได้ไม่กี่ปีก็มีคนไม่รักตัวกลัวตายบางกลุ่มคิดจะ่ชิงอำนาจของพระองค์เข่อเทียนเล่อย่อมไม่ปล่อยให้ศิษย์พี่ของเขาถูกรังแกด้วยความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดาของพวกเขาแน่นอนว่าต้องช่วยจัดการและสืบค้นว่าผู้ใดที่คิดจะแย่งชิงบัลลังก์ันี้จนกระทั่งแน่ชัดแล้วว่าเป็อ๋องผู้หนึ่ง
ทว่ายังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดพอจะเอาผิดได้ประกอบกับคนผู้นั้นมักจะออกคำสั่งผ่านคนหลายคนทำให้การซัดทอดไปถึงตัวต้นเื่ได้ยาก
“อยู่ในคุกใต้ดินขอรับ”อาเป่ารีบเดินตามนายน้อยไปไร้ท่าทางทีเล่นทีจริงเหมือนเมื่อครู่
เมื่อทั้งสองเดินเข้ามาในคุกใต้ดินที่อยู่ในเขตจวนสกุลเข่อภายในมีแสงสลัวจากคบไฟเพียงไม่กี่อันที่พอจะทำให้มองเห็นว่าด้านในนั้นมีคนอยู่ไม่กี่คนองครักษ์ผู้หนึ่งเข้ามารายงานทันที
“นายน้อยคนพวกนี้ปากหนักมากข้าน้อยทรมานเท่าไรก็ไม่ยอมปริปากพูดออกมาสักคำ”
“เป็สุนัขที่ซื่อสัตย์จริงๆ” เข่อเทียนเล่อเอ่ยเสียงเย็นแววตาวาวโรจน์ราวกับพึงพอใจทว่าแฝงไปด้วยไอสังหารแต่ก่อนจะเดินเข้าไปหาคนที่ถูกทรมานอย่างสยดสยองตรงเบื้องหน้าเขากลับชะงักไปเล็กน้อยหันกลับมาส่งโคมกบที่อยู่ในมือให้อาเป่าถือไว้
“ถือให้ดีอย่าให้โดนสิ่งสกปรก”ท่าทางหวงแหนสิ่งนี้ของนายน้อยทำให้อาเป่ายื่นมือออกไปรับอย่างระมัดระวังประคองโคมกบเอาไว้อย่างทะนุถนอม
ครั้นฝากให้อาเป่าดูแลโคมกบเรียบร้อยแล้วเข่อเทียนเล่อก็ค่อยลงมือทรมานคนต่อเสียงร้องโหยหวนดังออกมาไว้เว้นว่างจนกระทั่งพวกเขาก็ได้รู้ซึ้งแล้วว่าความคิดที่อยากตายก็ยังทำไม่ได้เป็เช่นไร
“จัดการให้เรียบร้อย”พอเสร็จเรียบร้อยเข่อเทียนเล่อก็เตรียมตัวกลับทว่ามือของเขากลับเปื้อดเืซะแล้วเมื่อมองดูมือของตนก็คิดว่าไม่อาจจะถือโคมได้“เ้าถือโคมตามข้ามา”
อาเป่าได้แต่มึนงงเขาไม่รู้ว่าโคมกบนี้มีความสำคัญกับนายน้อยอย่างไรถึงได้ห่วงเป็พิเศษทว่าก็รีบเดินตามนายน้อยไปไม่กล้าเอ้อระเหยอีก
...
และแล้ววันงานแข่งขันยิงธนูก็มาถึง
หยวนโย่วถิงนั่งอยู่บนเอ้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้งกำลังให้อาลี่แต่งหน้าทำผมไม่รู้ว่าตื่นเต้นหรือมัวแต่มองดูโคมกระต่ายทำให้เมื่อคืนนอนดึกตื่นเช้ามาก็เลยรู้สึกง่วงแต่พอคิดว่าวันนี้จะได้พบกับเข่อเทียนเล่ออีกครั้งใบหน้าก็แดงซ่านอย่างไม่รู้ตัว
พอทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เดินไปขึ้นรถม้านางนัดกับไป๋หวงลู่ว่าไปเจอกันที่งานเลยเมื่อมาถึงหน้างานผู้คนค่อนข้างมากนี่ถือเป็งานใหญ่งานหนึ่งของเมืองหลวงต่างก็มีคุณหนูคุณชายมาร่วมงานกันเป็จำนวนมากทว่าคุณหนูส่วนใหญ่ต่างก็มีจุดประสงค์กันทั้งนั้น
ประเพณีของการแข่งขันยิงธนูนี้ก่อนที่จะเริ่มแข่งจะเปิดโอกาสให้คุณหนูทั้งหลายมอบดอกไม้ให้กับบุรุษที่ตนพึงใจและหากบุรุษคนไหนได้รับดอกไม้มากที่สุดก็จะยิ่งเป็ดาวเด่นและได้รับคำยกย่องจากงานครั้งนี้เลย
อย่างหลี่ซ่งอวิ้นก็ได้รับดอกไม้มากที่สุดติดต่อกันหลายปีพอคิดว่าเข่อเทียนเล่อจะไม่ได้รับดอกไม้สักดอกหยวนโย่วถิงก็รู้สึกสงสารจับใจไม่เป็ไรปีนี้เขาจะต้องได้รับดอกไม้ของนางอย่างแน่นอน
“ถิงถิงทางนี้”ไป๋หวงลู่เมื่อเห็นหยวนโย่วถิงก็ส่งเสียงเรียกพวกนางสองคนเดินเข้าไปในงานด้วยกันที่หน้าประตูทางเข้าจะมีดอกไม้มอบให้กับคุณหนูคนละหนึ่งดอกเพื่อที่เอาไว้ร่วมทำกิจกรรม“พวกเราไปนั่งตรงนั้นกันเถอะ”
ทั้งสองเลือกที่นั่งไม่ใกล้ไม่ไกลจากลานเวทีมากนักหยวนโย่วถิงกวาดสายตามองไปรอบก็พบกับหย่าอวี่หนิงภาพของหญิงสาวหน้าตางดงามท่าทางร่าเริงยามอยู่บนหลังม้าผุดขึ้นมาในความทรงจำนางไม่รู้ว่าเข่อเทียนเล่อกับญาติผู้น้องผู้นี้มีความสัมพันธ์ต่อกันอย่างไรหากจะบอกว่าไม่อิจฉาที่พวกเขาอยู่ใกล้ชิดกันก็คงจะโกหก
“เป็อะไร?” ไป๋หวงลู่ที่เห็นสหายเงียบไปเอ่ยถามพลางมองตามสายตาไปก็เห็นหย่าอวี่หนิงพอดี“อย่าคิดมากไปเลยน่า ถิงถิงของข้าทั้งสวยทั้งน่ารักแถมยังฉลาดคุณชายบ้านไหนไม่สนใจก็ตาถั่วแล้ว”
“คิกคิก ลู่ลู่เ้าสมกับเป็สหายรักของข้าจริงๆ”หยวนโย่วถิงหันมาหัวเราะคิกคักให้กับคำพูดปลอบใจของสหายนั่นสินางก็ไม่คิดว่าตนเองมีสิ่งใดด้อยไปกว่าสตรีผู้อื่นแล้วจะกลัวไปไย
ไม่นานก็ถึงเวลาเริ่มงานผู้เข้าแข่งขันเดินออกมายังลานเวทีนับดูแล้วมีสิบคนพอดีส่วนเข่อเทียนเล่อนั้นเดินออกมาเป็คนสุดท้ายวันนี้เขาก็สวมใส่เป็หน้ากากเงินอย่างทุกวันทว่าเครื่องแต่งกายกลับทำให้เขาดูสง่างามไม่แพ้หลี่ซ่งอวิ้นจนหยวนโย่วถิงอดจะมองนานๆไม่ได้
“นี่สาวน้อยของข้าเช็ดน้ำลายหน่อยดีหรือไม่มันไหลยืดหมดแล้ว” ไป๋หวงลู่กระซิบเบาๆเมื่อเห็นท่าทางตื่นตะลึงของสหายที่ดูจะไม่เก็บอาการเลยสักนิดมองไกลเป็สิบหลี่ยังรู้เลยว่าคลั่งไคล้
“อะแฮ่ม พูดอะไรของเ้า”หยวนโย่วถิงกระแอมกระไอหนึ่งทีด้วยความเก้อเขินเมื่อครู่นางจดจ่อมากไปหน่อยก็เลยเสียกิริยาไปแต่จะให้ทำยังไงได้เล่าเข่อเทียนเล่อของนางดูดีจริงๆนี่นาในสายตาของนางเขาดูดีที่สุดในบรรดาบุรุษที่ยืนด้วยกันตรงนั้นอย่างไม่ต้องคิดให้เสียเวลา
สิ้นเสียงการประกาศก็เริ่มมีคุณหนูเดินนำดอกไม้ไปมอบให้กับบุรุษที่ยืนอยู่กลางลานส่วนใหญ่ก็จะมอบให้กับหลี่ซ่งอวิ้นและก็ถึงคราวของหย่าอวี่หนิงไม่ต้องคาดเดานางมอบให้กับเข่อเทียนเล่อและนั่นก็ทำให้มีเสียงซุบซิบดังขึ้น
อาจจะเพราะคนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าหย่าอวี่หนิงเป็ใครจึงได้สงสัยว่าคุณหนูผู้นั้นเหตุใดถึงได้มอบดอกไม้ให้กับคุณชายสวมหน้ากากและในที่สุดก็ถึงคราวของหยวนโย่วถิงส่วนไป๋หวงลู่นั้นมีคู่หมั้นแล้วจึงไม่เหมาะสมที่จะมอบดอกไม้ให้กับบุรุษอื่น