ตงฉินยึดอำนาจ

    ตงฉินยึดอำนาจ_82_เริ่มการตอบโต้

    ไม่นานหลังจากที่เทียนเสี่ยวซวนได้โพสต์ออกไป จำนวนการเข้าชมก็เพิ่มสูงขึ้น เพราะวิดีโอของเทียนเสี่ยวซวนถ่ายในระยะใกล้มาก บทสนทนาระหว่างหลิวชิงหยู่และพวกหลัวกังจึงดังอย่างชัดเจน ความต่ำช้าและเย่อหยิ่งของหลัวกังถูกเผยให้เห็นผ่านคลิปวิดีโออย่างชัดเจน และในมุมของหลิวชิงหยู่ในคลิปเผยให้เห็นความชอบธรรม ความน่าเคารพเลื่อมใส และจิตใจที่ต้องการจะปกป้องชาวบ้าน


    โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจาก ถังจื่อหย่งถูกตี หลิวชิงหยู่ก็ระเบิดความโกรธออกมา เผยให้เห็นความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญ ปะทะกับคนจำนวนมาก


    ลูกผู้ชายไม่ยอมให้เพื่อนเจ็บฟรี


    เจ้าหน้าที่ที่ดี ย่อมไม่ปล่อยให้ประชาชนทุกข์ใจ


    สถานการณ์ของหลิวชิงหยู่ คล้ายกับสถานการณ์ของเหล่าวีรชนในประวัติศาสตร์ที่สืบต่อมาหลายพันปี ที่ลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องสิ่งสำคัญ


    ความเดือดดาลของชาวเน็ตได้โถมกระหน่ำภายในโลกออนไลน์


    เพื่อทวงความยุติธรรมให้หลิวชิงหยู่


    ชาวเน็ตจึงตั้งคำถามขึ้นมา


    ประกอบด้วยคำถามสามข้อ “ ทำไมฝ่ายตรวจสอบวินัยถึงพาตัวหลิวชิงหยู่ไป”


    “ใครเป็นคนให้อำนาจในการจับกุมหลิวชิงหยู่”


    “ฝ่ายตรวจสอบวินัยควรมีจรรยาบรรณทำงานให้รอบคอบมากกว่านี้ไม่ใช่หรอ”


    ทันใดนั้นก็มีแฮชแท็กถูกตั้งขึ้นจำนวนมากโดยมีใจความว่า #ทำไมหลิวชิงหยู่ถึงถูกคุมตัว ทำให้เรื่องราวเหตุการณ์นี้ได้แผ่กระจายไปอย่างรวดเร็วไม่เว้นกระทั่ง เว่ยป๋อ และ วีแชท


    สายตาของคนธรรมดาย่อมคมชัดและชาวเน็ตต่างก็วิจารณ์ด้วยความเที่ยงตรง


    ไม่นานเรื่องเกี่ยวกับหลิวชิงหยู่ก็ได้ปรากฏตามเว็บไซต์ใหญ่ๆ มากมาย จึงทำให้มีการขุดข้อมูลขึ้นมา เพราะหลายคนให้ความสนใจ


    คณะกรรมาธิการพรรคจังหวัดไป๋หยุน เลขาธิการคณะกรรมการพรรคประจำจังหวัด เซิ่งหงเทาในเวลานั้นกำลังทำงานล่วงเวลาตรวจสอบเอกสาร


    ทันใดนั้นโทรศัพท์ก็ดังขึ้น


    ซึ่งเป็นสายจากสำนักงานฉุกเฉินประจำจังหวัด


    หน่วยงานนี้มีหน้าที่เพื่อรับมือกับเหตุฉุกเฉินซึ่งเกี่ยวเนื่องกับความประพฤติตามหลักกฎหมาย บทบาทหน้าที่ข้าราชการตามระเบียบข้อบังคับ รับผิดชอบสถานการณ์ความสงบของบ้านเมือง พร้อมทั้งวางแผนและเข้าดำเนินการ ทั้งหมดล้วนเป็นหน้าที่ของสำนักงานฉุกเฉิน ที่ต้องคอยผสานงานกับหน่วยงานรัฐบาลภูมิภาคส่วนป้องกันประชาชนเคลื่อนไหว


    สำนักงานฉุกเฉินแห่งนี้ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง


    โดยทั่วไปแล้ว หากไม่ใช่เหตุการณ์เร่งด่วนสำคัญจริงๆ พวกเขาจะไม่ติดต่อหาเซิ่งหงเทา แต่เป็นเพราะการทำงานของฝ่ายตรวจสอบวินัยจิงหลินที่ปฏิบัติกับหลิวชิงหยู่ ซึ่งกำลังโด่งดังไปทั่วโลกอินเทอร์เน็ต ทำให้ประชาชนจำนวนมากเดือดดาล


    บางครั้งชาวเน็ตก็เดือดดาลอย่างไม่มีเหตุผล ลำพังข่าวลือที่ไม่มีมูลมันก็มักจะดึงดูดความสนใจของชาวเน็ต ทำให้กลายเป็นหัวข้อพูดคุยสนุกสนาน


    ทว่าเรื่องในครั้งนี้ ที่หลิวชิงหยู่ถูกควบคุมตัวมันรุนแรงอย่างมาก แม้แต่ทางจังหวัดก็อาจมีส่วนต้องรับผิดชอบ ดังนั้นหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงอย่างสำนักงานฉุกเฉินประจำจังหวัดจึงต้องเคลื่อนไหว พวกเขารีบโทรหาเซิ่งหงเทา เพราะรู้ว่า เลขาธิการเซิ่งผู้นี้ให้ความสำคัญต่อประชาชนอย่างมาก


    เมื่อเซิ่งหงเทาได้รับรายงานอย่างละเอียดจากสำนักงานฉุกเฉิน เขาก็ตอบรับและวางสายโดยไม่ได้ให้คำอธิบายใดๆ ต่อจากนั้นเขาก็เปิดคอมพิวเตอร์และเข้าเว็บอ่าน เมื่อเขาได้เห็นข่าวและคลิปวิดีโอที่ชาวเน็ตโพสต์ เขาก็ลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าที่ฉุนเฉียว เขากลับไปที่โต๊ะทำงานแล้วโทรหา หวังจงซานทันที “หวังจงซานเกิดอะไรขึ้นที่จิงหลิน ทำไมสหายหลิวชิงหยู่ถึงถูกฝ่ายตรวจสอบวินัยคุมตัวไป ผมจำได้ว่าครั้งล่าสุด เด็กหนุ่มคนนี้ต่อสู้เคียงข้างกับประชาชนเพื่อป้องกันเหตุน้ำท่วม ครั้งนี้เขาก็ยืนหยัดต่อสู้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนจากกลุ่มอันธพาลที่คิดจะแย่งชิงผลประโยชน์ไปจากมือของประชาชน แต่ทำไมเขาถึงถูกเทศมณฑลคุมตัวไป เขาทำอะไรผิดอย่างนั้นหรือ คุณต้องให้คำอธิบายกับผมและชาวเน็ตทั่วทั้งประเทศ ที่สำคัญคุณต้องหาคำอธิบายให้กับคนในจิงหลินด้วย”


    เซิ่งหงเทาพูดจบก็วางสายลงด้วยความกราดเกรี้ยว


    เมื่อเห็นผู้บังคับบัญชาโกรธ หวังจงซานจะไม่ตื่นตระหนกได้อย่างไร


    หวังจงซานเองก็โกรธเช่นกัน เพราะเขาไม่คิดว่าเทศมณฑลจิงหลินจะก่อเรื่องเดือดร้อนอีกแล้ว มิหนำซ้ำเรื่องนี้ยังเกี่ยวข้องกับหลิวชิงหยู่โดยตรง


    เขาเรียกผู้อำนวยการสำนักงานพรรคเทศบาลแล้วถามขึ้นทันทีว่า “เกิดอะไรขึ้นทำไมหลิวชิงหยู่ถูกคุมตัวไปสอบสวน แล้วทำไมผมถึงไม่รู้เรื่องนี้ทั้งๆที่มันเป็นเรื่องสำคัญ แม้แต่เลขาธิการเซิ่งยังรู้ ใครเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้รีบรายงานให้ผมทราบโดยละเอียด”


    เลขาธิการหัวหน้าพรรคเทศบาลเมืองหัวร้อนขนาดนี้ แน่นอนว่าผู้ใต้บังคับบัญชาย่อมไม่กล้าเพิกเฉย


    ทันใดนั้นทางโทรศัพท์ของสำนักงานก็ดังขึ้น ไม่นานเขาก็ได้รู้เรื่องราวทั้งหมด


    เช่นเดียวกับเซิ่งหงเทา เมื่อหวังจงซานได้เห็นวิดีโอบนอินเทอร์เน็ตที่หลิวชิงหยู่ปะทะกับไห่เยว่กรุ๊ปเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน แต่หลิวชิงหยู่กลับถูกฝ่ายควบคุมวินัยประจำเทศมณฑลคุมตัวไป หลังจากทราบเรื่องนี้หวังจงซานก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและเตรียมจะโทรหาผู้นำของจิงหลิน


    กลับกลายเป็นว่าโทรศัพท์ของเขาดังขึ้น เป็นคนที่ทำงานในจิงหลินโทรมารายงานเขา “เลขาธิการหวัง ตอนนี้มีชาวบ้านหลายร้อยคนได้ทำการปิดล้อมศูนย์ราชการจิงหลิน พวกเขาเป็นคนจากหมู่บ้านหยูฉู่ในตำบลกวนซาน พวกเขาเรียกร้องให้เทศมณฑลให้คำอธิบายว่าทำไมหลิวชิงหยู่ถึงถูกคุมตัว ถามว่าเป็นเพราะอะไร”


    เมื่อได้ยินแบบนั้นหวังจงซานก็สีหน้าเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง


    ในขณะเดียวกัน ก็มีอีกคนที่กำลังให้ความสนใจกับเรื่องนี้ เขาก็คือถังเจี้ยนกั๋ว


    ถังเจี้ยนกั๋วเดิมทีกำลังยุ่งกับงานของเขา แต่จู่ๆเลขาของเขาก็เดินเข้ามาแล้วพูดด้วยเสียงสั่นเครือ “ท่านครับ ผมพึ่งเห็นวิดีโอที่ส่งเข้ามาในอีเมลของท่าน ดูเหมือนว่า...จื่อหย่งจะถูกใครบางคนตีจนหมดสติไป”


    “อะไรนะ จื่อหย่งโดนตีงั้นหรอ” ถังเจี้ยนกั๋วตกใจมาก เพราะเขารู้ดีว่าลูกชายของเขาพึ่งไปถึงกวนซานเมื่อเช้า แล้วลูกชายของเขาถูกตีได้อย่างไร ใครกันที่กล้าตีลูกชายของรองนายกเทศมนตรีประจำเทศบาลเมือง


    เมื่อเห็นท่าทีสงสัยของถังเจี้ยนกั๋ว เลขาก็รีบยื่นแฟลชไดรฟ์ที่มีไฟล์คลิปแล้วพูดว่า “ท่านครับ ลองดูคลิปนี้สิ”


    ถังเจี้ยนกั๋วหยิบแฟลชไดรฟ์เสียบเข้าคอมแล้วเปิดไฟล์ดูตั้งแต่ต้นจนจบ จากนั้นความโกรธของเขาก็ปะทุขึ้น เขาทุบโต๊ะแล้วพูดขึ้นว่า “ไห่เยว่กรุ๊ป โอหังขนาดนี้เชียวหรอ แม้แต่นายกเทศมนตรีมันก็ยังกล้าทำร้ายซ้ำยังบอกว่ามีผู้มีคนให้การสนับสนุนอีก พวกมันยิ่งใหญ่มาจากไหน เรื่องนี้จะต้องมีการตรวจสอบ”


    ในเวลาเดียวกัน ถังจื่อหย่ง พอฟื้นตัวได้สักพัก ก็โทรหาถังเจี้ยนกั๋วทันที “พ่อครับ ผมมีเรื่องจะบอก เย็นวันนี้ นายกหลิวถูกคุมตัวไปโดยเลขาธิการฝ่ายตรวจสอบวินัย นี่ก็ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้วไม่มีข่าวคราวใดๆเลย ผมสงสัยว่านายกหลิวอาจถูกยัดข้อหาบางอย่าง พ่อนายกหลิวเป็นข้าราชการที่ดี เขาไม่ควรได้รับการปฏิบัติแบบนี้”


    หลังจากนั้นถังจื่อหย่งก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้ถังเจี้ยนกั๋วฟังอย่างละเอียดนับตั้งแต่ที่เขามาถึงกวนซาน ซึ่งถังเจี้ยนกั๋วก็ไว้ใจลูกชายของเขา เขารู้ดีว่าลูกชายของเขาแม้จะดื้อรั้นเหลวไหลไปบ้าง แต่เขาก็เป็นคนดี ดังนั้นด้วยคำพูดของลูกชายบวกกับคลิปวิดีโอที่ได้ดู จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ยืนยันได้อย่างชัดเจน การที่หลิวชิงหยู่ได้รับความอยุติธรรมในจิงหลิน เรื่องนี้ทำให้ถังเจี้ยนกั๋วสามารถหาข้อสรุปได้อย่างรวดเร็ว ว่านี่ต้องเป็นแผนการของใครบางคน


    เห็นได้ชัดว่าถังเจี้ยนกั๋วกำลังโกรธมาก เพราะแม้แต่เจ้าหน้าที่อย่างหลิวชิงหยู่ที่ยอมอุทิศตนเพื่อประชาชนยังไม่ได้รับความยุติธรรม ความยุติธรรมของที่นั่นมันไปอยู่ที่ไหนแล้ว มิหนำซ้ำลูกชายของเขายังถูกทำร้ายเพราะต้องการช่วยหลิวชิงหยู่ คนเป็นพ่อจะไม่รู้สึกโกรธได้อย่างไร


    ดังนั้นถังเจี้ยนกั๋ว จึงหยิบแฟลชไดรฟ์แล้วตรงไปหาหวังจงซาน


    ในเวลานั้นหวังจงซานเองก็โกรธมาก โดยเฉพาะเมื่อได้ยินว่าคนที่ช่วยหลิวชิงหยู่ในคลิป คือลูกชายของถังเจี้ยนกั๋ว


    เขามองไปยังถังเจี้ยนกั๋วแล้วพูดว่า “เหล่าถัง คุณเป็นรองนายกฝ่ายบริหารปกครอง ดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ดังนั้นช่วยตรวจสอบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาสอบสวนคดีทำร้ายคนในหมู่บ้านหยูฉู่ รวมถึงการตรวจสอบสถานีตำรวจประจำตำบลกวนซาน เรื่องนี้จะต้องตรวจสอบให้ละเอียด ไห่เวยว่กรุ๊ปยโสโอหังมากขนาดนี้แสดงว่าต้องมีคนอยู่เบื้องหลัง เราต้องรู้เรื่องนี้ให้ได้ว่าใครกันที่กล้าวางแผนทำเรื่องน่ารังเกียจเช่นนี้”


    “ตกลง ผมจะดำเนินการทันที” หลังจากได้รับมอบหมายหน้าที่ ถังเจี้ยนกั๋วก็เดินออกไป พร้อมกับความโกรธที่ไม่สามารถระงับเอาไว้ได้อีกต่อไป


    หน่วยงานเทศบาลเมืองชางชาน คณะกรรมาธิการฝ่ายกฎหมายไม่ได้ทำงานเพียงลำพังพวกเขาต้องทำงานร่วมกับฝ่ายความมั่นคง เลขาธิการฝ่ายกฎหมายประจำเทศบาลเมืองก็คือ ต่งฮ่าว และอธิบดีฝ่ายความมั่นคงก็คือจงไห่เทา ซึ่งต่งฮ่าวสนิทสนมกับรองเลขาธิการพรรคโจวไห่เผิง แต่ทว่าจงไห่เทาอยู่ฝ่ายของหวังจงซานและมีความสัมพันธ์อันดีกับถังเจี้ยนกั๋ว


    ดังนั้นหลังจากที่ถังเจี้ยนกั๋วโทรไปหาจงไห่เทา จงไห่เทาจึงบอกว่าไม่มีปัญหา หน่วยงานความมั่นคงจะเข้าแทรกแซงเรื่องนี้ทันที


    ขณะเดียวกัน ที่สำนักงานคณะกรรมาธิการพรรคประจำเทศมณฑลจิงหลิน เมื่อเซี่ยเจิ้งเต๋อได้รับโทรศัพท์จากหวังจงซาน เขาก็ถูกตำหนิอย่างรุนแรง หลังจากที่อีกฝ่ายวางสายแล้ว เขาเองก็โกรธมากไม่แพ้กัน

    คล้ายกับเรื่องตงฉินยึดอำนาจ ที่คุณอ่าน