มิคาเอลที่พาคนอื่นกลับมาด้วยสามารถเข้ามาในบาเรียได้เพราะมิคาเอลมาด้วยเมื่อมิคาเอลมาถึงกลับต้องส่ายหัวอย่างรุนแรง เมื่อมันเห็นสัตว์อสูรทั้ง10นอนหงายท้องอยู่ฉับพลันหมูป่าได้เหลือบมาเห็นมิคาเอลมันถึงโห่ร้องขึ้นทันที
''ท่านพระเจ้าช่วยพวกข้าด้วย พวกข้าไม่ไหวแล้ว พวกข้าไม่อยากมีเพื่อนแล้ว''เด็กๆกว่า100คนเล่นกับพวกมันทั้งวันทั้งคืนโดยไม่หยุดพัก ตอนแรกพวกมันก็รู้สึกมีความสุขอยู่หรอกแต่พอนานเข้าพวกเด็กๆกลับพัฒนาการเล่นไปเป็นการกลั่นแกล้งแทน พวกมันทั้ง10พากันวิ่งหนีแต่ก็ไม่สามารถหนีพ้นเพราะไม่ว่าจะไปตรงไหนก็เจอแต่เด็กและถ้าใช้พลังมากเกินไปเด็กๆก็จะบาดเจ็บหรือล้มตายได้
''ฮ่า ฮ่า ฮ่า ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือไง ตอนนี้พวกเจ้ามีเพื่อนเยอะเลยนี่เล่นให้สนุกล่ะ''มิคาเอลและคนอื่นๆลอยเข้าที่พักไปโดยทิ้งเสียงร้องของสัตว์อสูรทั้ง10ไว้เบื้องหลัง
''อาจารย์ท่านกลับมาซักที ท่านจะให้ข้าทำอะไรต่อข้าว่างมากเลยตอนนี้''
''ทำไมเจ้าไม่หาคนซัก10คนมาฝึกอักขระซะล่ะ เจ้าจะได้เป็นอาจารย์ของพวกมันและเจ้าจะได้มีเวลาทำอย่างอื่น''ฉับพลันดวงตาของเฟรมมิ่งเฮลก็เกิดแสงสว่างขึ้น ความหวังใหม่ของมันได้ถูกจุดขึ้นแล้ว มันกำลังคิดถึงอนาคตที่จะได้กลั่นแกล้งเหล่าลูกศิษย์ของมัน
''ฮ่า ฮ่า ฮ่า ท่านอาจารย์ความคิดของท่านสุดยอดไปเลย ข้าออกไปก่อนก็แล้วกันเรื่องนี้ชักช้าไม่ได้''เฟรมมิ่งเฮลวิ่งออกไปโดยไม่สนใจมิคาเอล หากมันออกไปตอนนี้แล้วมันจะกลับเข้ามายังไง?
หลายวันผ่านไปมิคาเอลยังไม่ได้จัดการอะไรเพิ่มเติมมันนั่งๆนอนๆรอโล้นน้อยกลับมาจากไปสืบเรื่องสำนักมังกรโลหะ จนกระทั่งอีก3วันผ่านไปมิคาเอลรับรู้ได้ว่าโล้นน้อยกลับมาพร้อมกับใครบางคนมันจึงออกไปรับโล้นน้อยที่นอกบาเรีย จากนั้นจึงกลับมาที่ที่พักเพื่อพูดคุยกันต่อ
''เป็นยังไงบ้าง''
''นายน้อยเรื่องนี้ยุ่งยากมาก หลายวันที่ผ่านมาข้าจับทั้งศิษย์และอาจารย์ในสำนักพวกมันมาถามแต่พวกมันไม่ยอมพูดอะไรซักอย่างเลย ข้าเลยจับอาจารย์ในสำนักมันมา1คนนี่แหละ''มิคาเอลจ้องมองไปที่อาจารย์คนที่โดนจับตัวมา จนอาจารย์คนนั้นสั่นกลัวราวกับเห็นยมทูตไม่นานมิคาเอลก็ยกมือขึ้นมาก่อนจะส่งพลังเข้าไปในตัวอาจารย์คนนั้น จากนั้นจึงเริ่มพูดขึ้น
''ทีนี้เจ้าคงพูดได้แล้ว ข้าได้ทำลายสัญญาเลือดทิ้งแล้ว''ที่อาจารย์และลูกศิษย์ที่ถูกโล้นน้อยจับได้ไม่ยอมพูดคงเป็นเพราะสัญญาเลือดนี่แน่นอน มิคาเอลจึงทำลายมันทิ้งซะ
''ท่านต้องสัญญามาก่อนว่าจะไม่ฆ่าข้า''อาจารย์คนนั้นต่อรองออกมาเพราะมันกลัวตายมากมันเลือกที่จะคายความลับออกมาแล้วหนีไปให้ไกลในภายหลัง
''ข้าสัญญา ทีนี้พูดมาได้แล้ว''
''มันเป็นอักขระชุดหนึ่งที่สืบทอดมานานของสำนัก โดยอักขระชุดนี้จะใช้ได้ทุกๆ300ปีโดยต้องใช้เด็กที่มีอายุ3ปีลงไปในการสังเวยให้อักขระชุดนี้ทำงาน ยิ่งเด็กมีจำนวนมากเท่าไหร่ พลังที่ได้รับก็จะเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย''มิคาเอลที่ได้ฟังถึงกลับโมโหขึ้นมา วิธีนี้เป็นวิธีที่โหดร้ายเกินไปหากเดาไม่ผิดอักขระชุดนี้ต้องเป็นของเผ่ามารแน่นอน
''กี่คน พวกเจ้าใช้เด็กไปกี่คน''มิคาเอลพยายามควบคุมอารมณ์เพื่อถามคำถามนี้
''40,000กว่าคน พวกข้าใช้เวลารวบรวมเด็กเป็นเวลา1ปี ส่วนใหญ่มักเป็นเด็กกำพร้า''ครึ่ก! ครึ่ก! ครึ่ก!แรงกดดันไหลออกมาจากตัวของมิคาเอลจนไม่อาจควบคุมได้ แรงกดดันของพลัง แรงกดดันของราชาแรงกดดันของสายเลือด จิตสังหารที่หนาแน่นจนแทบจะจับต้องได้ ทั้งหมดไหลออกมาพร้อมกันพื้นดินเริ่มจะสั่นสะเทือน ต้นไม้เริ่มเหี่ยวเฉาเพราะแรงกดดันต่างๆผู้คนที่อยู่ในค่ายทั้งหมดรวมทั้งสัตว์อสูรต่างทรุดลงกับพื้นและหายใจไม่ออก
''นะ...นายน้อยหยุด หยุดก่อน''โล้นน้อยเองที่อยู่ใกล้ที่สุดได้กระอั่กเลือดออกมาและพูดขึ้นด้วยความยากลำบาก หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปทุกคนที่อยู่ในค่ายได้ตายกันหมดแน่จากนั้นเพียงพริบตาทุกอย่างได้กลับมาเป็นปกติ
''โทษทีข้าควบคุมตัวเองไม่ได้ เจ้าสำนักของเจ้ามันเลวทรามอย่างแท้จริง ตอนนี้เจ้าไปได้แล้ว''มิคาเอลพยักหน้าให้โล้นน้อยหลังจากอาจารย์ของสำนักมังกรโลหะเดินหันหลังเตรียมตัวจะออกไปกร๊อบ! โล้นน้อยพุ่งเข้าไปหักคออาจารย์คนนั้นโดยที่มันไม่รู้ตัวว่าได้ตายไปแล้ว
''โล้นน้อยเจ้าไปตีป้ายเหล็กต่อ ข้าต้องการมันไวที่สุด และส่งคนออกไปประกาศรับคนเข้ามาฝึกในค่ายใครสนใจให้รอที่ทางเข้าป่าด้านนอกบาเรีย อีก10วันข้างหน้าข้าจะออกไปพูดรายละเอียด''โล้นน้อยออกไปทำหน้าที่ส่วนคนอื่นๆเข้าไปพักผ่อน มิคาเอลเองก็เข้าไปในประตูพรสวรรค์เมื่อเข้ามามันกลับพบงูสีดำขนาดตัวเท่ากันกำลังเลื้อยเล่นไปมา ตัวแรกคือตัวลูกที่มิคาเอลโยนเข้ามาส่วนอีกตัวน่าจะเป็นตัวที่วิวัฒนาการสายเลือดเสร็จแล้วเพราะพลังที่แผ่ออกมามีระดับถึง1นิวเคลียร์และที่ด้านหลังของงูตัวนั้นมีปีกอยู่2คู่
''นายน้อยท่านไปเจองูบรรพกาลนี่มาจากไหน มันแทบจะหายไปหมดแล้วแม้กระทั่งโลกนู้นก็ตาม''แฟนธ่อมที่มองดูแบร็คอยู่เดินเข้ามาพูดคุยกับมิคาเอลแทน ตัวแทนธ่อมในตอนนี้ค่อนข้างมีความสุขเพราะที่นี่มันยังได้เดินเล่นไปมาในอากาศที่สดชื่น
''เจอมาน่ะ ตอนแรกมันเป็นแค่งูธรรมดาแต่หลังจากให้หินแห่งพลังไปดูดซับมันก็กลายเป็นแบบนั้นไป''แฟนธ่อมขนวดคิ้วทันทีที่ได้ยินคำว่าหินแห่งพลัง
''ข้าขอดูหินที่ว่านั่นหน่อยได้มั้ยนายน้อย''มันกำลังคาดหวังอยู่ในใจให้เป็นหินแบบเดียวกันกับที่มันคิดและเมื่อมิคาเอลนำหินออกมามันกลับหัวเราะร่าทันที
''ฮ่า ฮ่า ฮ่า นายน้อยท่านมันสุดยอดมากท่านไปเจอมันที่ไหนแล้วมันยังมีอีกมั้ย หินนี้จะช่วยกระตุ้นสายเลือดในตัวได้ทำให้สายเลือดนั้นตื่นไวขึ้นและทรงพลังมากขึ้น ข้าไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเจ้างูนี่ถึงกลับไปเป็นสายเลือดดั้งเดิมได้''สัตว์อสูรทุกตัวมักจะมีสายเลือดที่แข็งแกร่งแต่เมื่อเวลาผ่านไปการถ่ายทอดสายเลือดมักจะจางลงไปตามกาลเวลาและหินแห่งพลังนี้คือตัวช่วยให้สายเลือดเหล่านั้นกลับไปเข้มข้นเท่ากับบรรพบุรุษของพวกมันได้
''ภูเขาลูกหนึ่งน่ะ แต่มันถูกขุดมาหมดแล้ว''แฟนธ่อมทำหน้าเศร้าใจไปซักพักก่อนจะนึกอะไรบางอย่างได้มันจึงขอหินแห่งพลังจากมิคาเอลไปอีก1,000เม็ดจากนั้นจึงใช้พลังทำให้หินเหล่านั้นรวมกันเป็นก้อนเดียวจากนั้นจึงบีบมันให้แตกสิ่งที่อยู่ด้านในคือเมล็ดพืชที่เป็นผลึกแปลกๆ
''นั่นคืออะไรหรือท่านลุง''มิคาเอลถามออกมาด้วยความสงสัย
''มันคือเมล็ดแห่งการเติบโตของหินทมิฬ ตอนแรกข้าหมดหวังไปแล้วเพราะมันใช้เวลามากกว่าจะโตจนสามารถผลิตหินออกมาได้ แต่ถ้าเป็นที่นี่ทุกอย่างมันช่างง่ายดาย''แฟนธ่อมลอยขึ้นไปบนอากาศจากนั้นจึงมองหาที่ดีๆแล้วจึงใช้พลังขุดโพลงขนาดใหญ่ขึ้นมาหลักจากเตรียมการเรียบร้อยแฟนธ่อมจึงโยนเมล็ดนั้นลงไปในโพรง เพียงไม่นานเมล็ดนั้นก็โตขึ้นมันโตออกมาคล้ายๆกับผลองุ่นจากนั้นมันก็ค่อยๆขยายตัวไปรอบโพรงที่แฟนธ่อมขุดขึ้น
''ฮ่า ฮ่า ฮ่า ได้ผล ทีนี้เราสามารถสร้างกองทัพสัตว์อสูรสายเลือดดั้งเดิมได้อย่างไม่จำกัดแล้วนายน้อยประตูพรสวรรค์ของท่านมันนี่มันเป็นแหล่งผลิตทรัพยากรชั้นเยี่ยมจริงๆ''
''อ่า...หากมีคนรู้ข้าคงโดนตามล่าแน่ ท่านลุงอีกไม่กี่วันข้าจะส่งเด็กมาให้ท่านฝึกจำนวน100คนข้าอยากให้ท่านฝึกเด็กพวกนั้นให้แข็งแกร่งที่สุดในเวลาอันสั้น สอนทุกอย่างเท่าที่ท่านจะสอนได้''มิคาเอลต้องเปลี่ยนแผนจากการให้เด็กๆฝึกเงาสังหารไปฝึกอย่างอื่นแทนมันมั่นใจว่าแฟนธ่อมจะต้องมีวิชาที่ทรงพลังมากมายในตัวแน่ๆ
''ไม่มีปัญหานายน้อย แต่เราจะมั่นใจได้ยังไงหากพวกเด็กทรยศเราภายหลังมันจะไม่แย่เอาหรือ''
''ไม่เป็นไรข้าได้สลักวิญญาณพวกมันทั้งหมดไปแล้ว เพียงแค่คิดพวกมันก็จะตายทันที''