King of world ราชันแห่งพิภพ

    ถอนตัวฉับพลัน

    ​

    วาสอาศัยกองทัพฝ่ายมนุษย์แอบแฝงตัวเข้ามา อันที่จริงเขามาถึงบริเวณต่อสู้นานแล้วแต่เป้าหมายของเขาคือขุนพลก็อบลิน วาสจึงต้องรอเวลาที่เหมาะสมที่ขุนพลก็อบลินจะเผยตัวออกมา

    แต่คราแรกที่เห็นเบรก วาสกลับปล่อยผ่านไปเพราะเป้าหมายของเบรกก็คือเจคอบ หนึ่งในศัตรูตัวฉกาจของเขา หากเจคอบถูกฆ่าตายโดยก็อบลินก็จะส่งประโยชน์ให้กับวาส

    แต่น่าเสียดายที่เร็นแสดงตัวออกมาซะก่อน ทำให้ความหวังของวาสดับวูบไป

    ต่อมาเมื่อการ์ซตะโกนร้องออกคำสั่งวาสก็ได้เป้าหมายใหม่ ชายหนุ่มไม่รอช้าบุกสังหารก็อบลินและออร์คที่ขวางทางเพื่อมุ่งหน้าไปหาขุนพลก็อบลินตาเดียวการ์ซ

    “ตายซะมนุษย์”ออร์คตัวหนึ่งแผดเสียงร้อง หวดท่อนไม้หนาในมือเข้าใส่ชายสวมหน้ากาก

    วาสรู้สึกหงุดหงิดปากบ่นขมุบขมิบ ยกดาบยักษ์สีดำขึ้นปัดท่อนไม้หนาที่หวดเข้าใส่ ตั้งแต่มีออร์คเข้าร่วมสงครามก็ทำให้ชายหนุ่มต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น

    จากเดิมการโจมตีของก็อบลินทั่วไปแทบจะไม่สามารถทำอะไรเขาได้อยู่แล้วต่อให้เป็นก็อบลินดำก็ตาม แต่กับออร์คนั้นไม่ใช่ แม้อาวุธในมือของพวกมันจะไม่สามารถผ่านเกราะระดับสูงเข้ามาทำร้ายเขาได้แต่แรงกระแทกที่ส่งผ่านมานั้นก็รุนแรงพอที่จะทำให้เขาจุกได้เหมือนกัน

    ชายหนุ่มสวมหน้ากากจันทร์เสี้ยวใช้อีกมือที่ว่างอยู่หยิบมีดเรียวยาวที่เหน็บอยู่ข้างเอวและแทงเข้าที่ข้างหูของออร์คตัวนั้นจนทะลุออกไปอีกฝั่ง แล้วกระชากออกมา

    ดาบยักษ์สีดำกวัดแกว่งไปรอบกายเฉือนร่างก็อบลินหลายตัว ปลิดลมหายใจของพวกมัน

    ‘น่าเสียดายพวกเชลยอยู่ไกลเกินไป’วาสคิดในใจ

    พวกก็อบลินเรียนรู้จากความผิดพลาด พวกมันรู้ว่าหากปล่อยให้ฝ่ายมนุษย์ช่วยเหลือเชลยได้ พวกมันจะไม่เหลือหนทางชนะอยู่เลย และยิ่งรอบนี้เชลยทั้งหมดต่างเป็นผู้ชาย หลายคนเคยเป็นกำลังรบของเมืองกรีนวู้ดในอดีต หากถูกปลดปล่อยออกมาน่ากลัวผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นกับฝ่ายก็อบลินและออร์ค

    ดังนั้นพวกก็อบลินจึงได้จัดนำเชลยทั้งใหม่ไว้ที่จุดศูนย์กลางของพวกมันโดยเฉพาะหลงที่เป็นตัวอันตรายที่สุดได้ถูกตึงกางเขนอยู่ ณ จุดที่เข้าถึงยากที่สุด หากฝ่ายมนุษย์ต้องการจะช่วยเหลือเชลย พวกเขาจะต้องฆ่าก็อบลินและออร์คให้หมดก่อน

    จู่ๆวาสก็รู้สึกถึงสายตาที่มองมา ชายหนุ่มหันไปสบเข้ากับดวงตาที่เหลือเพียงข้างเดียวของขุนพลก็อบลินการ์ซ

    ‘รู้ตัวแล้วงั้นหรอ’

    ชายหนุ่มเร่งมือขึ้นอีกขั้น ทั้งออร์คและก็อบลินที่อยู่รอบตัวล้มตายไปราวกับใบไม้ร่วง เพียงครู่เดียวระยะห่างระหว่างวาสกับขุนพลก็อบลินก็ไม่ไกลเกินเอื้อม

    การ์ซรู้จุดประสงค์ของชายหนุ่มสวมหน้ากากจันทร์เสี้ยวแล้ว ขุนพลก็อบลินตาเดียวแยกเขี้ยวด้วยความขุ่นเคือง ในเมื่อวาสอยากจะฆ่ามันนัก มันก็จัดการฆ่าอีกฝ่ายก่อน

    แต่มีอย่างหนึ่งที่มันไม่รู้ก็คือบุคคลตรงหน้านี้คือคนที่สามารถสังหารขุนพลก็อบลินจีซัสได้ด้วยตัวคนเดียว!

    ดวงตาเพียงข้างเดียวของการ์ซจดจ่ออยู่ที่ชายหนุ่มไม่กระพริบ ระหว่างที่วาสกำลังรับมือกับก็อบลินและออร์ครอบๆก็เปิดช่องโหว่ออกมา

    ดวงตาการ์ซเปล่งประกาย มันถีบเท้าพุ่งทะยานเข้าหาวาส ง้างหมัดที่สวมถุงมือหนาที่มีห่อหุ้มไปทั้งมือแล้วชกเข้าใส่บริเวณสีข้างของวาส!

    สกิลสุดยอดสัญชาตญาณของวาสทำงานขึ้น! ชายหนุ่มดีดร่างบิดตัวกลางอากาศหลบหมัดของการ์ซได้อย่างจวนเจียน แต่เขากลับรู้สึกถึงแรงกระแทกที่ส่งผ่านมวลอากาศเข้ามาโดนที่ขอบชุดเกราะของเขา

    ร่างหนาหมุนติ้วกลางอากาศรอบหนึ่งแล้วตกกระแทกพื้นเสียงดัง

    ชายหนุ่มสวมหน้ากากจันทร์เสี้ยวลุกพรวดขึ้นไม่เปิดโอกาสให้ใครซ้ำ

    ‘สกิลของมันงั้นหรอ’

    ไม่มีทางที่หมัดธรรมดาอย่างนั้นจะสร้างแรงกระแทกผ่านอากาศได้ เหตุผลเดียวที่เหลืออยู่ก็คือสกิลเท่านั้น

    “โชคดีไปนะมนุษย์”การ์ซเค้นเสียง

    วาสตัดสินใจกระโจนเข้าหาการ์ซทันทีเพราะไม่อยากเปิดโอกาสให้ก็อบลินและออร์คที่อยู่รอบๆเข้ามากลุ้มรุมเข้าอีก

    การ์ซเปล่งเสียงคำรามระดมชกหมัดทั้งสองข้างไปข้างหน้า แรงกระแทกที่ส่งผ่านอากาศกลายเป็นระลอกคลื่นที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

    ชายหนุ่มสวมหน้ากากจันทร์เสี้ยวม่านตาหดลง เขาเลือกจะหยุดกายลงและปักดาบยักษ์สีดำลงพื้นใช้บังคลื่นกระแทกที่ส่งมา

    เสียงทึบดังขึ้นไม่ขาดสายก่อนจะหยุดลง เมื่อการ์ซเห็นว่าทำอะไรวาสไม่ได้

    ชายหนุ่มถลันกายดึงดาบยักษ์สีดำออกจากพื้นและโถมตัวเข้าหาการ์ซ

    “อย่าหวังว่าเจ้าจะหลบพ้นอีก!”การ์ซคิดเสี่ยง มันปล่อยให้วาสเข้ามาใกล้เพื่อที่เขาจะไม่มีเวลาหลบหมัดของมัน

    ระยะห่างถูกย่นเข้ามาภายในพริบตา ทั้งคู่อยู่ห่างกันไม่เกิน3ก้าว การ์ซเปล่งเสียงคำรามและชกหมัดคู่ออกไปอย่างพร้อมเพรียง

    “ตาย!”

    วาสตวาดก้องสองแขนยกดาบยักษ์สีดำไปด้านหลังและฟันลงสุดแรง

    น่าเสียดายที่ปลายดาบยักษ์สีดำของวาสกลับเฉียดจมูกของขุนพลก็อบลินไปเพียงแค่เส้นขน

    การ์ซยิ้มเยาะขึ้นในใจหวังเห็นวาสถูกคลื่นกระแทกจากหมัดตนจนกระอักเลือด แต่หน้าแปลกที่วาสกลับยิ้มเหมือนกัน

    คมดาบยักษ์สีดำปักลงบนพื้น สองมือชายหนุ่มจับด้ามดาบแน่นผ่อนคลายร่างกายปล่อยแรงเหวี่ยงให้โยนตัวเขาขึ้นเหนือพื้นดิน

    ดวงตาการ์ซแทบถลนออกจากเบ้าเมื่อคลื่นกระแทกที่ส่งไปไม่สามารถทำอะไรวาสได้

    ชายหนุ่มลอยโค้งมาอยู่ที่เหนือหัวขุนพลก็อบลินตาเดียว เขาปล่อยมือออกจากดาบยักษ์สีดำ หยิบมีดเรียวยาวข้างเอวฟันไปที่แขนทั้งสองข้างของการ์ซที่ยืดอยู่จนสุดแขน

    ฉัวะ!

    แขนทั้งสองข้างของการ์ซขาดกระเด็น ชายหนุ่มบิดลำตัวทิ้งกายลงบนพื้นอย่างสวยงาม

    การ์ซมองแขนที่ขาดออกจากกันด้วยสายตาตะลึง ความคิดในหัวพลันว่างเปล่าไปชั่วขณะ

    เมื่อขุนพลก็อบลินตาเดียวการ์ซไร้มือทั้งสองก็ไม่ต่างจากเนื้อบนเขียง วาสสะบัดฟันมีดยาวในมือส่งหัวของการ์ซให้หลุดลอยไป

    ‘ทำไมมันกระจอกแปลกๆนะ หรือว่ามันไม่ใช่ขุนพลก็อบลินกัน?’หากการ์ซรู้ความคิดของวาสคงได้ร้องไห้อย่างหนักแน่ แต่อันที่จริงวาสก็กล่าวไม่ผิดนัก ในขุนพลก็อบลินทั้ง3ตัวที่มนุษย์รู้จัก การ์ซถือว่ามีฝีมือต่อสู้ห่วยที่สุด เหตุผลที่ทำให้มันสามารถขึ้นมายืนบนตำแหน่งขุนพลก็อบลินได้นั้นก็เพราะว่ามันมีความฉลาดที่มากกว่าก็อบลินปกติ

    วาสยืนนิ่งคิดว่าจะเก็บศพของขุนพลก็อบลินตาเดียวไปไหม ใจหนึ่งก็คร้านจะเก็บไปเพราะมันกระจอกซะเหลือเกิน อีกใจหนึ่งก็รู้สึกเสียดาย

    ‘เก็บๆไปแล้วกัน อย่างน้อยมันก็มีสกิลใช้’วาสก้มลงหั่นศพขุนพลก็อบลินท่ามกลางสงครามอีกครั้ง

    ครั้งตอนอยู่ในมิติวาสเคยลองให้ซากทัพจีซัสใช้สกิลดู แต่ดูเหมือนว่ามันจะยังใช้ไม่ได้ ชายหนุ่มจึงคิดว่าอาจจะเป็นเพราะเลเวลสกิลซากทัพของเขายังไม่สูงพอ




    “เฮ้! เพื่อนแกตายแล้วนะ”เร็นกลั้วหัวเราะยั่วประสาทเบรก

    “ฮึ่ม พวกเจ้า...”เบรกคำรามในลำคอ แม้ทั้งสองฝ่ายจะต่อสู้กันอย่างดุเดือดแต่ก็ยังแบ่งสมาธิคอยสังเกตดูสงครามรอบข้าง และภาพที่ชายสวมหน้ากากลงมือฆ่าการ์ซก็อยู่ในสายตาของทั้งคู่

    เบรกรู้สึกร้อนรนขึ้นทุกขณะ การยกทัพมาบุกเมืองกรีนวู้ดครั้งนี้มีขุนพลก็อบลินเพียง 3 ตัวเท่านั้น 2ตัวได้ถูกสังหารไปแล้วโดยชายสวมหน้ากากปริศนา ตอนนี้ขุนพลก็อบลินเหลือแค่มันเพียงตัวเดียวเท่านั้นที่ยังรอดอยู่

    ‘ต้องถอยก่อน’เบรกเลือกที่จะถอยไปตั้งหลักก่อน ดาบเรียวฟันเข้ากระทบกับคุไน เท้าข้างหนึ่งถีบพื้นพุ่งถอยหลัง

    “อย่าหวังเลย”เร็นรู้ว่าเบรกจะทำอะไร เขาพุ่งติดตามพัวพันเบรกไม่ห่าง ถ้าเขาปล่อยให้เบรกถอยกลับไปรวมกันฝูงก็อบลินอีก การจะหาเบรกอีกครั้งก็ยากแล้ว

    “หนอย!”เบรกกล่าวเสียงสะบัด ขุนพลก็อบลินเริ่มรู้สึกร้อนรุ่ม หรือวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของชีวิตมัน?

    โฮกกกกก!

    เสียงคำรามดังลั่นจนพื้นสะเทือน ใบไม้แห้งบนต้นไม้ใหญ่ร่วงหล่นระนาว เหล่าทหารจากสามเผ่าพันธุ์หยุดชะงัก ทั้งหมดรู้สึกถึงการหยุดเต้นของหัวใจชั่วขณะ

    “เสียงอะไรกัน”เจคอบรำพึงเบาๆ แม้จะได้ยินเสียงแต่ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าของเสียงอยู่ที่ไหน

    ‘เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นอีก’วาสกรีดร้องอยู่ในใจ ทำไมทุกครั้งที่ฝ่ายมนุษย์กำลังจะชนะจะต้องเกิดเรื่องไม่คาดฝันอยู่ตลอดด้วย

    ชายสวมหน้ากากย่อกายนอบราบลงเอาหูทาบกับพื้น

    ‘แรงสั่นสะเทือน’วาสรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านมาทางพื้นดิน ใบหน้าของเขาเปลี่ยนสี ดูเหมือนว่ากำลังจะมีกองทัพใหม่เดินทางมุ่งหน้าตรงมาที่บริเวณนี้

    ชายหนุ่มผุดขึ้นยืนเร่งเร้าความคิดในหัวว่าจะเอาเช่นไรต่อดี

    ‘ถอยก่อนดีกว่า’จากลางสังหรณ์กองทัพที่กำลังมาใหม่นี้คงไม่ได้มาดีแน่ เพราะผู้นำฝ่ายมนุษย์ล้วนแล้วแต่มาอยู่ที่ค่ายพักทหารฝั่งมนุษย์หมดแล้ว หากเป็นกำลังเสริมของฝ่ายเขาก็ควรจะมาตั้งแต่เนิ่นๆ

    ถึงจะรู้สึกเสียดายที่ยังไม่สามารถช่วยพ่อและพี่ชายของไป๋ฟางได้ อันที่จริงต้องพูดว่าตอนนี้เขายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าทั้งคู่ถูกจับอยู่ตำแหน่งไหน แต่ก็คงไม่มีทางเลือกอื่น

    ชายหนุ่มผมดำเก็บดาบยักษ์สีดำลงไปในถุงมิติและถอนตัวจากสงครามอย่างฉับพลัน!